ส.ศิวรักษ์ ปาฐกถา “สุขภาพคนจน” ในงานเวที ประชาทรรศน์เพื่อระบบสุขภาพองค์รวม ณ คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าพเจ้ามีโอกาสไปประชุมร่วมกับประธานธนาคารโลก ซึ่งถามข้าพเจ้าว่า ความร่ำรวยในทางพุทธศาสนา หมายความว่ากระไร ข้าพเจ้าจึงตอบเขาไปว่า ๑.คนรวยคือคนที่พึ่งตนเองได้ ๒.เป็นคนที่พึงพอใจในสภาพความเป็นอยู่อันเรียบง่าย โดยไม่ตะเกียกตะกาย เพื่อแข่งขันหรือแก่งแย่งแข่งดี ในอันที่จะแสวงหาโภคทรัพย์ จนเป็นโทษแก่ร่างกายและจิตใจ ๓.เป็นคนพอใจในการให้มากกว่าการรับ ๔.เป็นคนที่ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท พูดตามภาษาบาลีก็คือ

๑.อัตตา หิ อัตโน นาโถ
๒.สันตุฏฐีธรรม  (สันตุฏฐี แผลงเป็น  สันโตฏฐี และปริวัตรเป็น สันโตษ(ฐี)/สันโดษ(ฐี) (กวินแปล)ซึ่งท่านอธิบายว่า แม้จะเป็นยาจก ถ้ามีธรรมะ(คือความสันโดษ)ข้อนี้แล้วไซร้ ก็เท่ากับมั่งคั่งมีทรัพย์ใหญ่
๓.ทาน อันเป็นคุณธรรมที่สำคัญ สำหรับคนที่ร่ำรวยในทางใจ แม้จะยากไร้ในทางทรัพย์สินเงินทองก็ตาม
๔.อัปปมาทธรรม (อ+ประมาท+ธรรม=ธรรมคือ ความไม่ประมาท )(กวินแปล) ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สำคัญที่สุดในทางพุทธศาสนา

ถ้านิยามความรวยหรือคนรวย ด้วยธรรมะทั้ง ๔ ข้อนั้นแล้ว ก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วคนจนเล่าจะให้คำนิยามว่ากระไร ความข้อนี้ตอบได้ง่าย กล่าวคือ ถ้ายอมรับคำนิยามข้างต้นสำหรับคนรวย คนจน ย่อมได้แก่

    ๑.คนที่ไม่อาจพึ่งตนเองได้ โดยขาดปัจจัย ๔ ขั้นพื้นฐาน
    ๒.คนที่ตะเกียกตะกายในการแสวงหาทรัพย์ หายศ หาอำนาจหรือหาอัครฐาน และทรัพย์ศฤงคารต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทบริวารและความสะดวกสบายยิ่ง ๆ ขึ้น โดยที่การกระทำนั้น ๆ เป็นไปอย่างแก่งแย่งแข่งดีกัน เอารัดเอาเปรียบกัน อย่างไม่มีเวลาหาความสุขที่ปราศจากการเจือปนไปด้วยกามคุณเอาเสียเลย แม้จะได้มามากเท่าไรก็ไม่รู้จักพ จนความเป็นไปในชีวิตเป็นพิษเป็นภัยแก่ตนเอง และกับคนรอบ ๆ ตัว รวมตลอดไปจนถึงสรรพสัตว์ต่าง ๆ
    ๓.เป็นคนที่พอใจในการรับยิ่งกว่าการให้ แม้การให้แต่ละครั้งก็หวังผลตอบแทน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น ต้องการความยกย่องจากสังคมในปัจจุบัน หรือหวังผลในทางโชคลาภจากการทำบุญให้ทาน รวมตลอดถึง การหวังสวรรค์และพระนิพพาน เรื่อยไปจนการมีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ตามวิถีทางของสำนักวัดพระธรรมกายก็ยังได้
    ๔.เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในความประมาท หลงยศ หลงอำนาจ หลงอายุ หลงความสุขในกามคุณ และหลงในตัวตน อย่างไม่ยอมรับความแก่ ความเจ็บ และความตาย

    พูดกันอย่างจัง ๆ ก็คือ คนส่วนใหญ่ในโลกสันนิวาสปัจจุบันนี้เป็นคนจน แม้จะมียศ มีทรัพย์ มีอำนาจวาสนา และความสะดวกสบายเพียงใดก็ตาม


กวิน ; มีความเป็นไปได้ว่า คำว่า โสด เพี้ยน หรือ กลมกลืนเสียง มาจากคำว่า สันโดษ แต่ สันโดษ ในภาษาแขกมีความหมายลึกมากกว่าที่จะแปลว่า  อยู่คนเดียว หากแต่แปลว่า
มีความยินดีหรือพอใจเท่าที่ตนมีอยู่หรือเป็นอยู่ , มักน้อย