ความแก่ยอมจำนนต่อคนที่ไม่ยอมแก่

         เมื่อปีพศ.2550  น้องพยาบาลแนะนำให้รู้จักอาจารย์ชายขอบ ในการประชุมผู้สูงอายุ ที่ดอนประดู่ หลังจากวันนั้นก็ได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการ"เพิ่มพูนทวีพลังคนพิการพัทลุง" ได้ร่วมทำงานขับเคลื่อนงานคนพิการ  จนกระทั่งได้เข้ามาเป็นกรรมการ ศวพถ.(ศูนย์ประสานงานเครือข่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น)

      ได้ไปประชุมสัญจร โดยการไปประชุมแล้วนอนคาที่บ้านกรรมการที่ประชุมจึงทำให้มีโอกาสใกล้ชิดพูดคุยกับกรรมการอย่างเป็นกันเอง  ผู้เขียนมักมีเรื่องขำๆ มีปริศนาคำทาย และมีนิทานเล่าให้ในวงประชุมฟังประจำ จนนายหัว ชายขอบ บอกว่า"บังน่าจะเขียนบันทึกน่ะ เรื่องที่เล่ามาน่ะ"และทุกครั้งที่ประชุมเสร็จ ทางเลขาของศวพถ.ฯ ต้องถอดบทเรียนการประชุมเขียนลงในบันทึกบล๊อก gotoknow 

       และเมื่อมีโอกาส น้องก้ามปู มักเปิดบันทึกให้ดู อ๊ะเข้าท่าแฮะ มีรูปเราด้วย จึงเข้าไปอ่าน น้องก้ามปู ยุเป็นแรงสอง น้องเหยาะ ศวพถ. เป็นแรงสามที่ยุให้เขียน แต่ก็จนด้วยเกล้า เพราะข้าพเจ้าพิมพ์ไม่เป็น เลื่อนเม้าท์ไม่ได้ เอนเตอร์ไม่ถูก จึงได้แต่บันทึกเรื่องราวของศวพถ.ไว้ในสมุด

       แล้ววันหนึ่งที่ปราถนาได้มาถึงคือวันสมัครเป็นสมาชิก gotoknow โดยให้ลูกชายสมัครให้ และเขียนให้ลูกพิมพ์กับบันทึกแรกในโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไร้พรมแดน คือ"พันธ์ข้าวเมืองลุง"เมื่อ 28 เมษายน 2551

     นายหัวชายขอบมาให้กำลังใจเป็นคนแรก  น้องก้ามปู มาเชียร์ ที่สำคัญคือ ทีมอัศวพักตร์(หน้าม้า) ทั้งลูกชายและลูกสาว ที่ผู้เขียนก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกตัวเองในตอนนั้นมาเป็นแฟนคลับ

       ฝึกและหัด หัดพิมพ์ หัดตอบความเห็น จนน้องปูคอมเม้นต์ว่าให้เข้าระบบก่อนแสดงความเห็น  ต้องโทรถามจากน้องก้ามปู จนสามารถเข้าระบบได้  หลายครั้ง หลายหน พิมพ์เสร็จ พอบันทึกหายหมดเป็นอย่างนั้นอยู่บ่อย แต่โชคดีที่เขียนลงสมุดก่อนพิมพ์จึงไม่ต้องคิดใหม่ 

     ผอ.ประจักษ์ และอาจารย์ขจิต น้องแอมแปร์ ครูอ๋อย คอยให้คำแนะนำ อาจารย์ขจิต ยอนให้การบ้านหัดเอารูปขึ้นบล๊อก หัดอยู่เกือบปี จนในที่สุดก็ทำได้

       เพื่อนร่วมงานบางคนเตือนด้วยความหวังดีว่า แก่แล้วหัดไปทำไมทรมานตัวเอง ผู้เขียนบอกว่า" ความแก่ยอมจำนนแก่คนที่ไม่ยอมแก่"

       25 มกราคม 2552 เป็นวันหนึ่งที่ต้องตัดสินใจว่าจะอยุดเขียนเพราะมีคนเอาชื่อ นามสกุลของผู้เขียนไปแอบอ้างในเวบโป๊ จนผู้หวังดีมาเตือนให้หยุดเขียน แต่ด้วยกำลังจากเพื่อนพี่น้องให้สู้ต่อ จึงได้เปลียนชื่อมาเป็น "วอญ่า" ที่สังกัดหน้าตาเฉย เพราะช่วงนั้น คนแก๊งท์ หน้าตาดี เขามีกิจกรรมกันบ่อยมาก คุณมนัญญาจึงชวนเข้าแก๊วท์หน้าตาเฉย

      จากวันนั้นถึงวันนี้ มีบันทึกเหมือนแรงหนึ่งผลักดันให้ฉันเขียน 244 

   บันทึก เดินทางหมื่นลี้ ดีกว่าอ่านหนังสือหมื่นเล่ม 54 บันทึก

  บทเรียนที่ได้รับคือความประทับใจ

  ครั้งแรกที่ไปพบอาจารย์ ขจิตที่คณะวิทยาการจัดการ มอ. อาจารย์ ขจิตให้ความเป็นมิตรที่อบอุ่น เป็นงานแรกที่ได้รู้จักนักบันทึกท่านอื่น 

   ประทับใจครั้งที่สอง ในงาน โกทูโน ฟอรั่มที่หาดใหญ่ ใด้รู้จักอาจารย์ หมอสกล ทำให้ความติดเปลี่ยนในการทำงาน รู้จักถ่อมตน ทำตัวเป็นรวงข้าว และเข้าใจคนมากขึ้น

   ประทับใจที่สามได้เกลอเป็นเพื่อนต่างเพศ ทั้งที่ไม่รู้จัก ซึ่งมันเป็นที่ระมัดระวังต่อการสัมพันธ์ของเกลอ 

    การเรียนรู้ในชุมชนแห่งนี้ ผู้เขียนเรียนรู้ทั้งที่ยังยังไม่พร้อม  เป็นการทำไปเรียนไป  เปรียบประดุจหนึ่งการหัดวัวในไถ ต้องใช้ใจที่รักชอบจึงจะผ่านบทเรียนนี้ได้ ทั้งหลายทั้งปวงต้องขอบคุณอาจารย์ชายขอบที่ทำให้มี  "วอญ่า"วันนี้