สืบเนื่องจาก KM Workshop ที่ขนอม ผู้เข้าประชุมติดใจที่ลุงจรุง ศรีทอง ภาคีจากท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังเรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลน การเลี้ยงปูเปี้ยว การดองปูเปี้ยว ลุงจรุงห่วงว่าปูเปี้ยวจะสูญพันธุ์ จึงมีการรวมกลุ่มและปรึกษากันว่าจะเลี้ยงอย่างไร
ปูเปี้ยวจะอยู่ได้ป่าชายเลนต้องอุดมสมบูรณ์ ท่าฉางอยู่ไม่ไกล ดิฉันจึงนัดหมายจะไปเยี่ยม ได้วันที่เหมาะคือวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เราออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตอน ๐๖.๓๐ น. มีแหม่มและแตง ทีมทำงานร่วมทางไปด้วย นัดเจอคุณพวงรัตน์ คงประเสริฐ หัวหน้าโครงการที่รับทุนจาก สสส.สำนัก ๓ ที่แถวหน้าห้างโลตัสที่สุราษฎร์ธานี
เราแวะรับประทานอาหารเช้าที่ร้านค้าริมถนน สังเกตร้านที่มีรถจอดหลายคัน จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว อาหารเช้าของเรามีแกงพริกขาหมู พะโล้หมูกับไข่ แกงหัวโหนดกับปลาย่าง ไข่ดาว (ไข่เค็ม) ปลาเค็มๆ หวานๆ อร่อยใช้ได้
ระหว่างทางคุยกับคุณพวงรัตน์ไปเรื่อยๆ ได้รู้ว่าเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคมที่ผ่านมา เขามีการประชุมกลุ่มเครือข่าย ลุงจรุงและคุณจรินทร์ เฉยเชยชม ที่ไปเข้า workshop ของเราได้เล่าให้กลุ่มเพื่อนฟังว่าไปทำอะไรและได้เรียนรู้อะไรบ้าง ทั้ง ๒ คนเล่าอย่างละเอียดถึงบรรยากาศของการประชุมว่ามีความสุขและสนุกอย่างไร คุณพวงรัตน์จึงเกิดความคิดว่าจะให้ชาวบ้านเขียนเรื่องงานที่เขาทำเองโดยใช้วิธีการเล่าเรื่อง และอยากให้ดิฉันช่วยฝึกคนอื่นๆ ให้ด้วย
เส้นทางไปท่าฉางไม่ไกล แต่ถ้าไม่รู้ทางน่าจะหลง ดิฉันสังเกตจากลักษณะของบ้านเรือน ชาวบ้านคงจะเป็นคนที่มีฐานะดี เห็นบ้านไม้ ๒ ชั้น ดูแข็งแรง มั่นคง และสวยงาม หลายหลัง เราไปจนสุดถนนคอนกรีตก็ถึงที่หมายบ้านของลุงเนียน ประธานสภา อบต.ซึ่งเป็นที่พบปะของกลุ่ม บริเวณบ้านกว้างขวาง มีสวนรอบๆ น่าสบาย ลุงเนียนเคยทำอาชีพเลี้ยงกุ้งมาก่อน การเลี้ยงกุ้งของชาวบ้านสมัยนั้นทำให้ป่าชายเลนถูกทำลาย
ลุงจรุงไปคอยเราอยู่แล้ว ตื่นเต้นและดีใจที่เราไปเยี่ยม เพราะรับรู้ว่าเรื่องที่ลุงเอาไปเล่าใน workshop เป็นเรื่องเด่น พอได้คุยเรื่องป่าชายเลน เราก็ได้รู้จัก “หนอนหลน” ซึ่งเป็นหนอนผีเสื้ออย่างหนึ่ง (ผีเสื้อตัวเหลืองๆ) มักอยู่ตามต้น “ตาตุ่ม” ไม้ในป่าชายเลน การมีหนอนหลนใช้เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่าชายเลนได้ เป็นหนอนที่มีราคาแพงถึง กก.ละ ๕๐๐-๘๐๐ บาท เอามาคั่วกับเกลือ เขาว่ารสชาติอร่อยมาก
ลุงจรุงและลุงเนียนพาเราไปบุกป่าชายเลนที่ปัจจุบันอุดมสมบูรณ์มาก มีต้นไม้เต็มไปหมด มีสมุนไพรหลายอย่าง ในป่ามีการกั้นตาข่ายเอาไว้เป็นที่เลี้ยงปูเปี้ยวที่มีไข่ตามข้อตกลงร่วมกัน ปล่อยให้ออกลูกออกหลาน ขยายพันธุ์ให้มีมากขึ้น ตามพื้นดินเราเห็นรูปูมากมาย ปูเปี้ยวมีหลายพันธุ์ บางพันธุ์เป็นปูที่กินปูด้วยกันเอง
สภาพป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
ซ้าย รูปู ขวา ปูเปี้ยวที่โตขนาดที่เอามากินได้
เราลุยป่าชายเลน ได้รู้จักต้นไม้หลายชนิด ลุงจรุงเล่าว่ามีชาวญี่ปุ่นมาดูงานแล้วยกนิ้วให้ว่า “ยอดมาก” พบภรรยาของลุงเนียนมาเดินเก็บหนอนหลน เขาจะเก็บตอนที่หนอนม้วนใบไม้แล้ว สังเกตได้ว่าตรงไหนมีหนอนคือจะมีเศษใบไม้หล่นอยู่ตามพื้น เจอต้นไม้ที่ถูกหนอนตัวนี้กินจนใบโล้นหมดเลย ลุงจรุงแสดงให้ดูว่าต้นตาตุ่มที่หนอนชอบนี้มียางขาวๆ ถ้าคนกินเข้าไปจะทำให้ท้องเสียได้อย่างรุนแรง
ซ้าย หนอนที่ยังไม่ห่อตัว ขวา หนอนหลนที่กินได้
เดินกันนานจนได้เหงื่อ โคลนติดตามรองเท้าเต็มไปหมด ก็ได้เวลากลับไปคุยกันต่อที่บ้าน ได้สังเกตรอบๆ บ้านว่ามีการปลูกผักเอาไว้กินเองโดยใช้ท่อซีเมนต์ ปลูกผักหลายอย่าง เช่น พริก มะเขือ โหระพา ฯลฯ ไว้รวมๆ กัน
เรารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านลุงเนียน เมนูมียำปูเปี้ยวดองน้ำปลา ปูเปี้ยวผัดผงกะหรี่ แกงนกกะทา อาหารอร่อยจนเรากินข้าวหมดหม้อ
ซ้าย ยำปูเปี้ยวดองรสเด็ด ขวา ปูเปี้ยวผัดผงกะหรี่
หลังกินข้าวกลางวันเสร็จ ลุงจรุงสาธิตการดองปูเปี้ยวสูตรน้ำเกลือ (น้ำเกลือต้ม แช่ใบเตย) ให้เราดู ก่อนดองต้องทำล้างปูให้สะอาด แช่น้ำปูนใสก่อนเพื่อให้ปูมีความกรอบ แล้วจึงเอาแช่ไว้ในน้ำเกลือ ปูที่ใช้ต้องเป็นปูเป็นๆ ตัวไหนตายต้องคัดออก ลุงจรุงยกปูดองทั้งถังให้เราเอากลับมากินต่อ
ซ้าย ตั้งวงคุย ขวา มอบของที่ระลึก คนซ้ายมือคือลุงเนียน กลางคือลุงจรุง
ขากลับเราแวะเยี่ยมสำนักงานของคุณพวงรัตน์ในเมืองสุราษฎร์ธานี คุยกันเรื่องงานว่าจะทำอะไรต่อ ระหว่างทางที่กลับนครศรีธรรมราช เราแวะซื้อห่อหมกทะเลเจ้าอร่อยแถวเชิงสะพานท่าทองเอามาฝากชาววลัยลักษณ์ด้วย
Trip นี้เลยหนักไปด้วยเรื่องของของกินอร่อยๆ หลายอย่าง
วัลลา ตันตโยทัย
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
หัวโหนดก็คือหัวตาล (หัวลูกตาล) ของจริงน่าตาเป็นอย่างไร ยังไม่รู้จักค่ะ เวลากินจะมีรสชาติฝาดหน่อยๆ คราวหน้าคุณพวงรัตน์อยากจะพาไปทัวร์อ่าวบ้านดอน ดูหอย ปู ปลา
เคยฟังคุณพวงรัตน์เล่าว่าชาวอ่าวเลี้ยงหอยแครง ต้องเอาลูกหอยมาจากมาเลเซีย เพราะลูกหอยบ้านเรามันเดินเก่ง ไม่อยู่ในที่ที่เขาจัดไว้ เราเลยเดากันว่าลูกหอยมาเลเซียไม่รู้จักบ้านเรา เลยเดินหนีไปไหนไม่ได้
เรื่องเหล่านี้โยงไปสู่ "สุขภาวะชุมชน" ทั้งนั้น
อ.วัลลา
วานนี้ชวนน้องๆลงคะแนนของสภาพยาบาล บอกว่าอาจารย์เคยมาแพร่ น้องๆCheckลงไปเลยจ้า
ขอบคุณน้องท้องฟ้าและน้องๆ พยาบาลชาวแพร่ที่ช่วยลงคะแนนให้ ถ้ามีโอกาสจะใช้ KM เป็นเครื่องมือทำงานให้วิชาชีพการพยาบาลต่อไปค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่เล่าเรื่องดีๆให้ฟัง เห็นรูปแล้วทำให้เข้าเรื่องได้ดีมาก ได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติ ได้เห็นความสมบูรณ์ของป่าชายเลนแล้วดีใจ คงได้ฟังเรื่องดีๆจากอาจารย์อีกนะคะ
น้องเป็นอีกคนที่รู้จักหนอนหล่น แล้วก็เคยกินที่นครศรีธรรมราช แต่ปัจจุบันอยู่ทีกระบี่ เวลากลับนครฯต้องไปหากินแต่หายากมาก ไปหาตามตลาดช้อย ตลาดคูขวางมั่งแล้วโอกาศ ขอบคุณมากที่ให้ความรู้