บันทึกแนะนำ : นปส.55 (29): พร้อมให้ใฝ่รู้ | มหกรรม KM ครั้งที่ 5 : เปิดรับลงทะเบียน
Ico64
วิทยา พรพัชรพงศ์ , Wittaya Pornpatcharapong
อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักประเมินผล ที่ปรึกษา ผู้จัดการ วิศวกร นักดนตรี
อ่าน: 10815
ความเห็น: 36

Business Intelligence คืออะไร มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร

Business Intelligence คือ ซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลที่มีอยู่เพื่อจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับมุมมองในการวิเคราะห์ แสดงความสัมพันธ์ และทำนายผลลัพธ์ของแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ ตรงตามความต้องการขององค์กร เพื่อประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธด้านต่างๆ

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตลอดเวลา เช่นเดียวกัน ระบบธุรกิจก็มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง และมากขึ้นด้วย จึงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลยว่าการที่องค์กรจะอยู่รอดได้นั้นจะต้องมีการใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัยและทันท่วงที เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและสามารถนำไปวางแผน หรือ โต้ตอบปัญหา เชิงธุรกิจได้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรการที่จะได้มาซึ่งข้อมูล สารสนเทศเหล่านั้น หนึ่งจำเป็นต้องมีการแสวงหาหนทาง ในการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มาก เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นมิใช่ข้อมูล ภายในองค์กรเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลขององค์กร ที่เป็นคู่แข่งหรือเป็นข้อมูลของ องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันกับเราก็เป็นไปได้ สองการเลือกสรรข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณค่าจากกองข้อมูลที่มีขนาดมหึมา เพื่อให้แน่ใจว่าระบบข้อมูลสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นมานั้นเป็นข้อมูลสารสนเทศที่ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ เพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถช่วยเตรียมข้อมูลที่ลึกซึ้ง และมีคุณค่าทางกิจกรรมทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้

ปัจจุบันการวางแผนทางกลยุทธ์ของบริษัทนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากมาย ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ทางด้านการตลาด การขาย การเงิน การผลิตนั้นจะต้องทันกับเหตุการณ์ซึ่งมีข้อมูลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นการจัดทำรายงาน จะต้องมีการแก้ไขบ่อย และมีความยุ่งยาก

Business Intelligence

- BI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แนวความคิดนี้มีในโลกตั้งแต่ยุค 80

- BI ในปัจจุบันไม่มีนิยามชัดเจน เพราะขึ้นกับเทคโนโลยีของแต่ละค่ายที่จะพัฒนาไป ทำให้ความสามารถไม่เท่ากันในแต่ละค่าย คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่องค์กรอยากจะได้ให้ชัดเจน ระบุงบประมาณที่สามารถจัดสรรได้ และต้องมี IT Master Plan ให้ชัดเจน ว่าจะพัฒนาบุคคลากรทุกระดับเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

Business Intelligence คือ ซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลที่มีอยู่เพื่อจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับมุมมองในการวิเคราะห์  และตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน  และใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล  ของงานในมุมมองต่างๆ   ตามแต่ละแผนก  เช่น

- วิเคราะห์การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อการตัดสินใจด้านการลงทุนสำหรับผู้บริหาร

- วิเคราะห์และวางแผนการขาย / การตลาด เพื่อประเมินช่องทางการจำหน่าย ฯลฯ

- วิเคราะห์สินค้าที่ทำกำไร สูงสุด / ขาดทุนต่ำสุด เพื่อการวางแผนงานด้านการตลาด และการผลิต

- วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อยอดขายของสินค้า ฯลฯ

- วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขัน ฯลฯ

Business Intelligence จะประกอบไปด้วยระบบข้อมูล และโปรแกรมแอพพลิเคชั่น ด้านการวิเคราะห์ มากมายหลายระบบ เช่น

  • ดาต้าแวร์เฮ้าส์ (Data Warehouse)
  • ดาต้ามาร์ท (Data Mart)
  • การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining)
  • การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Operations Research & Numerical Methods)
  • เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในหลายมิติ (OLAP) แบบประมวลผลทันทีที่ป้อนข้อมูลเข้าไป
  • และ ระบบสืบค้นและออกรายงานต่างๆ
Business Intelligence ยังมีจุดเด่นเพิ่มขึ้นอีกในด้าน
- ใช้งานง่ายเพียงแค่คลิกเมาส์ก็สามารถเปลี่ยนแปลงรายงานได้โดยไม่ต้องมีการคีย์ข้อมูลใหม่ ซึ่งผู้ใช้สามารถถาม ตอบคำถามทางธุรกิจได้หลายมุมมองเพียงในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งช่วยการตัดสินใจแม่นยำ และรวดเร็วกว่าคู่แข่ง ทั้งในเชิงกว้าง และเชิงลึก
- สามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่หลากหลายภายในองค์กรมาทำการวิเคราะห์ เช่น Excel, FoxPro, Dbase, Access, ORACLE, SQL Server, Informix, Progress, DB2 เป็นต้น โดยไม่มีการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมใดๆ
ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้ Business Intelligence ของบ้านเรา ได้แก่
- ไม่สามารถเชื่อมข้อมูลจากทุกส่วนได้ภายในระบบเดียวกัน เช่น ต้อง export ข้อมูลออกจากฐานข้อมูลก่อน จึงจะมาสร้าง dashboard, forecasting (พยากรณ์ข้อมูล) ได้
- องค์กรส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานในส่วน Analytics (การวิเคราะห์ข้อมูล) ได้อย่างคุ้มค่า เช่น บางระบบไม่สามารถ forecast ผลลัพธ์ได้ หรือ บางระบบ forecast ผลลัพธ์เชิงปริมาณแบบเส้นตรงเท่านั้น หรือ บางระบบไม่สามารถวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ หรือทำแบบจำลองเพื่อตัดสินใจได้ (simulation for decision)
- BI บางค่าย ไม่มีฟังก์ชัน data mining มาให้พร้อม จึงต้องแยกระบบวิเคราะห์อีกต่างหาก
- องค์กรขนาดใหญ่บางแห่ง อาจใช้เวลาในการติดตั้งระบบ (implementation) นานหลายปี และต้องใช้เวลาอีกระดับหนึ่งกว่า user ของแผนกต่างๆ จะใช้งานได้คล่องแคล่ว
- การอัพเกรดระบบจากระบบเดิมอาจทำได้ยาก เช่น data warehouse เดิม ไม่รองรับ business intelligence ใหม่
- พนักงาน IT ขององค์กรขาดความรู้ความเข้าใจในเชิง Business, Management
- ค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำให้องค์กรธุรกิจเล็กๆ หรือหน่วยงานที่มีงบไม่สูงนัก ขาดโอกาสในการจัดซื้อ หรือได้ BI ที่มีฟังก์ชันครบดั่งใจ
สรุป
การบูรณาการข้อมูล (integration of data) ระหว่างข้อมูลประวัติกับข้อมูลใหม่ ณ ปัจจุบัน นับเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของระบบ Business Intelligence (BI) ขั้นสูง เนื่องจากมีธุรกิจจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นำผลลัพธ์จากระบบดังกล่าวจะทำให้พัฒนาเครื่องมือการบริหาร วิเคราะห์ปัจจัย หรือทำนายแนวโน้ม เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจกำหนดทิศทางธุรกิจและการตลาด ทั้งนี้ ธุรกิจที่เริ่มใช้แนวคิดนี้แล้วในปัจจุบันจะเป็นองค์กรที่ได้ประโยชน์สูงสุดก่อนใคร ก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคตอันใกล้นี้
หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: business-intelligence  business-informatics  bi  ai
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 29 กันยายน 2549 22:32 แก้ไข: 23 สิงหาคม 2551 18:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

31.
ยุทธ [IP: 58.10.84.148]
เมื่อ 02 พฤศจิกายน 2552 17:11
#1650197 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

เรียนอาจาร์ยครับ

ผมทำงานในตำแหน่ง BI Consultant ตอนนี้โปรเจกที่ทำอยู่เป็นด้านประกันภัย และมีอีกหลายโปรเจกต่อคิวอยู่

อยากถามว่าผมควรเรียนโทต่อใน คณะ/สาขาอะไรดีครับ เพื่อที่จะต่อยอดงานและสนับสนุนสายงานผมให้มากกว่านี้

ขอบคุณครับ

32.

Business Intelligence ครบสูตร สามารถใช้งานได้ทั้ง Dashboard, Cockpit, Scorecard, Flexible Report (Ad hoc), Data Visualization, Knowledge Discovery using Statistical techniques or Data Mining (การทำเหมืองข้อมูล)

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เราสามารถใช้งาน BI ในด้านการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์ , ประเมินผลการปฏิบัติงาน , การเงิน , เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า หรือองค์กร , การหาค่าที่ดีที่สุด (Optimization) , การพยากรณ์ผลลัพธ์ในอนาคตตามแบบจำลองปัจจัยต่างๆ หรือ การทำนายความเสี่ยง เพื่อวางแผนการบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

สาขาที่เกี่ยวข้องก็จะมีหลายศาสตร์ หลายสาขา เหมือนเป็นสหวิทยาการ (Integrated Science) ไม่ว่าจะเป็น สาขาการบริหารต่างๆ ไม่ว่า การจัดการ การตลาด การเงิน HR , เทคโนโลยี , เศรษฐศาสตร์ , คณิตศาสตร์ , สถิิติเพื่อการตัดสินใจ ฯลฯ จะเรียนต่ออะไรก็ได้ ตามความชอบ ความถนัด (เพราะบางเรื่องก็ไม่ได้มีสอนในหลักสูตร) แต่สุดท้ายต้องนำความรู้พื้นฐานที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในหน้าีที่การงาน หรือให้คำแนะนำลูกค้าให้ได้ ช่วยลูกค้าให้ได้ แก้ปัญหาให้ได้ สิ่งนี้จะสำคัญกว่าอื่นใดครับ

33.
เอก [IP: 58.10.155.130]
เมื่อ 02 ธันวาคม 2552 14:28
#1710425 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

สวัสดีครับอาจารย์

ผมทำงานเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม ตอนนี้กำลังศึกษาและจัดทำรายงานเกี่ยวกับ BI

ได้เข้ามาอ่านบทความของอาจารย์ก็ได้ไอเดียขึ้นมาก

แต่ตอนนี้ยังติดปัญหาในส่วนของรายงานต่างๆ ว่าจำเป็นต้องมีรายงานใดบ้าง และแต่ละรายงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

ซึ่งหัวข้อทีกำลังดำเนินการอยู่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อ ขาย การเงิน การบัญชี การคลัง ต้นทุน และการบริหารการขายการตลาด (เยอะมากๆ)

ถ้าเป็นไปได้หากอาจารย์มีข้อมูลหรือตัวอย่างในประเด็นดังกล่าว อยากรบกวนขอรายละเอียดด้วยครับ

และถ้ามีโอกาสก็อยากจะขอรบกวนขอคำปรึกษาเพิ่มเติมด้วยครับ

ขอบคุณครับ

34.
กัญ [IP: 58.8.221.50]
เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2553 23:11
#1850834 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

มีตัวอย่างงานวิจัยให้ดูเป็นแนวทางหรือไม่ค่ะ

35.
Kamonwan [IP: 61.90.39.104]
เมื่อ 23 เมษายน 2553 13:49
#1966749 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

เป็นBlog ที่ให้ความรู้ดีมากๆเลยค่ะ แต่ไม่ทราบว่าเคยรู้จักโปรดักส์ที่ชื่อ Qlikview รึยังค่ะ เป็น Tool BI ที่แตกต่างจากชาวบ้านทั้งหมด เผื่อมีประโยชน์ในแง่ของความรู้ใหม่ๆทางเทคโนโลยี BI :)

36.

เคยเห็นแล้วครับ เพราะมีคนส่งเข้ามาที่ีอีเมลผมนี่ล่ะ ^_^

แต่ผมไม่มีเงินซื้อหรอกนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.97
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
รหัสสุ่ม:
   
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ
   

กฏ กติกา การแสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์ GotoKnow.org ขอความกรุณาทุกท่านปฏิบัติตามกฏ กติกา ดังต่อไปนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ และเพื่อการส่งเสริมชุมชนออนไลน์ที่มีคุณภาพ

  1. กรุณางดการใช้ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดียใดๆ ที่ไม่สุภาพ คำหยาบ ส่อเสียด กล่าวร้าย ดูหมิ่น พาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย และทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม และกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  2. ควรแสดงความคิดเห็นอย่างให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเอง เนื่องจากความคิดเห็นดังกล่าวจะเผยแพร่ต่อสาธารณะชน
  3. กรุณางดการคัดลอกความคิดเห็น หรือข้อความจากแหล่งข้อมูลใดๆ มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และงดการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการใดๆ ที่มีผลประโยชน์ทางการค้า
  4. ควรแจ้งแหล่งอ้างอิงข้อมูลอย่างชัดเจน เมื่อมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการแสดงเจตนาถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
  5. ความคิดเห็นที่แสดงในบันทึก ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายของผู้แสดงความคิดเห็น
  6. เว็บไซต์ GotoKnow ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ขัดต่อกฏ กติกาข้างต้น และขัดต่อเงื่อนไขการใช้บริการของเว็บไซต์โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นดังกล่าว