อาจารย์ 3 เป็นตำแหน่งทางวิชาการสำหรับข้าราชการครูที่มีเงินประจำตำแหน่ง ในอดีต ข้าราชการครูมีตำแหน่ง ครู 1 ระดับ 1 - 4 อาจารย์ 2 ระดับ 5 - 7 อาจารย์ 3 ระดับ 6 - 9 จะเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์ 3ได้ต้องมีเงื่อนไข เวลาในการปฏิบัติการสอน เงินเดือน ครบตามเกณฑ์ที่ กำหนด โดยพัฒนางานในหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดคุณภาพต่อนักเรียน มีนวัตกรรมการเรียนการสอนตามเกณฑ์ ตำแหน่งครู เป็นระดับปฏิบัติการ ตำแหน่งอาจารย์ 2 เป็นระดับชำนาญการ ตำแหน่งอาจารย์ 3 เป็นระดับชำนาญการพิเศษระดับ 9 เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ศึกษานิเทศก์ ระดับ 4 - 6 เป็นระดับปฏิบัติการ ระดับ 7 เป็นระดับชำนาญการ ระดับ 8 เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ต่อมามีการปรับเปลี่ยนตามพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู อาจารย์ ทุกตำแหน่ง ปรับชื่อเป็น ครู เหมือนกัน แต่มีครู (คศ. 1) คือระดับ 1- 5ครู(คศ.2) ระดับ 6 - 7ครู(คศ.3) คือระดับ 8 ครู (คศ. 4) คือ ระดับ 9 ศึกษานิเทศก์ ก็ปรับเป็นศึกษานิเทศก์ (คศ.2) ระดับ 5 - 7 ศึกษานิเทศก์ (คศ.3) ระดับ 8 ศึกษานิเทศก์(คศ.4 )ระดับ 9
สรุปคือ โลกสมมติ แต่ทำให้ชีวิตเราอยู่ในกรอบและขอบเขตที่เขาสมมติจริง ๆ อยากก้าวหน้าต้องศึกษา เรียนรู้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ก็จะเลื่อนระดับ รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งหลายท่านประสบความสำเร็จ แต่หลายท่านเกิดทุกข์มากมาย
ตอบแล้ว: พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 23:12
แก้ไข: จ. 17 พ.ย. 2551 @ 08:08
เมื่อ อา. 16 พ.ย. 2551 @ 21:46
946449 [ลบ] [แจ้งลบ]
อาจารย์ค่ะการบ้านที่อาจารย์ให้ไปอ่าน ครูดีที่ยุคITต้องการ ให้สรุปว่าครูดีในความคิดของเราเป็นอย่างไรใช่หรือเปล่าค่ะ แล้วพิมพ์ส่งอาจารย์ทางเว็บนี้ใช่ไหมค่ะ
เมื่อ จ. 17 พ.ย. 2551 @ 08:11
946913 [ลบ] [แจ้งลบ]
ตอบ ณัฐสุดา
ที่ศิษย์เข้าใจนั้นถูกต้องแล้วค่ะ
ให้อ่านบทความของครูหรือบทความอื่นๆที่เกี่ยวกับลักษณะของครูที่ดีในยุคปฏิรูป
แล้วแสดงทัศนะหรือความเห็นเชิงวิชาการสั้นๆ ในBlog นี้ รีบๆทำนะคะ
ยิ่งไม่มีการสอบ ยิ่งต้องเร่งทำผลงานหรือชิ้นงาน ตัวใครก็ตัวใครอ่านะ
เมื่อ อ. 18 พ.ย. 2551 @ 14:10
950056 [ลบ] [แจ้งลบ]
ทุกวันนี้สังคมไทยได้พัฒนาเจริญก้าวหน้าไปมากแล้วมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายความเจริญทางด้านวัตถุเข้ามามากจนพัฒนาไปเกินเลยความเจริญทางด้านจิตใจหลายคนหลงอยู่กับอำนาจทัพย์สินเงินทองแต่ลืมนึกไปว่าความมีน้ำใจที่เอื้อเฝื่อเผื่อแผ่นั้นเป็นทัพย์สินที่กินไม่หมด
ครูสังคมใหม่นี้ก็ต้องปรับตัวตามโลกที่มันก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วแต่ก็อย่าลืมจรรยาบรรณความเป็นครูที่ปฎิบัติสืบต่อกันมาช้านานคนที่จะเป็นครูที่ดีได้ต้องมีความยุติธรรมตั้งอยู่บนความเมตตากรุณาต่อศิษย์ในการเรียนการสอนก็เช่นกันต้องมีความทันสมัยในการสอนและเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนมีหลักในการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่น่าสนใจผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนและสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยครูเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำเละเป็นที่ปรึกษาทางด้านต่างๆตัวครูเองก็ต้องเพิ่มพูนพัฒนาความรู้ทางวิชาการต่างอยู่เสมอและต้องมีความเข้าใจในเรื่องที่จะถ่ายทอดให้กับผู้เรียนอย่างแท้จริงมีความเป็นกัลยานิมิตรบุคลิกต้องน่าเชื่อถือและต้องยิ้มแย้มแจ่มใจง่ายต่อการเข้าถึง
คนที่จะเป็นครูที่ดีได้ต้องมีความพร้อมทางด้านสังคม อารมณ์ วิชาความรู้ที่พัฒนาเสมอ วิธีการสอนที่น่าสนใจจึงจะเป็นครูที่มีคุณภาพในแบบสังคมยุคไอที
เมื่อ อ. 18 พ.ย. 2551 @ 21:47
951198 [ลบ] [แจ้งลบ]
ตอบ อัษฎาพัฒน์ หนุมชาวพิษณุโลก(ศิษย์ของครู) เยี่ยมครับ คำคม ข้อคิด น่านำไปใคร่ครวญ หัดเขียนบทความสะท้อนความคิดเห็นเช่นนี้บ่อยๆ แล้วศิษย์จะเกิดทักษะในการเขียน ในที่สุด โอ เค ครูชื่นชมครับ อ้อ ตกลงอัษฎาพัฒน์ กับปรัชญา ต้องไปฝึกสังเกตแบบมีส่วนร่วมที่ โรงเรียนสันทรายหลวง อ.สันทราย เชียงใหม่ ครูเสนอคณบดีไปแล้วนะครับ
เมื่อ พ. 19 พ.ย. 2551 @ 18:34
952864 [ลบ] [แจ้งลบ]
โลกของเราปัจจุบันนี้มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคนหลายคนนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์
ครูในยุคที่สังคมต้องการจึงต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้คู่คุณธรรมจรรยา คือ เป็นคนที่จะต้องหาความรู้ข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และต้องมีการประยุกค์ใช้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆของการเรียนการสอนที่หลากหลายเพื่อที่จะได้พัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นครูดีที่สังคมยุค IT ต้องการจึงต้องเป็นคนที่เก่ง มีความรู้ มีคุณธรรม มีความเป็นกัลยาณมิตร มีบุคลิคที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ครูจะต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งต่างๆ เพราะครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนสืบต่อไป
ครูที่ดีจะต้องดีพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ จึงจะเป็นบุคคลที่สังคมยุค ITต้องการ
เมื่อ พ. 19 พ.ย. 2551 @ 18:58
952946 [ลบ] [แจ้งลบ]
ในอดีตการเรียนการสอนของคนไทยคือครูเป็นผู้บรรยายหรืออธิบายความรู้ให้แก่นักเรียน แต่ในปัจจุนมีการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์ ครูจึงถูกลดบทบาทลงมา ดังนั้นบทบาทของครูจึงเปลี่ยนไป
ครูในยุคที่สังคมต้องการจะต้องเป็นคนที่ดีพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และครูจะต้องเป็นผู้ที่ใฝ่รู้อยู่เสมอ ครูจะต้องมีการพัฒนา ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆในการเรียนการสอนอยู่เสมอ และที่สำคัญครูจะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมจรรยา มีบุคลิกภาพที่หน้าเชื่อถือ มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อศิษย์และบุคคลรอบข้างอีกด้วย
ครูที่สังคมยุค IT ต้องการจะต้องดีพร้อมทุกๆด้านเพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์ และบุคคลอื่นต่อไป
เมื่อ พ. 19 พ.ย. 2551 @ 22:23
953614 [ลบ] [แจ้งลบ]
ตอบ ชายกิตติวัฒน์ และ ณัฐสุดา ศิษย์รัก ครูดีใจที่ศิษย์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน Blog นี้ แสดงถึงความสนใจใคร่รู้ และลองทำตามผู้เป็นครูแนะนำ ครูเชื่อว่าศิษย์ทำได้ และศิษย์คือครูดีในยุค ไอที ที่ครูภูมิใจ อยากให้ศิษย์เขียนแสดงความคิดเห็นต่างหาก ดีมั้ยคะ เพราะจะได้ตั้งชื่อเรื่องและเป็น บทความความคิดเห็นของศิษย์เอง ไม่ต้องต่อคนอื่น นะจ๊ะ ครูเห็นด้วยอย่างยิ่ง กับความคิดเห็นของศิษย์ทั้งสอง
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 17:24
954931 [ลบ] [แจ้งลบ]
"ครู"ในคำๆนี้อาจจะเป็นแค่คำสั้นๆ ที่คนทั่วๆไปเรียกกันแต่ในคำว่าความเป็นครูมันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เรียกกันยาวแต่ไม่มีความหมายใดเลย ครูผู้ที่ให้ความรู้ และอบรมบ่มนิสัยศิษย์ทุกรุ่นให้เกิดความคิดเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ในปัจจุบันโลกได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศไทยนับไม่ถ้วน ทั้งเทคโนโลยีที่มีคุณค่ามีประโยชย์ต่อการดำรงชีวิตมนุษย์แต่อีกมุมหนึ่งเราจะพบว่ามีการใช้เทคโนโลยีที่เป็นสิ่งที่ทำลายต่อตัวเองและสังคมเพื่มมากขึ้นทุกวัน จนจะกลืนกินความคิดของคนไทยไปหมด และนี้เหละเป็นสิ่งสำคัญที่ครูยุคIT จะปลูกฝังให้เด็กเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของเทคโนโลยีในปัจจุบัน และรับวัฒนธรรมที่ดีๆ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีความสุขคะ
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 17:30
954941 [ลบ] [แจ้งลบ]
อาจารย์คะ หนูอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ "บทบาทของครูกับการประกันคุณภาพการศึกษา" เพื่อทำรายงานคะ หนูหาข้อมูลแล้วมีไม่มากคะ ขอรบกวนอาจารย์ช่วยบอกข้อมูลด้วยนะคะ
ปล.ขอบพระคุณมากคะ
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 18:25
955004 [ลบ] [แจ้งลบ]
ค รู ดี ที่ สั ง ค ม ยุ ค ไ อ ที ต้ อ ง ก า ร **
ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีการพัฒนาด้านต่างๆมากมาย โดยครูจะต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย มีการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีความรอบรู้อย่างกว้างขวาง และหลากหลายควบคู่กับการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่ช้านานและควรอนุรักษ์และสืบทอดไว้
ครูยุคไอทีจะต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆตลอดเวลา มีคุณธรรม มีเมตตา เสียสละ ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและทันสมัย สมกับคำว่า ครูดีที่สังคม IT ต้องการ
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 18:29
955011 [ลบ] [แจ้งลบ]
จะเห็นได้ว่าบทความนี้เป็นการกล่าวถึงครูที่จะต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนซึ่งมีหลักที่ดีหลายประการ ดังที่มีผู้เฃี่ยวชาญได้กล่าวเอาไว้ ผมเห็นด้วยอย่างมากกับหลักการดังกล่าว เพราะเป็นคุณธรรมที่ครูทุกคนควรมีและสังคมยุคปัจจุบันย่ำแย่ไปทุกที ถ้าครูไม่ปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 21:12
955531 [ลบ] [แจ้งลบ]
..........ครูดีที่สังคมยุคไอทีต้องการ...........
ครูในยุคปัจุบันจะเป็นผู้ที่มีความรู้ในสาขาวิชานั้นๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านอื่นๆด้วย เช่น ด้านไอที เพราะปัจจุบันไอทีได้เข้ามามีบทบาททางการศึกษามากยิ่งขึ้น การศึกษาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกจากครูจะมีความรู้ทางไอทีแล้ว ก็ต้องอย่าลืมจรรยาบรรณของความเป็นครู การเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน มีความเป็นกัลยาณมิตรแก่นักเรียน ในปัจจุบันได้มีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางซึ่ง เหมาะกับครูในยุคไอทีมากทีเดียว ที่มีโอกาสเปิดโลกการศึกษาให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ด้วยตนเอง
เมื่อ ศ. 21 พ.ย. 2551 @ 13:35
956598 [ลบ] [แจ้งลบ]
ว่า วิธีพัฒนา-ฟื้นฟูความจำของสมองมนุษย์แบบง่ายๆ ทำได้ด้วยการค่อยๆ กรอก "ลูกตา" จากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งเท่านั้นเอง!
เคล็ดลับการกรอกลูกตาที่ว่านี้ ต้องทำในแนวนอน เช่น กรอกตามองจากฝั่งซ้าย มาตรงกลาง แล้วไปทางขวา หรือไม่ก็ทำในทิศทางสลับกัน แต่ต้องกรอกตา หรือ ทำต่อเนื่องเพียง 30 วินาทีต่อวัน
ดร.แอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท ผู้นำการวิจัย กล่าวว่า การฝึกกรอกตาไปมาแบบนี้จะช่วยให้ "สมองทั้ง 2 ซีก" ของคนเราทำงานตอบสนองกันดียิ่งขึ้น เมื่อทำบ่อยๆ จึงเหมือนกับเป็นการ "ออกกำลังกายสมอง" ไปในตัว ทำให้สมองของผู้ฝึกมีความจำดีกว่าเดิม 10 เปอร์เซ็นต์!
ดร.แอนดรูว์ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังกล่าวจากการทดลองแบ่งนักศึกษา 102 ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ฝึกกรอกตาซ้ายขวา, กลุ่มที่สองกรอกตาขึ้นลง และกลุ่มที่สามไม่ต้องฝึกอะไรเลย ผลพบว่า กลุ่มแรกจดจำเสียงคำพูด 300 คำที่นักวิจัยเปิดเทปให้ฟังได้มากที่สุด
สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากทดลองทำก็ลองดูได้นะคะ แต่แนะนำว่าอย่าไปฝึกเวลานั่งรถราที่มันเขย่าๆ เดี๋ยวจะตาลาย-ปวดตาจนอาเจียนพุ่งปรู๊ดกันไปเสียก่อน!