รูปแบบการบริหารการปกครองในอิสลาม

รูปแบบการบริหารการปกครองในอิสลาม

          หลังจากเคาะลีฟะฮฺอะบูบักร์ได้รับตำแหน่งเป็นเคาะลีฟะฮฺต่อจากท่านบี ( ซ ) ท่านได้กล่าวคำปราศัยต่อประชาชาติซึ่งมีประโยคตอนหนึ่งว่า : ความว่า

หากฉันปกครองด้วยดี  ท่านจงให้การสนับสนุนฉัน  แต่ถ้าฉันปกครองไม่ดี  ท่านจงตักเตือนแก่ฉัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          และคำกล่าวของเคาะลีฟะฮฺอูมัร อิบนฺ อับดุลอะซิซ (เป็นเคาะลีฟะฮฺในสมัยอุมัยยะฮฺ)  ความว่า  ฉันไม่ได้ดีกว่าท่าน แต่ฉันมีหน้าที่ที่ต้องแบกมากกว่าท่าน  (Hasan Ibrahim Hasan, 1983: 253)</p>           อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงอำนาจการปกครองจากราชวงศ์อุมัยยะฮฺสู่ราชวงศ์อับบาสียะฮฺนั้นก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแบบเคาะลีฟะฮฺอย่างมากมายตามทัศนะนักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งกล่าวว่าการปกครองของราชวงศ์อับบาสียะห์โดยเฉพาะยุคเคาะลีฟะฮฺ ฮารูนอัรรอชีด นั้นเป็นไปตามรูปแบบและระบบอิสลาม โดยใช้อัลกุรอานเป็นธรรมนูญหรือ นโยบายในการปกครองพร้อมกับใช้อัลหะดีษมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และยังมีที่ปรึกษาที่เรียกกันว่า (Ahl al-Hal wa al-Aqd)[1] อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประมุข โดยมีคณะที่ปรึกษาคอยให้คำปรึกษา ตักเตือน และช่วยเหลือเคาะลีฟะฮฺ ๆ จะมีบทบาทและมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้นำ เคาะลีฟะฮฺเป็นผู้ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺท่านต่อไปโดยผ่านการเห็นชอบของคณะที่ปึกษาโดยส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามระบบการบริหารการปกครองในยุคนี้จะมีการกระจายอำนาจ (AhmadZakiHj. Abd Latiff,1997:215) <div>    ( ติดตามบทต่อไป )
<hr width="33%" size="1">

[1]Ahl al- hal wa al-Aqd หมายถึง คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุติทีมีอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนผู้นำประเทศ

</div>