สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
Beyond "KM"
beyondKM
P beyondKM
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 391
เราต้องการคนที่เป็น “ทรี-อิน-วัน”
.. จะดีกว่าไหม? ถ้าเราสามารถผสมผสานคนทั้งสามแบบนี้เข้าด้วยกัน คือให้ความสำคัญกับทั้ง “เป้าหมาย เนื้องาน และตัวชี้วัด” ไปพร้อมๆ กัน . .

         ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่ค่อนข้างจะแตกต่างและหลากหลาย ต่างคนต่างก็มีสไตล์การทำงานและการบริหารงานที่ไม่เหมือนกัน ผมได้ลองจำแนกท่านเหล่านั้นออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้:

คนกลุ่มแรก มักจะยึด เป้าหมาย เป็นใหญ่ . . . พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจในวิธีการมากนัก เรื่องหลักอยู่แต่เพียงว่าให้ได้ผลงานออกมาตามที่ต้องการก็แล้วกัน หลายๆ ท่านมองเป้าหมายในเชิงว่าเป็น  ความท้าทาย ใช้เป้าหมายสร้าง แรงบันดาลใจ ทำให้ มีไฟ ในการทำงาน

คนกลุ่มที่สอง ให้ความสำคัญกับ เนื้องาน จดจ่ออยู่กับตัวงาน มุ่งมั่นอยู่กับงานที่ทำ . . . มีความสุขอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  มองผลลัพธ์ที่ออกมาประหนึ่งว่าเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากการทำงาน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นๆ มากมายนัก

คนกลุ่มที่สาม ยึดมั่นอยู่กับการวัดการประเมิน . . . ไม่ว่าจะทำอะไร จะให้ความสำคัญกับการกำหนด ตัวชี้วัด (KPI)” มีความเชื่อที่ค่อนข้างชัดว่า . . . ถ้าไม่มีการวัด ก็จะไม่มีทางรู้ว่าที่ผ่านมานั้น มาถูกทางแล้วหรือไม่ ไม่มีข้อมูลที่จะให้บริหารจัดการ เป็นการเดินไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่ต่างอะไรจากการปิดตาเดิน 

        ข้อสรุปของผมในเรื่องนี้ก็คือ . . . จะดีกว่าไหม? ถ้าเราสามารถผสมผสานคนทั้งสามแบบนี้เข้าด้วยกัน  คือให้ความสำคัญกับทั้ง  เป้าหมาย เนื้องาน และตัวชี้วัด ไปพร้อมๆ กัน จะได้ไม่คลาดเคลื่อนไปจากเป้าหมาย ไม่พลาดไปจากวิสัยทัศน์ที่ได้วางไว้ ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่อยู่กับ ปัจจุบัน ไม่ได้ติดอยู่แต่ในความฝัน (อนาคต) แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ต้องรอว่าถ้าทำได้สำเร็จแล้วจึงค่อยมีความสุข แต่สามารถมีความสุขได้ที่นี่ เดี๋ยวนี้เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการวัดการประเมิน ใช้การวัดเหมือนกับใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ ใช้เพื่อประเมินสภาพปัจจุบันให้รู้ว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงปรับแต่งอะไรหรือไม่? หากมีได้ทั้งสามอย่างนี้ เป็น “Three-in-One” ก็น่าจะดีนะครับ

 

สร้าง: อา. 24 ส.ค. 2551 @ 12:50   แก้ไข: อา. 24 ส.ค. 2551 @ 12:51   ขนาด: 8724 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. Handy
เมื่อ อา. 24 ส.ค. 2551 @ 13:21
798256 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์

  • เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการบูรณาการ “Three-in-One” ครับ
  • เปรียเทียบง่ายๆก็ได้ว่า หัว ตัว และ หาง นั้นมันเป็นสามส่วนก็จริงอยู่ นึกอะไรไม่ได้ก็ให้นึกถึงปลาทู(อีกครั้ง) แต่คราวนี้ มองแค่ว่า ที่มันเป็นปลาทูสมบูรณ์นั้น ก็เพราะ ทั้งสามส่วนมันต่อเชื่อมกันอยู่ อย่างเนียน และ แนบแน่น ไม่ใช่ต่างส่วนต่างถือดีว่าส่วนนี้สำคัญกว่าส่วนนั้น แล้วก็แยกกันอยู่ .. ถ้าเป็นเช่นนั้นมันหมายถึงการไม่มีชีวิตเลยทีเดียว และจะหาความเป็นปลาทูไม่ได้เลยครับ

P
2. JJ
เมื่อ อา. 24 ส.ค. 2551 @ 14:03
798291 [ลบ]

Three in One นี่ ตติยัมปิ เลย ครับ

P
3. แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เมื่อ อา. 24 ส.ค. 2551 @ 14:19
798302 [ลบ]

ถ้าเราเหมือนกาแฟ คงดีนะคะ เราสามารถชง 3 in 1 ได้เลย อร่อยโดยไม่ต้องคิดมาก

P
4. ใบไม้ย้อนแสง
เมื่อ อา. 24 ส.ค. 2551 @ 15:14
798351 [ลบ]

สวัสดีค่ะ อาจารย์

บันทึกนี้ชวนคิดต่อได้มากทีเดียว..

เห็นด้วยกับข้อเสนอของอาจารย์ค่ะ แต่ในทางปฏิบัติคงไม่ง่ายนัก แต่ละคนมักอยู่กับความเคยชินของตัวเองที่สั่งสมมานาน คงต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนตัวเอง..

ใครที่มีสติรู้ตัวก่อน ก็จะปรับเปลี่ยนตัวเองได้เร็ว ใครที่สติตามมาช้าก็ต้องใช้เวลามากกว่าในการปรับตัว และในบางครั้ง บางคนตั้งใจจะปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่ก็พ่ายแพ้แก่ความเคยชินเดิม ๆ ของตัว เพียงเพราะสติมาช้าไปหน่อย..

ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกที่ให้ข้อคิดเห็นดี ๆ เช่นนี้..^__^..

P
5. beyondKM
เมื่อ อา. 24 ส.ค. 2551 @ 22:00
798748 [ลบ]

ขอบคุณอาจารย์ Handy คิดได้ยังไงเนี่ย . . . เชื่อมกับ "ปลาทู" ได้เลย . . . แจ๋วจริงๆ

ขอบคุณอาจารย์หมอ jj ที่มา "ตติยัมปิ"

สวัสดีครับอาจารย์อุบล ผมว่าคนก็คล้ายกาแฟนะครับ บางครั้งก็ขม บางครั้งก็หวาน

P
6. สายน้ำแห่งความคิด
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 09:25
799065 [ลบ]

เรียนอาจารย์ ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด ที่เคารพ

  • มาเรียนรู้ จากผู้มีประสบการณ์ที่ดี...เพื่อมุ่งสู่การปฏิบัติที่ดีต่อไป 

ขอบพระคุณมากครับ

ไม่มีรูป
7. สุรีพร กุลบุตร
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 11:18
799163 [ลบ]

สวัสดีค่ะ หนูเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต พอดีอาจารย์สั่งงานให้หาblog ที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่หนู่เรียน หนู่เรียนสาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ค่ะ แล้วคิดว่า km สำคัญต่องานด้านนี้มากเลยที่เดียว แล้วทุกคนทีมาให้ความคิดเห็นก็เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาก โดยเฉพาะ ดร.ประพนธ์ ท่านเคยมาเป็นอาจารย์พิเศษ บรรยายเรื่อง km ให้กับนักศึกษาป.โท สาขา ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ซึ่งท่านบรรยายได้เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ขอบคุณมากค่ะ แล้วหนูจะเข้ามาศึกษา km ในนี้บ่อยๆนะค่ะ

P
8. drrakpong~natadee
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 11:35
799181 [ลบ]

คนบางคน ก็ไม่มี ทั้งสามอย่างเลย ทำไงดีน้อ

P
9. beyondKM
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 16:21
799462 [ลบ]

สงสัยอาจารย์หมอรักษ์พงศ์คงต้องเอาคนประเภทนี้ไว้เป็น "คนกลุ่มที่ 4" แล้วล่ะครับ

ไม่มีรูป
10. Zisca
เมื่อ อา. 31 ส.ค. 2551 @ 21:07
806931 [ลบ]

เป็นแค่คนที่เดินผ่านมาอยากออกความเห็น

มนุษย์ Three-in-one อย่างที่อาจารย์พูดถึงคงจะหาได้ยากในยุคปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นสังคมไทยคงไม่ด้อยอย่างนี้

ขอมีเพียงหนึ่งก็น่าจะพอใจแล้ว

P
11. beyondKM
เมื่อ จ. 01 ก.ย. 2551 @ 19:48
808205 [ลบ]

ขอบคุณ คุณ Zisca ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน และ Comment ไว้ในหลายบันทึก

P
12. บางทราย
เมื่อ ศ. 19 ก.ย. 2551 @ 13:29
833679 [ลบ]

ขออนุญาตินำไปเผยแพร่ครับ

P
13. ครูตา ลป.
เมื่อ อ. 04 พ.ย. 2551 @ 21:27
921913 [ลบ]

หากได้เพื่อนร่วมงานที่เป็น “Three-in-One”อย่างอาจารย์ว่าเยอะ ๆ ก็ดีสิค่ะ น่าจะหมายถึง คนที่มีความสามารถด้านกระบวนการคิด

P
14. กวิน
เมื่อ อ. 04 พ.ย. 2551 @ 21:34
921937 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์

เป้าหมาย เนื้องาน และตัวชี้วัด+ไปวัด (คือการมีคุณธรรมในการทำงาน) ถ้าไม่มีคุณธรรม คนอาจจะทำทุกอย่างเพื่อได้มาซึ่งความสำเร็จตรงตามเป้าหมาย+เนื้องาน+ตัวชี้วัด

:)

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
หาก KM=Knowledge Management หรือ การจัดการความรู้ บันทึกใน "beyondKM" ก็คือเรื่องราวอันหลากหลายที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่เรื่อง KM หาก K=กู และ M=Mine(ของกู) บันทึกใน "beyondKM" ก็คือการสื่อให้เห็นถึงความพยายามที่จะ "ก้าวข้าม" ความเป็นตัวตนของคนๆ หนึ่ง