สรุปบทเรียนจากการร่วมเเลกเปลี่ยนบนเวที SHA

จากบันทึกที่เเล้วที่ได้เล่าความเป็นมาและความรู้สึกที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีร่วมเเลกเปลี่ยนในโครงการ SHAของ พรพ. สำหรับบันทึกนี้จะขอสรุปบทเรียน ที่ตัวเองได้ร่วมแลกเปลี่ยนหัวข้อที่ได้รับมอบหมายจากแม่ต้อยเป็นหัวข้อ หลักการให้บริการผู้ป่วยด้วยมิติจิตวิญญาณ กรณีศึกษา การดูแลเพื่อให้พ้นผ่านระยะเศร้าโศกจากการสูญเสีย ( bereavement care)

Shane14

            ขึ้นเวทีคู่กับท่านอาจารย์นพ. สุรชัย ปัญญาพฤทธิพงษ์ วิทยากรขั้นเทพอีกท่านหนึ่งของพรพ. เเต่ว่าตัวเองไม่ใช่เทพนะคะ น้องใหม่ไต่ดาวอยู่ค่ะ เปิดประเด็นโดยการทักทายและเเนะนำตัวอาจารย์เป็นผู้เเนะนำฉันให้กับพี่น้อง SHA จากทั้ง 18 โรงพยาบาลได้รูจัก

ฉันทักทายสวัสดีตามสไตล์ของตัวเองที่ถนัดคือด้วยเพลงนี้ ซำบายดีบ่..บ่ได้พ้อกันโดน หายเจ็บหายจน ทุกคนเป็นจั่งได๋ ถามข่าวด้วยฮัก คึดฮอดและห่วงใย เอิ้นขวัญสู่ใจ ขอให้อยู่ดีมีแฮงเด้อ...ขอให้อยู่ดีมีแฮง...........ขณะที่ร้องไปเสียงปรบมือให้จังหวะก็ดังขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าได้นัดหมายไว้  จบท่อนเเรกของเพลงเติมฮักเติมเเฮง ฉันจึงทักทายพูดคุย โดยฉันเริ่มจากการกล่าวขอบคุณทางสถาบัน เเละเเม่ต้อยที่เปิดโอกาสให้ฉันได้มีส่วนร่วมในโครงการSHA และเริ่มต้นการพูดคุยกับพี่น้องชาวโรงพยาบาล SHA ด้วยเเนวคิดเเละความหมายของคำว่า จิตวิญญาณ spiritual  หรือ spirituality  ว่าคือความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจของบุคคลที่มีความละเอียดซับซ้อน เเละการตระหนักถึงความสำคัญ จุดมุ่งหมายเเละคุณค่าของชีวิต จิตวิญญาณคือขุมพลังของชีวิต ทำให้ชีวิตดำเนินไปได้ ที่สำคัญฉันพยายามเน้นย้ำว่าจิตวิญญาณไม่ใช่เพียงเรื่องศาสนา เเต่ว่าการปฏิบัติทางศาสนาจะช่วยให้บุคคลมีจิตวิญญาณที่สมบูรณ์ขึ้น ท่านศาสตราจารย์ประเวศ  วะสี ท่านก็เคยให้ความหมายของจิตวิญญาณว่าเป็น ความดี ความมีคุณค่า การมีจิตใจสูง เมื่อจิตวิญญาณคือขุมพลังชีวิตคนเราทุกคนจึงเเสวงหาความต้องการด้านจิตวิญญาณ(spiritual need) เพื่อที่จะทำให้ชีวิตสามารถขับเคลื่อนเเละดำเนินไปได้  ซึ่ง spiritual need ก็คือ Need for the good นั่นเองและเมื่อใดก็ตาม spiritual needได้รับการตอบสนองคนคนนั้นก็จะมีความผาสุกทางจิตวิญญาณ ( spiritual well-being)เเต่ spiritual need จะมีทุกคนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาวะ เเต่ในสภาวะที่มีมากที่สุดคือการที่คนคนนั้นต้องเผชิญความเครียด กับ ความเจ็บป่วยและ ภาวะวิกฤตของชีวิต การสูญเสีย  ความตาย

สภาวะทางจิตวิญญาณ 

 ความผาสุกทางจิตวิญญาณ

ความทุกข์ทางจิตวิญญาณ

มีความหวัง

พร้อมที่จะเผชิญหรือดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมั่นใจ

มีกำลังใจที่เข้มแข็ง

ใบหน้าสดชื่น

สมหวัง

รู้สึกมีคุณค่า

 

 

 

หวาดหวั่น

ท้อแท้

น้อยใจ

สิ้นหวัง

นอนไม่หลับ

ฝันร้าย

แยกตัว

         คนไข้หรือผู้รับบริการของเรานี่เขามาหาเราเพราะเขามีสภาวะทางจิตวิญญาณที่มีความทุกข์ทางจิตวิญญาณเขาถึงมา  เราในฐานะทีมสุขภาพต้อง ตระหนักถึงสภาวะและความต้องการด้านจิตวิญญาณของผู้รับบริการทุกคน ดังที่ทราบว่าจิตวิญญาณคือขุมพลังชีวิตการที่เขามีความทุกข์ทางจิตวิญญาณ นั่นเเสดงว่าเขาขาดซึ่งพลังในการดำเนินชีวิต เปรียบคนป่วยเป็นรถก็คือรถที่ขาดน้ำมันไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ ถึงตรงนี้ท่านอาจารย์สุรชัยก็เลยขอ ถามสภาวะทางจิตวิญญาณของผู้เข้าอบรมบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งเพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วม ซึ่งฉันคิดว่าดีมากๆ ปรากฏว่าได้รับการตอบสนองจากผุ้เข้าอบรมต่างก็เเย่งกันบอกสภาวะของจิตวิญญาณของตัวเอง ซึ่งอาจารย์สุรชัยก็โยนมุกมาให้ฉันสรุป ฉันจึงสรุปได้ว่าทุกท่านที่ลุกขึ้นพูดมีความพร้อมเเละได้พัฒนาจิตวิญญาณของตัวเองอยู่ในระดับที่สูงเเล้วและพร้อมที่จะเข้าไปดูแลจิตวิญญาณของคนไข้ของตัวเองเเล้ว  นั่นคือการที่เราจะเข้าไปดูแลจิตวิญญาณของคนไข้ เรา

เเพทย์ พยาบาล และทีมสุขภาพ ก็ต้องพัฒนาระดับจิตวิญญาณของตัวเองให้สูงก่อน

จิตวิญญาณที่พัฒนาเเล้วเป็นอย่างไร

- มีเมตตา กรุณา

- รู้จักรัก

- รู้จักให้อภัย

-  มีความเอื้ออาทร

- มีความละเอียดอ่อนเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย

- เห็นคุณค่าเเละความหมายของทุกชีวิต

- มีสิ่งยึดเหนี่ยวเเละศรัทธาของตัวเอง

- พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ พร้อมที่จะช่วย

- เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

พอถึงตรงนี้ท่านอาจารย์สุรชัยก็เล่าเรื่อง เรื่องคนไข้ที่หมอได้ทำการผ่าตัดกระดูกยังไม่ทันได้พักฟื้นเเผลยังมีเลือดซึมหมอจำเป็นต้องให้คนไข้กลับบ้านเพราะไม่มีเตียงให้นอน admit  กำลังจะขึ้นรถกลับบ้านที่ต่างจังหวัด พลเมืองดีมีเมตตาเห็นก็เกิดความเมตตาสงสาร ส่งค่ารถและไปส่งคนไข้คนนี้ขึ้นรถ อาจารย์สรุปเรื่องนี้ให้ผู้ฟังเห็นถึงความเป็น humannize  ของคนที่เป็นหมอเเละของคนที่ไม่ใช่หมอ

ว่าใครที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ เเต่ฉันคิดว่าเรื่องนี้คงเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีมาเเล้ว เเต่ปัจจุบันเชื่อว่าหมอทุกคนและทีมสุขภาพมีความเข้าใจเเละเห็นคุณค่าของการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ เพราะระบบบริการสาขภาพของเราได้เปลี่ยนผ่านมาสู่ยุค humannize  health care แล้ว

 

บันทึกต่อไป....จะขอสรุปบทเรียนต่อเนื่องการนำเเนวคิดการดูแลมิติจิตวิญญาณลงพื้นทีสู่  bereavement care รอติดตามนะคะ