สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 7661
Food Science/HR รุ่น 2
Food Science ลาดกระบัง

สวัสดีลูกศิษย์กลุ่มการจัดการธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรม และชาว Blog ทุกท่าน

ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน นี้ เป็นวันแรกครับ ที่ผมได้รับเชิญให้ไปสอนในรายวิชา  การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ให้กับภาควิชาการจัดการธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร  หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 สำหรับการมาสอนที่นี่ สำหรับผมครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนและทุกองค์กรควรจะให้ความสนใจอย่างยิ่งครับ เพราะคนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ครับ

สำหรับหลักสูตรนี้ ผมจะสอนทุกวันอาทิตย์เวลา 9.00 – 12.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน – 23 กันยายน 2550

อย่างเช่นทุก ๆ กลุ่มที่ผ่านมาที่ผมอยากจะให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนได้ถูกนำมาประมวลสรุป และถ่ายทอดไปสู่คนอื่น ๆ ในสังคมด้วย ก็ขอให้ใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางของพวกเรา

                                                       จีระ  หงส์ลดารมภ์

              เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2550 นักศึกษาป.โท ลาดกระบังได้เดินทางไปให้ความรู้ทางโภชนาการที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งอยู่ในความดูแลของอบต.เขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี จึงมีภาพของกิจกรรมต่างๆมาฝากกัน

    

                                                      

                              

ทัศนศึกษาที่วังนำเขียว

เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2550 นักศึกษาป.โทคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: food science
สร้าง: อา. 10 มิ.ย. 2550 @ 09:07   แก้ไข: พ. 22 ส.ค. 2550 @ 17:15   ขนาด: 11485 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
301. supitcha nookhao
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 13:40
390675 [ลบ]

เรียนท่านศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์  ท่านอาจารย์ผู้ช่วยสอนทุกท่านท่านผู้อ่าน  และนศ.ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมเกษตรทุกท่าน ดิฉันน.ส.สุพิชฌาย์  หนูขาว  นักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง  คณะเทคโนโลยีการเกษตร  สาขาบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมการเกษตรจากเมื่อวันที่  16  ก.ย.  2550  ได้ศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับท่านอาจารย์ จีระ ในหัวข้อเรื่องภาวะผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยนและอาจารย์ให้นักศึกษา  เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้บริหารเป็นอย่างไร ?ความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้บริหารมีดังนี้  
ผู้นำ (Leader)ผู้บริหาร (Manager)
เน้นที่คนเน้นที่ระบบ
Trustควบคุม
ระยะยาวระยะสั้น
What, WhyWhen, How
มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน
เน้นนวัตกรรมจัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ

ผู้นำ  ( leader )  ในปัจจุบันมีการพูดถึงกันอยู่มากมาย  เช่น ผู้นำประเทศ  ผู้นำทางการเมือง  ผุ้นำทางทหาร เป็นต้น  แต่ละตำแหน่งหน้าที่ล้วนแล้วแต่จะต้องมีคุณสมบัติทั่ว ๆไป คือ  ผู้นำจะต้องมีบุคลิกที่น่าเชื่อถือเป็นที่ไว้วางใจ  มีความสมเหตุสมผล เป็นกันเอง เน้นนำในเชิงความคิด  ริเริ่มพัฒนาคนเป็นหลัก  มีทักษะในการถ่ายทอดความรู้  การปลูกผังและการสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับลูกน้องของตนได้  มีความเสียสละต่อการทำงาน  ร่วมทำงานเป็นทีม  แชร์ความรู้และข้อคิดเห็นของทุกฝ่าย  มีการวางแผนการทำงาน  และสร้างความยืดหยุ่นต่อระบบงาน  มองอนาคตของเพื่อนร่วมงานทุกระดับ  และมองอนาคตขององค์กรด้วย  รู้จักเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว  อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน  ผู้นำจะต้องมีความกล้าหาญ  และมีความกล้าตัดสินใจที่จะทำอะไรใหม่ ๆ กล้าเผชิญปัญหาและหาแนวทางแก้ไข  และสุดท้ายเมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็จะคิดว่าเขาและลูกน้องร่วมกันทำให้เกิดผลงานนั้น ๆ ขึ้นมา  ( win – win )ผู้บริหาร  ( manager )  ผุ้บริหารหรือผู้จัดการ คือ จัดการทุกอย่างตามระบบที่วางไว้  ให้ความสำคัญกับระบบการทำงานมากกว่า  ควบคุมขั้นตอนการทำงานทุก step ไม่มีความยืดหยุ่นต่อเหตุการณ์ทำงาน  ทำตามหน้าที่ของตัวเองและจัดการบริหารงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของผู้อื่น  มี Ego สูง  การทำงานจะเน้นเป้าหมายเป็นหลัก  นึกถึงผลประโยชน์ส่วนตน (องค์กร) เพื่อที่จะให้องค์กรก้าวหน้าทัดเทียมคู่แข่งได้ หรือดีกว่าคู่แข่ง  มุ่งแสวงหาแต่ผลกำไรเป็นที่ตั้ง  พัฒนาผลงานมากกว่าจิตใจ มองอนาคตของตนเองที่จะก้าวหน้าเหนือผู้อื่น  ตัดสินใจโดยใช้ทฤษฎีมาเป็นตัวกำหนดแนวความคิด  ไม่เป็นกันเองกับลูกน้องเข้าหายาก มีพิธีรีตองในการเข้าพบ และสุดท้ายเมื่อองค์กรประสบความสำเร็จเขาจะคิว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ๆ   จะเห็นได้ว่าคุณลักษณะของผู้นำและผู้บริหารนั้นมีความแตกต่างกันในทางปฏิบัติตน  ซึ่งผู้บริหารนั้นจะต้องมีความเป็นผู้นำด้วยเพื่อที่จะนำทีมบริหารงานขององค์กรให้สำเร็จ  เกิดผลกำไร และได้ผลตอบแทนทั้งสองฝ่ายได้โดยที่ไม่ต้องออกแรงมากด้วย  สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ท่านอาจารย์ผู้ช่วยสอนทุกท่าน  เป็นอย่างสูง  ที่ได้สละเวลาอันมีค่ามาสร้างการเรียนรู้และได้ให้เบ็ดตกปลาแก่ดิฉันและเพื่อน ๆ ได้มอง HR ในภาพรวมกว้างขึ้นให้มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง  แสวงหาสิ่งใหม่ ไม่หยุดนิ่ง  และที่สำคัญให้เรานึกถึงสังคมส่วนรวมบ้าง  และขอขอบคุณทีมงาน chira academy ผู้ช่วยอาจารย์ ( คุณนะ ,คุณเอ้, คุณเอ )  เป็นอย่างมากที่อำนวยความสะดวกในการเรียนในคอร์สนี้ด้วยดีตลอดมา ดิฉันจะนำเอาประสบการณ์ในการเรียนรู้และทฤษฎีที่ได้ในครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไม่มีรูป
302. อรนุช หล่ำสกุลไพศาล
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 11:38
391627 [ลบ]

กราบเรียนอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ , ท่านอาจารย์ทุกๆท่าน และผู้อ่านทุกท่าน ดิฉันอรนุช หล่ำสกุลไพศาล นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง        

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2550 เป็นอาทิตย์สุดท้ายในการเรียนในรายวิชา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในหัวข้อ ภาวะผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยน กับ อาจารย์จีระ จากคำถามว่าคุณลักษณะและ บทบาทของ ผู้บริหาร (Manager) กับ ผู้นำ (Leader) แตกต่างกันอย่างไร

 

ผู้บริหาร  มองคนภายนอกองค์กร ตอบสนองความต้องการของคนภายนอกองค์กร เพื่อที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย สิ่งที่ต้องยอมรับคือ ผู้บริหารเป็นผู้ที่มีสิทธิอำนาจอย่างเป็นทางการ การจัดการก็จะเน้นในการควบคุมสิ่งของ และผู้คน โดยมีลำดับการบังคับบัญชา มีระเบียบขั้นตอน ปฏิบัติงานซับซ้อนยุ่งยาก มีการ Motivation สร้างจากภายนอกอาศัยเทคนิคการประเมินผลแบบดั้งเดิม อาศัยรายงานการเงินในระยะสั้นเป็นหลักใช้การสื่อสารจากระดับบนลงระดับล่าง งบประมาณก็จะลงมาจากระดับสูงลงสู่ระดับล่าง ถือว่าคนเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน

ส่วน ผู้นำ เน้นการพัฒนาให้คนในองค์กรมีความสามารถในการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่จะทำให้องค์กรบรรลุสำเร็จตามเป้าหมาย ในเรื่องนี้สิ่งผู้นำต้องทำมีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่อง คือ

  • หนึ่ง กำหนดทิศทางขององค์กร (วิสัยทัศน์ ลูกค้า อนาคต)
  • สอง แสดงบุคลิกส่วนตัว (นิสัย ความซื่อสัตย์สุจริต ความไว้วางใจ การคิดเชิงวิเคราะห์)
  • สาม ระดมการผูกพันการมีส่วนร่วมของแต่ละคน (ดึงผู้อื่นเข้าร่วม แบ่งปันอำนาจ)
  • สี่ ทำให้องค์กรมีขีดความสามารถ (สร้างทีม บริหารจัดการเปลี่ยนแปลง)   
 

ในตามความคิด ทุกคนในองค์กรสามารถที่จะเป็นผู้นำได้ แต่คนที่จะเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีเรื่อง Ethical Capital หรือทุนใน 8K’s และ ทฤษฏี 3 วงกลมของ อ.จีระ เป็นแกนกลางในการเดินตาม วิสัยทัศน์ (กำหนดทิศทางตาม Context) จึงเดินเข้าไปสู่ วินัย (ปรับแนวทางให้สอดคล้อง) โดยพิจารณาจาก Skills และ Competencies แล้วจึงปลดปล่อยศักยภาพ พร้อมทั้งสร้างMotivation

 

สุดท้าย ได้สังเกตตัวเองเหมือนกันว่าเมื่อเรียนวิชา HRM กับ อ.แล้ว รู้สึกมีไฟในตัวขึ้นมา ตัวเองดีขึ้นมากๆ จากแรกที่สามารถกล่าวได้ว่าไม่มีอะไรเลย มาเรียนแบบ มึนมึน ก็ว่าได้ จึงขอกราบขอบพระคุณ อ.จีระ, อ.ทุกท่าน รวมถึงพี่เอ้ พี่นะ ที่ทำให้รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาเรียน
ไม่มีรูป
303. Voranaree Puntusang
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 22:28
392475 [ลบ]

กราบเรียนท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์และท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ดิฉันนางสาววรนรี พันธุสังข์ รหัสนักศึกษา 50066207 นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2550 ดิฉันและเพื่อนๆ ได้เข้าร่วมเรียนโดยมีท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรรม ท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ Food Science กับบทบาทวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับพวกเราส่วนใหญ่ได้อย่างดีในฐานะ Food Scientist  ท่านได้เริ่มเปิดประเด็นได้อย่างน่าสนใจมากที่เดียวอยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน คือ อย่างแรกว่าทำไมการมีวัฒนธรรมแล้วต้องรู้จักที่จะมีการบริหารจัดการ เพราะว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีอยู่มากมายทั่วโลกอย่างหลากหลายการที่เราจะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามและมีคุณค่าคงอยู่ได้ทั้งที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่ให้ถูกกลืนหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลกปัจจุบันเราต้องรู้จักที่จะรักษา ไม่ละทิ้งละเลยไปรวมทั้งเมื่อเรารู้ว่าการมีเอกลักษณ์เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีประโยชน์นี้ หากรู้จักที่จะมีการบริหารจัดการที่ดีด้วยแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์จากการนำสิ่งเหล่านี้มาใช้และสามารถสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวยจากเอกลักษณ์ดังกล่าว และความเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน  อย่างที่สอง คือ วัฒนธรรมการกินของมนุษย์เกิดขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ การเกิดขึ้นของวัฒรธรรมการกินเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักที่จะมีการเลือกที่จะรับประทาน เลือกตามความต้องการเพื่อให้เกิดความอร่อยลิ้น อร่อยใจ ไม่ใช่เพื่อการยังชีพเท่านั้น เพราะการกินเพียงเพื่อดำรงชีวิตยังไม่จัดว่าเป็นวัฒนธรรมการกินของมนุษย์จากเพียง 2 ประเด็นแรกนี้ก็ทำให้ดิฉันและเพื่อนๆรู้สึกว่าน่าสนใจมาก นอกจากนี้ท่านปลัดยังได้เล่าประวัติและวัฒนธรรมการกินของประเทศต่างๆ ให้เราได้ทราบได้อย่างน่าสนใจซึ่งล้วนแต่ทำให้เราต้องกลับมามองว่าจากการที่แต่ละประเทศแต่ละวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกันมีความเป็นเอกลักษณ์และวิถีการดำเนินชีวิตเป็นของตัวเองนี่เองก่อให้เกิดความหลากหลายได้  ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมและอาหารไม่ใช่เพียงแค่การกินมีอะไรหลายอย่างที่หลากหลายเป็นศาสตร์และศิลป์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีอาหารและวัฒนธรรมอยู่อย่างมากมายและมีความหลากหลายไปตามวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศยิ่งสร้างความน่าสนใจและมีคุณค่า ดังนั้นจากด้วยโอกาสแห่งความหลากหลายของวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของประเทศไทยเรานี้ประกอบกับในปัจจุบันอาหารของไทยเรายังเป็นที่สนใจอย่างมากและติดอันดับความนิยมของโลก ท่านจึงให้แง่คิดและชี้แนะแนวทางให้พวกเราในฐานะที่ Food Science จะนำความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องระหว่างเทคโนโลยีและอาหารให้มองว่า อาหารจะเป็นธุรกิจได้อย่างไร และเราจะมีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจอาหารไทยได้อย่างไร จากความได้เปรียบในความหลากหลายและมีคุณค่าในเชิงสุขภาพของอาหารไทยให้เป็นที่ต้องการและตอบสนองได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจอาหารนี้อาจทำรายได้ให้แก่ประเทศของเราได้อย่างมากมาย ตลอดจนความต้องการในการส่งเสริมและสนับสนุนช่องทางจากภาครัฐบาลร่วมด้วยจากหลายๆปัญหาที่เรายังประสบอยู่เช่นการขาดแคลนพ่อครัวแม่ครัว การขาดการรวมตัวและร่วมมือกันระหว่างร้านและภาคเอกชนแทนการแข่งขันกันเองเพื่อให้ brand ความเป็นอาหารไทยแทรกซึมและเกาะติดกลุ่มตลาดโลกได้อย่างทั่วถึงและยาวนานอย่างจริงจัง

 

ไม่มีรูป
304. Voranaree Puntusang
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 22:50
392513 [ลบ]

กราบเรียนท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  ทีมงาน Chira Academy และท่านผู้อ่านและติดตาม blog ทุกท่าน  ดิฉันนางสาววรนรี พันธุสังข์ รหัสนักศึกษา 50066207 นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2550 ที่ผ่านมานี้ดิฉันและเพื่อนๆ เข้าเรียนวิชา HRM กับท่านศ.ดร.จีระ ซึ่งวันนี้จะเป็นการเรียนครั้งสุดท้ายเป็นการปิดคอร์สกับวิชานี้ก่อนที่พวกเราจะสอบ Final กัน และวันนี้ท่านศ.ดร.จีระได้สอนในหัวข้อที่สำคัญและน่าสนใจ คือ ภาวะผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยน  ท่านได้กล่าวถึงความเป็นผู้นำว่าผู้นำคืออะไร  ผู้นำมีหลายประเภท  บทบาทและความสำคัญของการเป็นผู้นำ ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญและเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในองค์กรยุคใหม่กับการเปลี่ยนแปลงไปของโลกในปัจจุบัน อีกทั้งนอกจากจะเป็นผู้นำมีภาวะความเป็นผู้นำแล้วปัจจุบันจะต้องมีความสามารถในการบริหารประกอบไปด้วยจึงจะประสบความสำเร็จและยั่งยืน ทำให้เราได้เข้าใจ คิดอย่างเป็นระบบและมองภาพประกอบกับจากประสบการณ์การทำงานจริงได้อย่างเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้แล้วยังได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้จัดการว่าแตกต่างกันอย่างไร และให้พวกเราต่อยอดจากที่ท่านยกตัวอย่างมาให้เพิ่มเติม 3 ข้อซึ่งดิฉันคิดว่าความแตกต่างของผู้นำและผู้จัดการ
ข้อผู้นำผู้จัดการ
1เน้นที่คนเน้นที่ระบบ
2TrustControl
3ระยะยาวระยะสั้น
4What ,WhyWhen , How
5มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์กำไร ขาดทุนทุก 3 เดือน
6เน้นนวัตกรรมจัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ
7changestatic
8ริเริ่มและเป็นแบบอย่างให้นโยบาย
9ค้นหาและมีข้อมูลรายงาน
10รับและออกคำลั่งคำสั่ง
 จากสิ่งที่มีความคิดเห็นเพิ่มเติมข้อ 8 : -        ริเริ่มและเป็นแบบอย่าง = ผู้นำมักจะเป็นผู้ที่ต้องคิดและริเริ่มสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาให้เร็วและมากที่สุดตลอดจนต้องเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่างและชี้นำให้ทุกคนเข้าใจเข้าร่วมและปฺฏิบัติตามได้โดยไม่มีข้อสงสัย-        ให้นโยบาย = ผู้บริหารไม่ใช่ผู้ที่จะต้องมาปฏิบัติและทำให้เกิดการยอมรับแต่เป็นเพียงผู้ให้นโยบายและทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อ 9 :-        ค้นหาและมีข้อมูล = ผู้นำเป็นผู้ที่ต้องมีการค้นหาค้นคว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่หลากหลายชัดเจนและถูกต้องแม่นยำ ให้เป็นเหตุเป็นผลและง่ายต่อการตัดสินใจตลอดจนเกิดความเชื่อถือเชื่อมั่น-        รายงาน = ผู้บริหารจะเป็นผู้ที่สนใจและพิจารณา ตัดสินใจและมีข้อสรุปจากการรายงานเป็นสำคัญ จะไม่ใช่ผู้ที่ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเองและมักไม่สนใจต่อรายละเอียดที่มีของข้อมูลเชิงลึกในทุกเรื่องมากนัก แต่จะมีย้อนกลับมาสนใจข้อมูลและรายละเอียดเชิงลึกบ้างเฉพาะเรื่องที่มีความเสี่ยงและสำคัญมากๆเท่านั้นข้อ 10 :-        รับและออกคำสั่ง = ผู้นำเป็นผู้ที่อยู่ในทุกระดับบางครั้งก็มีการแสดงความคิดริ่เริ่มและออกคำสั่งการเพื่อให้ทุกคนหรือผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามแต่ในขณะเดียวกันบางกครั้งก็ต้องกลายเป็นผู้ที่ถูกออกคำสั่งจากระดับที่สูงกว่า(ถ้ามี)หรือต้องหยุดเพื่อที่จะรับฟังต่อผู้ปฏิบัติงานร่วมด้วยโดยตรงเพื่อทบทวนและปรับปรุงหรือแก้ไข-        คำสั่ง = ผู้บริหาร เป็นผู้ที่ออกคำลั่งและสั่งการให้ดำเนินการเพื่อให้เกิดความสอดคล้องต่อนโยบายที่กำหนดจากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นในความเป็นจริงแล้วและเพื่อให้สอดคล้องและก้าวทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดในปัจจุบันนั้นจึงคิดว่า ถ้าเราสามารถมีได้ทั้ง 2 สิ่ง คือ ทั้งความเป็นผู้นำและเป็นนักบริหารที่ดีได้จะสร้างประโยชน์และความสำเร็จก้าวหน้าทั้งต่อตัวของเราเองและองค์กรได้อย่างดีทีเดียวมากกว่าการที่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจากหัวข้อนี้ที่ท่านศ.ดร.จีระได้ทิ้งท้ายกับหลักสูตรให้แก่พวกเราซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งชีวิตจริงและหน้าที่การงานแล้ว ไม่เพียงแต่การเรียนรู้หรือคำสอนที่ท่านได้ให้ไว้แก่พวกเราในห้องเรียนเท่านั้น อย่างที่ท่านบอกและให้ข้อคิดแก่พวกเราเสมอว่า การเรียนรู้ต้องมีการต่อยอด เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเราสามารถสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่ และสั่งสมอยู่ตลอด อย่างแนวคำสอน เรื่องเบ็ดตกปลาที่ท่านสอน ประโยชน์ต่างๆที่พวกเราได้รับจากท่านจะเป็นแนวทางที่มีคุณค่าและยั่งยืนอย่างแท้จริง        และสุดท้ายนี้จากที่ดิฉันและเพื่อนๆได้มีโอกาสเรียนวิชา HRM ในหลักสูตรนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านอาจารย์พิเศษทุกท่าน พี่เอ้ พี่นะ และทีมงานทั้งหมด ที่สละเวลามาสอน และชี้แนะในสิ่งต่างๆที่ล้วนเป็นประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง ทำให้มีความเข้าใจ เห็นภาพ หลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ง่ายและดีขึ้น ตลอดจนสามารถตอบเข้าใจและตอบโจทย์ข้อสงสัยจากการทำงานและชีวิตจริงก่อนที่จะเข้าเรียนและทำให้มองอย่างเป็นระบบเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างดียิ่งมากขึ้น
ไม่มีรูป
305. ไม่แสดงตน
เมื่อ พฤ. 04 ต.ค. 2550 @ 20:56
409176 [ลบ]

         กราบเรียนท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์และท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ดิฉันนางสาววรนรี พันธุสังข์ รหัสนักศึกษา 50066207 นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2550 ดิฉันและเพื่อนๆ ได้เข้าร่วมเรียนโดยมีท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรรม ท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ Food Science กับบทบาทวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับพวกเราส่วนใหญ่ได้อย่างดีในฐานะ Food Scientist  ท่านได้เริ่มเปิดประเด็นได้อย่างน่าสนใจมากที่เดียวอยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน

    1.  คือ อย่างแรกว่าทำไมการมีวัฒนธรรมแล้วต้องรู้จักที่จะมีการบริหารจัดการ เพราะว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีอยู่มากมายทั่วโลกอย่างหลากหลายการที่เราจะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามและมีคุณค่าคงอยู่ได้ทั้งที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่ให้ถูกกลืนหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลกปัจจุบันเราต้องรู้จักที่จะรักษา ไม่ละทิ้งละเลยไปรวมทั้งเมื่อเรารู้ว่าการมีเอกลักษณ์เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีประโยชน์นี้ หากรู้จักที่จะมีการบริหารจัดการที่ดีด้วยแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์จากการนำสิ่งเหล่านี้มาใช้และสามารถสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวยจากเอกลักษณ์ดังกล่าว และความเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน  อย่างที่สอง คือ วัฒนธรรมการกินของมนุษย์เกิดขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ การเกิดขึ้นของวัฒรธรรมการกินเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักที่จะมีการเลือกที่จะรับประทาน เลือกตามความต้องการเพื่อให้เกิดความอร่อยลิ้น อร่อยใจ ไม่ใช่เพื่อการยังชีพเท่านั้น เพราะการกินเพียงเพื่อดำรงชีวิตยังไม่จัดว่าเป็นวัฒนธรรมการกินของมนุษย์จากเพียง 2 ประเด็นแรกนี้ก็ทำให้ดิฉันและเพื่อนๆรู้สึกว่าน่าสนใจมาก นอกจากนี้ท่านปลัดยังได้เล่าประวัติและ

    2.วัฒนธรรมการกินของประเทศต่างๆ ให้เราได้ทราบได้อย่างน่าสนใจซึ่งล้วนแต่ทำให้เราต้องกลับมามองว่าจากการที่แต่ละประเทศแต่ละวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกันมีความเป็นเอกลักษณ์และวิถีการดำเนินชีวิตเป็นของตัวเองนี่เองก่อให้เกิดความหลากหลายได้  ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมและอาหารไม่ใช่เพียงแค่การกินมีอะไรหลายอย่างที่หลากหลายเป็นศาสตร์และศิลป์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีอาหารและวัฒนธรรมอยู่อย่างมากมายและมีความหลากหลายไปตามวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศยิ่งสร้างความน่าสนใจและมีคุณค่า ดังนั้นจากด้วยโอกาสแห่งความหลากหลายของวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของประเทศไทยเรานี้ประกอบกับในปัจจุบันอาหารของไทยเรายังเป็นที่สนใจอย่างมากและติดอันดับความนิยมของโลก ท่านจึงให้แง่คิดและชี้แนะแนวทางให้พวกเราในฐานะที่ Food Science จะนำความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องระหว่างเทคโนโลยีและอาหารให้มองว่า อาหารจะเป็นธุรกิจได้อย่างไร และเราจะมีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจอาหารไทยได้อย่างไร จากความได้เปรียบในความหลากหลายและมีคุณค่า

   3.ในเชิงสุขภาพของอาหารไทยให้เป็นที่ต้องการและตอบสนองได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจอาหารนี้อาจทำรายได้ให้แก่ประเทศของเราได้อย่างมากมาย ตลอดจนความต้องการในการส่งเสริมและสนับสนุนช่องทางจากภาครัฐบาลร่วมด้วยจากหลายๆปัญหาที่เรายังประสบอยู่เช่นการขาดแคลนพ่อครัวแม่ครัว การขาดการรวมตัวและร่วมมือกันระหว่างร้านและภาคเอกชนแทนการแข่งขันกันเองเพื่อให้ brand ความเป็นอาหารไทยแทรกซึมและเกาะติดกลุ่มตลาดโลกได้อย่างทั่วถึงและยาวนานอย่างจริงจัง

ไม่มีรูป
306. อุทุมพร
เมื่อ ส. 09 ก.พ. 2551 @ 12:56
541830 [ลบ]

เรียนอาจารย์ที่เคารพ ดิฉันเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เมื่อเห็นข้อมูล ข้อสรุปที่พี่ ๆ นักศึกษาปริญญาโทแล้วมีความสนใจอยากดูรายละเอียดการ present ขอรบกวนดูรายละเอียดได้ไหมคะ

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 203.151.232.70
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
อาณาจักรเพื่อการเรียนรู้ของทรัพยากรมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์