ลองเขียนเป็นบันทึกแรกที่นี่ครับ
คนทำงานนั้น ก็หวังความก้าวหน้าเป็นธรรมดา แต่การให้รางวัล และการสร้างแรงจูงใจโดยการให้ตำแหน่งที่ก้าวหน้าขึ้นนั้น ในหลายครั้งกลับกลายเ็ป็นผลเสียโดยตรง ต่อตัวพนักงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กรโดยตรง
บริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้น มีแนวคิดเรื่องการเลื่อนตำแหน่งที่ไม่ค่อยเหมือนใคร (แต่ไม่ได้ปิดบัง) กล่้าวคือบริษัทไม่เลื่อนตำแหน่งให้พนักงานเพียงเพราะ
- อาวุโส - การมีอายุมาก เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องของบริษัท อาวุโสในสังคมไทยนั้นได้รับการเคารพโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เพียงการที่มีคนเคารพ ไม่ได้เป็นเหตุผลที่เพียงพอในการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้า
- อายุงาน - อันนี้ก็เช่นกัน หากอยู่มาได้นาน คงพูดไม่ได้ว่าไม่มีดีเลย แต่การอยู่มานาน ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ดีพอ ที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้า อายุงานไม่ใช่ตบะ หรือแสตมป์สมนาคุณเพื่อแลกซื้อของ ไม่ได้ใช้วิธีการสะสมเอา
- อันที่ค่อนข้างแปลกคือ บริษัทก็ไม่เลื่อนตำแหน่งเพื่อให้เป็นรางวัลสำหรับผลงานในอดีตเช่นกัน ผลงานในอดีตนั้น ตอบแทนด้วยโบนัส และการยกย่องอื่นๆ แต่ไม่ใช่การเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้า
ทั้งนี้เป็นเพราะว่าความเป็นหัวหน้านั้น ต้องมีความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ต้องเสียสละ และมีทักษะที่จะต้องพัฒนาขึ้นอีกหลายอย่าง ดังนั้นคนที่จะเป็นหัวหน้า จะต้องมีความพร้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเตรียมตัวมาก่อน ฝึกฝนมาล่วงหน้า และได้รับโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองหากไม่ต้องการที่จะเสียพนักงานที่ดีไป แล้วได้หัวหน้าห่วยๆมาแทน (สองเด้ง) ก็ต้องพยายามคัดสรรผู้ที่มีความพร้อม และได้รับการยอมรับจากเพื่อนพนักงาน ให้ขึ้นมาครับ
เรื่องสำคัญที่จะต้องพูดกันจนเข้าใจก่อนการเลื่อนตำแหน่งก็คือ บทบาทและหน้าที่จะเปลี่ยนไป อย่าทำแบบเดิม ถ้าอยากจะทำแบบเดิม ก็ไม่เห็นต้องเป็นหัวหน้าคนอื่นเลย แล้วถ้าจะต้องทำแบบเดิม จะเรียกว่าก้าวหน้าได้หรือ


เมนูของ conductor
คุณภาพ-คุณค่าของคนเป็นนายนั้น มักจะวัดจากเรื่องที่ทำให้แก่คนอื่นเป็นหลัก เช่นความก้าวหน้าขององค์กร หน่วยงาน หรือลูกน้อง เมื่อไหร่ที่นายสนใจแต่เรื่องของตัวเอง นายนั้นก็หมดสภาพและศักดิ์ศรีของความเป็นนายไปในทันที





เมื่อ ศ. 13 เม.ย. 2550 @ 23:20
223961 [ลบ]
เมื่อ ศ. 13 เม.ย. 2550 @ 23:45
223987 [ลบ]
เข้าใจและเห็นใจครับ แม้ในเอกชนขนาดใหญ่ ก็ไม่ใช่ว่าจะแตกต่างออกไปนะครับ
เรื่องนี้มีประเด็นสามเรื่องครับ
ดังนั้นการใช้แนวคิดแบบนี้ เริ่มทำได้งานในองค์กรขนาดเล็ก สร้าง performance cultureหรือวัฒนธรรมองค์กรใดๆ ก็ตาม จะง่ายกว่ามาก หากเริ่มจากขนาดเล็กๆ ครับ
แต่แม้จะแก้ได้ยาก ก็ไม่ใช่ว่าแก้ไขไม่ได้นะครับ อยากยกตัวอย่างกรณี บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด รัฐวิสาหกิจที่แยกตัวออกมาจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย ผมคิดว่าเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมมากครับ
เมื่อ อา. 15 เม.ย. 2550 @ 04:10
224923 [ลบ]
เมื่อ อา. 15 เม.ย. 2550 @ 04:12
224924 [ลบ]
เมื่อ อา. 15 เม.ย. 2550 @ 05:44
224946 [ลบ]
คุณวิชชา: แม้จะทำใจยาก แต่ผมก็อยากชวนให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีกว่าครับ อย่าไปคับแค้นอะไรนักเลย ไม่ใช่หนังจีนเสียหน่อย
เรื่องใน ศธ.ผมได้ยินมาบ้างครับ แต่ไม่มากพอที่จะสรุปอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน; มีความรู้สึกว่าสิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเป็นอย่างมาก -- ในเมื่อเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของไม่ดี เราควรจะทำตนไม่ดีตามไปด้วยหรือครับ
ลองเอาตัวเองออกมาจากสถานการณ์ แล้วมองย้อนเข้าไปซิครับ การแก้แค้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมานะครับ คนที่ทำเลวก็ไปหมดแล้ว และสิ่งที่คิดจะทำ(แก้แค้น)ในอนาคต กลับเป็นการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยเป็นเหมือนกับคุณวิชชานะครับ แบบนี้จะยุติธรรมหรือครับ
คุณวิชชาทำงานอยู่ในวงการศึกษา ย่อมต้องมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องการแก้แค้นแน่นอนครับ ยังมีเด็กที่จะต้องสร้างไปเป็นกำลังของชาติในอนาคต อย่าให้เรื่องของผู้ใหญ่หัวกลวงบางคนหรือหลายคน มาทำให้เป้าหมายไขว้เขวไปเลยครับ
ถ้าการประจบเจ้านายด้วยงานใช้ไม่ได้ จะใช้วิธี "ประจบ" ทำไมล่ะครับ
เมื่อ อ. 17 เม.ย. 2550 @ 09:02
227466 [ลบ]
เมื่อ อ. 17 เม.ย. 2550 @ 14:40
227922 [ลบ]
ขออภัยในความเข้าใจผิดของผมด้วยครับ นี่ก็เป็นตัวอย่างว่าเขียนในเวลาที่สติไม่แจ่มใส แล้วมีโอกาสพลาดได้
เมื่อ อา. 06 เม.ย. 2551 @ 12:40
599718 [ลบ]
แวะมาอ่านบันทึกแรกค่ะ...ให้ข้อคิดและมุมมองที่ดีมากๆ
...และก็ทำได้ยากมากๆในระบบราชการจริงๆค่ะ ตอนนี้ทบวงมหาวิทยาลัยกำลังมีความพยายามที่จะเปลี่ยนระบบค่ะ ขอให้ประสบความสำเร็จอย่าง บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
.....ขอบคุณค่ะ.....