เนื้อหา ด้านข้าง sunantapa - มะเร็งปากมดลูกและเต้านม - การตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้นทำอย่างไร
สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
มะเร็งปากมดลูกและเต้านม
sunantapa
P sunantapa
เวชศาสตร์ครอบครัว ร.พ.พุทธชินราช พิษณุโลก
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 9369
การตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้นทำอย่างไร
ตรวจมะเร็งปากมดลูก เขาตรวจอะไรหรือ? ตอบแบบกำปั้นทุบดินต้องบอกว่า "ตรวจมะเร็งปากมดลูกก็ต้องตรวจมดลูกสิ "

   นึกถึงความรู้สึกตอนที่ฉันไปตรวจมะเร็งปากมดลูก ฉันเป็นผู้หญิง(และเป็นพยาบาลด้วยค่ะ)รู้ถึงประโยชน์ ขั้นตอนวิธีการตรวจทุกอย่าง แต่ก็ยังผลัดวันประกันพรุ่ง เลือกวัน เลือกหมอ พอวันจะไปจริง ๆ อ้าวประจำเดือนมา ต้องเลื่อนออกไปอีก

  ดังนั้น ฉันจึงคิดว่าฉันเข้าใจผู้หญิง และเห็นใจมาก ๆ ด้วยค่ะ ฉันจึงรวบรวมคำถามที่เคยถูกถามเมื่อฉันไปสอนและแนะนำในชุมชนมาเล่าให้ฟัง (สูตินรีแพทย์ที่ปรึกษา 2 คน นพ.วิโรจน์  วรรณภิระ ,นพ.พัลลภ  พงษ์สุทธิรักษ์)เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นโรคมีความรุนแรงมากจริง ๆ ฉันเคยคิดว่าเป็นโรคที่ไกลตัว แต่เมื่อมาทำงานเป็น project managerมะเร็งปากมดลูกอำเภอเมืองพิษณุโลก และพูดได้อย่างภูมิใจว่า 4 ปี กับการทำงานฉันและทีมงานช่วยผู้หญิงได้มากจริง ๆ และได้พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกอีก จำนวนมากที่ไม่เปิดเผยตัวเอง

ที่เล่ามาทั้งหมดเพียงแต่จะบอกว่ามะเร็งปากมดลูกเกิดจาก เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง(human papilla virus) สามรถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิด คือ

  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะหูดหงอนไก่
  • กรรมพันธ์
  • มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะคนที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผ่านการคลอดทางช่องคลอด โดยเฉพาะคนที่เคยคลอดมากกว่า 2 คน
  • ความอ้วน
  • อาหาร
  • ไม่ทราบจริง ๆ

เรามาดูอาการก่อน มีตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลย จนถึงมีเลือดออกทางช่องคลอด

การตรวจ ตรวจอะไร ทำอย่างไร เจ็บใหม มีเลือดออกใหม ตรวจนานใหม หมอใหนดี

  1. ตอบแบบกำปั้นทุบดินต้องบอกว่า "ตรวจมะเร็งปากมดลูกก็ต้องตรวจที่มดลูกสิ "
  2. จริง ๆ แล้วก็คือ ใช่ค่ะ ตรวจที่มดลูก ซึ่งอยู่ในช่องคลอด เรามาดูลักษณะทางกายภาพกันค่ะ

vagina คือ บริเวณช่องคลอด        Cervic คือ บริเวณปากมดลูก

Uterus คือ มดลูก                            Ovaries  คือ รังไข่

Fallopian Tubes คือ ท่อนำไข่

ขั้นตอนการตรวจ มี 2 ขั้นตอน คือ

  1. การป้ายเซลล์ไปตรวจ ดูรูปนะค่ะ

       2.  การตรวจภายใน เพื่อ 

  • ปากมดลูกขรุขระใหม
  • มดลูกโตกว่าปกติหรือไม่
  • มีการอักเสบของมดลูกใหม

แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไร

  • ตรวจช่วงที่ไม่เป็นประจำเดือนค่ะ ภายหลังมีประจำเดือน 3-5 วัน ก็ได้ค่ะ เพราะเลือดประจำเดือนจะป็นอุปสรรคในการป้ายเซลล์ และอาจทำให้การอ่านผลไม่แม่นยำได้
    • ถ้าหมดประจำเดือนแล้วตรวจได้ทุกวันค่ะ
    • ถ้าตัดมดลูกแล้วต้องมาตรวจใหม ต้องตรวจค่ะ ถ้าการตัดมดลูกเกิดจากการมีเนื้องอกหรือสงสัยเป็นมะเร็ง เพราะการตรวจจะป้ายเซลล์ที่รอยโรคหรือรอยแผลเป็นเดิมที่ตัดมดลูกออกไปตรวจเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
  •  งดการมีเพศสัมพันธ์ 2-3 วัน เพราะจะมีอสุจิค้างอยู่ในช่องคลอดและติดไปกับสไลด์ ทำให้เป็นอุปสรรคในการอ่านผล
  • หลังการเหน็บยาทางช่องคลอด 7-10 วัน เพราะการเหน็บยารักษาจะทำให้เซลล์หลุดลอกออก

เมื่อพร้อมแล้ว "ต้องตัดผม ปะแป้งน้องใหม" ขอตอบว่า ไม่จำเป็นค่ะ" ให้อาบน้ำรักษาความสะอาดตามปกติ  

เจ็บใหม เป็นบ้าง จะรู้สึกเจ็บนิดหน่อยตอนใส่เครื่องมือ ตึง ๆ หน่วง ๆ และรู้สึกถึงการขูดหรือป้ายเซลล์

  • การฟังผล โดยปกติจะทราบผลการอ่านเซลล์ภายใน 1-4 สัปดาห์ค่ะ

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงและความอายแล้วละค่ะ ว่าจะตรวจหรือไม่

ขอให้ผู้หญิงทุกคนโชคดีค่ะ

 

 

สร้าง: ศ. 13 ต.ค. 2549 @ 11:04   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:46   ขนาด: 9510 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. นิพัธ
เมื่อ ศ. 13 ต.ค. 2549 @ 19:42
84087 [ลบ]

หายไปนานเลยนะอ้อย กลับมาให้ความรู้หัวหน้าแบบนี้ดีมากๆ อธิบายได้เข้าใจดีนะ ได้ประโยชน์มากเลย เราจะคอยอ่านต่อนะ

ไม่มีรูป
2. พี่โต้ง
เมื่อ ศ. 13 ต.ค. 2549 @ 22:14
84146 [ลบ]

     ขอบคุณมากเลยอ้อยที่มากระตุ้นเตือนอิสตรีอย่างพวกเราที่มัวแต่ดูแลผู้อื่นจนลืมดูแลตนเองกลับมาอย่าลืมมาคัดกรองพี่ๆน้องๆใกล้เคียงด้วยนะ PM คนเก่งเดี๋ยวตัวชี้วัดตกนะจะบอกให้
P
3. nutim
เมื่อ ส. 14 ต.ค. 2549 @ 12:18
84229 [ลบ]

  • โห...น้อง ooi ลงทุนเป็น พรีเซนเตอร์ เองเลยน่ะ ..อย่างนี้ต้องรีบไปตรวจบ้างแล้วล่ะ.....แต่สงสัยว่าอายุคงยังไม่ถึง..เขาคงไม่ให้ตรวจหรอก....ฮา ฮา.. (อย่าไปเล่าให้ Oui ฟังนะเดี๋ยวโดนกัด)
  • จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ในชุมชน จะพบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุใหญ่ๆ   เนื่องจากบางคน กลัวเจ็บ อายหมอ กลัวว่าตรวจแล้วจะพบว่าเป็นโรคจริง คิดว่าไม่เป็นโรค หรือโอกาสเป็นน้อยมาก กลัวเสียเงินมาก เดินทางไปตรวจลำบาก บ้านอยู่ไกล เคยตรวจแล้วว่าไม่เป็น จึงไม่ไปตรวจอีก ....ต่อแต่นี้ไปใครที่ได้มาอ่านบันทึกของอ้อยแล้วคงไม่กลังเรื่องการตรวจหามะเร็งปากมดลูกอีกแล้ว และคงรีบไปตรวจกันมากขื้น...มีคนหนึ่งที่จะไปเป็นคนแรกคือ พี่โต้ง ไง   นำทีมน้องๆไปก่อน...อิอิ...แซว
P
4. nutim
เมื่อ ส. 14 ต.ค. 2549 @ 12:22
84232 [ลบ]

  • ลืมไป พักร้อนไป2วัน  ตอนนี้รู้สึกเย็นขึ้นบ้างหรือยัง รีบกลับไปทำงานนะ...เหงา
ไม่มีรูป
5. พี่โต้ง
เมื่อ ส. 14 ต.ค. 2549 @ 20:51
84352 [ลบ]

  อ้าว! หนูยังไม่ได้ทำเหมือนกันเหรอพี่ก็ด้วยแน่ะ เอาเป็นว่าอ้อยกลับมาเปิดห้องตรวจเลยดีมะ  ไม่รู้หมออ้อยจะว่าไงนะนั่น
ไม่มีรูป
6. lek
เมื่อ อ. 24 ก.ค. 2550 @ 20:05
329436 [ลบ]

ไม่เคยตรวจเหมือนกันค่ะ รู้สึกกลัวค่ะ มีวิธีที่จะไม่ให้กลัวได้ไหมค่ะ แล้วถ้าเป็นจะทำอย่างไร มีวิธีแก้ไขหรือเปล่า

ไม่มีรูป
7. mawsam
เมื่อ ศ. 09 พฤษภาคม 2551 @ 11:18
645272 [ลบ]

แล้วตรวจมะเร็งปากมดลูกต้องตรวจที่โรงพยาบาลหรือว่าตรวจตามคลินิกได้มั๊ยค่ะ แล้วแพงมั๊ยค่ะ

ไม่มีรูป
8. mickey
เมื่อ จ. 04 ส.ค. 2551 @ 23:17
773092 [ลบ]

มะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเอชพีวี (ชนิดความเสี่ยงสูง) ซึ่งมี 13 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 พบบ่อยที่สุดประมาณ 70%

สถิติของผู้หญิงไทยพบผู้ป่วยรายใหม่กว่าปีละ 6,000 ราย เสียชีวิต 3,000 ราย หรือประมาณ 9 รายต่อวัน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ มะเร็งเต้านม

ไวรัสเอชพีวีเป็น ไวรัสที่ติดต่อได้ง่าย ทางการสัมผัส หรือการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิง 8 ใน 10 คนมีโอกาสติดเชื้อนี้ ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่มากกว่า 90% ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้เอง เรียกว่าเป็นการติดเชื้อแบบชั่วคราว

มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ประมาณ 10% ที่เป็นการติดเชื้อแบบฝังแน่น ร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ทำให้มีการดำเนินไปเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

ระยะฟักตัวหลังจากติดเชื้อก่อนจะกลายเป็นมะเร็งใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี ดังนั้น ถ้าเราไปตรวจคัดกรองหามะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปเสมียร์เป็นประจำทุกปี ก็สามารถที่จะทำการรักษาก่อนที่ดำเนินไปเป็นมะเร็งนั่นเอง ซึ่งแนวทางการตรวจมีดังนี้

1. หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 3 ปี ให้เริ่มตรวจได้เลย

2. หรือ อายุครบ 21 ปี (แต่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์) ก็เริ่มตรวจได้แล้วนะจ๊ะ

ไม่มีรูป
9. mickey
เมื่อ จ. 04 ส.ค. 2551 @ 23:20
773096 [ลบ]

3. มีข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ให้ตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีเพิ่มเติม ร่วมกับการตรวจแปปเสมียร์ (เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยแล้วว่า ถ้าอายุ 30 ปี ยังให้ผลบวกต่อเชื้อไวรัสเอชพีวี ชนิดความเสี่ยงสูง เป็นสัญญาณเตือนว่าเป็นการติดเชื้อแบบฝังแน่น ร่างกายไม่สามารถกำจัดได้เอง)

****ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผลการตรวจเป็นลบทั้งคู่ สามารถเว้นการตรวจได้ 3 ปี

ไม่มีรูป
10. mickey
เมื่อ จ. 04 ส.ค. 2551 @ 23:30
773105 [ลบ]

ความรู้เพิ่มเติม

การตรวจแปปเสมียร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า "การตรวจทางเซลล์วิทยา" คือ การเก็บเซลล์เยื่อบุปากมดลูก นำมาป้ายบนกระจกสไลด์ จากนั้นนำไปย้อมสี แล้วส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติ เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้กันมามากกว่า 50 ปี ความแม่นยำต่ำมากแค่ 50% เนื่องจากบนกระจกสไลด์จะมี มูก เลือด ต่างๆ มาบดบังเซลล์ทำให้แพทย์อาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจน นอกจากนั้นพบว่าเซลล์ที่เก็บมาได้นั้น ถูกป้ายลงบนแผ่นกระจกแค่ 20% ที่เหลือ 80% ทิ้งลงขยะไปกับไม้ป้าย (โห!!!อุตส่าห์เจ็บตัว)

จึงได้มีการพัฒนาวิธีใหม่เรียกว่า Liquid based cytology คือเมื่อเก็บเซลล์มาแล้ว คุณหมอจะนำอุปกรณ์เก็บเซลล์แกว่งในกระป๋องน้ำยา มั่นใจได้ว่าเซลล์ทั้งหมดถูกนำไปตรวจแน่นอน แถมยังเตรียมกระจกสไลด์ด้วยเครื่องอัตโนมัติ ทำให้สไลด์เป็นแผ่นบาง ส่องดูแล้วมองเห็นเซลล์ผิดปกติได้ง่าย ชัดเจน ในปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำต่างๆ ใช้วิธีนี้กันหมดแล้ว โดยยี่ห้อที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา คือ "ตินเพร็พ" วิธีนี้มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นเป็น 88% จ่ายแพงกว่าแต่คุ้ม (หมายเหตุ แต่ยังมีโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งเรียกเก็บเงินคนไข้ในราคาแพงเท่ากับวิธีตินเพร็พ แต่ใช้สินค้าที่คุณภาพต่ำมาก และไม่ได้รับการรับรองมาใช้กับคนไข้ เนื่องจากได้กำไรมากกว่า)

***ถ้าไม่กลัวเรื่องเสียเวลา และบรรยากาศไม่ไฮโซ โรงพยาบาลรัฐบาลหลายแห่งก็มีให้บริการวิธี "ตินเพร็พ" แล้วนะค่ะ (ราคาแพงกว่าแปปเสมียร์แบบเดิม แต่ก็ยังถูกกว่าเอกชน)

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
ข้อมูล การดำเนินการ เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกและเต้านม ซากุระตก <**/EMBED>