อยากอธิบายให้คนนอกวงการของเราเข้าใจให้ถูกต้องขึ้นค่ะ
สัปดาห์นี้รับหน้าที่ในจุด A เป็นคนควบคุมเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ Hitachi 917 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจวิเคราะห์ต่างๆของหน่วยเคมีคลินิกในปัจจุบัน งานที่ทำเกือบทั้งวันก็คือ งานหุ่นยนต์อย่างที่เคยเล่าไว้แล้ว เราต้องใช้"คน"ในการ
- ลำเลียง สิ่งส่งตรวจทั้งหลายที่ส่วนใหญ่ก็คือหลอดที่บรรจุเลือดที่ปั่นแยกซีรั่มแล้ว ทั้งลำเลียงเข้าและลำเลียงออก
- กดแป้นเพื่อใส่หมายเลขของ sample พร้อมทั้งเลขเดือน ตอนต้นเดือนเริ่มที่เลข 1-10 วันหนึ่งๆมี sample เข้ามาตรวจที่หน่วยเราประมาณ 600 - 800 ราย ใครอยู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก็ต้องกดตัวเลขแบบว่า 16789-10 กันไป ลองคิดดูก็แล้วกันค่ะ ว่าวันหนึ่งๆเราต้องกดแป้นตัวเลขกันกี่พันกี่หมื่นครั้ง
- กดเลือกการทดสอบต่างๆโดยอ่านจากใบสั่งตรวจที่พิมพ์ออกมาอีกที ยังดีที่มี profile ให้ตั้ง อย่างเช่น ไขมัน เราก็ไม่ต้องมากด test 3 ชนิดทีละตัว ส่วนใหญ่แล้วเฉลี่ยก็คงกดกันไม่น้อยกว่า พันครั้งต่อวัน
- งานทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องใช้สมาธิและความคล่องตัวจึงจะทำได้รวดเร็วและถูกต้อง เพราะเราต้องมั่นใจว่าเราใส่หลอด sample ได้ตรงกับตำแหน่งที่เรา key เข้าเครื่องเพราะเครื่องไม่ได้เช็คให้เรา หากวางผิดก็ไม่มีทางรู้ได้เลย จึงเป็นเทคนิควิธีการของแต่ละคนว่าจะตรวจสอบอย่างไรไม่ให้ผิดพลาด ตัวเองจะใช้วิธีตรวจเช็คเบอร์ที่หลอดให้เรียงตรงกับใบสั่งตรวจ พร้อมๆไปกับตรวจดูลักษณะของ sample ว่าใสดี ไม่มีก้อน clot หรือ fibrin ที่เครื่องอาจจะดูดติดเข้าไป แล้วจึงนำไปวางในเครื่องให้เรียบร้อย แล้วจึงเริ่ม key สั่งตรวจ แล้วเมื่อเสร็จก็เช็คอีกรอบให้ตรงกัน กระบวนการนี้จะย่อหย่อนไม่ได้เลย ไม่ว่าเราจะมี sample รอให้เข้าเครื่องมากขนาดไหน เพราะไม่มีทางตรวจสอบได้จนกว่าผลจะออกแล้วเทียบกับผลเดิมของคนไข้คนนั้น
- สิ่งที่จะช่วย"คน"ได้ในกรณีนี้คือการที่เครื่องสามารถอ่าน barcode ได้เลยว่าเบอร์อะไร ของคนไข้คนไหน และสั่งตรวจอะไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดูท่าจะยังเป็นความฝันที่น่าจะมาถึงยาก เพราะแม้แต่การลงทะเบียนการทดสอบ เราก็ยังใช้"คน" นั่ง key เข้าไปกันอยู่เลย วันละ 600 - 800 รายนี่แหละ พวกเราก็พยายามหามาตรการมาช่วยตรวจสอบ เพื่อลดการผิดพลาดให้ได้มากที่สุด
สงสัยจะต้องมาต่อตอนหน้านะคะ สำหรับงานที่ไม่อัตโนมัติ อันเนื่องมาจากการทำงานกับเครื่องอัตโนมัตินี่
ที่อยากเขียนบันทึกลักษณะนี้ เพราะเชื่อว่า ใครที่ไม่เคยเป็นคนทำงานกับเครื่องอัตโนมัติแบบนี้ทั้งวัน จะไม่มีทางเข้าใจเลยว่า งานที่ใช้ "คน" ทำเพื่อให้เครื่อง "อัตโนมัติ" ทำงานให้ผลออกมาได้นั้น ส่วนที่"ไม่อัตโนมัติ"นั้นมีมากมายมหาศาล ที่เล่าวันนี้ยังไม่ถึงครึ่งนะคะ ยังมีขบวนการทั้งก่อนและหลังการใช้งานของเครื่องจะมาเล่าต่อในวันพรุ่งนี้
วันนี้ไปรายงานผลการดำเนินงานของภาค เอาภาพเด็ดการทำงานในแล็บกับคอมระบบ dos (จาก blog โอ๋) คณบดีตกใจมาก บอกว่าไม่รู้มาก่อนเลยเป็นแบบนี้
อีกอย่างที่คณบดีพูด (บ่อยครั้ง)ว่าเรามีเครื่องอัตโนมัติ เราคงทำงานสบายขึ้นมาก บอกท่านว่ายังต้องใช้คนควบคุมดูแล และทำงานกับมันอยู่ จริงๆ ให้ดี ท่านน่าจะมาดูที่แล็บเองเลยนะ
ที่จริงแล้วเรื่องหลายๆ เรื่องที่พี่โอ๋เขียนน่าจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วยได้ไม่ยากนะครับ เพราะเครื่องอย่าง Hitachi 917 น่าจะมีคู่มือในการเขียนโปรแกรมเพื่อ interface กับเครื่องที่ไม่ซับซ้อนอยู่แล้ว<div>
</div><div>อย่างการอ่าน barcode เข้าไปในเครื่องแทนที่จะต้องพิมพ์เองน่าจะเขียนโปรแกรมแป๊บเดียวก็เสร็จ (เดาจากประสบการณ์จากเครื่องจักรอุตสาหกรรม ไม่ใช่เครื่องวิเคราะห์เคมี)</div><div>
</div><div>เรื่องนี้เป็น project ให้ นศ. วิศวะฯ ไฟฟ้าหรือคอมฯ หรือ วิทยาการคอมฯ ทำได้เลยครับ เผลอๆ งานจะเล็กเกินสำหรับการเป็น project ของนักศึกษาด้วยซ้ำ</div><div>
</div><div>งานนี้เป็นงานที่มีประโยชน์จริงต่อเพื่อนมนุษย์และได้ใช้ทันที ผมเชื่อว่ามีโปรแกรมเมอร์หลายต่อหลายคนยินดีรีบเข้ามาช่วย (ฟรี) แน่นอนครับ</div><div>
</div><div>โปรแกรมเมอร์คนไหนอยากทำบุญที่ดีกว่าการตักบาตรตอนเช้าประมาณหมื่นเท่า ติดต่อที่ LabChem ได้โดยพลัน ;-)</div>
ที่ห้องนำระบบ lis มาใช้ เราสามารถส่งคำสั่งและข้อมูลของสิ่งส่งตรวจว่าต้องการทำ test อะไรได้จากอ่าน bacode โดยที่ผู้ปฎิบัติงานเพียงแค่นำ sample มาใส่เครื่องเท่านั้น แต่ที่ห้องไม่ได้ใช่เครื่องตรวจวิเคราะห์ตัวนี้ไม่แน่ใจว่า ระบบ lis สามารถใช้กับเครื่องที่พี่ใช้อยู่รึเปล่าลองคุยกับสารสนเทศดู