พูดไปพูดมา แต่ก็ยัง “ไม่เข้าท่า” อยู่ดีเพราะมีแต่ “น้ำลาย
ที่พูดๆ กันอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ได้มาจากความคิด ความจำ
ไม่ค่อยได้พูดสิ่งที่ทำ เพราะไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่พูด
จึงมักจะพูดแต่เรื่องเก่าๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำๆ ซากๆ
พูดแต่เรื่องปัญหาความยากลำบาก ซ้ำซากไม่สร้างสรรค์
หลายครั้งพบว่าเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ให้ฟังดูดี
หลายครั้งก็เป็นการพูดที่แสดงให้เห็น "อัตตา" ตัวข้า ตัวกู
อาจฟังดูยิ่งใหญ่ หรูหราทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ก็แค่ “งูๆ ปลาๆ”
ยิ่งพูดกันไปมา ก็ยิ่ง “ไม่เข้าท่า” เพราะมัวแต่ "บ้าน้ำลาย”
อยากให้ทุกคนคิดก่อนพูด และพูดอย่างสร้างสรรค์นะครับบ
ขอบคุณ หมอเจ๊ ที่ได้นำทีมมาฝึกฝนการเป็น "คุณอำนวย" ในหลักสูตร "KM for Facilitator and Change Agent" ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป อย่าลืมเล่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ สคส. ฟังบ้างนะครับ ผมจะคอยติดตามอ่านใน http://gotoknow.org/planet/cafakm
ขอบคุณ อาจารย์หมอ JJ และ คุณ jumpzz ที่เข้ามาช่วย "ต่อยอด"
อ่านบันทึกนี้ ก็ทำให้นึกถึงบันทึก พูดมากขาดสติ ของพระอาจารย์ปภังกร คะ
นำบันทึกมาฝาก เพื่อเสริมกับบันทึกของอาจารย์ประพนธ์คะ :)
สวัสดีครับอาจารย์
แอบถ่ายมาจากหน้าห้อง ขุนพล เม็กดำ 1 ครับ .. น่าจะไปกันได้ดี
ขอบคุณ มะปรางเปรี้ยว และ อาจารย์ Handy ครับ
ผมเห็นด้วยครับ คนเราถ้าฟังกันให้มาก ๆ สังคมคงไม่เป็นเช่นนี้
คุณนริส มองได้ตรงจุดเลยครับ "คนเราถ้าฟังกันให้มากๆ สังคมคงไม่เป็นเช่นนี้" นอกจากไม่ฟังกันให้มากๆ แล้ว ยังเลือกที่จะฟังอีกด้วยครับ
สวัสดียามเช้าค่ะอาจารย์
สวัสดียามเช้าครับ พิชชา . . . หายหน้าหายตาไปนาน (ผมหมายถึงว่า ไม่ค่อยได้พบกันน่ะครับ) . . .
บันทึกนี้เป็นการสะท้อนอารมณ์ (แสดงอาการ)ของคนที่ "เมา" คำพูด หลังจากที่ต้องนั่งประชุมนานๆ อยู่ในห้องประชุมแทบทั้งวัน จนเกิด "ความเบื่อ" ถึงขั้นที่ต้องบรรยาย (ระบาย) ออกมาในบันทึกนี้ . . .
แต่ถึงตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า . . . หรือเราเองก็อยู่ในบรรดา พวกที่ "ไม่ฟัง" ด้วยเหมือนกัน โดยเอา "ความเบื่อ" มาเป็น "ข้ออ้าง"