รู้เขา รู้เรา "รัก" ร้อยครั้ง "เป็นสุข" ร้อยครา

ความรัก..คือดอกไม้ที่เติบโตและเบ่งบานโดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือของฤดูกาล

                                                 คาลิล  ยิบราน

ผู้เขียนเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบและอยากเขียนถึงหนังสือดีๆเล่มนี้มาก..

..หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า L o v e   A n a l y s i s มหัศจรรย์แห่งรัก...เขียนโดย ท่าน ว.วชิเมธี

ท่านว.วชิรเมธี เป็นหนึ่งในคนที่เป็นแบบอย่างทางปัญญาให้กับผู้เขียนมาก..

ผู้เขียนเป็นแฟนคลับของท่านตัวที่พยายามนำแนวคิดของท่านมาปรับใช้กับชีวิต

หากถามว่า Idol ของผู้เขียนเป็นใคร  คนหนึ่งที่ข้าพเจ้าคิดถึงเป็นคนแรก คือท่านว.วชิรเมธี

..

หนังสือเล่มนี้..นอกจากได้แสดงถึงความรักและการพัฒนาความรักในเชิงโลกไปสู่ความรักในทางธรรมในทุกรูปแบบแล้ว..ยังมีคำคมของท่านนักปราชญ์มากมายที่โดนใจผู้เขียนมากๆ..เช่น

คำคมของท่าน ติช นัท ฮันห์

"ไม่ใช่เฉพาะชีวิตของเราเท่านั้นที่เราตระหนักว่ามีคุณค่าสูงสุด..หากรวมทั้งชีวิตของเพื่อนมนุษย์ทุกคนและสรรพสัตว์..จากนั้นเราก็จะไม่หลงอีกต่อไปว่าการทำลายชีวิตผู้อื่นเพื่อความอยู่รอดของชีวิตเรานั้นเป็นสิ่งจำเป็น"

หากบุคคลปรารถนาที่จะแบ่งปันความสุขและความปิติให้กับผู้อื่น  เขาก็ควรมีความสุขและความปิติอยู่ภายในตัวเองเสียก่อน

 

เมื่อเกิดขัดใจกับคนรัก  ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน  อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีต..

สมเด็จพระเทนซิน   เกียตโซ องค์ดาไลลามะที่ 14

 

ทุกคน ต้องการความสมหวังในชีวิตรัก แต่ความรักไม่เคยให้ความสมหวังแก่ใคร ถึงครึ่งหนึ่งแห่งความต้องการ

พระอานนท์

 

เมื่อเราคอยหาข้อบกพร่องของผู้อื่นอยู่เป็นนิจศีล แล้วความรักจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

กฤษณมูรติ

 

ความดีของใจอยู่ที่ความลึกซึ้ง ความดีของมิตรภาพอยุ่ที่ความรัก ความดีของคำพูดอยุ่ที่ความซื่อสัตย์

เล่าจื๊อ

 

หากอยากรักษานำใจของผู้ที่อยุ่ในแวดวงนั้น จงแสดงความภักดีต่อผู้ที่ไม่ได้อยู่ร่วมในที่แห่งนั้น

สตีเฟน อาร์ โควีย์

 

และผู้เขียนชอบคำกล่าวของท่าน ว.วชิรเมธีที่กล่าวว่า ในทางธรรมนั้น ท่านสอนให้มองว่า เราครอบครองสิ่งใด เรากำลังตกเป็นทาสของสิ่งนั้น ส่วนในทางโลกนั้น สอนให้มองอย่างตื้นเขินว่า หากเราครอบครองสิ่งใด เรากำลังเป็นนายของสิ่งนั้น

และเหนือสิ่งอื่นใด..ในส่วนตัวของผู้เขียนมีความเชื่อว่า..สำนึกของการรู้คุณเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข..ซึ่งตรงใจกับ  "ร้อยความดี ความกตัญญู มาเป็นที่หนึ่ง" ที่ท่านกล่าวว่า..

ถ้าคุณกตัญญูต่อชาติ    ไม่มีทางเลยที่คุณจะฉ้อราษฎร์บังหลวง

ถ้าคุณกตัญญูต่อศาสนา   ไม่มีทางเลยที่คุณจะเป็นคนเลว

ถ้าคุณกตัญญูต่อพระมหากษัตริย์  ไม่มีทางเลยที่คุณจะจาบจ้วงล่วงเกิน

ถ้าคุณกตัญญูต่อมารดาบิดา  ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำให้ท่านน้ำตาตก

ถ้าคุณกตัญญูต่อครูบาอาจารย์  ไม่มีทางเลยที่คุณจะไม่ตั้งใจเรียน

ถ้าคุณกตัญญูต่อตนเอง  ไม่มีทางเลยที่คุณจะตกเป็นทาสยาเสพติด

ถ้าคุณกตัญญูต่อเวลา  ไม่มีทางเลยที่คุณจะหายใจทิ้งไปเพียงวันๆ

ถ้าคุณกตัญญูต่ออาหาร   ไม่มีทางเลยที่คุณจะกินทิ้งกินขว้าง

ถ้าคุณกตัญญูต่อความรู้     ไม่มีทางเลยที่คุณจะนำความรู้ไปทำความเลว

ถ้าคุณกตัญญูต่อความรัก    ไม่มีทางเลยที่คุณจะนอกใจคู่รักของตน

ถ้าคุณกตัญญูต่อความนับถือ    ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำตนเป็นคนสองหน้า

ถ้าคุณกตัญญูต่อความซื่อสัตย์   ไม่มีทางเลยที่คุณจะทุจริตประพฤติมิชอบ

ถ้าคุณกตัญญูต่อครอบครัว    ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำให้ครอบครัวแตกแยก

ถ้าคุณกตัญญูต่อสิ่งแวดล้อม    ไม่มีทางเลยที่คุณจะตัดไม้ทำลายป่า

ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนดิน    ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยสารพิษลงสู่แผ่นดิน

ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนน้ำ    ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำ

ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนฟ้า    ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยมลพิษขึ้นสู่นภากาศ

ถ้าคุณกตัญญูต่อโลก    ไม่มีทางเลยที่คุณจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์

ถ้าคุณกตัญญูต่อมนุยชาติ    ไม่มีทางเลยที่คุณจะก่อสงครามทุกรูปแบบ

ถ้าคุณกตัญญูต่อชีวิต    ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยให้ชีวิตไม่ได้ลิ้มรสอมตธรรม

 

นี่เป็นแค่บางส่วนของข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้..ยังมีอีกมากมาย..ที่ลึกซึ้งควรแก่การอ่านอย่างใคร่ครวญและขบคิดอย่างถ่องแท้..

  • ขอบคุณผู้เขียนที่เขียนหนังสือดีๆให้อ่าน เพิ่มพูนปัญญาให้กับชีวิต
  • ขอบคุณสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือดีๆในราคาที่เหมาะสมกับการซื้อหาและสะสม
  • และขอบคุณภาพจาก..เว็บไซต์ซีเอ็ดดอทคอมค่ะ..