จะเห็นว่า คำสำคัญที่ HRC ใช้ในประเด็นคำถามนี้ ก็คือ (๑) แรงงานอพยพ ผู้แสวงหาที่หลบภัย และผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่า (๒) สถานการณ์และการปฏิบัติ ละ (๓) หลักการและเงื่อนไขในการส่งออกไปจากประเทศไทย ผู้ศึกษาจึงมีความเห็นว่า รายงานประเทศฯ จึงควรจะให้ข้อมูลแก่ HRC ใน ๔ ประเด็น กล่าวคือ (๑) แนวคิดของรัฐไทยเกี่ยวกับการส่งบุคคลออกไปจากประเทศไทยโดยทั่วไป และ (๒) แนวคิดและแนวปฏิบัติในการยอมรับให้คนที่มีปัญหาสถานะบุคคลอาศัยในประเทศไทย หากพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นคนหนีภัยความตาย (๓) แนวคิดและแนวปฏิบัติในการยอมรับให้คนที่มีปัญหาสถานะบุคคลอาศัยในประเทศไทย หากพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นแรงงานในสาขาอาชีพที่ตลาดแรงงานไทยขาดแคลน และ (๔) แนวคิดและแนวปฏิบัติในการส่งคนจากพม่าที่มีปัญหาสถานะบุคคลออกไปจากประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็น “ผู้อพยพจากประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม” หรือ “แรงงานอพยพ ผู้แสวงหาที่หลบภัย และผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่า” หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิในการเคลื่อนย้ายหรือสิทธิในการเลือกถิ่นที่อยู่นั้นแล้ว บุคคลย่อมถูกปฏิบัติเหมือนกัน หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนกัน ความแตกต่างที่จะเข้าสู่สิทธิที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยของคนชายขอบที่มีปัญหาสถานะบุคคลทั้งหมดนี้ มิได้มาจากชาติพันธุ์หรือสัญชาติของแต่ละบุคคล หากแต่ความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากผลกระทบที่พวกเขาก่อให้เกิดแก่สังคมไทย
เราอาจยืนยันได้ว่า โดยปกติประเพณีของรัฐไทยแม้ก่อน พ.ศ.๒๕๔๘ ประเทศไทยมีปกติประเพณีที่จะยอมรับให้สิทธิอาศัยในประเทศไทยแก่คนต่างด้าวที่เป็นคนชายขอบเพราะประสบความไร้สถานะบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งเข้าเมืองไทยมาในลักษณะที่ผิดกฎหมายใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ
ลุงเอกติดไปภูเก็ตไม่ได้ไปออกรายการแต่แนะนำคนไป
ลุงเอกคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ
เลยไม่ได้ไปช่วยจัดการเรื่องม้งเลยค่ะ จะมีข้อพิพาททางสังคมเกิดจากเรื่องนี้ไหมคะ