สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
คนเป็นนาย
Conductor
อ่าน: 761
คำถาม: "การพักร้อนยาวๆ"

มีคำถามจากคุณเกตุ อ้างถึงบันทึกของคุณสมพร เรื่อง จดหมายลางาน : ถึงเจ้านายที่รัก; ในบันทึกนั้น คุณสมพรได้รับแบบฟอร์มจดหมายลางานที่เพื่อนอีเมลมาให้เป็นตัวอย่าง จดหมายเขียนเป็นเชิงประชดประชัน (แกมขบขัน แบบอ่านแล้วต้องยิ้ม)

เผอิญผมเป็นคนอ่านหนังสือละเอียด เห็นตัวสะกดผิด ก็เลยชี้แจงไป คุณสมพรถามกลับมาว่า "แล้วตกลงว่าถ้าเป็นเจ้านาย จะยอมให้ลาหรือเปล่าคะ ถ้าเจอใบลาแบบนี้" ผมตอบไปอย่างนี้ครับ

ถ้าเป็นบริษัทที่ผมทำงานอยู่ เค้ามีแบบฟอร์มมาตรฐานซึ่งการอนุมัติจะอยู่ในนั้นครับ แต่จะแนบเอกสารอะไรไปด้วย ก็เป็นเรื่องของเอกสารประกอบ

วันลาพักผ่อน ตามกฏหมา่ยแรงงานและตามระเบียบบริษัท มีข้อกำหนดจำนวนวันลาขั้นต่ำอยู่ แต่เป็นสิทธิของบริษัทที่จะกำหนดวัน ที่ผ่านมาในอดีตก็อะลุ่มอะหล่วยกัน (คือพนักงานกำหนดกันเอง โดยประสานกันเองในฝ่ายกับทาง HR ว่าเมื่อลาแล้วไม่ให้งานเสียหาย)

แต่พบว่าพนักงานที่ทำงานมาครบปีและ มีสิทธิ์ลาพักผ่อนได้ 12 วัน (ยกยอดที่ไม่ได้ใช้ในปีที่แล้วข้ามมาในปีนี้ได้รวมเป็น 24 วัน) ส่วนใหญ่กลับไม่ยอมลา

เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ฝ่ายบริหารจึงกำหนดให้ในแต่ละปี ให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ลาพักผ่อน (ที่เรียกกันว่าลาพักร้อน) ติดต่อกันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง (รวมเสาร์-อาทิตย์หัวท้ายเป็น 9 วันติดต่อกัน) เรียกว่าการลาแบบ Mandatory Leave ครับ เป็นการลาที่ได้รับเงินเดือนด้วย

ระหว่างที่ลา ML สามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อไปพักผ่อนไกลๆ ไปเที่ยวกับครอบครัว ไปเปิดโลกทัศน์ ไปเรียนทำกับข้าว ไปปฏิบัติธรรม หรือไปเป็นอาสาสมัครบำเพ็ญประโยชน์ในที่ห่างไกลได้; บริษัทจะมีพนักงานที่ลา ML เฉลี่ยสี่ห้าคนต่อสัปดาห์ สามารถชวนกันลาพร้อมกันได้หากไม่เสียงาน; ส่วนวันลาพักผ่อนที่ยังเหลือ ก็ยังให้พนักงานเลือกเองเช่นเดิมครับ

นอกจากเป็นการลดความเครียด จากงานแล้ว บริษัทยังได้โอกาสทดสอบระบบตัวตายตัวแทนอีกด้วย นอกจากนั้น ก็ยังเป็นข้อพิสูจน์สำหรับความมั่นคงในระบบงาน ว่าไม่ได้พึ่งเทวดาองค์ใดอยู่ครับ

คุณเกตุถามมาว่า "ทำไมธุรกิจแทนที่จะชอบใจที่พนักงานไม่ยอมลา กลับทำเหมือนผลักดันให้พนักงานลาพักร้อน"

นอกจากเหตุผลที่ได้ให้ไว้ข้างบนแล้ว ขอเรียนตอบดังนี้ครับ

  1. ผมยืนยันหรือตัดสินแทนธุรกิจโดยทั่วไปไม่ได้ครับ ว่าจะคิดอย่างไรกับการลา

  2. ในลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้สมองและเป็นงานบริการแบบบริษัทที่ผมทำอยู่ ความเหนื่อยล้าเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน จำเป็นต้องให้พักบ้างเพื่อความสดครับ

  3. ความทุ่มเทของพนักงาน เป็นสิ่งที่ผู้บริหารมักจะชอบอยู่แล้ว แต่จะชอบยิ่งกว่านี้อีกถ้างานเกิดผลครับ; ถ้าทุ่มเทแล้วไม่เกิดผล ก็เป็นการสูญเปล่า

  4. ประโยคที่ว่า คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร ประโยคนี้มีความหมายแท้จริงแค่ไหน เชื่ออย่างนี้จริงหรือไม่ แล้วทำให้เป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า (จากบันทึกเก่า: Career Path)

  5. การลา Mandatory Leave (ML) เป็นการลาพักผ่อนชนิดหนึ่ง ซึ่งกำหนดใ้ห้ลาตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ เพื่อให้ได้หยุดยาว 9 วัน เป็นโอกาสที่พนักงานทุกคนจะได้โอกาสได้พักยาวๆ; ทำให้เป็นการทั่วไปไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ใครคิดว่าบริษัทขาดตนไม่ได้

  6. พนักงานวางแผนลา ML ล่วงหน้าเอาเอง ทุกคนรู้ว่าต้องลาครับ; ก่อนลาก็ต้องมอบงานไว้ให้ผู้อื่นให้เรียบร้อยก่อน; โดยทั่วไป ก็มักจะมอบให้ successor ซึ่งก็จะเป็นการทดสอบเรื่องนี้ไปในตัวเลย (การทดสอบจะมีความเสียหายจำกัด เพราะตัวจริงจะกลับมาภายในหนึ่งสัปดาห์)

  7. ใครซุกอะไรไว้ใต้พรม ก็อาจจะโผล่ขึ้นมาตอนนี้แหละครับ

บทเรียนจากปีที่แล้วตอนที่เริ่มใช้ ก็แปลกดีครับ มีอยู่สองเรื่องที่ผมจำแม่นเลย (รู้สึกว่า เอ..เราผิดหรือเปล่า) คือ

  • ลาแล้วเครียด อยู่บ้านเฉยๆ ไม่รู้จะทำอะไร -- อันนี้คงเป็นเพราะไม่ได้วางแผนไว้ก่อน แต่ปีนี้ไม่มีเสียงบ่นแล้้วครับ เพราะทุกคนรู้ตัว และวางแผนล่วงหน้าได้
  • ลาแล้วไม่คุ้ม -- อันนี้ยิ่งแปลก เดิมทีก็ไม่ได้คิดจะลาอยู่แล้ว!!

แนวคิดของการลา ML ก็ไม่ใช่ของใหม่ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็สามารถลาจากการสอนไปทำวิจัยได้ (sabbatical leave) ผมเอามาปรับใช้เฉยๆ

การลา ML จะเหมาะกับองค์กรของท่านหรือไม่ ท่านผู้บริหารก็คงจะต้องคิดเอาเองครับ

สร้าง: จ. 16 เม.ย. 2550 @ 19:03   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:53   ขนาด: 10504 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. kmsabai
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 19:24
226744 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์

  • รู้สึกอิจฉาเล็กน้อยกับบุคลากรในองค์กรของอาจารย์
  • เป็นหมอนั้นลายากมากครับ  ที่ยากเพราะว่าต้องดูว่าช่วงนั้นคนอื่นๆไปไหนบ้าง  เพราะเรามีกันเพียง 5 คน ขาดไปคนนึงก็ต้องเหนื่อยเพิ่ม งานติดขัดแน่นอน(ทั้งที่อยู่ 5คน ก็อืม...)
  • ยิ่งช่วงเทศกาลเข้าแล้วยิ่งหมดสิทธิ์ครับ  ต้องอยู่ช่วยกันตอนรับผู้ป่วยที่จะมากขึ้นหลายสิบเท่า  โดยเฉพาะอุบัติเหตุ..(หมู่)
  • สวัสดีปีใหม่ครับ... (ไทยๆ)
  • อืม...ขอบคุณมากครับกับเรื่อง DISC
P
2. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 20:28
226790 [ลบ]

อาชีพแพทย์มีคุณค่าตรงที่เป็นการอุทิศชีวิต เสียสละเพื่อคนอื่นครับ สิ่งที่เป็นคุณูปการของอาชีพแพทย์กลับไม่ใช่ชื่อเสียง ความนับหน้าถือตา (หรือเิงิน ฮ่าๆๆ) พวกนี้เป็นผลพลอยได้ แต่ผมคิดว่ากลับเป็นโอกาสที่จะได้เห็น-ได้เข้าใจความเป็นไปของชีวิตครับ

แม้เวลาว่างจะมีอยู่น้อยนิด แต่ผมก็เชื่อว่าคุณหมอสามารถแสวงหาการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพได้ครับ

ขอให้รักษาสุขภาพ และสวัสดีปีใหม่ครับ

P
3. kmsabai
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 22:01
226928 [ลบ]

สวัสดีครับ

 อาจารย์ครับ  ผมมีคำถามนะครับ  อาจจะยาวไปหน่อย  เขียนตกบ้าง ไม่ว่ากันนะครับ http://gotoknow.org/ask/conductor/5278

ขอบคุณล่วงหน้ากับคำตอบครับ..อิๆๆ

P
4. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 22:06
226939 [ลบ]

เห็นแล้วครับ เดี๋ยวจะพยายามตอบ แต่คงไม่เร็วนักหรอกครับ เพราะนิ้วกับสมองไม่ค่อยสามัคคีกัน
P
5. kmsabai
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 22:27
226972 [ลบ]

สวัสดีครับ

  • อาจารย์ครับไม่รีบครับ
  • ใช้เวลานานๆก็ได้ครับ
  • ผมรอได้ครับ ช้าๆ  ได้พร้าเล่มงาม(ในกรณีนี้นะครับ)
  • ช่วงนี้นอกจากบันทึกอาจารย์แล้วผมก็กำลังสนใจบันทึกที่ ลปรร  เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมนะครับ  ผมเห็นหลายครั้งที่อาจารย์กล่าวถึงพุทธรรม  ถ้าเผื่อว่าอาจารย์มีเวลาก็อยากเชิญมาแบ่งปันประสบการณ์ด้านนี้บ้าง...ด้วยนะครับ
P
6. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 22:37
226990 [ลบ]

เรื่องธรรมะ ผมยังเรียนในระดับอนุบาลหรือก่อนอนุบาลครับ แต่ยังเรียนอยู่เรื่อยๆ; เรื่องแบบนี้ แม้มีครูบาอาจารย์ แต่ถึงที่สุดก็ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากปฏิบัติเอาเองครับ

ถ้าไม่เรียกอาจารย์ จะดีไหมครับ แค่ใช้ภาษาสุภาพก็เป็นการให้เกียรติกันแล้วครับ 

ไม่มีรูป
7. pphetra
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:07
227037 [ลบ]

ผมก็สนับสนุนลาพักร้อนยาวๆเหมือนกันครับ, เคยลายาวแล้วรู้สึกว่ามันช่วยได้ทั้งตัวเราและบริษัทฯ

ในแง่ของบริษัทฯก็อย่างที่พี่ว่า มันจะทำให้น้องๆโตขึ้น คนที่เคยทำไม่ได้ ก็ต้องทำได้ขึ้นมา

ส่วนในแง่ตัวเรา, เคยลาไปทำกิจกรรมบางอย่างแล้วมันทำให้เกิด paradigm shift ขึ้นมา ซึ่งทำให้เกิดผลดีต่อทั้งบริษัทฯและตัวเรา 

P
8. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:11
227048 [ลบ]

คุณป๊อก?!?! ยินดีต้อนรับครับ ไม่นึกว่าจะแวะมาแถวนี้ด้วย
P
9. BM.chaiwut
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:14
227059 [ลบ]

P

อ่านมาตั้งแต่หัวค่ำ...

เจริญพร

P
10. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:17
227062 [ลบ]

ช่วงนี้ ชักต้องเขียนถี่แล้วครับพระอาจารย์
P
11. BM.chaiwut
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:33
227096 [ลบ]

P

คงเป็นเพราะว่า คุณโยมมีสินค้าชั้นดีหลายชนิด และลูกค้ามีความต้องการสูง...

เหตุที่ลูกค้ามีความต้องการสูง อาจเป็นเพราะคุณโยมเข้าใจการตลาดก็ได้...(.........)

และยังมีลูกค้าบางท่าน ต้องการสินค้าพิเศษ ดังนั้น คุณโยมจึงต้องผลิดสินค้านั้นๆ เพื่อสนองตอบ และรักษาฐานลูกค้าไว้... (............)

เจริญพร 

 

 

P
12. Conductor
เมื่อ จ. 16 เม.ย. 2550 @ 23:46
227113 [ลบ]

บางทีผมคงผลิตสินค้าแปลกประหลาดครับ เป็นตลาดเฉพาะสำหรับผู้แสวงหา แม้สิ่งต่างๆ ที่บันทึกจะหลีกเลี่ยงการฟันธง (เขียนอย่างชัดเจนให้เข้าใจง่ายๆ) เขียนหลายเรื่องที่ไม่รู้เรื่องเลยสำหรับ"คนนอกวงการ" และท่านผู้อ่านต่างก็รู้เรื่องที่ผมเขียนแล้วทั้งนั้

ผมเขียนความคิดครับ  ความคิดมีค่าที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน

ไม่มีรูป
13. pphetra
เมื่อ อ. 17 เม.ย. 2550 @ 14:14
227884 [ลบ]

>> ไม่นึกว่าจะแวะมาแถวนี้ด้วย

พี่เขียนทั้งที ผมไม่ยอมพลาดหรอกครับ...

P
14. ฉัตรชัย สร้อยสุวรรณ
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 04:35
228744 [ลบ]

    ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สนับสนุนการลาพักร้อนยาวๆเหมือนกันครับ ในอดีตบริษัทที่ผมทำงานอยู่เป็นไทยแท้  มักไม่ค่อยให้ลายาวๆ  แต่ตอนนี้เป็นลูกครึ่งแล้วครับ กำหนดเป็นแนวปฏิบัติให้ลายาวๆ    คนที่ทำหน้าที่แทนหรือคนที่อยู่ก็ต้องเรียนรู้และทำแทนให้ได้   และคนที่ลาไปนั้นหมกเหม็ดอะไรไว้ จะได้ตรวจสอบโดยไม่มีเจ้าตัวอยู่ด้วยครับ(ถ้าองค์กรนั้นเป็นองค์กรใหญ่และไม่มีระบบตรวจสอบการทำงานที่ดี)

P
15. น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 07:14
228778 [ลบ]

อาจารย์คะ

ขอบพระคุณมากสำหรับบันทึกดี ๆ ให้ข้อคิดค่ะ

ชอประโยคนี้มากค่ะ

 นอกจากเป็นการลดความเครียด จากงานแล้ว บริษัทยังได้โอกาสทดสอบระบบตัวตายตัวแทนอีกด้วย นอกจากนั้น ก็ยังเป็นข้อพิสูจน์สำหรับความมั่นคงในระบบงาน ว่าไม่ได้พึ่งเทวดาองค์ใดอยู่ครับ

เพราะหลาย ๆ คนคิดว่าตัวเองเป็นเทวดาอยู่ในองค์กรค่ะ อยากให้คนปรับเปลี่ยนทัศนคตินะคะ

การปรับเปลี่ยนทัศนคติ หนูจะตามไปอ่านที่ไหนได้คะ

ขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ

P
16. Conductor
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 19:10
229549 [ลบ]

การเปลี่ยนทัศนคติเป็นเรื่องยากและเฉพาะตัวครับ ผมยังไม่ได้เขียนเรื่องนี้ เนื่องจากตระหนักดีว่าไม่มีความสามารถจะบรรยายให้ครอบคลุมได้ดั่งใจ เพราะว่าทัศนคติเป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจคน

สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่เชื่อเรื่องการควบคุมพฤติกรรมของประชาชนเป็นอย่างมาก มีลักษณะการออกแบบสังคมโดยกฏระเบียบ (top-down design) ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย

ในหลักการของนักจิตวิทยาฝรั่งนั้น ทัศนคติเปลี่ยนแปลงได้ผ่านกระบวนการชักจูง+เกลี้ยกล่อม+โน้มน้าว+หว่านล้อม (persuation) ดังนั้นการเปลี่ยนทัศนคติ ก็จะเป็นผลโดยตรงของการสื่อสาร วิธีการที่ประสบความสำเร็จจากที่หนึ่ง อาจจะใช้ไม่ได้ในอีกที่หนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ก็มีคนพยายามจะแยกแยะออกมาเป็นแผนภูมิให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ

แถวบน เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่าง"ถาวร" -- หากเชื่อตามนี้ คงจะต้องเริ่มต้นด้วยความ "อิน" มากๆ เลยครับ ได้ฟังแล้วนำไปคิดต่ออย่างจริงจัง ซึ่งหากเชื่อตามนั้น ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่าง "ถาวร"

ส่วนแถวล่าง เป็นความพยายามอย่างผิวเผิน ออกอาการเหมือน "การเรียนแบบฟังการบรรยาย" หรือ "การกะเกณฑ์กันมาฟังบรรยายให้ห้องเต็มๆ" ไงครับ

ในแผนภูมิข้างบน มีกระบวนการคิด (processing approach) ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ครับ

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ จึงไม่ได้เป็นวิธีการซึ่งเมื่อทำแล้วคนจะเปลี่ยนไป; หากเขาจะเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยนแปลงเอง เราเพียงแต่บอกได้ว่าทำไมจึงควรจะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วเป็นอะไร แต่เราไปบังคับใครให้เปลี่ยนไม่ได้ครับ

P
17. BM.chaiwut
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 21:00
229695 [ลบ]

P

อ่านคำอธิบายตอนนี้ ก็นึกถึงแนวคิดของโสคราติส.. ซึ่งเค้าเชื่อว่า..

จริยธรรม ไม่สามารถสอนกันได้ แต่ผู้หนึ่งอาจมีอิทธิพลให้ผู้หนึ่งคล้อยตาม แล้วก็ดำเนินการไปตามความคิดเห็นของเค้าเองได้....ประมาณนี้

เจริญพร

P
18. Conductor
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 22:20
229790 [ลบ]

พยายามค้นหาข้อความอ้างอิง แต่หาไม่เจอครับ (หรืออาจะไม่มีการแปลจากภาษากรีกเป็นภาษาอังกฤษ)

พบอันนี้ครับ (ย่อหน้า 3 กับ 4 ใต้หัวข้อ The Basis for Virtue) โสคราติสสรุปว่าจริยธรรมสอนไม่ได้ แต่เพลโต (ลูกศิษย์โสคราติส) กลับเห็นว่าเราเข้าถึงจริยธรรมได้ ผ่านวิธีการสอนอย่างถูกต้อง

P
19. นักลงทุนเงินน้อย
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 22:33
229816 [ลบ]

  เคยได้ยินเกี่ยวกับการลาแบบนี้เหมือนกันครับ อาจารย์ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เพราะจะมีการตรวจสอบการทำงานของเรา และดูว่าเราสร้างความเสียหาย หรือมกเม็ดอะไรไว้หรือเปล่าครับ

  แต่ถ้าไม่มีก็ถือว่าได้ลายาว คลายเครียด แต่สำหรับผม หยุดยาวๆมักทำให้ตัวขนขึ้นยาวเลยทีเดียวครับ

   ขอบคุณอาจารย์ที่เอาความรู้มามอบให้อีกแล้วครับ

P
20. Conductor
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 22:54
229837 [ลบ]

ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ร่วมกันนะครับ แต่บางทีเราอาจไม่ค่อยเห็นในบริษัทเล็กๆ เพราะว่าคนไม่พอที่จะหมุนเวียน

ถ้าเป็นบริษัทเล็ก อาจจะพบอาการ "ปิดเทอม" ได้ คือปิดบริษัทชั่วคราว ไปชาร์ตแบตพร้อมกัน -- เรื่องของเรื่องคือมันสำคัญพอที่จะทำหรือไม่ครับ

P
21. ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee
เมื่อ อ. 18 มี.ค. 2551 @ 17:14
578744 [ลบ]

  • เพิ่งเช็คเมล์
  • ว่าจะลาตัวเอง
  • ไปนั่งสมาธิ
  • อิอิๆๆๆ
  • ขอให้มีความสุขกับการลาครับ
  • อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ดูด้วยครับ
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.59
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
AddThis Social Bookmark Button AddThis Feed Button

คุณภาพ-คุณค่าของคนเป็นนายนั้น มักจะวัดจากเรื่องที่ทำให้แก่คนอื่นเป็นหลัก เช่นความก้าวหน้าขององค์กร หน่วยงาน หรือลูกน้อง เมื่อไหร่ที่นายสนใจแต่เรื่องของตัวเอง นายนั้นก็หมดสภาพและศักดิ์ศรีของความเป็นนายไปในทันที

บล๊อกนี้มีอัตราการเขียนบันทึกต่ำ เนื่องจากไม่ต้องการจะฝืน เขียนเพื่อให้คิด ไม่ได้ต้องการจะให้เชื่อ หากท่านผู้อ่าน ทั้งลูกค้าประจำและขาจร สงสัยหรืออยากให้ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นใด สามารถใช้เรียกบริการได้ที่ สอบถาม Conductor


บันทึกที่ปรากฏในบล๊อกนี้ เป็นงานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์ ผู้เขียนอนุญาตให้นำงานเขียนไปใช้-ทำซ้ำ-ส่งต่อ-เผยแพร่-ต่อยอด-ดัดแปลง และอนุญาตให้ใช้ได้ในการหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ตราบใดที่มีการระบุต้นทางแห่งงานสร้างสรรค์ที่ใช้ วิธีทีสะดวกที่สุดคือการเชื่อมโยงกลับมายังบันทึกต้นทาง ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงแล้ว ให้ถือว่าได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนซึ่งเป็นเจ้าของงานเขียนโดยปริยาย This work is licensed under a Creative Commons Attribution Works 3.0 License.