ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอกที่รักทุกท่านและชาว Blog
เนื่องจาก Blog เดิมนี้ มีข้อมูลมากอาจจะทำให้ระบบขัดข้อง ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านครับ โปรดร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
จีระ หงส์ลดารมภ์
...................................................................................
สวัสดีครับลูกศิษย์ปริญญาเอกที่สวนสุนันทา และชาว Blogผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นห้องเรียนปริญญาเอก วิชาการจัดการทุนมนุษย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในวันพรุ่งนี้ คงมีหลายเรื่องที่ผมและลูกศิษย์จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน และผมก็เช่นเคยครับ ผมขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์


เมนูของ chiraacademy
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:37
351540 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 7
เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550
กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
นายพนม ปีย์เจริญ
Competency
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. Core Competency
2. Managerial Competency
3. Functional Competency
4. Individual Competency
ซึ่ง Competency นั้นต้องประกอบด้วย- Skill (ทักษะ)
- Knowledge (ความรู้)
- Behavior (พฤติกรรม)
ในที่นี้ คุณซาร่าได้นำเสนอทฤษฎี ABC Theory ซึ่งผู้บริหารจากต่างประเทศนำมาให้
Baker Mcancy ในประเทศไทยคือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ
A = Attitude
B = Behavior
C = Consequences
ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันค่อนข้างหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใดก็ตาม ก็ต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยของเรา
Boyatzis ได้กล่าวถึงความหมายของ Competency ว่าเป็น
“คุณสมบัติที่มีความเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า”
อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบัน เราให้ความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น เพราเราเชื่อว่า
“ ในอนาคต Competency จะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร มากกว่าตัวสินค้าและบริการ และเชื่อว่า Competency Based ดีกว่า Technical Knowledge Based ” เพราะเรายังเชื่ออีกว่า Core Competency เป็นเอกลักษณ์ ที่แสดงถึง Know – How ขององค์กร อันเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปสินค้าและบริการ และยังยากต่อการเลียนแบบอีกด้วยคำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรเล่าที่เป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิด Competency
1.Share Mind Set การมีทัศนคติร่วมกัน แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ
ภายใน ที่เราต้องเข้าใจ
- เป้าหมาย
- Vision
- Mission และ
- Strategy ขององค์กร
ภายนอก เป็นส่วนที่เราต้องเข้าใจ
- Costumer
- Supplier
- etc.2. Management and Human Resources Practices
เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการตั้งแต่
- กระบวนการ Recruit - Select
- การบวนการ Human Resource Development
- กระบวนการ Evaluation และ Compensation ไปจนถึง
- กระบวนการ Career Planning , Career Management
ตลอดจนกระบวนการของ Communication
3.Capacity for Change
ความสามารถในการปรับปลี่ยนพฤติกรรมและคนในองค์กร เช่น ต้องให้มี Empowerment ในองค์กร
4.Leadership
การพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องให้เกิดมีในทุกระดับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Competency ซึ่งการเกิด Competency ในทุกด้านจะทำให้องค์กร เป็นองค์กรที่เป็น High Performance Organization อันเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในทุกองค์กรต้องการ
เหตุที่ต้องการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงก็เนื่องมาจาก
- ความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมพนักงานด้วยการ Training และ Education
- สภาพการแข่งขันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ต้องช่วงชิง Market Share และเพื่อให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริหารมีความต้องการ Unique Assets อันเป็นสิทรัพย์ขององค์กรที่มีความแตกต่างไปจาก Generic Assets อันเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่ลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก
แต่ Competency ของคนในองค์กรที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Unique Assets นั้น ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว อันเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิด Core Competency ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง know – How ขององค์กรเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปของสินค้า และบริการอันถือว่าเป็น Competency Advantage ที่ยากต่อการเลียนแบบ
โดยมีองค์กรประกอบ 3 ด้านใหญ่ๆคือ
1. ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพ โดยต้องอาศัยกระบวนการทุกกระบวนการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ตั้งแต่
- กระบวนการสรรหา,คัดเลือก
- กระบวนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์
- กระบวนการวัดผล ประเมินผลและให้ผลตอบแทน
- กระบวนการ Career Planning และ Career Management
- ตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
2. องค์กร ที่ต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ ( New Public Management )โดยต้องมีโครงสร้าง ( Structure ) ขององค์กรที่
- มีความเป็นทางการต่ำ ( Formalization )
- มีความซับซ้อนต่ำ ( Complexity )
- มีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ( Centralization )
โดยเฉพาะถ้าเป็นองค์กรภาครัฐก็ต้องยึดหลักปฏิบัติที่ถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางกล่าวคือ
1. ต้องสนองตอบประชาชนมากกว่าองค์กร ( Social Equity )
2. ไม่เลือกปฏิบัติ ( Equality )
3. มุ่งสู่การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ( Value – Based )
4. แสวงหารูปแบบโครงสร้างที่ Flexible ( Change )
ซึ่งอาจารย์ ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ได้พูดถึงสิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการในขณะนี้คือ
1. ความรู้ใหม่ๆ ( New knowledge )
2. ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective / Competency )
3. ทัศนคติที่ดี ( Positive Attitude )
4. การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )
5. ความสามารถในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )
6. ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )
7. ภาวะความเป็นผู้นำ
3. วัฒนธรรมองค์กร เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง โดยมีผู้นำเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดแนวทางทั้งหมด
การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร
- กำหนดวิสัยทัศน์ ( Vision ) ภารกิจ ( Mission )
- กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ( Business Strategy & Process )
- วิเคราะห์ประเมินจุดเด่น , จุดด้อย , โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ( Swot Analysis )
- วิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับ ตามทิศทางกลยุทธ์การ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- วิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัทฯ ( Core Competencies ) และทักษะ ความสามารถที่จำเป็นที่จำเป็นต้องปฏิบัติงาน ( Professional or Technical Competencies )
- กำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้และความสามารถหลัก
- นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงาน ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน ดังที่กล่าวไว้โดยต้องมองให้ออกว่า เราต้องการคนเช่นไร ถึงจะทำให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จ และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน( CompetitiveAdvantage )
ซึ่งความสำเร็จในการจัดทำ Competencies จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ1. ต้องเชื่อมโยง Competencies กับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายของธุรกิจตลอดเวลา
2. โดยเริ่มจากร่าง Competencies ที่ใช้กันโดยทั่วไปก่อน
3. พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นทีมในการจัดทำ Competency
4. ต้องเน้นเรื่องการนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่สร้าง Model ขึ้นมา
5. ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกฝ่าย
6. ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบอยู่บ่อยๆ
7. มีการจัดทำการประเมิน Competency ที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเกินไป
8. จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารสำหรับผู้จัดการและพนักงาน
9. มีการทดลองใช้ Competencies กับบางแผนกก่อน
10. ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่จะทำองค์กรเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ( High Performance Organization ) อันจะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )
คนทุกคนในองค์กรจะต้องมีศักยภาพที่เพียงพออันเนื่องมาจากทุกกระบวนการที่ช่วยพัฒนา ให้มีความพร้อม จนทุกคนในองค์กรเป็นสินทรัพย์ประเภท Unique Asset ที่องค์กรอื่น ก็ยากที่จะลอกเลียนแบบได้.
นายพนม ปีย์เจริญ
Mr.Panom Peecharoen
16.8.2007
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:50
351559 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 7
เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550
กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
นายพนม ปีย์เจริญ
ทดสอบ front Cordia New 14
Mr. Pamom Peecharoen
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 16:58
351570 [ลบ]
- Overview
- Competency คืออะไร
- ความสำคัญและประโยชน์ของ Competency ต่อการบริหาร
- ความสามารถหลักที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ธุรกิจ
- ขั้นตอนและกระบวนการจัดทำ Competency
- องค์ประกอบสำคัญต่อการเรียน Competency
Competency ประกอบด้วย ทักษะ (Skill) ความรู้ (Knowledge) พฤติกรรม (Behaviour) ความสามารถ (Competency)- CORE Competency
- Functional Competency
- Leadership Competency
- Managepial Competency
CORE Competency เป็นเครื่องมือที่จะทำให้องค์กรจัดเป็นขององค์กรตามรูปแบบขององค์กรนั้นๆ เช่น คนที่อยู่ในฝ่ายบัญชี ควรมีทักษะหรือรู้อะไรบ้าง Competency หมายถึง ทักษะ ความรู้ ความสามารถและพฤติกรรม (skill knowledge and atlributer) ของบุคลากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงานใดงานหนึ่งนั้นคือ “ในการทำงานอย่างหนึ่งๆ เราต้องรู้อะไร เสมอมีความรู้หรือข้อมูลแล้ว” เราต้องรู้ว่าจะทำงานนั้นๆอย่างไรและเราควรมีพฤติกรรมหรือคุณลักษณะเฉพาะอย่างไร ซึ่งสามารถกำกับดูแลได้ สังเกตได้ และวัดได้สิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการ· ความรู้ใหม่ๆ ( New Knowledge )· ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective Skills / Competency )· ทัศนคติที่ดี ( positive Attitude )· การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )· ความสามรถในการแข่งขัน ( competitiveness )· ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )· ภาวะความเป็นผู้นำ ( Leadership)คุณลักษณะของผู้บริหารยุคใหม่1. คิดอย่างมีระบบ (Systematic Thinking )· มีความเข้าใจและสังเคราะห์เรื่องต่างๆได้ สามารถเชื่อมโยงแนวคิด / ภารกิจต่างๆเข้าด้วยกันและมองไปในอนาคตได้2. สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมได้ดี ( Intercultural Competence )· ความสามารถด้านภาษา ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปกรรม จะช่วยปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอื่นได้ดี3. ฝึกฝนอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง ( Extensive and continuous Training )· ต้องเปิดใจกว้างรับความคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจ4. มีมาตรฐานและพฤติกรรมที่เหมาะสม ( Personal Standard and Standard of behavior )· ผู้บริหารต้องมีมาตรฐานความรู้ ความสามารถสูง มีความรับผิดชอบ และมุ่งที่ทำให้เกิดผลสำเร็จของงานที่รับผิดชอบ ( Standard of Excellence)ตัวที่ชี้วัดที่ไม่ใช่ด้านการเงินที่นักลงทุน / นักวิเคราะห์ทางด้านการเงินให้ความสำคัญ1. การปฏิบัติตามกลยุทธ์ขององค์กร ( Execution of Corporate Strategies)2. ความน่าเชื่อถือของฝ่ายบริหาร ( Management Credibility)3. คุณภาพกลยุทธ์ ( Quality of Strategy)4. ความสามารถในด้านนวัตกรรม ( Ability to Innovate)5. ความสามารถในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ (Ability to Attract Talented people )6. ส่วนแบ่งการตลาด ( Market Share )7. การดำเนินงานในกระบวนการที่สำคัญ ( Quality of Management Business Processes ) 8. การเป็นผู้นำด้านการค้นคว้าและด้านการพัฒนาความรู้ใหม่ๆ ( Research Leadership )ในยุค New Economy การเป็นผู้ชนะในเชิงธุรกิจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ ความสามรถขององค์กรจะประกอบด้วยปัจจัยหลักคือ คนและวิธีการดำเนินธุรกิจ คน คะต้องเป็นคนที่มีความสามารถและมีวิธีการดำเนินงานธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ปัจจัยหลักของการแข่งขันจะประกอบด้วยความสามารถขององค์กร ความสามารถที่จะทำให้องค์กรมีความสามารถได้นั้นจะมี- ความสามารถทางด้านการเงิน
- ความสามารถทางก้านเทคโนโลยี
- ความสามารถด้านการบริหารคน
- ความสามารถด้านการตลาด
- ความสามารถด้านการผลิต
สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและสามารถต่อสู้กับคู้แข่งขันได้ปัจจัยหลักของการแข่งขัน ความสำเร็จของกระบวนการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงาน การดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มพลผลิตและคุณภาพ สร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้า ลดค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความเป็นต่อในการแข่งขันขึ้นอยู่กับ1. การพัฒนาผู้นำในองค์กรให้สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อหน่วยงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงต้องดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อไปตามปกติ 2. การพัฒนาคนในองค์กรให้สามรถคิดและปฏิบัติโดยมองผลกระทบที่มีต่อองค์กรในภาพรวมมากกว่าการมองเฉพาะในหน่วยงานของตนเอง 3. ความสามรถในการสร้างความเข้าใจ ลดความกลัว ลดการต่อต้านในระหว่างที่องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง 4. การพัฒนาระบบการพัฒนาบุคลากร ให้เกิดการเรียนรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 5. การพัฒนาระบบการทดสอบ การพิจารณาผลงาน รวมถึงการให้รางวัลผลงานที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายทางธุรกิจที่องค์กรกำหนดไว้กุญแจแห่งความสำเร็จในการปรับเปลี่ยน คือ พฤติกรรมของคนลำดับขั้นของ Competency ตามที่นิยมใช้กัน· ระดับองค์กร ( Organization Level ) คือ ความสามารถหลักขององค์กร ( Core Competency) ซึ่งพนักงานทุกคนต้องมี· ระดับฟังก์ชั่นงาน ( Function Level / Functional Competency ) ได้แก่ การเงิน, การตลาด, ฝ่ายขาย, ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฯลฯ· ระดับตำแหน่งงาน ( Specific Job Level )เช่น นักวิเคราะห์การเงิน ทำไมต้องมี Competency· ภาวะแข่งขันที่เข้มข้น ( ต้องสามารถบุก มากกว่าตั้งรับ )· ต้องการบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถที่นำไปใช้ได้จริงเกิดผลประโยชน์· ต้องการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลความสำคัญของ Competency ต่อองค์กร· วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการวิเคราะห์ทักษะความรู้ความสามารถของบุคคล· ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินศักยภาพของการปฏิบัติงาน· เพื่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ขององค์กรความสำคัญของ Competency ต่อองค์กร วิสัยทัศน์ หมายถึง การมองไปข้างหน้าของผู้บริหารว่าต้องการเห็นองค์กรเป็นอย่างไรในอนาคต บริหารควรพิจารณาว่าความสามารถหลักขององค์กร ทักษะความรู้ความสามรถขององค์กร อะไรบ้างที่มีความจำเป็นต่อความสำเร็จขององค์กรในอนาคต ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและประยุกต์สิ่งเหล่านั้นในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของวิสันทัศน์ที่ได้กำหนดไว้ การวิเคราะห์และจัดทำ Competency สำหรับองค์กรจะเน้นคนจากการศึกษา แผนกกลยุทธ์ (Strategic Intents) วิสัยทัศน์ (Vision) ความสามารถขององค์กรแล้วเราต้องทราบทิศทางในการดำเนินธุรกิจและจุดเด่นขององค์กรการวิเคราะห์และจัดทำ Competency สำหรับองค์กร ผู้บริหารควรวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆดังนี้· องค์กรมีแผนกลยุทธ์และแผนงานสำคัญอะไรบ้าง ( Corporate Strategy & Master Plan )· วัฒนธรรมขององค์กรหรือค่านิยมที่บุคลากรมีร่วมกัน มีอะไรบ้าง (Corporate Culture / Core Values) ซึ่งพิจารณาถึงปรัชญาในการบริหารองค์กรและภาพลักษณะขององค์กร· ความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในเรื่องความสามารถหลักขององค์กร( Core Competencies ) รวมถึง ทักษะ ความรู้ ความสารถ คุณสมบัติและพฤติกรรมที่ดีของบุคลากรในองค์กรCompetencyu ศึกษาคุณสมบัติและพฤติกรรมการทำงานของบุคลากรที่มีศักยภาพสูงหรือมีผลการปฏิบัติงานดีกว่าบุคลากรเหล่านี้มีคุณสมบัติและพฤติกรรมที่ดีเด่น ที่สำคัญอะไรบ้าง ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะความรับผิดชอบที่สำคัญๆของแต่ละขั้น ( Jop content Analysis ) การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร แนวทางการจัดทำ Competency1. กำหนดวิสัยทัศน์ (Vision ) ภารกิจ (Mission)2. กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ (Business Strategy & Process)3. การวิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรคขององค์กร ( SWOT Analysis)4. การวิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับตามทิศทางกลยุทธ์การดำเนินกิจการบริษัท5. การวิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัท ( Core Competencies)และทักษะความสามารถที่จำเป็นต้องมีในการปฏิบัติงาน6. การกำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้ความสามารถหลัก7. นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงานตลอดจนการบริหารค่าตอบแทนคุณลักษณะของ Competencies ที่ดี1. พฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นว่า รู้อะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง และเป็นคนอย่างไร2. จำเป็นต่อการปฏิบัติงานซึ่งได้ผลดีกว่ามาตรฐานทั่วไป3. วัดและประเมินได้4. พัฒนาได้5. สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ขององค์กรตัวอย่าง ความสามารถที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ ทีมงานที่แข็งแกร่ง มุ่งผลลัพธ์ ความพอใจลูกค้า ภาวะผู้นำ การสื่อสาร นวัตกรรมความชำนาญด้านเทคนิค คุณภาพตามมาตรฐาน รูปแบบของการกำหนด Competency1. หัวข้อ Competency 2. คำอธิบายความหมาย Definition3. เครื่องบ่งชี้พฤติกรรมที่ต้องการ Key Behavior 4. ระดับของ Competency ( proficiency Level )ตัวอย่างที่ 1 Competency : การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องคำอธิบาย : แสวงหาช่องทางที่จะปรับปรุงผลงาน และวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม : ใส่ใจในกระบวนการปฏิบัติงาน มองหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพ ( ดีกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า ) มองหาจุดที่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยโดยไม่คอยว่าต้องมีใครบอก เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงระบบงานอุปสรรค1. จัดทำ Competency โดยไม่มีแนวคิด / ภาพขององค์กรที่ชัดเจน2. พยายามออกแบบ Competency ให้สมบูรณ์แบบ ( Perfect ) โดยใช้เวลาในการออกแบบมากเกินไป3. จัดทำและประเมิน Competency ไม่ชัดเจน4. การฝึกอบรมผู้จัดการและพนักงานในเรื่องนี้ไม่เพียงพอขีดความสามารถมีประโยชน์ต่อ 1. พนักงาน คือ พนักงานสามารถทราบขีดความสามารถของตนที่แท้จริง2. องค์กร สามารถประเมินผลกิจกรรมการพัฒนาทรัพยากร การปฏิบัติงานและผลงานของหน่วยงานและช่วงในการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานและองค์กรมีความคล่องตัว3. อุตสาหกรรม ทำให้มีการพัฒนาทักษะ ความชำนาญในเชิงกว้างที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกับการพัฒนาในอนาคต4. เศรษฐกิจระดับประเทศ สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันในตลาดโลกได้
เมื่อ พฤ. 16 ส.ค. 2550 @ 17:24
351605 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 7
เรียนวันที่ 11 สิงหาคม 2550
กับ อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
นายพนม ปีย์เจริญ
Competency
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. Core Competency
2. Managerial Competency
3. Functional Competency
4. Individual Competency
ซึ่ง Competency นั้นต้องประกอบด้วย- Skill (ทักษะ)
- Knowledge (ความรู้)
- Behavior (พฤติกรรม)
ในที่นี้ คุณซาร่าได้นำเสนอทฤษฎี ABC Theory ซึ่งผู้บริหารจากต่างประเทศนำมาให้
Baker Mcancy ในประเทศไทยคือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ
A = Attitude
B = Behavior
C = Consequences
ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันค่อนข้างหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใดก็ตาม ก็ต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยของเรา
Boyatzis ได้กล่าวถึงความหมายของ Competency ว่าเป็น
“คุณสมบัติที่มีความเป็นเหตุเป็นผล นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า”
อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบัน เราให้ความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น เพราเราเชื่อว่า
“ ในอนาคต Competency จะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร มากกว่าตัวสินค้าและบริการ และเชื่อว่า Competency Based ดีกว่า Technical Knowledge Based ” เพราะเรายังเชื่ออีกว่า Core Competency เป็นเอกลักษณ์ ที่แสดงถึง Know – How ขององค์กร อันเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปสินค้าและบริการ และยังยากต่อการเลียนแบบอีกด้วยคำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรเล่าที่เป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิด Competency
1.Share Mind Set การมีทัศนคติร่วมกัน แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ
ภายใน ที่เราต้องเข้าใจ
- เป้าหมาย
- Vision
- Mission และ
- Strategy ขององค์กร
ภายนอก เป็นส่วนที่เราต้องเข้าใจ
- Costumer
- Supplier
- etc.
2. Management and Human Resources Practices
เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการตั้งแต่
- กระบวนการ Recruit - Select
- การบวนการ Human Resource Development
- กระบวนการ Evaluation และ Compensation ไปจนถึง
- กระบวนการ Career Planning , Career Management
ตลอดจนกระบวนการของ Communication
3.Capacity for Change
ความสามารถในการปรับปลี่ยน พฤติกรรมและคนในองค์กร เช่น ต้องให้มี Empowerment ในองค์กร
4.Leadership
การพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องให้เกิดมีในทุกระดับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด Competency ซึ่งการเกิด Competency ในทุกด้านจะทำให้องค์กร เป็นองค์กรที่เป็น High Performance Organization อันเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในทุกองค์กรต้องการ
เหตุที่ต้องการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงก็เนื่องมาจาก
- ความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมพนักงานด้วยการ Training และ Education
- สภาพการแข่งขันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้ต้องช่วงชิง Market Share และเพื่อให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริหารมีความต้องการ Unique Assets อันเป็นสิทรัพย์ขององค์กรที่มีความแตกต่างไปจาก Generic Assets อันเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่ลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก
แต่ Competency ของคนในองค์กรที่นับว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Unique Assets นั้น ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว
อันเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิด Core Competency ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง know – How ขององค์กรเป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ในรูปของสินค้า และบริการอันถือว่าเป็น Competency Advantage ที่ยากต่อการเลียนแบบ
โดยมีองค์กรประกอบ 3 ด้านใหญ่ๆคือ
1. ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพโดยต้องอาศัยกระบวนการทุกกระบวนการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ ตั้งแต่
- กระบวนการสรรหา,คัดเลือก
- กระบวนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์
- กระบวนการวัดผล ประเมินผลและให้ผลตอบแทน
- กระบวนการ Career Planning และ Career Management
- ตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
2. องค์กร ที่ต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ ( New Public Management )
โดยต้องมีโครงสร้าง ( Structure ) ขององค์กรที่
- มีความเป็นทางการต่ำ ( Formalization )
- มีความซับซ้อนต่ำ ( Complexity )
- มีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ( Centralization )
โดยเฉพาะถ้าเป็นองค์กรภาครัฐก็ต้องยึดหลักปฏิบัติที่ถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางกล่าวคือ
1. ต้องสนองตอบประชาชนมากกว่kองค์กร ( Social Equity )
2. ไม่เลือกปฏิบัติ ( Equality )
3. มุ่งสู่การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ( Value – Based )
4. แสวงหารูปแบบโครงสร้างที่ Flexible ( Change )
ซึ่งอาจารย์ ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ได้พูดถึงสิ่งที่องค์กรสมัยใหม่ต้องการในขณะนี้คือ
1. ความรู้ใหม่ๆ ( New knowledge )
2. ทักษะและความสามารถที่ใช้งานได้ ( Effective / Competency )
3. ทัศนคติที่ดี ( Positive Attitude )
4. การทำงานที่มีระบบที่ดี ( Systematic Approach )
5. ความสามารถในการแข่งขัน( Competitive Advantage )
6. ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ( Change Management )
7. ภาวะความเป็นผู้นำ
3. วัฒนธรรมองค์กร
เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง โดยมีผู้นำเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดแนวทางทั้งหมด
การจัดทำ Competency สำหรับองค์กร
- กำหนดวิสัยทัศน์ ( Vision ) ภารกิจ ( Mission )
- กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ( Business Strategy & Process )
- วิเคราะห์ประเมินจุดเด่น , จุดด้อย , โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ( Swot Analysis )
- วิเคราะห์และประเมินจุดเด่น จุดด้อย ของพนักงานในองค์กรในแต่ละระดับ ตามทิศทางกลยุทธ์การ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- วิเคราะห์และจัดทำความสามารถหลักของบริษัทฯ ( Core Competencies ) และทักษะ ความสามารถที่จำเป็นที่จำเป็นต้องปฏิบัติงาน ( Professional or Technical Competencies )
- กำหนดแนวทางการประเมินทักษะความรู้และความสามารถหลัก
- นำผลการประเมินไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร การสรรหาจ้างงาน การประเมินผลงาน ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทน ดังที่กล่าวไว้ โดยต้องมองให้ออกว่า เราต้องการคนเช่นไรถึงจะทำให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จและมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage )ซึ่งความสำเร็จในการจัดทำ Competencies จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
1. ต้องเชื่อมโยง Competencies กับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายของธุรกิจตลอดเวลา
2. โดยเริ่มจากร่าง Competencies ที่ใช้กันโดยทั่วไปก่อน
3. พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นทีมในการจัดทำ Competency
4. ต้องเน้นเรื่องการนำไปใช้ได้ ไม่ใช่แค่สร้าง Model ขึ้นมา
5. ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกฝ่าย
6. ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบอยู่บ่อยๆ
7. มีการจัดทำการประเมิน Competency ที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเกินไป
8. จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารสำหรับผู้จัดการและพนักงาน
9. มีการทดลองใช้ Competencies กับบางแผนกก่อน
10. ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่จะทำองค์กรเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ( High Performance Organization ) อันจะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน