ตอนแรกท่านมองว่าผมคงมีนายดีถึงกล้าท้าทายท่าน จึงให้ลูกน้องตรวจสอบดู ก่อนจะมีปัญหากัน แต่ยังไม่แน่ชัด จึงนั่งคิดถึงคำพูดของผมที่ว่า “ข้อหาบุกรุกนี้ คุณแกล้งลืมหรือจำไม่ได้”

สวัสดีครับท่านผู้อ่านและชาว G2K ทุกท่าน

เมื่อคราวที่แล้วผมติดค้างเรื่อง

“ความผิดอาญาฐานบุกรุก..หนุกนะจะบอกให้” 

วันนี้ชำระหนี้ให้แล้วนะครับ

ความหมายของคำว่า บุกรุก

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้คำจำกัดความไว้ว่า

ล่วงลํ้าเข้าไปในเขตที่หวงห้าม หรือ ล่วงลํ้าเข้าไปในสถานที่ของผู้อื่นโดยบังอาจ หรือพลการ

อ่านทำความเข้าใจเพียงนี้ก็ชัดแจ้ง.....แต่ครับ....(ต้องมีแต่ทุกที)

เมื่อคำว่า ล่วงล้ำเข้าไปในเขตหวงห้าม หมายถึง บุกรุก อิ.อิ.

(ห้ามคิดก่อนอ่านจบนะ)

ที่นี้ถ้าผมจะคิดต่อ

แล้วตอนผมทำคดีให้จำเลยท่านหนึ่งทำไมพนักงานอัยการท่านถึงฟ้องท่านจำเลยขอให้ลงโทษฐานความผิดข่มขืนหละ....ฮา....

เพราะตอนที่นำสืบพยานก็ฟังเป็นที่ยุติว่า

วิธีการคือการล่วงล้ำเข้าเขตหวงห้ามเช่นกัน...ฮา....

ทำไมไม่ฟ้องว่ากระทำความผิดฐานบุกรุกหละ....

อันนี้ผมสงสัยเฉยๆนะ...อิ.อิ..เออ..ผมคงคิดมากไป...ห้ามคิดตามผมนะ

เออ...ยังจะคิดตามอีก..แน่ะมีการนึกภาพด้วย...ฮา....

 

มาเข้าเรื่องดีกว่าเดี๋ยวไปไกล..อิ.อิ.(รู้นะคิดไรอยู่...ฮา...)

คือเรื่องนี้มีอยู่ว่าเมื่อประมาณปี 2530 (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ขณะนั้นยังมีตำแหน่งสารวัตรใหญ่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ (และถ้าจำไม่ผิดอีกนะ) ตำแหน่งนี้มาสิ้นสุดลงเมื่อ ปี 2535 แล้วมาเรียกหัวหน้าสถานีตำรวจว่า ผู้กำกับการ มาจนปี 2550 ก็กลับมาเรียก สารวัตรใหญ่ กันอีกตอนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่รู้สึกว่าอำนาจจะไม่เท่าแต่ก่อน อันนี้ไม่แน่ใจ อยากรู้ต้องถามตำรวจแล้วครับ

ท่านลูกความของผมได้เปิดสำนักงานจัดหางานเพื่อส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ สำนักงานที่เปิดก็เช่าเอาอาคารพาณิชย์จากนายทหารท่านหนึ่งมาทำเป็นสำนักงาน เมื่อประกอบการไปประมาณปีเศษ เริ่มมีปัญหาการเงิน เพราะไม่สามารถจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศได้ตามกำหนด กำลังจะถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง เมื่อมีปัญหาหนักเข้าเริ่มไม่จ่ายค่าเช่าอาคาร ติดค้างมาประมาณ 2 เดือน เป็นเงิน 14,000 บาท ท่านผู้ค้าแรงงานประมาณ ห้าสิบหกสิบคน ต่างเริ่มมานอนเฝ้าอยู่ที่สำนักงาน เนื่องจาก จำนองนา จำนองไร่ ไปแล้วได้เงินก็เอามาให้ท่านลูกความผมท่านนี้ไปจนหมด แต่ยังไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศซักกะที  แต่อยู่ๆก็นายตำรวจพร้อมลูกน้องอีกสองสามนาย ได้เข้าไปในสำนักงานตอนเช้า ไล่ให้แรงงานเหล่านี้ออกไปนอกสำนักงานแล้วปิดประตูเอาโซ่คล้องประตูใส่กุญแจ พร้อมติดป้ายประกาศว่า

“อาคารแห่งนี้ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกจับ

ลงชื่อ......ลายเช็น...............สารวัตรใหญ่ สน.........”

ได้ค่าวิชาอีกแหละเรา...อิ.อิ.

พักสายตาสักหน่อยนะครับ

 

มาต่อกันครับ

ผมจึงดำเนินการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน แล้วทำการเปิดประตูให้ใช้อาคารต่อไป  แต่เพียง 10 นาที

มีเจ้าพนักงานตำรวจ สองนาย เดินเข้ามาถามว่า

ใครเป็นคนเปิดประตู....หนาวเลยเรา....แฮ.....

ผมจึงแจ้งให้ทราบว่าผมเอง แต่ไม่แจ้งว่าผมเป็นทนายความ

กลัวครับ.......กลัวจะไม่ได้เห็นวิธีการ

นายสิบ..(เข้ามาจับแขนผมบอกเสียงแข็งว่า)ไปช่วยราชการโรงพักกันหน่อย....ฮา...(เข้าใจใช้คำได้ดี)

ผม.......ปล่อยแขนก่อนครับเดี๋ยวจะขับรถตามไป

นายสิบ....ไม่ได้

ผม......เอางี้...คุณตำรวจ ถ้ากลัวว่าผมจะหนีให้ คุณตำรวจอีกคนไปกับผมก็ได้นะ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าผมจะต่อสู้ แล้วยิงคุณตาย....จะ ว.เรียกกำลังเสริมก็ไม่ขัด

นายสิบ.....งั้นขอใส่กุญแจมือ

ผม......ขอก็ไม่ให้ครับ....ฮา.....กลัวคุณต้องมากราบขอโทษผม

นายสิบ.....ขอบัตรครับ(เสียงอ่อนลง)

ผม......จะเอาบัตรอะไร มีบัตรทนายกับบัตรประชาชน ใบขับขี่

นายสิบ....พี่ไม่รู้หรือว่าพี่ทำอย่างนี้ผิดนะ (เออ..นับญาติกันเสียแล้ว...ไม่รู้เพราะอะไร ....งง....อิ.อิ.)

ผม.....รู้แต่ลืม....ฮา....

นายสิบ....เดี๋ยวพี่ตามผมไปโรงพักหน่อยไปคุยกับนายก่อน

เมื่อผมไปถึงโรงพัก

นายสิบท่านเดิม...เดินมาหา แล้วบอกว่า

นายสิบ.....พี่ครับเชิญที่ห้องสารวัตรใหญ่เลยครับพี่ (เออ...ขู่ผมอยู่เมื่อไม่เกิน ครึ่งชั่วโมงนี้เอง สงสัยก่อนหน้ากินยาไม่ได้เปิดขวด..อิ.อิ...)

ผม.......(ยิ้มรับ)...ได้ครับ

 

ในห้องสารวัตรใหญ่ (สวญ.)

สวญ........เชิญนั่ง

ผม...........ขอบคุณครับ

สวญ........คุณทนายจะเอาไง

ผม........ไม่เอาไง....ต้องถามคุณสารวัตร....เอาท่าไหน...ฮา...(ตรงเอาท่าไหนตอนนั้นลืมได้แต่นึก...ฮา..)

สวญ.......งั้นต้องแจ้งข้อหาบุกรุกเลยนะ

ผม.......(หนาวอีกเรา)......ได้ครับ

สวญ......ค้างค่าเช่าเขาทำไมไม่จ่าย

ผม........ต้องถามลูกความผม

สวญ...เอางี้..ให้เวลา 3 วัน บอกลูกความคุณให้เอามาจ่ายเสียผมจะไม่แจ้งข้อหาคุณ (เออ...ข้อเสนอน่าคิด)

ผม.......เออ....คุณสารวัตร...ถามจริงเถอะ ข้อหาบุกรุกนี้ คุณแกล้งลืมหรือว่าจำไม่ได้  ผมว่าเรามาลองสนุกกันสักหน่อยก็ได้นะครับจะเอาผลแค่ไหนตกลงกันก่อน ถึงขั้นศาลพิพากษาหรือแค่ไหน เอาเป็นว่า....ผมเป็นฝ่ายให้เวลาคุณสารวัตร 3 วันดีกว่า ให้ตอบผมว่าจะเดินหน้าหรือยุติ ถ้าไม่แจ้งข้อหาผม...กลับนะ

สวญ.........คุณทนายไปคิดดู.....ไม่อยากให้ต้องมาโกรธกัน วันหน้าเรายังจะเดินเจอกันในศาลจะได้ทักทายกัน

สองวันต่อมา

นายสิบท่านเดิมครับ ท่านเข้ามาทำความเคารพผมที่สำนักงานทนายความของผมแจ้งว่า นายขอเชิญพี่ไปทานข้าวด้วยกันที่........(อยู่ในท้องที่ของ ท่าน สวญ.)

เมื่อไปถึงท่าน สวญ.เรียกให้ผมนั่ง จำได้ว่าบนโต๊ะมีกุ้งเผา ก้ามปูทะเลนึ่งและอะไรอีกอย่างจำไม่ได้จริงๆครับ ในห้องนั้นมีเพียงผมกับ ท่านสวญ.เท่านั้น

สวญ......น้องนั่งก่อน...มากินข้าวกันก่อน

ผม.........ขอบคุณครับ....ท่านมีอะไรครับคุยกันก่อนไม่งั้นกินไม่ลง

สวญ.....น้องพี่ขอโทษวะ

ผม.......โอ.เค.ครับเข้าใจ ไม่ต้องคิดมากกินข้าวกันหิวแล้ว...ฮา....

สงสัยป่าวครับว่าทำไม่ท่าน สวญ.ถึงต้องเลี้ยงข้าวขอโทษผม ท่านสืบรู้ว่าผมเห็นแก่กินครับ....ฮา....ล้อเล่นนะ..อิ.อิ.

เดี๋ยวจะเล่าต่อ

พักกันก่อนจะดื่มน้ำอะไรก็ได้ครับ

หรือจะดื่มน้ำปัสสาวะอีกก็ได้ไม่ว่ากัน...อิ.อิ.

 

มาต่อกันครับ

คืองี้ครับ ท่านบอกว่า ตอนแรกท่านมองว่าผมคงมีนายดีถึงกล้าท้าทายท่าน จึงให้ลูกน้องตรวจสอบดู ก่อนจะมีปัญหากัน แต่ยังไม่แน่ชัด จึงนั่งคิดถึงคำพูดของผมที่ว่า “ข้อหาบุกรุกนี้ คุณแกล้งลืมหรือจำไม่ได้” ก็เลยปรึกษากับนักกฎหมาย และลองค้นหา ฎีกา มาดู ท่านบอกว่า พอรู้หนาวเลย แต่ยังอุ่นใจที่เห็นผมพูดจานักเลงดี น่าจะขอกันได้ และที่ท่านทำไปก็เพราะรับปากกับเพื่อนท่านที่เป็นเจ้าของอาคารที่ให้เช่าว่าจะจัดการให้ เลยไปดำเนินการเสียเองคิดว่าเพียงขู่ก็น่าจะได้ค่าเช่าแล้ว เพราะเงินไม่มาก 14,000บาท เอง

ผมเลยได้พี่ชายที่เป็นนายตำรวจมาอีกคน แต่ตอนนี้ท่านเกษียณอายุราชการไปแล้ว

ที่ท่านบอกว่าหนาวเพราะเหตุนี้ครับ (ทนอ่านหน่อยนะมีประโยชน์มากครับ)

ตามประมวลกฎหมายอาญา      

ความผิดฐานบุกรุก

    มาตรา 362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข   ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขออธิบายความหมายของมาตรานี้แบบง่ายๆสั้นๆไม่ต้องเอาแบบนักกฎหมายนะ

คือใครก็ตามที่เข้าไปในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ที่ครอบครองบ้านนั้นอยู่ มีความผิดครับ (คำว่าผู้ครอบครองนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ อาจเป็นผู้เช่า ผู้อาศัย ก็ได้ครับ)

นอกจากนี้กฎหมายยังคุ้มครองผู้ที่ครอบครองบ้านนั้นถึงขนาดว่า หากผู้ครอบครองจะเดินเข้าบ้านนั้น แล้วถูกขัดขวาง เช่นเอากุญแจไปใส่ไว้ หรือเอารั้วไปปิดกั้นไว้ไม่ให้ผู้ที่ครอบครองเข้าบ้านได้ก็ผิดแล้วครับ แม้ผู้ที่ปิดกั้นนั้นจะเป็นเจ้าของบ้านโดยแท้จริงก็ตาม หากผู้ครอบครองบ้านนั้นได้เข้าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นการเช่า อย่างกรณีนี้ ส่วนเจ้าของจะอ้างว่าผู้เช่าค้างค่าเช่านั้นก็เป็นคนละส่วนกันต้องไปว่ากันในเรื่องคดีทางแพ่งครับ

ที่เล่าเรื่องนี้เพราะต้องการจะให้เข้าใจกันเสียเนื่องจากมีเจ้าของบ้านเช่าส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่าเป็นบ้านของท่านเองย่อมมีสิทธิอำนาจจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งศาลมีคำพากษาให้ลงโทษมามากแล้วครับ ใช้ว่าท่านเป็นเจ้าของบ้านให้เช่า หรือเจ้าของห้องให้เช่า พอผู้เช่าติดค้างค่าเช่าเลยไปปิดบ้านปิดห้องไม่ให้เข้า หรือไปตัดน้ำตัดไฟไม่ให้ใช้ มันเป็นความผิดนะครับ ฐานเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ซึ่งถือว่าผิดฐานบุกรุกด้วยเช่นกันครับ

คราวนี้จบชั้นโรงพัก

คราวหน้าจะพาไปศาลความผิดฐานนี้อีกครับแต่เป็นเรื่องอื่น

บอกแล้วว่า “ยุติธรรมคือศาสตร์” เชื่อยังครับ

หมายเหตุ

อ่านจบแล้วผมขอความช่วยเหลือหน่อยครับ

คือมีท่านผู้อ่านอีเมล ไปขอให้ช่วยนิยามคำว่า “อาวุธ” เสียใหม่

เพราะท่านเกรงว่าคุณสุภาพบุรุษจะหมดโอกาสเข้าไปยังสถานที่ใดๆ

ที่มีป้าย “ ห้ามพกพาอาวุธ ” ผมจนปัญญาจะหาคำนิยามใหม่จริงๆครับ

เพราะคำว่า “อาวุธประจำตัว”.....ฮา...ผมเองได้ฟังจากนายทหารมา  

แล้วจำเอามาเล่าต่อ ช่วยผมด้วยเถอะ...ฮา.....

บางท่านอาจยังไม่ทราบว่าผมกล่าวถึง อาวุธอะไร

โปรดไปดูแบบอาวุธได้ที่นี้ อิ.อิ.