ทันทีที่รู้สึกตัวตื่นความคิดที่แว่บเข้ามาในหัวสมองคือคำถามที่ว่า วันนี้จะไปวิ่งตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ความขี้เกียจและอยากนอนต่อส่งคำตอบออกมาอย่างรวดเร็วว่าตอนเย็นน่าจะดีกว่า เพราะกว่าเราจะลุกจากรังนอนคงสายแล้ว ว่าแล้วก็พลิกตัวเล็กน้อยเตรียมนอนต่อ แต่แล้วความคิดของโค้ชส่วนตัวที่เข้มแข็งกว่าก็ดังขึ้นมา ก็ลุกซีเฟ้ย มัวนอนอืดแบบนี้มันก็สายนะซี ถ้าจะไปวิ่งตอนเย็นเกิดฝนตกขึ้นมาจะทำอย่างไร เมื่อวานก็พลาด ถ้าพลาดวันนี้ถือว่าไม่ได้วิ่งติดต่อกันสี่วันเลยนะ
อืมม...เอาละ ลุกขึ้นๆ... ว่าแล้วก็งัวเงียเก็บอุปกรณ์เครื่องนอน แล้วจัดแจงแต่งกายหาที่ซ่อนกุญแจ เสร็จสรรพก็ 07.30 น. ผ่านไปแล้ว ออกไปนอกปากซอยเห็นคุณลุงท่านหนึ่งแต่งกายด้วยชุดนักวิ่งท่าทางทะมัดทะแมง เอ ท่าทางวันนี้จะมีเพื่อนร่วมวิ่ง ใกล้จะถึงหน้าปากซอย คุณลุงท่านก็หันมายิ้มให้ เราเลยยิ้มตอบ แล้วคุณลุงพลันขยับซอยเท้าและเคลื่อนตัวไปในหลากทิศทางด้วยลีลาของนักมวยสากลสมัครเล่นเวลาอยู่บนเวที เอ..หรือไม่ก็นักบัลเลต์ ประมาณนั้น เจ้าตูบที่นอนอยู่ริมทางหน้าปากซอยสามตัว ผุดลุกขึ้นเห่ากรรโชกขนคอตั้งชัน อ่า...ถึงถนนใหญ่คุณลุงท่านเลี้ยวไปทางซ้ายงานนี้โชคดี...และโล่งอก เราน่ะกลัวหมาเป็นนิสัยถ้าวิ่งไปทางเดียวกันแล้วคุณลุงทำให้หมาตื่นแตกได้ประมาณนี้รับรองเราไม่เป็นอันวิ่งเพราะมัวแต่เกร็งกลัวหมา ว่าแล้วก็เลี้ยวไปทางขวาตามเส้นทางวิ่งของตัวเองอย่างปลอดโปร่งใจ
เช้านี้อาการเจ็บที่ข้างสะบ้าของเข่าซ้ายรู้สึกได้เพียงเล็กน้อย หลังจากได้พักการวิ่งมาสามวัน วันนี้ก่อนเริ่มวิ่งเราจึงทำการวอร์มร่างกายเล็กน้อยก่อนจะออกวิ่ง ระหว่างวิ่งไปรอบแรกทบทวนความรู้ที่อ่านมาว่า อาการเจ็บสะบ้าของเราอาจเกิดจากการวิ่งบนพื้นที่ซึ่งไม่เสมอกัน ซึ่งเรามาพิจารณาดูพื้นถนนสำหรับจักรยานที่เราใช้เป็นทางวิ่งมีบางช่วงที่ค่อนข้างลาดเอียงเล็กน้อย วันนิ้วิ่งไปได้รอบเดียวก็รู้สึกตึงที่เข่าซ้ายเลยตัดสินใจ ขยับขึ้นไปวิ่งที่ริมฟุตบาท ซึ่งปูตัวหนอนไว้
ระหว่างวิ่งเริ่มมีรถหนาตาขึ้นเรื่องการสูดอากาศเสียควันดำเราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แม้ว่าเมื่อวาน พี่ซึ่งชอบออกกำลังกายจะบอกว่าสถานที่ซึ่งเรามาวิ่งนี้ไม่เหมาะเพราะระหว่างออกกำลังจะได้รับอากาศที่ไม่ดี ควรจะไปหาสถานที่ใหม่ แต่เราก็ยังยืนยันว่า ที่นี้แหละเหมาะสุดแล้ว ถ้าหากเราจะวิ่งประจำให้ติดเป็นนิสัย ต้องเริ่มที่นี่แหละ ถ้าเป็นที่อื่นซึ่งต้องใช้ความพยายามเพื่อไปวิ่ง รับรองเราคงพยายามได้ไม่ถึงสองอาทิตย์แน่นอน
สามกิโลสำหรับการวิ่งในวันนี้ไม่ยากลำบากเหมือนวันแรก แต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เส้นทางสำหรับการไปเป็นนักวิ่งเพื่อสุขภาพของเรายังคงเหลืออีกยาวไกล...วันนี้วิ่งเสร็จก็ไม่มีอาการเจ็บสะบ้าเหมือนกับวันก่อน ไม่รู้เพราะได้พักมาสามวันหรือเพราะวันนี้เราเลือกวิ่งบนพื้นทางเท้าซึ่งไม่มีจุดที่พื้นลาดเอียง แต่ที่รู้สึกดีกว่าแน่นอนสำหรับเราคือเมื่อย้ายมาวิ่งบนทางเท้าก็ไม่ต้องวิ่งไประแวงมอเตอร์ไซค์และจักรยานเหมือนเช่นเดิม... อืมม วิ่งบนทางเท้าดีกว่าบนทางจักรยานแฮะ

