ผมมีเพื่อนเป็นทั้งอัยการและเป็นทั้งผู้พิพากษาเมื่อรู้ว่าย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดก็มักถามไถ่กันว่าเพื่อนเที่ยวที่แนะนำยังอยู่ป่าว อึดอัดป่าว วัตถุเมาไวหมดกี่ขวดแล้วอะไรทำนองนี้

กลับมาตามคำมั่นครับ

(อังคารที่ 26 มกราคม 2553)

เรื่อง

ใกล้ชิดผู้พิพากษา เป็นผลกับคดี

ในวงการยุติธรรมที่ ทิ้งไม่ได้ ขายไม่ขาด คือเพื่อน นักกฎหมายทุกท่านต่างมีเพื่อนเป็นทนาย อัยการ ผู้พิพากษา ตำรวจ

 

โดยปกติผู้พิพากษาเมื่อต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างจังหวัด มักจะคบหากับเพื่อนต่างอาชีพ หรือเพื่อนที่ไม่ใช้ผู้พิพากษาด้วยกันยาก

จะด้วยกฎระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆขององค์กรศาลที่จำเป็นต้องปฏิบัติเพื่อความเหมาะสมก็ดี

หรือจะด้วยสังคมในต่างจังหวัดให้ความเคารพนับถือผู้พิพา่กษาก็ดี

ลองมองจากตัวท่านเองก็ได้ถ้ารู้จักกับผู้พิพากษา แล้วท่านวางตัวอย่างไร

ผู้พิพากษาจึงหาเพื่อนได้ยากในต่างจังหวัด ใครๆก็รู้ว่าท่านนี้คือผู้พิพากษา

ผมมีเพื่อนเป็นทั้งอัยการและเป็นทั้งผู้พิพากษาเมื่อรู้ว่าย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดก็มักถามไถ่กันว่าเพื่อนเที่ยวที่แนะนำยังอยู่ป่าว อึดอัดป่าว วัตถุเมาไวหมดกี่ขวดแล้วอะไรทำนองนี้  

คำตอบที่ได้คือ

โคตรเลยเพื่อน. ฮา...

คิดดูชวนมันคุย มันยังตอบครับผม ครับผม ฮา....

แถมมือมันจับเป้ากางเกงตลอดเวลาเลย ฮา....

สงสัยเมียจะสั่งให้ดูแลอย่างดี  ฮา....

เหตุนี้ ผู้พิพากษาเมื่อย้ายไปอยู่จังหวัดใดก็จะมีเพื่อนเป็นทนายความบ้าง อัยการบ้าง ตำรวจบ้างที่จังหวัดนั้น นั้งกินนั้งซดวัตถุเมาไวได้โดยไม่ต้องมีมือกุมเป้ากางเกง วนเวียนไปมาอยู่ในกลุ่ม  น้อยร้ายจะมีเพื่อนนอกกลุ่ม เว้นแต่จะเป็นเพื่อนสมัยเรียน หากรู้ว่าทำมาหารับประทานอยู่ในจังหวัดด้วย ต่างดีใจยิ่งกว่าได้พบพระเจ้า ว้างเป็นนัดซดวัตถุเมาไว ฮา... หรือนัดไปเดินหาลูกกลมๆที่ตัวเองหวดสุดแรง เพราะสำนึกผิดที่ไม่รู้โกรธกันมาแต่ชาติปางใด ฮา....

ที่นี้เข้าเรื่องเสียที่

ประมาณปี 2529 ผมรับคดีข้อพิืพาทเกี่ยวกับที่ดิน คดีหนึ่งซึ่งต้องไปฟ้องคดีที่ต่างจังหวัด หลังจากรวบรวมหลักฐานเสร็จจึงนำคดีไปฟ้องต่อศาลจังหวัดนั้นมีจำเลยรวม 3 ท่านแต่งตั้งทนายความคนเดียวกัน (อิจฉาท่านทนายจำเลยที่รับค่าทนายมากกว่าผม แฮ..) โจทก์มีคนเดียว เมื่อคู่ความทั้งสาม(จำเลย)ยื่นคำให้การเสร็จก็นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทตามขั้นตอนแล้วกำหนดวันนัดสืบพยาน เมื่อถึงวันนัดสืบพยาน ท่านทนายจำเลยก็อ้างว่าป่วย มีใบรับรองการป่วยเสร็จ ศาลก็ให้เลื่อนคดีไปโดยนัดวันกันใหม่ ก็เป็นเช่นนี้อยู่สักห้าหกนัดนับระยะเวลาจากวันที่ฟ้องคดีจนถึงวันที่เลื่อนนัดครั้งสุดท้าย 1 ปีกับ 4 เดือนโดยยังไม่มีการสืบพยานแม้แต่ปากเดียว และทุกครั้งลูกความผมต้องไปศาลด้วยทุกครั้งเพราะเป็นพยานปากแรก

จนท่านลูกความผมบ่นว่า

ที่ไม่จ้างทนายทางนี้เพราะรู้ว่าทนายทางนี้ขี้โรคป่วยบ่อย  ฮา....

เมื่อก่อนเคยให้ฟ้องคดีอื่น ใช้ทนายทางนี้ก็เห็นป่วยอยู่ตั้งสองปี ฮา.....

คราวนี้เลยจ้างทนายกรุงเทพ แต่ทนายทางนี้ก็ยังป่วยเป็นปกติ ฮา.....

หลังจากการเลื่อนคดีในนัดสุดท้ายไปประมาณ ยี่สิบกว่าวัน ท่านลูกความผมแจ้งว่า พยานที่ขายที่ดินให้เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายต้องนอนพักอยู่ที่บ้านไปศาลไม่สะดวกจะทำอย่างไรและอาจอยู่ไม่ถึงวันนัด  

ผมจึงยื่นคำร้องขอให้ท่านผู้พิืพากษาไป “เดินเผชิญสืบ”คิด..งง..

เออ...เดินเผชิญสืบนี้มันเยี่ยงใด....

พวกนักกฎหมายชอบมีคำแปลก.....มนุษย์ชาติใดใช้กัน...ฮา

ว่าจะไม่อธิบายกลัวถูกสาปให้ไปเกิด ชาติหน้ายิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง...ฮา...

 

การเดินเผชิญสืบ

หมายถึงการขอให้ท่านผู้พิพากษาไปทำการสืบพยานนอกศาลนั้นเอง คือไปที่ใดก็ได้ตามที่พยานที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่หรือตั้งอยู่ คือให้ไปถามไปดูไปรู้ไปเห็นพยานนั้นจริงๆนอกที่ทำการของศาล เช่นกรณีนี้พยานมาศาลไม่ได้เพราะป่วย

นอกจากนี้ยังใช้ได้กับวัตถุพยานนอกจากบุคคล อย่างเช่น มีข้อพิพาทกันเรื่องก่อสร้างอาคารขวางทางน้ำ ทำให้น้ำท่วม อีกฝ่ายบอกไม่ขวางไม่มีน้ำท่วมต่างมีภาพมายืนยันก็อาจขอให้ออกไปดูให้เห็นด้วยตาก่อนจะตัดสินคดีก็ได้

หวังว่าพอเข้าใจแล้วนะ

ที่นี้กรณีพยานปากนี้มีเหตุสองอย่างคือ

หนึ่ง....ป่วยมากไปศาลไม่ได้แน่นอน

สอง....อาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันที่ศาลนัดสืบพยาน

ทำอย่างไรหละที่นี้

ผมทำงี้ครบ ขอศาลไปสองขอ อิ.อิ.

ขอแรกคือขอให้ศาลทำการสืบพยายปากนี้ไว้ก่อนถึงวันนัดคดีเป็นกรณีเร่งด่วน อาจสงสัยว่าแล้วทำได้หรือ

ไม่ต้องสงสัย ทำได้ครับ            ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง นักกฎหมายนิยมเรียกสั้นว่า ป.วิแพ่งมาตรานี้ครับ (เอาตามที่แก้ไขปัจจุบัน)

มาตรา 101  

ถ้าบุคคลใดเกรงว่าพยานหลักฐานซึ่งตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสูญหายหรือยากแก่การนำมา  หรือถ้าคู่ความฝ่ายใดในคดีเกรงว่าพยานหลักฐานซึ่งตนจำนงจะอ้างอิงจะสูญหายเสียก่อนที่จะนำมาสืบหรือเป็นการยากที่จะนำมาสืบในภายหลัง  บุคคลนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอหรือคำร้องให้ศาลมีคำสั่งสืบพยานหลักฐานนั้นไว้ทันที (ข้อกฎหมายมียาวกว่านี้ซึ่งมี มาตรา 101/1 ด้วยผมบันทึกให้พอเป็นที่เข้าใจ ถ้าต้องการทราบไปเปิดดูตามที่อ้างอิงได้ครับ) 

 

ขอสองคือขอให้ออกไปเผชิญสืบ ก็ตามที่อธิบายไว้แล้วคือขอตาม ป.วิแพ่งมาตรานี้ครับ 

 มาตรา 102   

ให้ศาลที่พิจารณาคดีเป็นผู้สืบพยานหลักฐานโดยจะสืบในศาลหรือนอกศาล ณ ที่ใด ๆ ก็ได้แล้วแต่ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควรตามความจำเป็นแห่งสภาพของพยานหลักฐานนั้น

พักสายตากันสักกะเดี๋ยวนะ

 

 

มาเข้าเรื่องต่อนะ

ที่นี้เมื่อศาลรับคำร้องแล้วก็ให้จ่าศาลเรียกตัวผมขึ้นไปพบ ก็ตกลงกันว่าผมจะไปรับทนายจำเลยไปด้วยก็นัดหมายเวลากัน มีการจัดรถมารับส่งเป็นที่เรียบร้อย ก็ไปสืบพยานกันที่บ้านของพยานจนเสร็จสิ้น

วิธีสืบพยานก็มีการถามตอบเช่นเดียวกับถามพยานกันในศาล จะต่างกันตรงที่ พยานนอนบนเตียง ท่านผู้พิพากษานั่งอยู่ด้านข้างเตียง ผมกับท่านทนายจำเลยยืนอยู่ปลายเตียง เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด นั่งที่โต๊ะ ซึ่งลูกชายของพยานจัดมาให้   คำถามที่ใช้ก็ตรงไปตรงมาคืออยากทราบอะไรก็ตามนั้น ไม่มีการขี้ม้าเลียบค่าย นับว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในอาชีพที่ทั้งผมและท่านทนายจำเลยไม่ต้องให้ศาลเตือนว่าถามให้เข้าประเด็น

หลังจากนั้นอีก สิบ วัน พยานปากนี้ท่านก็จากไปอย่างสงบด้วยวัย 68 ปี ผม ท่านผู้พิพากษา ท่านทนายจำเลยก็ไปคารวะท่านพยานปากนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่ได้รู้จักกับพยานปากนี้มาก่อนและทั้งท่านผู้พิพากษาและทนายจำเลยเราต่างหันมามองกันเข้าใจความรู้สึกของกันดีว่าคิดอย่างไร (ทนายถึงขึ้นสวรรค์ได้น้อยคน)

พักซับน้ำตากันก่อนนะครับ (เศร้า...)

 

มาตามต่อนะครับ

เชื่อหรือไม่ว่าหลังจากสืบพยานปากนี้ไปแล้ว          ผมยังต้องเลื่อนคดีไปอีก เจ็ดแปดเดือน   เหตุเพราะท่านทนายจำเลยป่วย    ผมยังล้อเล่นฝากเสมียนทนายที่นำคำร้องขอเลื่อนคดีมายื่นศาลไปถามว่า      ถ้าป่วยเป็นหวัดเจ็บคอก็ไม่ค้านเพราะพูดไม่ได้              แต่ถ้าเป็นมะเร็งต้องค้านเพราะเกรงจะทำหน้าที่ไม่ทัน ....ฮา  (ท่านผู้พิพากษาได้ยินยังแอบยิ้ม)

เมื่อเริ่มสืบพยานกันอย่างจริงจังภายหลังจากท่านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนท่านเดิมย้ายไปแล้วได้ประมาณ 15 ปากใช้เวลาอีกประมาณหกเดือน พยานผมหลังจากสืบเสร็จก็สิ้นอายุขัยไปด้วยวัย 55 กับ 60 กับ 72 รวม 3 ท่าน (เศร้าอีก) ฝ่ายโจทก์ก็หมดพยาน

เริ่มนัดสืบพยานจำเลย ซึ่งอ้างพยานไว้ 22 ปาก

วันนัด ท่านทนายจำเลยป่วยอีก  ฮา.......(กระดูกแข็งจัง รายนี้ไม่ยักสิ้นอายุขัย) นัดถัดมาก็สืบพยานฝ่ายจำเลยไปได้อีก 7 ปากใช้เวลาไป สองนัด ประมาณ สองเดือนเศษ นัดถัดมาศาลนัดไว้อีกสามนัดห่างกันนัดละหนึ่งเดือนกำชับจำเลยว่าให้นำพยานมาสืบให้เสร็จทุกปาก

ถึงวันนัดท่านทนายจำเลยป่วยอีก...ฮา....

คราวนี้ให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องพร้อมผลการตรวจรักษาของแพทย์กำหนดให้พัก สี่เดือนป่วยด้วยโรคตับ ศาลให้เลื่อนแต่กำชับจำเลยว่านัดหน้า(คืออีกสี่เดือน)หากทนายจำเลยไม่อาจมาศาลได้ให้จำเลยจัดหาทนายมาใหม่ศาลจะไม่ให้เลื่อนคดีเพราะทนายจำเลยป่วยอีก

ที่ศาลจดรายงานทำนองนี้เพราะคราวนี้ผมค้าน

(จริงๆแล้วก็ค้านมาทุกนัดที่เลื่อน)

ผมแถลงศาลว่าท่านทนายจำเลยป่วยคราวนี้เห็นทีจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป เพราะพยานฝ่ายโจทก์สามท่านที่มาศาลไม่แสดงอาการป่วยเลยยังสิ้นอายุขัย ฮา.....(ศาลฟังแล้วหัวเราะ) ขอให้จำเลยแต่งทนายอื่นเข้ามาแทนก่อน

เห็นยังครับผมใช้วาจาจูงใจไม่ให้ศาลอนุญาตแล้วก็ไม่สำเร็จ เลื่อนคดีได้อยู่ดี เหตุก็เป็นเช่นนี้มาตลอดผมทำคดีนี้มาตั้งแต่กลางปี 2529 ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีเอาปลายปี 2538 พยานฝ่ายโจทก์สิ้นอายุขัยไป 4 ท่าน พยานฝ่ายจำเลยสิ้นอายุขัยไป 1 ท่าน ท่านผู้พิพากษาย้ายไปตามวาระ สอง ท่าน

ทนายโจทก์กับท่านทนายจำเลยยังไม่สิ้นอายุขัย ฮา....

เหตุที่ีคดีนี้ฝ่ายจำเลยได้เลื่อนคดีทุกครั้งที่ขอเลื่อนคดี ก็เพราะท่านทนายจำเลยใกล้ชิดกับท่านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจากศาลผมพักอยู่ที่จังหวัดนี้ต่ออีก 1 วัน ได้ไปกินไปซดวัตถุเมาไวที่ร้านในจังหวัด ซึ่งก็มีไม่มากร้านนัก     ได้พบเจอกันทั้งท่านทนายจำเลยและท่านผู้พิพากษา ยังมีการเดินข้ามโต๊ะกันไปมาจนท่านผู้พิพากษากับผมก็ถือว่าเป็นเพื่อนใกล้ชิดกันอีกคน สรุปแล้วด้วยความใกล้ชิดนี้เองทำให้การขอเลื่อนคดีเป็นผลทุกครั้ง

ส่วนผลคดีไม่บอกครับ อิ.อิ.

ขออนุญาตไว้ต่อคราวหน้านะครับ เพราะในระหว่างสืบพยานของทั้งสองฝ่ายมีอะไรต่อมิอะไรที่ได้ฮา...และทำให้เข็มขัดของท่านสั้นได้หลายครั้ง

รอต่อภาค สองนะครับ  

แล้วท่านจะทราบว่า "ยุติธรรมคือศาสตร์" จริงๆๆ 

มีคำถามให้ท่านตอบอยู่ในความเห็นที่  6 กับ 7 ลองไปตอบกันดูครับ

ปล.

บางท่านที่ยังไม่อ่านเรื่อง ผัวเมีย ตีกัน ฉันคือเทวดา  ผัวเมีย ดีกัน ฉันคือ.....อาจขาดอรรถรสในการตอบคำถาม จะกลับไปอ่านคำถามคำตอบท้ายบันทึกก่อนก็จะได้อรรถรสในการตอบคำถามยิ่งขึ้นครับ 

เรื่องเล่ากับคำถามของบทความนี้ผมเอามาไว้ต่อท้ายนี้ให้แล้วครับ

ลองตอบดูนะครับ พรุ่งนี้จะเฉลยให้ครับ

มีเรื่องจะเล่าสั้นๆ (อีกแล้ว….)

แต่กราบขออภัยไว้ก่อนนิ...เพราะคราวนี้โดนหลายอาชีพ. ฮา....

มีหนุ่มรูปงามนายหนึ่งบ้านอยู่แถวบางกะปิ กทม.กำลังเรียน ป.โท แถวๆนั้นแหละ อาชีพหลักทำเกี่ยวกับการเกษตร ก่อนจะเอาตำรามาอ่านจะกราบตำราทุกครั้ง  ใจมีธรรม  ไม่โกรธ ไม่ว่ากล่าวผู้ใด แต่เป็นคนเงียบขรึม แอบมีใจรักสาวสวยในขณะที่ไปพบท่านที่ปรึกษา

( เป็นถึงอดีตผู้นำคนไทยทุกสี่รู้จักถ้าท่านคิดว่าเป็นใครจะเอากุหลาบไปให้ก็ไม่ว่ากัน  แต่ผมหาได้หมายถึงบุคคลที่ท่านคิดไม่ ฮา.....)

สาวสวยนางนี้อยู่แถวบางแค ฝังธนบุรี มีอาชีพเป็นครู งามทั้งร่างกาย งามทั้งจิตใจ และงามทั้งวาจา  กำลังเรียน ป.โท และมีท่านที่ปรึกษาท่านเดียวกัน ก็แอบชอบอยู่เช่นกัน

ตลอดเวลาที่เรียน ป.โท จนจบไม่มีโอกาสพูดจากัน ใจที่รักใคร่กันมากต่างคิดว่า “ใช้เธอคนนี้ ”ไม่สมรักสมรสกัน ชาตินี้จะบวช

เลยส่ง SMS.นัดพบกันที่ทางม้าลายหน้า สน.บางรัก ขณะข้ามถนน ไม่ระวัง (ความรักเข้าตานะ)  รถเมล์เล็กขับมาชนทั้งคู่เสียชีวิตทันที

ความทราบถึงท่านเทวดาเลยลงมารับตัวทั้งคู่ไปสวรรค์ (อีกแล้ว)

เพื่อเป็นเทวดาและเป็นนางฟ้า แต่ต้องแยกกันอยู่

ทั้งคู่เศร้าซึม ท่านเทวดาสงสารเลยจัดให้พบกัน

นางฟ้าถาม

ตอนเรียน ป.โท ทำไมไม่คุยด้วย ทำเป็นเงียบขรึมอยู่ได้     รู้ไหมสตรีพูดก่อนไม่งามไม่รักหรือ

 เทวดาตอบ

รักตั้งแต่แรกพบ อยากพูดแต่พูดไม่ได้เพราะเป็นใบ้...ฮา......

เมื่อเข้าใจกัน ความรักสุกงอมถึงที่สุด ขอให้ท่านเทวดาจัดงานแต่งงาน         ท่านเทวดารับปาก แต่ให้รอก่อน

ทั้งคู่รอมา จนเข้าปีที่ 8 เห็นทีท่าว่าจะลืมเลยทวงถาม

ท่านเทวดาบอกไม่ลืม ให้รอก่อน

อยู่ต่อมา อีก 7 ปี ท่านเทวดาก็เรียกทั้งคู่มาจัดแต่งงานให้

ในพิธีเชิญเทวดาบาทหลวงมาทำพิธีให้  ก็ได้แต่งงานสมปรารถนา

เมื่ออยู่มา 5  ปี ทั้งคู่มีความเห็นต่างกัน เพราะจบ ป.โท มาด้วยกัน (เออ.....เศร้าเรียนมากรักยาก อิ.อิ.)

เพื่อรักษาอดีตที่หวานชื่นและสวยงามไว้ในใจ

ตัดสินใจหย่ากัน ไปบอกท่านเทวดา

ท่านเทวดาตกใจ

....ร้องขึ้นว่า ตายละต้องใช้ทนาย...ฮา......

.....คงจะต้องรออีกนานมาก ....ฮา....

.....รอบาทหลวงยังใช้เวลา 15 ปีเลย ...ฮา......

ขอให้มีความสุขทุกท่านครับ

(คุณครูทุกท่านอย่าโกรธศิษย์คนนี้นะครับ ....กราบขออภัยมา ณ ที่นี้)  

ท่านที่อ่านเรื่องสั้นจบแล้วใครทราบบ้างว่า

1.สาวสวย ที่เรียน ป.โท ชื่ออะไร

2.ทั้งคู่ต้องรอทนายนานเท่าไรถึงจะได้หย่ากัน

อิ.อิ. ใครตอบถูกจะสมหวังในสิ่งที่รักตลอดกาล

ผมมีคำเฉลยอยู่ในความเห็นที่ 22 ครับ