เช้าวันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ บรรดาอาจารย์สำนักวิชาต่างๆ นัดเจอกันที่ที่จอดรถอาคารวิชาการ ๒ ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. เพื่อขึ้นรถตู้ซึ่งจะไปปล่อยเราไว้ตามซอยต่างๆ รถคันแรกออกเวลาประมาณ ๐๘.๑๕ น.
เมื่อรถวิ่งเข้าสู่เส้นทางเข้าชุมชน เราเห็นนักศึกษาบ้างก็ขับรถจักรยานยนต์ บ้างก็ขี่จักรยาน ไปเป็นกลุ่มๆ ความรู้สึกดีๆ ก็เกิดขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร แต่รู้สึกว่าดี) เราคุยกันว่าอาจารย์บางส่วนซึ่งไม่ว่างที่จะร่วมกิจกรรมกับเรา จะไม่ได้ประสบการณ์ของความรู้สึกนี้ กิจกรรมครั้งนี้มีคนเข้าร่วมกว่า ๔๐๐ คน
รถตู้แวะส่งตามซอยที่อาจารย์แต่ละคนรับผิดชอบดูแล ที่ปากซอยเริ่มมีนักศึกษามาคอยอยู่แล้ว ดิฉันและอาจารย์ศุภฤกษ์ นาวารัตน์ อาจารย์จากหลักสูตรกายภาพบำบัด ดูแลนักศึกษาที่เข้าซอย ๑๑ เมื่อไปถึงพบว่ามีนักศึกษาคอยอยู่กลุ่มใหญ่ รออีกไม่นานนักศึกษาพี่เลี้ยง ๓ คน ก็ตามมาจนครบ เราเช็คชื่อนักศึกษามาก่อนว่าจะมีใครมาได้มาไม่ได้ นับจำนวนที่มาได้ได้ ๒๔ คน แต่พอขานชื่อพบว่ามีคนที่มาได้เพิ่มขึ้น
เจอกันพร้อมหน้าที่ปากซอย
อาจารย์และพี่เลี้ยงแนะนำตัวให้นักศึกษารู้จัก ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมอีกครั้ง แจกแผนที่เดินดิน (นักศึกษาเภสัชศาสตร์ทำไว้) นัดหมายพบกันที่โรงเรียนชุมชนใหม่ในซอย ๘ เวลาประมาณ ๑๑ น. แล้วจึงปล่อยขบวนนักศึกษาเข้าซอย
เริ่มเดินทางเข้าซอย
นักศึกษาบางส่วนฝากรถจักรยานยนต์ไว้ที่บ้านแถวปากซอยแล้วเดิน
อากาศเช้านี้เป็นใจ ไม่ค่อยมีแดด นักศึกษากลุ่มใหญ่ๆ เมื่อสักครู่ ค่อยๆ หายเข้าตามบ้านต่างๆ ดิฉันและอาจารย์ศุภฤกษ์เดินตามและแวะทักทายทุกบ้านที่มีนักศึกษาอยู่ เจอนักศึกษากลุ่มหนึ่งเตรียมของมาฝากครอบครัวด้วย ทุกบ้านให้การต้อนรับนักศึกษาอย่างดี แต่เวลาพูดคุยบางบ้านจะ hint ว่าที่ดินของเขาน้อย ทำอะไรไม่ได้มาก
เราประทับใจบ้านของลุงเล็ก บริเวณบ้านปลูกผลไม้หลายชนิดไว้อย่างเป็นระเบียบ เมื่อเข้าไปข้างในก็พบว่ายังปลูกผัก เพาะเห็ดฟาง ทำปุ๋ยเอง เลี้ยงไก่ ฯลฯ นักศึกษาที่มาจากอีสานจึงได้รู้จักต้นเงาะ ต้นลองกอง ฯลฯ
ซ้าย ต้นลองกอง ขวา ใต้ต้นเงาะ
เวลาเดินเข้าซอย เราแวะบ้านโน้นบ้านนี้ไปเรื่อยๆ จึงรู้สึกว่าซอยไม่ลึกมาก แต่พอเดินกลับก็ว่าไกลเหมือนกัน มีนักศึกษา ๒ คนขับรถจักรยานยนต์ไปรับเราออกมาปากซอย แต่ขณะผ่านออกมาดิฉันมองเห็นว่ามีบ้านหลังหนึ่งเขากำลังปอกข้าวโพด จึงเดินย้อนกลับไปดู และเลยไปอีกหลังที่รู้ว่ากำลังทำข้าวหลาม โดยมีนักศึกษาของเราช่วยอยู่หลายคน
แม่บ้านที่กำลังทำข้าวหลามรู้จักและคุ้นเคยกับนักศึกษาของเรา ลูกสาวก็เล่นกับนักศึกษาได้ เราได้เห็นกรรมวิธีการทำข้าวหลาม วัสดุที่ใช้ปิดปากข้าวหลามแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคย (จำชื่อไม่ได้แล้ว) และต้องมีใบไม้หุ้มอีกที แม่บ้านบอกนักศึกษาว่าบ่ายๆ ให้แวะมาเอาข้าวหลามไปกิน
ช่วยกันทำข้าวหลาม
ออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปรวมตัวที่โรงเรียน มีรถปิ๊กอัพของมหาวิทยาลัยซึ่งไปขนอาหารกลางวันผ่านมา เราจึงขอติดรถไปด้วย แม่บ้านที่ทำอาหารบอกเราว่า อร่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าสะอาดนะ
ที่โรงเรียน นักศึกษารวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ ในที่ร่ม สรุปกิจกรรมและช่วยกันคิดว่าจะเลือกสิ่งดีๆ อะไรในซอยไปนำเสนอ จะนำเสนออย่างไร เลือกใครเป็นบุคคลที่น่าประทับใจ อาจารย์ต้องช่วยชี้แนะด้วย ไม่อย่างนั้นนักศึกษาจะมองไม่เห็นภาพใหญ่ บางคนจะได้ส่วนเล็กๆ เช่น ได้แลกเปลี่ยนวิธีการทำข้าวหลาม นักศึกษานัดหมายเวลาทำงานด้วยกันอีกครั้ง
รวมกลุ่มสรุปว่าเราได้อะไรกันบ้าง
คุยเสร็จก็ได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้มีแกงเทโพใส่หยวกกล้วย ต้มไก่ใส่ฟัก ไข่ต้ม และส้มเขียวหวาน ใช้เวลาไม่นาน เราก็ค่อยๆ ทยอยกันกลับ
รอติดตามการนำเสนอของนักศึกษาแต่ละกลุ่มในเย็นวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๒
สวัสดีครับอาจารย์
บ้านลุงเล็กคือนักจัดพึ่งตนเอง ไม่ว่าเศษฐกิจเป็นอย่างก็ยังอยู่ได้ในวิถี เกษตรของชาวบ้านยุคแลกเปลี่ยนที่ "เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ เลี้ยงไก่ไว้กินตัว เลี้ยงวัวไว้ไถนา เลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน "ทุกอย่างทำทำงานเมื่อธุระมันมาถึงครับ
ชอบลุงเล็กมากครับ
เพราะลุงเล็กใช้ชีวิตที่เรียบง่าย
ดำเนินรอยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ผมจะทำตามลุงเล็กคับ
ครับอาจจารย์
ผมชอบอุดมการณ์ และแนวคิดของคุณลุงเล็กมากครับ
เป็นการคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
การประยุกต์นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ได้เป็นอย่างดี
ผมจะยึดถือและปฏิบัติตามคับผม