คนรวยเฮ กรมสรรพากรเล็งเพิ่มวงเงินหักภาษีสำหรับเงินลงทุนในกองทุน RMF-LTF จาก 5 แสน เป็น        7 แสนบาท เตรียม ชง ครม.อนุมัติเร็ว ๆ นี้ ด้าน บลจ.เอ็มเอฟซี เชียร์รัฐยกเลิกเพดานลงทุนไม่เกิน 15% ของเงินได้ หนุนคนแห่ซื้อ RMF-LTF

นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณาขยายวงเงินหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับ ผู้ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จากปัจจุบัน 5 แสนบาท เป็น 7 แสนบาท ภายในระยะเวลา 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.51) โดยคาดจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในทันที หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อ         ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ส่วนประเด็นจะให้มีการออกกองทุน LTF ใหม่นั้น ยังไม่มีการพิจารณา       แต่อย่างใด  "ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่กำหนดก่อนสิ้นสุดปี"51 หากผู้ลงทุนมาลงทุนในกองทุน RMF-LTF หรือ       ซื้อเพิ่มเติมในกองเก่า ก็จะได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนบาท แต่หาก พ้นสิ้นปีนี้ไปแล้วก็ต้องกลับไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอันเดิม 5 แสนบาท"

ด้านนายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า เนื่องจากการออกกองทุน LTF ใหม่ จะต้องเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติ ซึ่งตามกระบวนการของทางราชการจะต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะที่กองทุนเก่าที่ บลจ.เปิดขายมีจำนวนไม่น้อย หากนักลงทุนซื้อเพิ่มในช่วงระยะเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด จะสามารถนำวงเงินลงทุนดังกล่าวไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืนได้เพิ่มขึ้น ซึ่งแบบฟอร์มยื่นภาษีจะมีช่องให้กรอกว่าเข้าไปลงทุนในช่วงไหน คิดว่าไม่น่ามีปัญหาในทางปฏิบัติ

นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า การออกกองทุน LTF ใหม่หรือเก่า ไม่ค่อยมีผลต่อผลตอบแทนกองทุนมากนักถ้านโยบายการลงทุนยังเหมือนเดิม เพียงแต่การออกกองใหม่จะทำ ให้ผู้ลงทุนได้สิทธิประโยชน์ระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจจะจูงใจให้มีการลงทุนมากขึ้น         ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีที่รัฐจะให้เพิ่ม ถ้าเป็นการเพิ่มเพดานวงเงินจากปัจจุบัน 5 แสนบาท คงไม่ได้ทำให้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นมากเท่ากับการยกเลิกอัตราลงทุนไม่เกิน 15% ของเงินได้  ทั้งนี้เป็นผลมาจากผู้ลงทุนใน LTF ยังเป็นเพียงเฉพาะกลุ่มที่รู้จักและเข้าใจประโยชน์ในการลงทุน และที่ผ่านมากลุ่มนี้ก็มีการลงทุนเกือบเต็มจำนวน 5 แสนบาทแล้ว ซึ่งก็เข้าใจว่าถ้ารัฐไปยกเลิกเกณฑ์ 15% จะส่งผลต่อรายได้ภาษีที่จะเก็บได้ เพราะเป็นฐานผู้เสียภาษีเกือบทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมาตรการใหม่ไม่ได้ให้สิทธิกับผู้ที่ซื้อลงทุนไปก่อนหน้านี้แล้ว เชื่อว่าการจะหนุนให้มีเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นคงไม่สำเร็จ เพราะคนที่มีกำลังซื้อก็ล้วนอยู่ในกลุ่มที่ซื้อจนเต็มเพดาน 5 แสนบาทไปแล้วทั้งนั้น

นายสมชัย บุญนำสิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทยกล่าวว่า เห็นด้วยถ้าภาครัฐ จะอนุญาตให้ออกกอง LTF ใหม่ เพราะจะเป็นการดึงเม็ดเงินจากฐานผู้ออมรายใหม่ได้โดยตรงเนื่องจากจะได้ทั้งผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เพิ่มขึ้นกว่ากองทุนเก่า

ประชาชาติธุรกิจ  ข่าวหุ้น  แนวหน้า 6 ตุลาคม 2551