แม้ว่าแต่ละโรงเรียนจะมีบริบทที่แตกต่างกันออกไปบ้าง มีวิธีการที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความรู้สึกร่วมของการเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อเรารู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน เชื่อมตัวเองกับธรรมชาติที่อยู่แวดล้อมก็จะมีแต่ความถ้อยทีถ้อยอาศัย เกื้อกูลกัน ซึ่งมาจากพื้นฐานของความเมตตาและความเสียสละที่บ่มเพาะจิตใจ นำไปสู่การแสวงหาความรู้ใด ๆ ด้วยวิถีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
"หล่อเลี้ยงหัวใจ ฝากไว้ให้โลกแล" เป็นบันทึกถอดความรูู้และความรู้สึกจากประสบการณ์ในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มครูผู้ปฏิบัติโดยมองผ่านเลนส์กระบวนกร เนื้อหาจะแบ่งเป็น 4 ตอนค่ะ
(บันทึกนี้จะนำเสนอเพียงบางตอนเกี่ยวกับกระบวนการแลกเปลี่ยน
ส่วนเนื้อหาที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้จะอยู่ในบันทึกต่อไปค่ะ)
หน้าต่างความทรงจำ
Ø คำนำ ทำให้ ใจเราตรงกัน
Ø เล่าเรื่องการนำ “กระบวนการ” แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในกลุ่ม
คุณครูผู้ปฏิบัติ
Ø ดัชนี้ชี้วัดความสำเร็จและความสุข
Ø เบื้องหลังการทำงาน ประสบการณ์ประมาณค่ามิได้
๑
คำนำ ทำให้ ใจเราตรงกัน
เมื่อพูดถึงความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เรารู้สึกสัมผัสถึงอะไร และรู้สึกอย่างไรกับคำนี้ ทุกวันนี้ที่เรามีชีวิตอยู่ เราอยู่แบบไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์หรือ? เราขาดอะไรไปหรือเปล่า?
ศิลาเชื่อว่าสิ่งที่เราขาด ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มี แต่เป็นเพราะเราไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เราเคยมี ซึ่งเป็นภาวะดั้งเดิมแท้ของเราเมื่อครั้งเรายังไร้เดียงสา
ยิ่งเราเติบโต และบ่มเพาะตัวเองในด้านสติปัญญาทางโลกมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งใส่อะไรมากมายไปในสมองของเรา จนมีสิ่งที่เรียกว่า “ปรุงแต่ง” มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะรู้สึกตัวและค้นหาตัวตนที่เป็นแก่นแท้ของเราให้พบ
การได้มาร่วมงานในโครงการ Humanized Educare “กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” ในระบบการศึกษาไทย ทำให้ความสงสัยในคำว่า “มนุษย์ที่สมบูรณ์” ค่อย ๆ จางหายไปทีละนิด จนเกิดความชัดเจน เห็นภาพใหญ่ในเวทีที่สอง
ภาพใหญ่ที่กล่าวถึงนี้ คือกระบวนการพัฒนาบ่มเพาะตัวตนของแต่ละท่านทั้งด้าน “ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา” ให้งอกงามทั้งความรู้ จริยธรรม และคุณธรรม ทำให้ทุกท่านขับเคลื่อนงานการศึกษาในหน้าที่ไปได้อย่างดียิ่ง โดย ให้ความรู้ (เก่ง)
ให้ความรัก (สุข)
ให้ธรรม (ดี) และ
ให้โอกาส ( ชีวิตใหม่)
แก่เด็กไทย บทสรุปที่ศิลาได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใกลุ่มครูผู้ปฏิบัติคือ ทุกท่าน เห็นร่วมกันว่า
“ความสุขของคุณครู คือเห็นนักเรียนมีความสุข”
เป็นความสุขที่ไม่ได้มองตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่เป็นความสุขที่เชื่อมต่อเอาความรู้สึกสุขของ “ลูกศิษย์” มาเป็นความรู้สึกสุขของตนเอง
เพียงแค่คำอธิบายเท่านี้ คงไม่ทำให้เห็นภาพการให้ที่ยิ่งใหญ่ของคุณครูเพื่อศิษย์ได้อย่างแน่นอน ศิลาจึงขอนำเสนอการถอดความรู้ผ่านเลนส์กระบวนกรในกลุ่มคุณครูผู้ปฏิบัติ เพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำไปประกอบเป็นภาพใหญ่ทั้งหมดของ “คุณครูเพื่อศิษย์” ในโครงการ Humanized Educare
ในความหมายต่อไปนี้ เพียงอยากแสดงความเห็นว่าแต่ละท่านที่มาอยู่ ณ ตรงนี้ ผ่านการพัฒนาจิตตนมาแล้วทั้งสิ้น สิ่งที่จะนำเสนอจึงเป็น “การมองเห็นและรวบรวมความดี” ของท่านมาสะท้อนเป็นแบบอย่างแก่คนไทยให้รู้หน้าที่ และทำเพื่อหน้าที่ ณ ปัจจุบันให้จงดี
๒
เล่าเรื่องการนำ “กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้”
ในกลุ่มคุณครูผู้ปฏิบัติ
ศิลาได้มีโอกาสอันยิ่งใหญ่นำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เปิดประเด็นคำถามที่ขุดค้นดึง “จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู” ออกมาจนน้ำตาหลั่งไหลกันถ้วนหน้า
ทุกท่านในกลุ่มคุณครูผู้ปฏิบัติจริงได้ Learn & Share และอธิบายถึงการครองตน ครองคนและครองงาน ตามหลักธรรมได้อย่างงดงาม น่าประทับใจ
สิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกรอบของการบริหารจัดการในกลุ่มคุณครูผู้ปฏิบัติ ได้สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าแลกมาด้วยความพากเพียรเรียนรู้ควบคู่กับหลักธรรม
ภายใต้บริบท “คุณครูเพื่อศิษย์” ที่ศิลาจะนำเสนอนี้ ขอเรียกผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มคุณครูผู้ปฏิบัติว่า “คุณครู” แทนคำว่าอาจารย์ เพื่อให้เกิดความรู้สึกของการเป็นผู้ให้ในหลาย ๆ สถานะ จากการประมวลคำพูดที่เป็นบทสรุปของความเป็นคุณครูของทุกท่าน ต่างเห็นว่าคุณครูมีหลายหัวโขน
ในฐานะของคุณครู คุณครูสอนทุกอย่างไม่เพียงแต่วิชาความรู้ที่ตนจบมาเท่านั้น …วิชาใดที่โรงเรียนขาดแคลน… วิชาใดที่นักเรียนอยากเรียนรู้ …วิชาใดที่เรียนไปแล้วจะได้ใช้เป็นประโยชน์สอดคล้องกับบริบทในชุมชนหรือสังคม คุณครูก็จะ “ฝึกฝนตนเอง” อย่างหนัก เพียรพยายามในฐานะของนักเรียนคนหนึ่ง เพื่อจะเอาความรู้และแนวปฏิบัติใส่ตนแล้วนำไปถ่ายทอดสอนนักเรียนที่เปรียบเสมือนลูก ๆ โดยหวังว่าวิชาความรู้ที่ได้จะนำไปใช้เป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ แน่นอนว่าหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นี้ ทำให้คุณครูเป็นเสมือนพ่อแม่ผู้ให้ความรัก
นอกเหนือจากนี้แล้ว ศิลายังพบว่า
- คุณครูเป็นตำรวจ ค้นหานักเรียนผู้กระทำผิดเพื่อนำมาซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้เขาเป็นคนดีในสังคม
- คุณครูเป็นพระ แม่ชี สอนคุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นคนดี
- คุณครูเป็นผู้พิพากษาที่ตัดสินปัญหาข้อขัดแย้ง
- คุณครูเป็นหมอและพยาบาลที่ช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเด็กเจ็บป่วยทางร่างกายหรือแม้กระทั่งทางจิตใจ
- คุณครูเป็นโจ๊กเกอร์เพื่อแหย่ให้นักเรียนสนุกสนาน อยากเรียนรู้
- คุณครูต้องเป็น Idol สร้างศรัทธาให้นักเรียนทำตามแบบอย่าง
- คุณครูเป็นแม่บ้านพ่อบ้านทำทุกอย่างเพื่อจัดการงานภายในโรงเรียนเสมือนบ้านของตนเอง
ต่อให้คุณครูเหนื่อยแสนเหนื่อยแค่ไหนกับการเปลี่ยนหัวโขนหลายหัวในวันหนึ่ง ๆ ก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว เพียงเพราะกำลังใจจากคำเดียวสั้น ๆ
“ทำเพื่อเด็ก”
การที่เรามีสติรู้ตัวกำหนดเป้าหมาย อุทิศกาย อุทิศใจให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่ ทำให้เราทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้น
๒.๑ การเปิดประเด็น เห็นแล้วว่าสำคัญสุด ๆ
ชื่นชมความดี
ศิลาเปิดประเด็นด้วยการให้ทุกท่านเล่าถึงความประทับใจในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ผ่านมา ย้อนเวลากลับไปดึงความทรงจำร่วมเก่า ๆ เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อให้ทุกท่านน้อมใจ ระลึกถึงสิ่งดี ๆ ของกันและกัน สิ่งที่เห็นคือ “ความรู้สึกชื่นชมในความดีของผู้อื่น” ตามหลักมุทิตาจิต ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการเปิดวงที่ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันมาแล้ว
หลายท่านแลกเปลี่ยนและเห็นร่วมกันว่า “ทุกคนดีเหลือเกิน” คำนี้เป็นคำพูดของคุณครูนเรศ เหมนาไลย แห่งโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย โดยที่หลายท่านต่างพยักหน้ารับเห็นดีเห็นงามกันไปด้วย
ความดีที่เป็นบทสรุปของคำพูดทั้งหลายนี้มาจากการชื่นชมในกระบวนการ “สร้างคน” ของกันและกัน โดยเห็นมิติของการเป็นคุณครูที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ และเป็นผู้นำการขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน และชุมชน
แม้ว่าแต่ละโรงเรียนจะมีบริบทที่แตกต่างกันออกไปบ้าง มีวิธีการที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความรู้สึกร่วมของการเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อเรารู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน เชื่อมตัวเองกับธรรมชาติที่อยู่แวดล้อมก็จะมีแต่ความถ้อยทีถ้อยอาศัย เกื้อกูลกัน ซึ่งมาจากพื้นฐานของความเมตตาและความเสียสละที่บ่มเพาะจิตใจ นำไปสู่การแสวงหาความรู้ใด ๆ ด้วยวิถีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
คำพูดที่ทุกท่านแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ “การนำกระบวนการหรือวิธีคิดของเพื่อนครูไปทดลองปฏิบัติ” และศิลาก็แถมท้ายว่าการปฏิบัติใด ๆ จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก็คือการทำให้ต่อเนื่อง (Continuity) โดยศิลาเชื่อว่าการทำไป ปรับเปลี่ยนไปให้เข้ากับบริบทตนเองเป็นการต่อยอดการปฏิบัติที่น่าสนใจมาก สำคัญคือมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง
๒.๒ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความรู้สึกไว้วางใจ
นำไปสู่การเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดที่อยู่เบื้องลึก
สายธารชีวิตครู
หลังจากชื่นชมกันอย่างน่าประทับใจแล้ว ศิลาได้ให้ทุกท่าน “อยู่กับตัวเอง” สักครู่ เพื่อย้อนรำลึกไปถึงการเรียนรู้ชีวิตที่ผ่านมา บทเรียนที่ได้รับกว่าจะมาเป็นคุณครูที่มีทั้งความรู้และคุณธรรมอันเป็นแบบอย่างที่ดีเช่นนี้…
จากเรื่องราวความประทับใจร่วม สู่การเล่าเรื่องเจาะลึกเรื่องส่วนตัว “กว่าจะมาเป็นคุณครู”
อันเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ “สร้างพื้นที่ปลอดภัยและไว้วางใจ” ซึ่งกันและกัน ศิลาขอฝากความเห็นเล็ก ๆ จากการลงมือปฏิบัติจริงในครั้งนี้ว่า “การเริ่มต้นด้วยการชื่นชมโดยฟังความรู้สึกดี ๆ ของกันและกัน และเขยิบพื้นที่ไปสู่การถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีต ซึ่งเป็นความเชื่อ ความรู้สึกของผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะทำให้แต่ละท่านรู้สึก “กล้า” ที่จะเล่าเรื่องภายใน และ “เคารพ” หรือถึงขั้น “ศรัทธา” ในกันและกัน จากนั้น ไม่ว่าเราจะนำไปสู่ประเด็นที่เป็นความเห็นซึ่งอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นความขัดแย้ง กลับกลายเป็นการมองความเห็นที่แตกต่างเป็นการเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจนำวิธีคิดที่ได้ไปปรับใช้ในบริบทของตน
หล่อเลี้ยง
ความสำเร็จและความสุขที่ได้จากการนำกระบวนการในแบบข้างต้นนี้ สะท้อนออกจากคำพูดของคุณครูนเรศ ที่กล่าวว่า
“ทางทีมงาน (ดอกเตอร์ยุวนุช และคุณศิลา) สร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและความเข้าอกเข้าใจ จนทำให้พวกเรากล้าเล่าเรื่องที่ลึก ๆ หรือค่อนข้างส่วนตัวออกมา ทั้งที่ทีมงานทั้งสองนี้เป็นบุคคลที่อยู่นอกวงการการศึกษาแต่ยังเห็นใจพวกเรามากกว่าคนในวงการเดียวกันเสียอีก ผมแอบเห็นว่าทั้งคุณศิลา และดอกเตอร์ยุวนุชมีน้ำตาไหลซึมออกมาขณะที่ฟังพวกเราเล่าเรื่อง”
สิ่งที่ศิลาพบในตัวคุณครูนเรศคือ “เมตตาธรรม” ต่อเด็กสูงมาก ท่านกล่าวว่าสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ แต่ขอไม่เป็น สาเหตุที่ท่านสละสิทธิ์ เพราะหากเป็นแล้ว จะไม่ได้สอนเด็ก การสอนเด็กคือ “การสร้างคนให้เก่ง ดี และมีความสุข เป็นงานหลักของผู้เป็นครู”
นับว่าเป็นคำกล่าวที่ทีมงานอย่างเรา ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน ทำให้ฉุกคิดถึงคำว่า “หล่อเลี้ยง” ที่คุณเอกกล่าวถึงคุณสมบัติของพี่นุช (คุณนายดอกเตอร์) แท้จริงแล้วคือการสร้างบรรยากาศที่หล่อหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นเอง
การหล่อเลี้ยงของทีมงาน หรือ FA จะนำพาให้ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดื่มด่ำไปกับการฟังอย่างลึกซึ้ง ดิ่งลงไปในโลกภายในของตนเอง เชื่อมโยงตัวตน ค้นหาที่มาของความเชื่อ ความรู้สึกแล้วดึงภายในเข้าสู่โลกภายนอกอย่างเป็นองค์รวม
สิ่งที่เรามี เราเป็น เป็นธรรมชาติอย่างมาก ไม่เร่งรัดดึงความรู้สู่การปฏิบัติมากกว่าการดึงอารมณ์ร่วมออกมา ซึ่งจะทำให้เกิดการเล่าเรื่องที่ทรงพลังได้อย่างมาก… ส่งผลให้ “ทุกคน” หลั่งน้ำตาด้วยความรู้สึกเดียวกันที่ผ่านบทเรียนจากการทำงานหนักหน่วงเกินกว่าคนธรรมดาที่ประกอบอาชีพทั่วไปจะพึงกระทำ
เพราะพวกท่านไม่ได้ทำเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพเหมือนคนปกติที่เขาทำกัน แต่ท่านทำเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะให้เด็กไทยมีอนาคต หลายท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ตอนที่เด็กเข้ามากอดในวันแม่ เพราะเด็กไม่มีพ่อแม่ และเห็นว่าคุณครูคือแม่ของเขานั้น ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่” ต้องบอกว่าหลายท่านรู้สึกเช่นนี้ เหมือนกันกับที่คุณครูพิศมัย เทวาพิทักษ์ แห่งโรงเรียนบ้านร้องขี้เหล็กและคุณครูฮุสนา เงินเจริญ แห่งโรงเรียนซำฆ้อพิทยาคมกล่าวออกมา
คุณครูฮุสนาเล่าให้ฟังด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจว่ามีนักเรียนที่จบไปแล้วเดินเข้ามาหา แนะนำตัวเอง และขอกอดพร้อมบอกว่า “ถ้าผมไม่ได้คุณครูสั่งสอน ผมคงไม่มีวันนี้”
อาจจะดูเหมือนเป็นคำพูดธรรมดา แต่สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์ร่วมกันมาอย่างยาวนานคงอธิบายค่าแห่งความรู้สึกปิติมิได้เลย คุณครูฮุสนาเน้นย้ำว่า สิ่งที่เราสอนและทำให้เขาดู เราอาจจะเคยชินจนไม่รู้หรอกว่ากลายเป็นแบบอย่างที่เขาจะนำไปหล่อหลอมตัวเขาเอง ที่สำคัญอย่าตัดสินเพียงแค่ภายนอกของนักเรียน การเยี่ยมบ้านนักเรียนจุดประกายให้คุณครูฮุสนามีความละเอียดรอบคอบในการทำความเข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล เข้าลักษณะการสอนแบบ Taylormade
ยังมีต่อค่ะ เป็นเรื่องแรงบันดาลใจของการเป็นคุณครูเพื่อศิษย์ค่ะ....
หล่อเลี้ยง
สวัสดีคะตามมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้คะ
อ่านบันทึกของคุณศิลาเมื่อไร หัวใจแช่มชื่น เหมือนรู้ว่าที่นี่มีคลังความรู้ให้เข้ามาเวลาขาดแคลนแรงบันดาลใจค่ะ ขอบคุณค่ะ
เรียน ท่านศิลา มาเรียน ภาคแรก ครับ
เมื่อคนดีมารวมกัน ผมมองเห็นแสงสว่างของระบบการศึกษาไทยที่ดีขึ้น
ถึงไกลก็เหมือนใกล้ ;)
แวะมาแอบดูน้ำตาของคนดีดั่งเช่นอาจารย์นพลักษณ์ ๙ คร้าบพี่น้องชาวไทย ;)
อ่านแล้วหล่อเลี้ยงหัวใจคนเป็นครูได้อย่างดีเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่ทำงานเพื่อเด็กและการศึกษาไทยค่ะ
อ่านแล้วหล่อเลี้ยงหัวใจคนเป็นครูได้อย่างดีเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่ทำงานเพื่อเด็กและการศึกษาไทยค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาร่วมเป็นกำลังใจค่ะ
คนที่เป็นครูคือคนที่มีความตั้งใจและความรักที่จะสอนเด็กอย่างแท้จริงค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกของ อ.ศิลาที่บอกกล่าวรายละเอียดทั้ง content ทั้ง อารมณ์ใน กลุ่มครูผู้ปฏิบัติการ นะครับ เอกสารเล่มนี้เสร็จเเล้ว รอทำรูปเล่ม พรุ่งนี้ถึงมือคุณครูทุกคน
สำหรับการ Download เอกสาร ผมจะนำขึ้น web เร็วๆนี้ครับ
สวัสดีครับ
ขอเข้ามาเรียนรู้ด้วยครับ ถ้ามีโอกาส ก็คงจะขออนุญาตเลียนแบบนำรูปแบบและหลักการนำไปประยุกต์ใช้บ้างนะครับ ประมาณเปิดเทอมเดือน พฤศจิกายน คงมีโอกาสนำไปใช้
ขอบคุณครับ
แวะมาส่งกำลังใจให้ค่ะ
ทำงานให้สนุก...อย่าเครียดนะคะ...
เป็นห่วงค่ะ
?? << ทายใจ @ จากไอศกรีม>>??
อ่านเรื่องราวของครูแล้ว ชื่นชมในตัวครูทุกท่าน
ถ้าไม่ครูก็ไม่มีเราจริงๆ