เชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม : แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน "หนังสือ" แทนความรักแด่ครอบครัว GotoKnow

อ่าน: 363
ความเห็น: 22

เรื่มอาชีพทนาย

ได้เงินเพราะคำว่า "ผู้มีชื่อ"

ก่อนผมจะมาเป็นทนายความ ผมเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์มาก่อน ห้ามถามนะว่าเป็นได้ไง(บังเอินจบสายอาชีพจากช่างกลสยาม ก่อนจะจบปริญญาตรีกฎหมายจากม.ม.รามฯนะ)    เมื่อปี พ.ศ.2518 ขณะที่ผมทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องอยู่ที่บริษัทหนึ่งแถวๆ ถนนวิภาวดี มีทนายความท่านหนึ่งเดินเข้ามาในบริษัท พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ติดตามอีกหลายท่าน เมื่อมาถึงท่านทนายความได้ถามผมว่า ผู้จัดการอยู่หรือไม่ขอเชิญมาพบหน่อย เมื่อผมพาไปพบท่านผู้จัดการแล้วเห็นท่านทนายความส่งเอกสารบางอย่างให้ดู หลังจากนั้นเห็นท่านผู้จัดการถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวตามที่ท่านทนายความสั่งและได้มีผู้ติดตามท่านทนายความเข้าไปขนย้ายเครื่องยนต์ที่ผมกำลังซ่อมแซมอยู่ขึ้นรถบรรทุกไปด้วย ขณะที่ยืนมองอยู่ผมเห็นทุกท่านที่มาด้วยต้องทำตามคำสั่งของท่านทนายความก็มีความรู้สึกว่ามันเท่น่าดู  คืนนั้นกลับบ้านนอนคิดว่าเราก็น่าจะเป็นทนายความได้คนอื่นเป็นได้เราก็ต้องเป็นได้ วันรุ่งขึ้นผมลาออกจากบริษัทเลย ตอนยื่นใบลาออกให้หัวหน้าฝ่ายบุคคลท่านถามผมว่าได้งานใหม่หรือ ผมตอบว่าเปล่าครับจะไปเป็นทนายความ ท่านถามต่อว่าจมกฎหมายมาด้วยหรือ ผมตอบท่านว่ายังไม่ได้เรียนครับ (แฮๆๆ) ท่านนิ่งไม่พูดอะไรเลยแล้วเซ็นชื่อพร้อมประทับตราว่า อนุมัติ....

สามปีต่อมาผมเดินเข้าไปที่ สำนักงาน ศรีรัตน์ จันจรัส ทนายความ ขอฝึกทนายกับคุณอาศรีรัตน์ เจ้าของสำนักงาน (ท่านเป็นเพื่อนกับคุณพ่อผม) ท่านถามว่าจบหรือยัง ผมเลยเอาหลักฐานการศึกษาระดับอนุปริญญาให้ท่านดู ท่านบอกว่าให้ไปเรียนให้จบปริญญาตรีเสีกก่อนไม่ดีกว่าหรือ ผมบอกท่านว่าอยากเป็นทนายความเร็วๆครับ ขอฝึกทนายไปเรียนไปครับ ท่านเลยบอกว่าที่นี้ทำงานตั้งแต่ 07.30 ถึง 18.00 วันเสาร์ ทำครึ่งวันนะ เริ่มวันนี้เลย แล้วงานแรกที่ท่านมอบให้คือทำหนังสือบอกเลิกสัญญา หลังจากใช้เวลาร่างหนังสืออยู่ 3 ชั่วโมง ก็นำไปให้ท่าน ปรากฎว่าท่านดูไม่ถึง 2 นาที แล้วฉีกทิ้ง (ดีที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลไม่รู้ถ้ารู้คงส่งรถมารับไปเป็นช่างซ่อมเครื่องต่อแน่ แฮะๆๆ) ท่านบอกให้นั่งรอเดี๋ยว แล้วท่านนั่งเขียนหนังสืออยู่ประมาณ 5 นาที แล้วส่งหนังสือที่เขียนให้บอกให้เอาไปพิมพ์ให้ด้วย ผมเอามาอ่านแล้วนึกในใจว่ามันก็เป็นหนังสือบอกเลิกสัญญาเหมือนกันน่าจะใช้ของผมเพราะเชื่อโดยสุจริตว่าของผมไม่ต้องฟ้องคู่สัญญาต้องรีบเอาเงินมาจ่ายแน่ๆ (เรื่องนานมาแล้วช่างเถอะนะ)

ห้าเดือนต่อมาหนังสือฉบับแรกก็ได้เซ็นชื่อโดยผมเองและลงท้ายว่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจ  (ยังเชื่อโดยสุจริตว่า) ระยะเวลา สี่ เดือนกว่าๆ นั่งร่างหนื่อสือบอกกล่าวต่างไปมากกว่า ห้าสิบ หกสิบ ฉบับของผมน่าจะใช้ได้ดีกว่า อาศรีรัตน์ คงกลัวเสียเหลี่ยมที่ต้องใช้หนังสือของผมจึงต้องฉีกทิ้งทุกครั้ง แฮะๆๆ 

หลังจากที่อาศรีรัตน์ฝึกให้ผมเขียนหนังสือบอกกล่าวแบบต่างๆจนเป็นที่พอใจแล้วท่านก็ให้ผมร่างคำฟ้องให้ท่าน ไม่อยากจะเชื่อว่าฉบับแรกที่ร่างไปให้ท่านตรวจท่านไม่แก้ไขไม่ฉีกทิ่งบอกเพียงว่ารีบพิมพ์ให้เสร็จวันนี้แล้วพรุ่งนี้ไปยื่นฟ้องเสียแต่เช้า พร้อมส่งซองเงินจำนวน 150,000.-บาทให้ บอกค่าธรรมเนียมประมาณ 130,000.-บาท ที่เหลือเป็นค่าทนายคดีนี้ ค่าใช้จ่ายอื่นถ้ามีก็ให้เบิกตามจริง (ประมาณปี 2522 ผมได้ค่าทนายความคดีแรกประมาณ สองหมื่น )

เหตุเพราะเงินจำนวน สองหมื่นที่เป็นค่าทนายความคดีแรก ทำให้ผมไม่สนใจจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี คงใช้ตั๋วทนายชั้นสองต่อไปร่วม หกปี แต่ก็ถูกอาศรีรัตน์ถามทุกปีว่าจบปริญญาตรีหรือยังผมกว่าจะจบปริญญาตรีใช้เวลา ถึง เจ็ด ปี (เพื่อนๆผมที่เรียนมาด้วยกันต่างได้รับปริญญาตรีกันทุกคนแล้ว) ตอนผมรับปริญญาตรีนึกในใจว่าเพื่อนๆในรุ่นคงยังไม่มีใครได้รับปริญญาตรีเหมือนผม แฮๆๆ) ช่วงหกปีมันมีเหตุให้ผมไม่สนใจจะเรียนต่อให้ได้ปริญญาตรี เพราะคดีที่สองที่ผมรับเป็นทนายความ ผมได้รับค่าทนายความส่วนแรก 187,500.-บาท จากคดีฟ้องขับไล่ในฐานะทนายจำเลย

เรื่องมีอยู่ว่า ตอนผมจบสายอาชีพช่างยนต์ใหม่ๆ ผมเช่าบ้านอยู่แถวถนนสุทธิสาร ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อไว้ให้เช่าโดยเฉพาะเป็นลักษณะบ้านแฝดมีจำนวน 76 หลังคาเรือน บ้านทุกหลังอยู่กันแบบพี่น้องเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆจึงรู้จักกันหมดใครทำอะไรประกอบอาชีพอะไรทราบกันหมด ผมจบช่างเครื่องยนต์มา หากบ้านหลังใหนมีปัญหาเรื่องรถยนต์ก็จะเรียกใช้บริการผม เพราะไม่ต้องเสียเงิน (เสียแต่ค่าอาหารบวกของเมานิดหนึ่ง แฮะๆๆ) อยู่ๆมาหลายปีหมู่บ้านที่เช่าอยู่ถูกขายให้นักจัดสรรที่ดินรายหนึ่ง ทุกหลังได้รับหนังสือบอกกล่าวจากทนายความท่านหนึ่ง ในหนังสือนั้นมีข้อความหนึ่งที่ถูกผู้รู้ท่านหนึ่งที่เช่าบ้านในหมู่บ้านด้วยกันตะโกนบอกกับทุกบ้านว่าอย่ายอมมันง่ายๆนะพวกเราเช่าบ้านมาหลายปีน่าจะมาบอกกันดีๆก็ได้ไอ้คนทึ่มาซื้อมันจะมีชื่อมาจากใหน (เชื่อไหมว่าทุกคนต่างมารวมตัวกันที่หน้าบ้านผมเพราะทราบว่าผมเป็นทนายแล้วไม่ใช้ช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างแต่ก่อน) ไม่น่าเชื่อว่าผมได้เงินเพราะคำว่าผู้มีชื่อ เพียงคำเดียวจริงๆ ใจความในหนังสือมีว่า "ขณะนี้นาย ส.... ได้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายบรรดามีให้กับ ผู้มีชื่อ แล้ว และผู้มีชื่อ ไม่ประสงค์จะให้ท่านเช่าบ้านด้งกล่าวอีกต่อไป ...." คำว่าผู้มีชื่อในภาษาของนักกฎหมาย กับในภาษาของผู้รู้ท่านนั้นต่างกันครับ (ผมมาทราบภายหลังว่าท่านเข้าใจเอาว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจและมีชื่อเสียง) ในภาษาของนักกฎหมายนั้นหมายถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เรานักกฎหมายมักจะใช้คำที่ทำให้อ่านแล้วมันมีความหมายเป็นนัยที่ต้องแปลความอีกต่อหนึ่งอาจเพราะต้องการใช้คำเท่ๆก็เป็นได้ (ฮิๆๆ) ซึ่งกลับเป็นผลเสียมากกว่า ขอกลับมาเรื่องเดิมนะ คือผู้รู้ท่านนี้นำชาวบ้านทุกคนมาหาผมบอกว่าเรื่องนี้ถ้าเราจะไม่ยอมออกจะทำได้หรือไม่  ผมเมื่อฟังแล้วก็ชี้แจงไปว่า มันเป็นทรัพย์สินของเขาเมื่อเขาไม่ให้เราเช่าต่อไปเราก็ต้องขนย้ายออกไป ถึงแม้จะต่อสู้คดีอย่างไรที่สุดแล้วก็ต้องขนย้ายออกไปอยู่ดี ทุกท่านบอกว่าใช้ถูกต้องแต่ไม่ต้องการยินยอมง่ายๆ กลับถามผมว่าเป็นทนายให้ได้หรือไม่ทำอย่างไรก็ได้ขออยู่ต่ออีก 1 ถึง 2 ปี จะคิดค่าทนายอย่างไร ผมก็เลยบอกว่าเราอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง ถ้าจะอยู่ก็อยู่ด้วยกันถ้าจะไปก็ไปพร้อมกันมีอะไรก็รับด้วยกันผมไม่รู้จะคิดค่าทนายอย่างไร ขอแค่ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามความเป็นจริงก็พอ หลังจากนั้นทุกบ้านก็ประชุมตกลงกันว่าจะให้ค่าทนายผมหลังละ 5,000.-บาท จ่ายให้ก่อนหลังละ 2,500.-บาท ทั้งหมด 75 หลังผมได้รับเงินหลังจากนั้นอีกไม่กี่วันถัดมา ผมทำคดีนี้ 76 สำนวน อาศรีรัตน์ไม่เอาจากผมแม้แต่บาทเดียว แต่กลับแนะนำสั่งสอนวิธีการต่างๆให้ผม จนต่อสู้คดีมาถึง หนึ่งปีเจ็ดเดือนยังไม่มีการสืบพยานแม้แต่ปากเดียว ภายหลัง ผู้ซื้อขอนัดเจรจา ผมจึงนัดจำเลยทุกคนพร้อมกันและตกลงรับค่าใช้จ่ายในการขนย้าย หลังละ 35,000.-บาท ในระหว่างเจรจา ท่านผู้รู้ถามขึ้นในที่ประชุมว่า ทำไมครั้งแรกไม่ยอมเจรจากันดีๆ ต้องให้ทนายมาอ้างว่าท่านเป็นผู้มีอำนาจและมีชื่อเสียง  พวกเราถึงไม่ยอมเพราะไม่ยากให้ใครมาข่มขู่พวกเรา มีการสอบถามกันพอสมควรจนผู้รู้ท่านนี้ยกเอาหนังสือบอกกล่าวขึ้นมาเป็นหลักฐานว่าได้รับหนังสือข่มขู่ว่าท่านเป็นผู้มีชื่อจริงๆ ผมพอทราบเช่นนั้นก็เลยต้องบอกท่านผู้รู้ว่าในเมื่อเรื่องมันผ่านเวลานั้นมาแล้วตอนนี้ทางโจทก์เขาขอเจรจากับพวกเราก็ไม่ต้องยกเอาเหตุอื่นมาโต้แย้งให้บรรยากาศเสียไป ขอให้พวกเราตัดสินใจว่าจะต่อสู้คดีต่อไปหรือจะขอจบเพียงนี้และจะขอค่าใช้จ่ายในการขนย้ายคนละเท่าไร โจทก์เสนอแล้วว่ายินดีช่วยเหลือค่าขนย้ายตามสมควร เรื่องถึงจบลงด้วยดี หลังจากผมได้รับค่าทนายความส่วนที่เหลือเสร็จ ตอนงานเลี้ยงอำลากัน ผมจึงได้มีโอกาสแปลภาษาไทยเป็นไทยให้ท่านผู้รู้ทราบว่า คำว่าผู้มีชื่อหมายความว่าอย่างไร ท่านผู้รู้กลับบอกผมว่าไม่ดีหรือที่แปลผิดทำให้คุณทนายได้เงินไปหลายแสนนะ ผมละงงยังไม่หายจนปัจจุบัน ว่าท่านแปลถูกหรือแปลผิด แฮๆๆ 

คราวหน้าจะเล่าเรื่องจำเลยสอนมวยทนาย

ความเห็น

1.
30
chalong babama sangsana
เมื่อ อา. 29 พ.ย. 2552 @ 05:05
#1703610 [ ลบ ]

ผมได้ความรู้จากบทความของท่านเยอะครับ จะนำไปปรับใช้ในชีวิประจำวัน ขอบคุณครับ

2.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ อา. 29 พ.ย. 2552 @ 11:27
#1703964 [ ลบ ]

ขอพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความครับ และขอขอบพระคุณ ท่าน chalong....ที่ให้กำลังใจเป็นท่านแรกครับ ผมจะพยายามเขียนบทความที่พอจะยังประโยชน์ต่อสังคมต่อไปครับ

3.
30
ท.ผู้ซื่อสัตย์ [IP: 180.183.32.92]
เมื่อ อา. 29 พ.ย. 2552 @ 22:17
#1705111 [ ลบ ]

...หนูเพิ่งเข้ามาอยู่ในวงการนี้ (เหมือนดาราเลย...แฮ่ๆ)4 เดือนเอง ก็ยังงูๆปลาๆ อยู่เลยค่ะ..กว่าท่านจะได้ดีจนบัดนี้ท่านคงอดทนน่า

ดูเลยนะค่ะ....บางคนเรียนไม่เก่งเกรดไม่สูง แต่เรียนรู้เร็ว/บางคนจบเร็วแต่เรียนรู้ช้า ใช้ความรู้ไม่เป็น ไม่เคยทำ ก็ไม่มั่นใจในสิ่งที่คนอื่นถาม (มันน่าตีก้นจริงๆเลย)....เป็นทนายเนี่ยเครียดเหมือนกันนะค่ะ....ยิ่งใหม่ๆเนี่ย...ถอนหายใจบ่อย...ยังไงก็ขอสู้จนขาดใจ...จนกว่าจะค้นพบว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพนี้หรือเปล่า.....และขอบคุณท่านที่ลงข้อมูลไว้นะคะ..ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงค่ะ....

4.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 01:29
#1705296 [ ลบ ]

ยินดีตอนรับเข้าวงการครับ (ดาราจริงๆด้วย....ฮิ.ฮิ) แต่ขอให้ข้อคิดนะว่าหากไปทางสาย ตุลาการ หรือสายอัยการ ก็ดีนะดู ท่านอัยการชาวเกาะ เป็นแบบ หากรักจะมาทางสายนี้จริงๆต้องทำงานหนักหน่อย เพราะการสืบหาข้อเท็จจริงต่างๆต้องหาเอาเองไม่มีพนักงานสอบสวนจัดหาให้ครับ และอีกอย่าง อย่าตัดสินใครว่าผิดหรือถูก เพราะท่านไม่ได้เป็นผูพิพากษา ลูกความของท่านมาหาท่านเพราะเขามองท่านเป็นพระเจ้าสามารถช่วยเขาได้ ท่านต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ ชี้แจงให้เขาเข้าใจและยอมรับในผลของคดีที่อาจเกิดขึ้นในทางใดทางหนึ่งตรงนี้แหละยากสำหรับสายอาชีพนี้ ผมถึงมีคติกฎหมายว่า " ยุติธรรมคือศาสตร " สุดท้ายขอขอบพระคุณครับที่สนใจบทความของผม

5.
P
nobita
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 17:09
#1706453 [ ลบ ]

มาอ่านเอาความรู้ และขอผูกมิตรกับพี่ทนายครับ หวังว่าสักวันคงมีโอกาสได้ขอคำแนะนำปรึกษาครับ

6.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 01:20
#1707541 [ ลบ ]

ยินดีอย่างยิ่งครับที่มีมิตรอย่างท่าน nobita ถ้าไม่ได้รับความกรุณาจากท่านไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสเห็นดอกโบตั๋นหรือไม่ ขอบพระคุณอีกครั้งครับ ผมชอบถ่ายภาพดอกไม้มากโดยเฉพาะแนวมาโครครับ เอาไว้มีเวลาจะส่งไปให้ดู

7.
P
น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 16:56
#1708570 [ ลบ ]

อิอิอิ

เข้าท่า เข้าทางท่านทนาย

8.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 17:48
#1708648 [ ลบ ]

เข้ามาตรวจบันทึกเก่า เลยเห็นว่า สาวเหนือคนงาม(น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย) เข้ามาแวะชมให้กำลังใจ ขอบพระคุณครับ

9.
P
atozorama
เมื่อ จ. 14 ธ.ค. 2552 @ 23:40
#1735537 [ ลบ ]
  • ชีวิตที่มีประสบการณ์น่าสนใจมาก!!!
10.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ อ. 15 ธ.ค. 2552 @ 17:45
#1736786 [ ลบ ]

ยินดีครับ ท่าน ดร.จรูญ ที่แวะเยี่ยม ผมตั้งใจจะแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งอาจยังประโยชน์ต่อสังคมบ้างเท่านั้นครับ

ขอขอบพระคุณที่ให้กำลังใจครับ

11.
P
ป้าเหมียว
เมื่อ พ. 16 ธ.ค. 2552 @ 11:47
#1738346 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ ท่านทนาย

ป้าเหมียวแวะมาอ่าน ภาษากฎหมายค่ะ ผู้มีชื่อ ...ป้าเหมียวก็มีชื่อนะค่ะ...

12.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ พ. 16 ธ.ค. 2552 @ 13:15
#1738491 [ ลบ ]

ขอบพระคุณครับป้าเหมียว ที่แวะมา

ขอคุณพระคุ้มครองให้สวยวันสวยคืน และไม่ต้องใช้บริการทนายความตลอดไปนะครับ แฮ...

13.
P
ปริมปราง
เมื่อ ส. 19 ธ.ค. 2552 @ 15:24
#1746053 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ คุณฝนแปดแดดสี่

  • เข้ามาหาความรู้  โดยเฉพาะภาษากฎหมายค่ะ และประสบการณ์ที่ทุกคนน่าจะได้รู้
  • สงสัยจังเลยค่ะ  ฝนแปดแดดสี่ หมายถึงจังหวัดไหนค่ะ

     คุ้นหูจังเลยค่ะ 

14.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ ส. 19 ธ.ค. 2552 @ 22:42
#1747201 [ ลบ ]

สวัสดีครับ คุณครูปริมปราง ที่แวะมาอ่านบันทึก

ผมพยายามจะใช้ภาษาง่ายๆ ที่อ่านแล้วไม่เบื่อ

เพื่อจูงใจให้ผู้อ่านได้รับความรู้ด้านกฎหมายไปเท่าที่ สติปัญญาของผมจะทำได้ครับ

ถามมาก็ตอบไปครับ

ฝนแปดแดดสี่ หมายถึง จังหวัดพังงา ครับ

ที่มา คือ จังหวัดผมจะมีฝนตก แปด เดือน มีแดดให้เห็นเพียง สี่ เดือน ครับ

ความจริง จังหวัดระนอง กับ จังหวัดภูเก็ต ฝนก็ตกชุกใกล้เคียงกับ จังหวัดพังงา

คือประมาณ หกถึงเจ็ดเดือน แต่ก็มีบางปี ที่ทิศทางของกระแสน้ำอุ่นในทะเลเปลี่ยนแนวมาใกล้ชายฝังก็มีฝนตกถึงแปดเดือนเช่นกัน

15.
30
Am [IP: 110.164.113.92]
เมื่อ พฤ. 14 ม.ค. 2553 @ 12:59
#1799900 [ ลบ ]

เป็นทนายก็เท่ดีค่ะ แต่จริงๆ อยากเรียนกฏหมายมานานแล้ว ตอนนี้ปีปริญญาตรีบริหารธุรกิจอยู่ จะไปเรียนนิติที่รามฯ ด้วยการโอนหน่วย จากนั้นก็ไปเส้นทางทนาย ไม่รู้จะเป็นไปได้ไหมคะ ตอนนี้อายุ 35 แล้ว เคยทำงานบริษัทเอกชน ตอนนี้เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเล็กค่ะ ใครพอจะมีข้อแนะนำบ้างคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

Am แม่มินนี่

16.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ ศ. 15 ม.ค. 2553 @ 01:05
#1801067 [ ลบ ]

สวัสดีปีใหม่ครับ คุณ Am

ขอขอบพระคุณที่แวะมาครับ

ยินดีตอนรับเข้าเส้นทางนักกฎหมายครับ

ขอเสนอแนะว่า เมื่อคิดจะเรียนกฎหมายแล้วหากจมมาครวไปเรียนต่อเนติ์

แล้วเดินไปตามเส้นทาง อัยการ หรือ หรือผู้พิพากษา จะดีกว่านะ

หลานผมก็ได้ปริญญาตรีสาขาอื่นมาก่อน แล้วไปเรียนต่อนิติรามฯ สองปีครึ่งก็จบแล้วครับ ได้เนติ์แล้วด้วย

ตอนนี้อายุ 35 ได้เนติ์ ตอนอายุ 40 ไปเป็นผู้พิพากษา หรืออัยการก็ไม่สายครับ

ส่วนวิธีการเรียนกฎหมายให้ได้ดีนั้นมีหลายวิธีการลองศึกษาดูจากนักกฎหมายหลายๆท่านว่าวิธีใดเหมาะกับท่านครับ

แต่ที่รู้ๆคือมักจะอ่านกันชนิดไม่หลับไม่นอน สามวันสามคืนก่อนสอบครับ นอกนั้นเที่ยวอย่างเดียวครับ ฮา....(ไม่รู้จบได้ไง)

17.
P
มนัสนันท์
เมื่อ จ. 25 ม.ค. 2553 @ 02:37
#1819205 [ ลบ ]
  • คุณมีเหตุจุดประกายที่ทำให้อยากเป็นทนายความ
  • ดิฉันก็เช่นเดียวกันค่ะ มีคุณครูดีน่ารักเป็นแบบอย่าง เลยคิดอยากเป็นตามท่าน
  • ขอบพระคุณทุกบันทึกที่คุณกรุณาแชร์ประสบการณ์ (ได้ยาวและละเอียดจริงๆ)ที่ยอมรับว่าหลายเรื่องไม่มีความรู้เลย
  • ขอบพระคุณอีกครั้งในความตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวนะคะ
18.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ จ. 25 ม.ค. 2553 @ 03:50
#1819221 [ ลบ ]

สวัสดีครับคุณครูมนัสนันท์

ผมขออนุญาตเรียกคุณครูนะครับ

แม้ผมจะไม่เคยเรียนหนังสือจากคุณครู แต่สำหรับผม ครูก็คือครู ครับ

ผมเชื่อว่าบันทึกของคุณครูที่ผมจะไปติดตามอ่านก็ต้องมีส่วนที่จะสอนผม

อันที่จริงแล้วผมไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อยึดอาชีพทนายความแล้ว

ผมจะสามารถเดินมาจนถึงวันนี้ แต่การที่ผมหันมาทางนี้ก็สามารถทำให้

น้องชาย น้องสาวและหลานชาย หันมายึดอาชีพนี้ทั้งหมด

ต่างเป็นลูกพ่อขุนฯทุกคน จึงมีพิมพ์ที่เหมือนๆกันต่างกันเพียงรุ่นเท่านั้น

เราคุยกันว่า เราต่างผ่านฝนมาขนานนี้

เรากินเกลือมากกว่าเยาวชนรุ่นหลังที่กินข้าว

หากเราจะทำอะไรที่จะยังประโยชน์ต่อแผ่นดินนี้

โดยไม่ทำให้ใครเสียหายเราจะทำ

ขอขอบพระคุณที่คุณครูแวะมาให้กำลังใจครับ 

19.
P
ครูอ้อย แซ่เฮ
เมื่อ จ. 25 ม.ค. 2553 @ 04:08
#1819226 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

  • มาทักทาย ท่านทนายที่น่ารักค่ะ
  • มีประสบการณ์สูงแบบนี้...โลด และ โรจน์ค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้กันนะคะ
20.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ จ. 25 ม.ค. 2553 @ 04:31
#1819229 [ ลบ ]

สวัสดีครับคุณครูอ้อยคนงาม

ตื่นเช้าหรือยังไม่นอนครับ

ขอให้คุณแม่หายป่วยไวๆนะครับ ผมขอพรจากพระให้แล้วครับ

ขอขอบพระคุณในกำลังใจที่มอบให้ครับ

21.
P
นาย วันชัย วงษ์ชมภู
เมื่อ อ. 26 ม.ค. 2553 @ 16:24
#1821994 [ ลบ ]

ได้ความรู้ดีครับ ผมชอบวิธีการเขียนของพี่นะครับ จะเข้ามาอ่านบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังหลงไหลในวิชากฎหมาย (ถึงจะเพิ่งเริ่มเรียน... 55+ ก็มาคิดได้ตอนอายุ 25 ว่าตัวเองอยากทำงานด้านกฎหมายช้าไปใหมเนี่ย) ก็เรียนคอมฯ มาทำงานก็ทำงานคอมฯ มาคิดได้ปีก่อนไปสมัครเรียนนิติฯที่ ม.รามฯ แล้วพอไปสอบดูก็ได้รู้ว่า ตัวเองนั้นชอบทางนี้ก็มากอยู่ เลยตั้งใจจะเอาให้จบจะได้มาทำงานด้านนี้มั่ง ...เดี่ยวแวะมาใหม่ครับ

22.
P
ชาวฝนแปดแดดสี่
เมื่อ อ. 26 ม.ค. 2553 @ 17:09
#1822064 [ ลบ ]

สวัสดีครับคุณวันชัย

ยินดีที่ได้รู้จักครับ และยินดียิ่งที่เราต่างเป็นศิษย์พ่อขุน เออ.ใช้คำว่าลูกพ่อขุนดีกว่านะ ไม่งันฟังเหมือนค่ายมวยมากไป อิ.อิ.

ไม่สายครับ การเรียรู้ไม่เคยมีคำว่าสาย ตอนรุ่นผมเห็นมีคุณยายท่านหนึ่ง น่าจะหกสิบแล้วครับ ไปเข้าห้องสอบ วิ.อาญา

ผมตอนเรียนก็ใช้เวลาในการเล่นเป็นเรียน เวลาเรียนเป็นเล่น แต่ก็จนมาได้งัยยัง งง..งง..อยู่

ผมได้แนะนำวิธีการอ่านกฎหมายของผมไว้ในการตอบความเห็นใน บล็อกของผมนี้แหละลองหาอ่านดู อาจยังประโยชน์บ้าง

ขอบคุณนะครับที่แวะมาอ่าน

ออ..มีอีกหน่อยที่จะแนะนำ

พยายามคุยกับเพื่อนนักกฎหมายด้วยกันบ่อยๆ

ให้ยกเอาตุ๊กตา เรื่องต่างที่ทุกคนรู้ เช่นขุนช้าง ขุนแผน ขึ้นมาถามเพื่อนดู

อาจจะถามว่า กรณีนางวันทอง ถ้าจดทะเบียนกับขุนแผน จะฟ้องหย่าได้หรือไม่ เป็นต้น

ลองนำไปใช้ดูครับ ได้ข้อคิดและทำให้เข้าใจวิชาที่เราเรียนมากยิ่งขึ้น แถมมีฮา..ระเบิด

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.110
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ