สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 8384
การจัดการทุนมนุษย์..กับการเรียนปริญญาเอกที่สวนสุนันทา
การเรียนรู้เรื่องทรัพยากรมนุษย์จะต้องเรียนรู้จาก Macro ไปสู่ Micro
 19 สิงหาคม 2550

ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอกที่รักทุกท่านและชาว Blog

 

เนื่องจาก Blog เดิมนี้ มีข้อมูลมากอาจจะทำให้ระบบขัดข้อง ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านครับ โปรดร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.gotoknow.org/blog/chiraacademy

                                                            จีระ  หงส์ลดารมภ์

...................................................................................

 
สวัสดีครับลูกศิษย์ปริญญาเอกที่สวนสุนันทา และชาว Blog           

ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นห้องเรียนปริญญาเอก วิชาการจัดการทุนมนุษย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในวันพรุ่งนี้ คงมีหลายเรื่องที่ผมและลูกศิษย์จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน และผมก็เช่นเคยครับ ผมขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเราครับ                                                                 

                                                        จีระ  หงส์ลดารมภ์

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: phd. สวนสุนันทา
สร้าง: ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 21:38   แก้ไข: อา. 19 ส.ค. 2550 @ 20:26   ขนาด: 4472 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
181. นายพนม ปีย์เจริญ
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:37
351540 [ลบ]

การบ้านครั้งที่ 7

เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550

กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

นายพนม ปีย์เจริญ

 

Competency

แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. Core Competency

2. Managerial Competency

3. Functional Competency

4. Individual Competency

ซึ่ง Competency นั้นต้องประกอบด้วย

- Skill (ทักษะ)

- Knowledge (ความรู้)

- Behavior (พฤติกรรม)

ในที่นี้ คุณซาร่าได้นำเสนอทฤษฎี ABC Theory ซึ่งผู้บริหารจากต่างประเทศนำมาให้

Baker Mcancy ในประเทศไทยคือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ

A = Attitude

B = Behavior

C = Consequences

ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันค่อนข้างหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใดก็ตาม ก็ต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยของเรา

Boyatzis ได้กล่าวถึงความหมายของ Competency ว่าเป็น

คุณสมบัติที่มีความเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบัน เราให้ความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น เพราเราเชื่อว่า

ในอนาคต Competency จะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร มากกว่าตัวสินค้าและบริการ และเชื่อว่า Competency Based ดีกว่า Technical Knowledge Based ” เพราะเรายังเชื่ออีกว่า Core Competency เป็นเอกลักษณ์ ที่แสดงถึง Know – How ขององค์กร อันเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปสินค้าและบริการ และยังยากต่อการเลียนแบบอีกด้วยคำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรเล่าที่เป็น

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิด Competency

1.Share Mind Set การมีทัศนคติร่วมกัน แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ

ภายใน ที่เราต้องเข้าใจ

- เป้าหมาย

- Vision

- Mission และ

- Strategy ขององค์กร

ภายนอก เป็นส่วนที่เราต้องเข้าใจ

- Costumer

- Supplier

- etc.

2. Management and Human Resources Practices

เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการตั้งแต่

- กระบวนการ Recruit - Select

- การบวนการ Human Resource Development

- กระบวนการ Evaluation และ Compensation ไปจนถึง

- กระบวนการ Career Planning , Career Management

ตลอดจนกระบวนการของ Communication

3.Capacity for Change

ความสามารถในการปรับปลี่ยนพฤติกรรมและคนในองค์กร เช่น ต้องให้มี Empowerment ในองค์กร

4.Leadership

การพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องให้เกิดมีในทุกระดับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Competency ซึ่งการเกิด Competency ในทุกด้านจะทำให้องค์กร เป็นองค์กรที่เป็น High Performance Organization อันเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในทุกองค์กรต้องการ

 

เหตุที่ต้องการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงก็เนื่องมาจาก

- ความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมพนักงานด้วยการ Training และ Education

- สภาพการแข่งขันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ต้องช่วงชิง Market Share และเพื่อให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)

    เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริหารมีความต้องการ Unique Assets อันเป็นสิทรัพย์ขององค์กรที่มีความแตกต่างไปจาก Generic Assets อันเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่ลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก

   แต่ Competency ของคนในองค์กรที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Unique Assets นั้น ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว  อันเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิด Core Competency ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง know – How ขององค์กรเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปของสินค้า และบริการอันถือว่าเป็น Competency Advantage ที่ยากต่อการเลียนแบบ

   โดยมีองค์กรประกอบ 3 ด้านใหญ่ๆคือ

1. ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพ  โดยต้องอาศัยกระบวนการทุกกระบวนการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ตั้งแต่

- กระบวนการสรรหา,คัดเลือก

- กระบวนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์

- กระบวนการวัดผล ประเมินผลและให้ผลตอบแทน

- กระบวนการ Career Planning และ Career Management

- ตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

2. องค์กร ที่ต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ ( New Public Management )โดยต้องมีโครงสร้าง ( Structure ) ขององค์กรที่

- มีความเป็นทางการต่ำ ( Formalization )

- มีความซับซ้อนต่ำ ( Complexity )

- มีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ( Centralization )

โดยเฉพาะถ้าเป็นองค์กรภาครัฐก็ต้องยึดหลักปฏิบัติที่ถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางกล่าวคือ

1. ต้องสนองตอบประชาชนมากกว่าองค์กร ( Social Equity )

2. ไม่เลือกปฏิบัติ ( Equality )

3. มุ่งสู่การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ( Value – Based )

4. แสวงหารูปแบบโครงสร้างที่ Flexible ( Change )

ซึ่งอาจารย์ ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ได้พูดถึงสิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการในขณะนี้คือ

1. ความรู้ใหม่ๆ ( New knowledge )

2. ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective / Competency )

3. ทัศนคติที่ดี ( Positive Attitude )

4. การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )

5. ความสามารถในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )

6. ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )

7. ภาวะความเป็นผู้นำ

3. วัฒนธรรมองค์กร  เช่น การทำงานเป็นทีม   การเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง   โดยมีผู้นำเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดแนวทางทั้งหมด

 

การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร

- กำหนดวิสัยทัศน์ ( Vision ) ภารกิจ ( Mission )

- กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ( Business Strategy & Process )

- วิเคราะห์ประเมินจุดเด่น , จุดด้อย , โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ( Swot Analysis )

- วิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับ ตามทิศทางกลยุทธ์การ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

- วิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัทฯ ( Core Competencies ) และทักษะ ความสามารถที่จำเป็นที่จำเป็นต้องปฏิบัติงาน ( Professional or Technical Competencies )

- กำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้และความสามารถหลัก

- นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงาน ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน ดังที่กล่าวไว้

โดยต้องมองให้ออกว่า เราต้องการคนเช่นไร ถึงจะทำให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จ  และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน( CompetitiveAdvantage )

 

ซึ่งความสำเร็จในการจัดทำ Competencies จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ

1. ต้องเชื่อมโยง Competencies กับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายของธุรกิจตลอดเวลา

2. โดยเริ่มจากร่าง Competencies ที่ใช้กันโดยทั่วไปก่อน

3. พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นทีมในการจัดทำ Competency

4. ต้องเน้นเรื่องการนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่สร้าง Model ขึ้นมา

5. ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกฝ่าย

6. ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบอยู่บ่อยๆ

7. มีการจัดทำการประเมิน Competency ที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเกินไป

8. จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารสำหรับผู้จัดการและพนักงาน

9. มีการทดลองใช้ Competencies กับบางแผนกก่อน

10. ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย

   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่จะทำองค์กรเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ( High Performance Organization ) อันจะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )

   คนทุกคนในองค์กรจะต้องมีศักยภาพที่เพียงพออันเนื่องมาจากทุกกระบวนการที่ช่วยพัฒนา ให้มีความพร้อม จนทุกคนในองค์กรเป็นสินทรัพย์ประเภท Unique Asset ที่องค์กรอื่น ก็ยากที่จะลอกเลียนแบบได้.

นายพนม ปีย์เจริญ

Mr.Panom Peecharoen

16.8.2007

ไม่มีรูป
182. นายพนม ปีย์เจริญ
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:50
351559 [ลบ]

การบ้านครั้งที่ 7

เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550

กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

นายพนม ปีย์เจริญ

ทดสอบ front Cordia New 14

Mr.  Pamom Peecharoen

 

ไม่มีรูป
183. หรรษา คล้านจันทร์พงษ์
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:58
351570 [ลบ]

สรุปการบรรยายวันที่ 11 สิงหาคม 2550 โดย อาจารย์ ศิริลักษณ์  เมฆสังข์เรื่อง Competency – Bared Management(ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยึดความสามารถในการบริหารจัดการ)            ขอบเขตเนื้อหาที่เรียน
  1. Overview
  2.  Competency คืออะไร
  3. ความสำคัญและประโยชน์ของ Competency ต่อการบริหาร
  4. ความสามารถหลักที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ธุรกิจ
  5. ขั้นตอนและกระบวนการจัดทำ Competency
  6. องค์ประกอบสำคัญต่อการเรียน Competency
Competency ประกอบด้วย ทักษะ (Skill) ความรู้ (Knowledge) พฤติกรรม (Behaviour) ความสามารถ (Competency)
  1. CORE  Competency
  2. Functional  Competency
  3. Leadership  Competency
  4. Managepial Competency
CORE  Competency เป็นเครื่องมือที่จะทำให้องค์กรจัดเป็นขององค์กรตามรูปแบบขององค์กรนั้นๆ เช่น คนที่อยู่ในฝ่ายบัญชี ควรมีทักษะหรือรู้อะไรบ้าง            Competency หมายถึง ทักษะ ความรู้ ความสามารถและพฤติกรรม (skill knowledge and atlributer) ของบุคลากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงานใดงานหนึ่งนั้นคือ ในการทำงานอย่างหนึ่งๆ เราต้องรู้อะไร เสมอมีความรู้หรือข้อมูลแล้วเราต้องรู้ว่าจะทำงานนั้นๆอย่างไรและเราควรมีพฤติกรรมหรือคุณลักษณะเฉพาะอย่างไร ซึ่งสามารถกำกับดูแลได้ สังเกตได้ และวัดได้สิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการ·       ความรู้ใหม่ๆ ( New Knowledge )·       ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective Skills / Competency )·       ทัศนคติที่ดี ( positive Attitude )·       การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )·       ความสามรถในการแข่งขัน ( competitiveness )·       ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )·       ภาวะความเป็นผู้นำ ( Leadership)คุณลักษณะของผู้บริหารยุคใหม่1.      คิดอย่างมีระบบ (Systematic Thinking )·       มีความเข้าใจและสังเคราะห์เรื่องต่างๆได้ สามารถเชื่อมโยงแนวคิด / ภารกิจต่างๆเข้าด้วยกันและมองไปในอนาคตได้2.      สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมได้ดี ( Intercultural Competence )·       ความสามารถด้านภาษา  ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในประวัติศาสตร์  ศาสนา  และศิลปกรรม จะช่วยปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอื่นได้ดี3.      ฝึกฝนอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง ( Extensive and continuous Training )·       ต้องเปิดใจกว้างรับความคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจ4.      มีมาตรฐานและพฤติกรรมที่เหมาะสม ( Personal Standard and Standard of behavior )·       ผู้บริหารต้องมีมาตรฐานความรู้  ความสามารถสูง  มีความรับผิดชอบ  และมุ่งที่ทำให้เกิดผลสำเร็จของงานที่รับผิดชอบ (  Standard of Excellence)ตัวที่ชี้วัดที่ไม่ใช่ด้านการเงินที่นักลงทุน /  นักวิเคราะห์ทางด้านการเงินให้ความสำคัญ1.      การปฏิบัติตามกลยุทธ์ขององค์กร ( Execution of Corporate Strategies)2.      ความน่าเชื่อถือของฝ่ายบริหาร ( Management Credibility)3.      คุณภาพกลยุทธ์ ( Quality of Strategy)4.      ความสามารถในด้านนวัตกรรม ( Ability to Innovate)5.      ความสามารถในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ (Ability to Attract Talented people  )6.      ส่วนแบ่งการตลาด (  Market Share )7.      การดำเนินงานในกระบวนการที่สำคัญ  ( Quality of  Management Business Processes )  8.      การเป็นผู้นำด้านการค้นคว้าและด้านการพัฒนาความรู้ใหม่ๆ ( Research  Leadership )ในยุค New Economy การเป็นผู้ชนะในเชิงธุรกิจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ ความสามรถขององค์กรจะประกอบด้วยปัจจัยหลักคือ คนและวิธีการดำเนินธุรกิจ คน คะต้องเป็นคนที่มีความสามารถและมีวิธีการดำเนินงานธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ปัจจัยหลักของการแข่งขันจะประกอบด้วยความสามารถขององค์กร  ความสามารถที่จะทำให้องค์กรมีความสามารถได้นั้นจะมี
  1. ความสามารถทางด้านการเงิน
  2. ความสามารถทางก้านเทคโนโลยี
  3. ความสามารถด้านการบริหารคน
  4. ความสามารถด้านการตลาด
  5. ความสามารถด้านการผลิต
สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและสามารถต่อสู้กับคู้แข่งขันได้ปัจจัยหลักของการแข่งขัน            ความสำเร็จของกระบวนการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงาน  การดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มพลผลิตและคุณภาพ  สร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้า  ลดค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความเป็นต่อในการแข่งขันขึ้นอยู่กับ
            1. การพัฒนาผู้นำในองค์กรให้สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง  ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อหน่วยงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในขณะที่ยังคงต้องดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อไปตามปกติ            2. การพัฒนาคนในองค์กรให้สามรถคิดและปฏิบัติโดยมองผลกระทบที่มีต่อองค์กรในภาพรวมมากกว่าการมองเฉพาะในหน่วยงานของตนเอง            3. ความสามรถในการสร้างความเข้าใจ   ลดความกลัว  ลดการต่อต้านในระหว่างที่องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง            4.  การพัฒนาระบบการพัฒนาบุคลากร  ให้เกิดการเรียนรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง  อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล            5. การพัฒนาระบบการทดสอบ  การพิจารณาผลงาน  รวมถึงการให้รางวัลผลงานที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายทางธุรกิจที่องค์กรกำหนดไว้กุญแจแห่งความสำเร็จในการปรับเปลี่ยน คือ พฤติกรรมของคนลำดับขั้นของ Competency ตามที่นิยมใช้กัน·       ระดับองค์กร ( Organization Level ) คือ ความสามารถหลักขององค์กร ( Core Competency) ซึ่งพนักงานทุกคนต้องมี·       ระดับฟังก์ชั่นงาน (  Function Level / Functional Competency )  ได้แก่  การเงิน, การตลาด, ฝ่ายขาย, ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฯลฯ·       ระดับตำแหน่งงาน  ( Specific Job Level )เช่น นักวิเคราะห์การเงิน ทำไมต้องมี Competency·       ภาวะแข่งขันที่เข้มข้น ( ต้องสามารถบุก มากกว่าตั้งรับ )·       ต้องการบุคคลที่มีความรู้  ความสามารถที่นำไปใช้ได้จริงเกิดผลประโยชน์·       ต้องการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลความสำคัญของ Competency ต่อองค์กร·       วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการวิเคราะห์ทักษะความรู้ความสามารถของบุคคล·       ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินศักยภาพของการปฏิบัติงาน·       เพื่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ขององค์กรความสำคัญของ Competency ต่อองค์กร            วิสัยทัศน์  หมายถึง การมองไปข้างหน้าของผู้บริหารว่าต้องการเห็นองค์กรเป็นอย่างไรในอนาคต            บริหารควรพิจารณาว่าความสามารถหลักขององค์กร  ทักษะความรู้ความสามรถขององค์กร  อะไรบ้างที่มีความจำเป็นต่อความสำเร็จขององค์กรในอนาคต            ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและประยุกต์สิ่งเหล่านั้นในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของวิสันทัศน์ที่ได้กำหนดไว้            การวิเคราะห์และจัดทำ Competency สำหรับองค์กรจะเน้นคนจากการศึกษา แผนกกลยุทธ์ (Strategic Intents)             วิสัยทัศน์ (Vision) ความสามารถขององค์กรแล้วเราต้องทราบทิศทางในการดำเนินธุรกิจและจุดเด่นขององค์กรการวิเคราะห์และจัดทำ Competency สำหรับองค์กร ผู้บริหารควรวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆดังนี้·       องค์กรมีแผนกลยุทธ์และแผนงานสำคัญอะไรบ้าง ( Corporate Strategy & Master Plan )·       วัฒนธรรมขององค์กรหรือค่านิยมที่บุคลากรมีร่วมกัน มีอะไรบ้าง (Corporate Culture / Core Values) ซึ่งพิจารณาถึงปรัชญาในการบริหารองค์กรและภาพลักษณะขององค์กร·       ความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในเรื่องความสามารถหลักขององค์กร( Core Competencies ) รวมถึง ทักษะ ความรู้  ความสารถ  คุณสมบัติและพฤติกรรมที่ดีของบุคลากรในองค์กรCompetencyu            ศึกษาคุณสมบัติและพฤติกรรมการทำงานของบุคลากรที่มีศักยภาพสูงหรือมีผลการปฏิบัติงานดีกว่าบุคลากรเหล่านี้มีคุณสมบัติและพฤติกรรมที่ดีเด่น ที่สำคัญอะไรบ้าง             ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะความรับผิดชอบที่สำคัญๆของแต่ละขั้น ( Jop content Analysis )   การจัดทำ Competency  สำหรับองค์กร  แนวทางการจัดทำ Competency1.      กำหนดวิสัยทัศน์  (Vision )      ภารกิจ  (Mission)2.      กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ (Business Strategy & Process)3.      การวิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรคขององค์กร ( SWOT Analysis)4.      การวิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับตามทิศทางกลยุทธ์การดำเนินกิจการบริษัท5.      การวิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัท ( Core Competencies)และทักษะความสามารถที่จำเป็นต้องมีในการปฏิบัติงาน6.      การกำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้ความสามารถหลัก7.      นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร  การสรรหาจ้างงาน   การประเมินผลงานตลอดจนการบริหารค่าตอบแทนคุณลักษณะของ  Competencies  ที่ดี1.      พฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นว่า  รู้อะไรบ้าง  ทำอะไรบ้าง และเป็นคนอย่างไร2.      จำเป็นต่อการปฏิบัติงานซึ่งได้ผลดีกว่ามาตรฐานทั่วไป3.      วัดและประเมินได้4.      พัฒนาได้5.      สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ขององค์กรตัวอย่าง   ความสามารถที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์            ทีมงานที่แข็งแกร่ง   มุ่งผลลัพธ์   ความพอใจลูกค้า  ภาวะผู้นำ   การสื่อสาร  นวัตกรรมความชำนาญด้านเทคนิค         คุณภาพตามมาตรฐาน รูปแบบของการกำหนด Competency1.      หัวข้อ Competency 2.      คำอธิบายความหมาย Definition3.      เครื่องบ่งชี้พฤติกรรมที่ต้องการ Key Behavior 4.      ระดับของ Competency  (  proficiency Level )ตัวอย่างที่ 1 Competency            : การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องคำอธิบาย                :  แสวงหาช่องทางที่จะปรับปรุงผลงาน  และวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม : ใส่ใจในกระบวนการปฏิบัติงาน                                   มองหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพ ( ดีกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า )                                    มองหาจุดที่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยโดยไม่คอยว่าต้องมีใครบอก                                   เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงระบบงานอุปสรรค1.      จัดทำ Competency โดยไม่มีแนวคิด / ภาพขององค์กรที่ชัดเจน2.      พยายามออกแบบ Competency ให้สมบูรณ์แบบ ( Perfect ) โดยใช้เวลาในการออกแบบมากเกินไป3.      จัดทำและประเมิน Competency ไม่ชัดเจน4.      การฝึกอบรมผู้จัดการและพนักงานในเรื่องนี้ไม่เพียงพอขีดความสามารถมีประโยชน์ต่อ 1.      พนักงาน คือ พนักงานสามารถทราบขีดความสามารถของตนที่แท้จริง2.      องค์กร สามารถประเมินผลกิจกรรมการพัฒนาทรัพยากร การปฏิบัติงานและผลงานของหน่วยงานและช่วงในการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานและองค์กรมีความคล่องตัว3.      อุตสาหกรรม ทำให้มีการพัฒนาทักษะ ความชำนาญในเชิงกว้างที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกับการพัฒนาในอนาคต4.      เศรษฐกิจระดับประเทศ สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันในตลาดโลกได้  
P
184. อาจารย์พนม
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 17:24
351605 [ลบ]

การบ้านครั้งที่ 7

เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550

กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

นายพนม ปีย์เจริญ

Competency

แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. Core Competency

2. Managerial Competency

3. Functional Competency

4. Individual Competency

ซึ่ง Competency นั้นต้องประกอบด้วย

- Skill (ทักษะ)

- Knowledge (ความรู้)

- Behavior (พฤติกรรม)

ในที่นี้ คุณซาร่าได้นำเสนอทฤษฎี ABC Theory ซึ่งผู้บริหารจากต่างประเทศนำมาให้

Baker Mcancy ในประเทศไทยคือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ

A = Attitude

B = Behavior

C = Consequences

ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันค่อนข้างหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใดก็ตาม ก็ต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยของเรา

Boyatzis ได้กล่าวถึงความหมายของ Competency ว่าเป็น

คุณสมบัติที่มีความเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบัน เราให้ความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น เพราเราเชื่อว่า

ในอนาคต Competency จะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร มากกว่าตัวสินค้าและบริการ และเชื่อว่า Competency Based ดีกว่า Technical Knowledge Based ” เพราะเรายังเชื่ออีกว่า Core Competency เป็นเอกลักษณ์ ที่แสดงถึง Know – How ขององค์กร อันเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปสินค้าและบริการ และยังยากต่อการเลียนแบบอีกด้วยคำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรเล่าที่เป็น

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิด Competency

1.Share Mind Set การมีทัศนคติร่วมกัน แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ

ภายใน ที่เราต้องเข้าใจ

- เป้าหมาย

- Vision

- Mission และ

- Strategy ขององค์กร

ภายนอก เป็นส่วนที่เราต้องเข้าใจ

- Costumer

- Supplier

- etc.

2. Management and Human Resources Practices

เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการตั้งแต่

- กระบวนการ Recruit - Select

- การบวนการ Human Resource Development

- กระบวนการ Evaluation และ Compensation ไปจนถึง

- กระบวนการ Career Planning , Career Management

ตลอดจนกระบวนการของ Communication

3.Capacity for Change

ความสามารถในการปรับปลี่ยน พฤติกรรมและคนในองค์กร เช่น  ต้องให้มี Empowerment ในองค์กร

4.Leadership

การพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องให้เกิดมีในทุกระดับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Competency ซึ่งการเกิด Competency ในทุกด้านจะทำให้องค์กร เป็นองค์กรที่เป็น High Performance Organization อันเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในทุกองค์กรต้องการ

เหตุที่ต้องการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงก็เนื่องมาจาก

- ความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมพนักงานด้วยการ Training และ Education

- สภาพการแข่งขันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ต้องช่วงชิง Market Share และเพื่อให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)

เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริหารมีความต้องการ Unique Assets อันเป็นสิทรัพย์ขององค์กรที่มีความแตกต่างไปจาก Generic Assets อันเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่ลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก

แต่ Competency ของคนในองค์กรที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Unique Assets นั้น ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว

อันเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิด Core Competency ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง know – How ขององค์กรเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปของสินค้า และบริการอันถือว่าเป็น Competency Advantage ที่ยากต่อการเลียนแบบ

โดยมีองค์กรประกอบ 3 ด้านใหญ่ๆคือ

     1. ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพ

    โดยต้องอาศัยกระบวนการทุกกระบวนการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ตั้งแต่

    - กระบวนการสรรหา,คัดเลือก

    - กระบวนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์

    - กระบวนการวัดผล ประเมินผลและให้ผลตอบแทน

    - กระบวนการ Career Planning และ Career Management

    - ตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

    2. องค์กร ที่ต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ ( New Public Management )

    โดยต้องมีโครงสร้าง ( Structure ) ขององค์กรที่

    - มีความเป็นทางการต่ำ ( Formalization )

    - มีความซับซ้อนต่ำ ( Complexity )

    - มีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ( Centralization )

    โดยเฉพาะถ้าเป็นองค์กรภาครัฐก็ต้องยึดหลักปฏิบัติที่ถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางกล่าวคือ

    1. ต้องสนองตอบประชาชนมากกว่kองค์กร ( Social Equity )

    2. ไม่เลือกปฏิบัติ ( Equality )

    3. มุ่งสู่การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ( Value – Based )

    4. แสวงหารูปแบบโครงสร้างที่ Flexible ( Change )

    ซึ่งอาจารย์ ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ได้พูดถึงสิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการในขณะนี้คือ

    1. ความรู้ใหม่ๆ ( New knowledge )

    2. ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective / Competency )

    3. ทัศนคติที่ดี ( Positive Attitude )

    4. การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )

    5. ความสามารถในการแข่งขัน( Competitive Advantage )

    6. ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )

    7. ภาวะความเป็นผู้นำ

    3. วัฒนธรรมองค์กร

    เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง โดยมีผู้นำเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดแนวทางทั้งหมด

     

    การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร

    - กำหนดวิสัยทัศน์ ( Vision ) ภารกิจ ( Mission )

    - กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ( Business Strategy & Process )

    - วิเคราะห์ประเมินจุดเด่น , จุดด้อย , โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ( Swot Analysis )

    - วิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับ ตามทิศทางกลยุทธ์การ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

    - วิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัทฯ ( Core Competencies ) และทักษะ ความสามารถที่จำเป็นที่จำเป็นต้องปฏิบัติงาน ( Professional or Technical Competencies )

    - กำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้และความสามารถหลัก

    - นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงาน ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน ดังที่กล่าวไว้  โดยต้องมองให้ออกว่า เราต้องการคนเช่นไรถึงจะทำให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จและมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )ซึ่งความสำเร็จในการจัดทำ Competencies จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ

    1. ต้องเชื่อมโยง Competencies กับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายของธุรกิจตลอดเวลา

    2. โดยเริ่มจากร่าง Competencies ที่ใช้กันโดยทั่วไปก่อน

    3. พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นทีมในการจัดทำ Competency

    4. ต้องเน้นเรื่องการนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่สร้าง Model ขึ้นมา

    5. ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกฝ่าย

    6. ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบอยู่บ่อยๆ

    7. มีการจัดทำการประเมิน Competency ที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเกินไป

    8. จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารสำหรับผู้จัดการและพนักงาน

    9. มีการทดลองใช้ Competencies กับบางแผนกก่อน

    10. ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย

       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่จะทำองค์กรเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ( High Performance Organization ) อันจะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน