คาถาที่ ๗ ว่า
ความเคารพ. ความถ่อมตน. ความสันโดษ. ความกตัญญู. และการฟังธรรมตามกาล. ห้าประการนี้ จัดเป็นมงคลอันสูงสุด...
ดังที่เริ่มต้นไว้ว่า มงคลสูตรนี้ สามารถจัดเป็นธรรมลูกโซ่ คือ หลักธรรมที่ดำเนินการไปต่อเนื่องตามลำดับชั้นวัย ซึ่งผู้เขียนได้เล่ามาตามลำดับ (ผู้สนใจการจัดลำดับ ดู ปรัชญามงคลสูตร ๑ ) ซึ่งเมื่อมาถึงคาถาที่ ๗ ก็จะเข้าสู่ภาคปัจฉิมวัย...
ในคาถาที่ ๖ ผู้เขียนได้ให้ความเห็นว่าเป็นหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อเป็น ตัวแทนทางศีลธรรม (ผู้สนใจดู ปรัชญามงคลสูตร ๒๐ : ตัวแทนทางศีลธรรม )... ส่วนในคาถาที่ ๗ นี้ ความเป็นตัวแทนทางศีลธรรมก็จะพัฒนาไปสู่ความละเอียดปราณีตยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เขียนตั้งชื่อไว้ว่า การตระเตรียมเข้าสู่ปัจฉิมวัย ... (ถ้าจะกะอายุโดยประมาณ คาถาที่ ๖-๗ นี้ จะควรอย่างยิ่งสำหรับผู้อายุ ๔๐-๕๐) ...
คาถาที่ ๗ นี้ ประกอบด้วยมงคลธรรมห้าประการด้วยกัน กล่าวคือ...
- ความเป็นผู้เคารพ
- ความเป็นผู้ถ่อมตน
- ความเป็นผู้สันโดษ
- ความเป็นผู้กตัญญู
- การฟังธรรมตามกาล
เมื่อพิจารณาเพียงผิวเผิน บางท่านอาจมองเห็นว่ามงคลธรรมเหล่านี้ น่าจะเหมาะสมต่อเด็กหรือเยาวชนมากกว่า.... ทำไม ? จึงต้องจัดไว้เป็นมงคลสำหรับผู้จะเข้าสู่ปัจฉิมวัย คือกำลังจะเป็นผู้สูงอายุหรือคนแก่เล่า !
รายละเอียด ผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป...
เจริญพร
นมัสการ.. ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของความเคารพครับ(อาจจะนอกประเด็นที่ท่านอาจารย์ต้องการแสดงธรรม) คือ ผมมีมุมมองในเชิงสังคมศาสตร์ ผมมีความคิดเห็นว่า ในสภาพสังคมไทย ความเคารพ เป็นที่มาของระบบอาวุโสนะครับ และสังคมไทยเราก็ยึดมั่นในความเคารพ ยึดมั่นในระบบอาวุโสอย่างเหนียวแน่นตราบจนปัจจุบัน ระบบอาวุโสมีนัยสองอย่างครับ คือ มีความหมายในเชิงพุทธและความหมายในเชิงพราหมณ์ และในสภาพสังคมไทย ผมมองในเชิงพราหมณ์ครับผมว่า ทั้งความเป็นผู้เคารพ ความเป็นผู้ถ่อมตน ความเป็นผู้สันโดษ ความเป็นผู้กตัญญู ก็มักจะสื่อถึง การจะทำอะไรก็ให้ยึดหลักอาวุโส และหลักธรรมดังกล่าว ถ้ามองกันอย่างง่ายๆ ก็น่าจะเป็นหลักธรรมที่เหมาะสำหรับเด็กใช้ในการคารพผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงวัยก็ต้องหมั่นตรวจตราดูว่า เด็กคนใดบ้าง ที่มาเคารพ เด็กคนใดไม่เคารพ ส่วนความหมายในเชิงพุทธจริงๆ ของความเคารพ ผมคงต้องรอท่านอาจารย์นำมาเล่าในตอนต่อไปครับ
เจริญพร