ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน(เสียที...นะ)

 

 

 

 

  Dscf1819



           วันนี้เป็นวันที่รอคอยการพิสูจน์ฝีมือของเด็กๆชาว "จักรยานน้ำเก็บขยะ"  เนื่องจากได้รับแจ้งจากท่าน"รองอ้อด"  และท่าน"รองแป๊ะ" 2 ขุนพลฝ่ายบริหารของโรงเรียนของเราว่าจะมีการมาถ่ายทำรายการที่เน้นกิจกรรมที่เกิดจากไอเดียของวัยรุ่นของไทย  ซึ่งในการมาถ่ายทำที่โรงเรียนของเราจะเน้นเกี่ยวกับเรื่องราวของโครงงานวิทยาศาสตร์  ที่มีโครงงานเกษตรมาร่วมนำเสนออีก 2 โครงงาน  ซึ่งเป็นโครงงานที่ต่างได้รับรางวัลจากการไปประกวดมาแล้วเป็นเครื่องการันตี  แน่นอนค่ะ...เด็กๆกลุ่มนั้นต้องพูดสื่อสารได้อย่างแคล่วคล่อง  มีการนำเสนอที่เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพ (ระดับนักเรียน) แน่นอนจึงได้รางวัลกลับมา

            เมื่อทราบจากท่านรองทั้ง 2 ท่านแล้วว่าโครงงานจักรยานน้ำเก็บขยะ  จะได้รับโอกาสเป็นศิลปินหน้าใหม่ (หน้าไม่ช้ำ)  เนื่องจากยังไม่เคยได้ไปแสดงที่ไหนมาก่อนเลย ยิ่งเด็กๆได้เห็นการถ่ายทำที่ดูราบรื่นของ 2 กลุ่มแรกยิ่งใจแป้ว...อืม..ไม่ได้การแน่หากปล่อยให้เขาอกสั่นขวัญแขวน  ครูแป๋มจึงย้ำถึงจุดยืนว่าโครงงานของเรามีจุดยืนคืออะไร  ต่างจากเขาตรงไหน (ต้องย้ำคิดย้ำทำค่ะเพราะเขาไม่เคยนี่คะ  น่าเห็นใจจริงๆ) ซึ่งพอผ่อนคลายแล้ว  คำตอบที่พวกเขาช่วยกันตอบเป็นเสียงเดียวกันก็คือ  พวกเราเป็นเด็กห้องท้าย  แผนการงานอาชีพ  ที่คิดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ความรู้ที่ได้รับในชั้นเรียน  บวกกับการได้ออกมาศึกษาสภาพแวดล้อมนอกชั้นเรียนตามแนวทางของกิจกรรมรายวิชาพื้นฐานชีววิทยา เกี่ยวกับมลภาวะทางน้ำ  กับการทำงานของกังหันน้ำชัยพัฒนา  มีการแยกกันไปศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่แบ่งหน้าที่กันเอง  นำมาจัดทำร่วมกันแบบลองผิดลองถูกครั้งแล้วครั้งเล่า  จนกระทั่งเป็นชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ในลักษณะต้นแบบ  แถมยังคุยว่ามีการคิดกันแล้วว่าเสร็จงานนี้จะมีการจัดทำต่อยอดของเดิมออกไปอีก....อืม  พลังพวกเขามากจริงๆค่ะ

            เหตุการณ์หลังจากนี้คงไม่ต้องบอกว่ามันลุล่วงสมความประสงค์ได้ดั่งใจ  ด้วยแรงใจจากน้องๆ  พี่ๆ  ตลอดจนครูอาจารย์บางท่านได้มาให้กำลังใจถึงขอบสระ  ทุกคนนำเสนอ  ตอบคำถาม  รวมทั้งสาธิตได้ดีมาก......ทั้งที่คราแรกๆ....ดูแล้วก็สงสารกลัวเขาจะเป็นลมกัน  อุตส่าห์เสริมหล่อ ตัดผมตัดเผ้า  รีดผ้าเรียบกริบ  หน้าขาวนวลด้วยแป้งฝุ่นประจำตัว   เด็กเอ๋ยเด็ก....เด็กสายการงานอาชีพ  แต่มีใจรักที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จในระดับหนึ่ง  และจากวันนี้เป็นต้นไป  ก็ต้องหมั่นฝึกฝนฝีมือให้ดียิ่งขึ้นไปให้มากๆ.....แม้ว่าครูแป๋มจะต้องจากพวกเธอไป  แค่ตัวจังหวัดโคราชแค่นี้  นั่งรถไฟแค่ 2 สถานีก็ถึงแล้ว  ส่วนรถยนต์เหรอ ก็แค่ประมาณ 30 กิโลเมตร  เราก็เจอกันแล้ว  ทุกสัปดาห์ยังได้น่า.  ครูแป๋มจะยังเป็นครูของพวกเธอเสมอ  จะมาหาหรือโทรมาก็ได้ทั้งนั้น  หรือเอาไว้ครูแป๋มจัดการตัวเองปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนใหม่เรียบร้อยแล้ว  ครูจะมาเยี่ยมพวกเราเองดีไหม...ถึงตอนนั้นจะมีคนจำครูแป๋มได้ไหมหนอ....แต่ ณ วันนี้ เวลานี้ ครูแป๋มอยากตะโกนบอกพวกเธอดังๆว่า  "ครูภูมิใจพวกเธอมาก  รู้ไหม????.