สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ เป็นผู้จัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้จัดโครงการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ ก่อนอื่น ผมขอชื่นชม วิสัยทัศน์ของผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เล็งเห็น และให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร ซึ่งสังเกตได้จากในวันพิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดงาน และกล่าวปาฐกถา เรื่อง วิสัยทัศน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับการปฏิรูประบบราชการและกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกสำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เข้ารับการเรียนรู้ ในโครงการนี้ ดังนั้น ผมจึงอยากให้ทั้ง 63 คนนี้ มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ และมีทัศนคติในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมหวังว่าทั้ง 63 ท่าน จะเป็นผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพ ที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงสุดท้ายนี้ ผมไม่อยากให้การเรียนรู้จบแต่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น ผมอยากให้ทุกคนเมื่อเรียนจบแล้ว มีจิตวิญญาณในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และจะเป็นผู้จุดประกายองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ปล. ผมขอให้ Blog นี้ เป็นสื่อกลางของช่องทางในการแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์


เมนูของ chiraacademy





เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 09:07
390400 [ลบ] [แจ้งลบ]
กราบเรียน ดร.จีระ และสวัสดีค่ะ พี่ ๆ นักบริหารมืออาชีพทุกท่าน
เพิ่งเข้ามาใน Blog ของอาจารย์เป็นครั้งแรกค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ ก็อ่านข้อมูลและสิ่งที่พี่ ๆ ทุกท่านเขียนลงในนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จากคุณวราพร ซึ่งพิมพ์ข้อมูลทั้งหมดออกมาเย็บเล่มให้อ่าน ในฐานะผู้จัดการอบรม รู้สึกดีใจมากค่ะ ที่ผู้เข้าอบรมทุกท่านยังให้ความสนใจในหลักสูตรและยังศึกษาหาความรู้และส่งการบ้านอาจารย์อย่างต่อเนื่อง แล้วในฐานะผู้ที่จะต้องรับผิดชอบโครงการนี้ต่อไปในปีงบประมาณหน้า ก็อยากจะขอเรียนให้พี่ ๆ ทุกท่านได้ทราบถึงความคืบหน้าของโครงการว่ามีโอกาสแค่ไหนที่โครงการนี้จะได้ดำเนินการต่อไป ต้องบอกว่าแน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะเพียงแค่ยังมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่เช่นนี้ เราก็ถือว่ากำลังดำเนินโครงการอยู่ ส่วนโอกาสที่จะได้ไปต่างประเทศนั้น ต้องสารภาพว่า ยากเหมือนกันค่ะ เพราะขนาดหลักสูตรนักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่ได้ไปเมืองนอกเลย แต่ผู้อำนวยการสถาบันเกษตราธิการก็บอกว่า อยากให้หลักสูตรผู้บริหารมืออาชีพไปเมืองนอกให้ได้ค่ะ ตอนนี้ก็เลยคิดโครงการไว้คร่าว ๆ แต่ยังขาดงบประมาณอีกเยอะเลยค่ะ เพราะถ้าจะไปเมืองนอกกันจริง ๆ งบที่มีอยู่ล้านกว่าบาทคงไม่พอนะคะ และสิ่งที่อยากแจ้งให้พี่ ๆ ทราบก็คือ เราอาจไม่ได้ไปต่างประเทศด้วยกันทั้ง 60 คนนะคะ ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด และการเดินทางไปต่างประเทศกลุ่มใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ยากต่อการบริหารจัดการอย่างมาก ดังนั้น เราอาจจะต้องมีการคัดเลือก ซึ่งมันจะเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อที่จะอ้างได้ว่า เราได้มีการคัดสรรคนที่มีความตั้งใจจริงในการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่งและคนที่ว่านี้จะนำความรู้ไปพัฒนากระทรวงเกษตรได้จริง ดังนั้น สิ่งแรกที่จะนำมาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคือ การส่งการบ้านของพวกพี่ ๆ นี่ละคะ เพราะสถาบันเกษตราธิการก็ไม่สามารถไปติดตามพี่ ๆ ถึงที่ทำงานได้ว่าใครทำงานเป็นอย่างไร ดังนั้น เราจึงขอพิจารณาคัดเลือกคนที่จะเข้าร่วมโครงการต่อเนื่องจากรายชื่อคนที่ส่งการบ้านก่อนนะคะ ส่วนกำหนดการ และรายละเอียดอื่น ๆ ทางสถาบันเกษตราธิการต้องขอปรึกษาหารือกับทาง ดร.จีระ อีกครั้งค่ะ
แล้วพบกันในโครงการต่อเนื่องนะคะ
ชนชนก จันทร์เพ็ง
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 16:32
390834 [ลบ] [แจ้งลบ]
ต้องขออภัย ครับที่ส่งการบ้านของอาจารย์ล่าช้าไปหน่อย ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากงานในความรับผิดชอบเดิมที่คั่งค้างอยู่ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จทันสิ้นปีงบประมาณ ทั้งนี้ก็ขอฝากความคิดถึงเพื่อนๆและน้องๆทีมงาน Chira academy ทุกท่านด้วย ......... ตอนนี้ ขอส่งการบ้านก่อนนะครับ Assignment 1 (1) อ่านบทความเกี่ยวกับ IC ของ Stewart เปรียบเทียบกับทฤษฎี 8 K’s ของ ศ. ดร. จีระหงส์ลดารมภ์ และทฤษฎี 8H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ Stewart เน้นให้เห็นว่า IC เป็นสิ่งที่จะเชื่อมโยงระหว่าง ทุนมนุษย์ (Human Capital), โครงสร้างขององค์กร (Stuctural Capital) และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการขององค์กร ( Relationship Capital) ซึ่งสอดคล้องกับ8K’s ของท่านอาจารย์ดร.จีระฯ ที่เน้นถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมีความเชื่อมโยงเหมือนของ Stewart แล้วยังเน้นถึง ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) , ทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) และทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainabillity Capital) ซึ่งเหมาะสมกับสังคมไทยที่มุ่งเน้นคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่นเดียวกับ ทฤษฏีการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 8H,s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ที่เน้นในส่วนของตัวบุคคล อันเกี่ยวกับ การรู้จักรากเหง้าของตนเอง (Heritage) ,การรู้จักคิดวิเคราะห์ใช้เหตุผล( Head ), มุ่งเน้นที่ความเป็นมืออาชีพ (Hand) ,มีจิตใจที่ดี มีทัศนคติในเชิงบวก (Heart), และต้อง มีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์( Health) ก็จะส่งผลให้เกิด 3H ตามมา คือ Home มีครอบครัวที่อบอุ่น , Happiness การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และ Harmony ภายใต้ความปรองดอง สามัคคีและสมานฉันท์(2) จะสร้างมูลค่าเพิ่มจาก IC ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างไร ผมขอแสดงข้อคิดเห็นซึ่งอาจจะดูแตกต่างกว่าเพื่อนๆคนอื่นอยู่สักหน่อย ดังนี้ครับ กระทรวงเกษตรฯของเรานี้ถ้าดูกันจริงๆแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ในเรื่องของ IC แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Human Capital , Structural Capital รวมไปถึง Customer/Relational Capital ซึ่งกระทรวงเกษตรฯของเรามีอยู่ค่อนข้างจะครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ว่าในวันนี้ ทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงฯตกไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองที่เข้ามาครอบงำ / แสวงหาผลประโยชน์จากการดำเนินงานของกระทรวงฯมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนๆ ก็มองเห็นเกษตรกรไทย คือ เหยื่อ รวมไปถึง เจ้าหน้าที่ของ กรม กอง ต่างๆของกระทรวงฯเป็นเครื่องมือที่จะใช้จัดการกับ เหยื่อ อยู่ร่ำไป โดยปราศจากภูมิคุ้มกันใดๆ ดังนั้นผมเห็นว่า มี วิธีเดียว คือ ทำให้ข้าราชการประจำของกระทรวงเข้มแข็งไม่ตกไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองให้ได้ แล้วยึด ประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก เพื่อให้ ICของกระทรวงฯที่มีอยู่แล้วได้มีโอกาสแสดงพลังออกมา ธนาไชย ภาณุพินทุ : กรมชลประทาน"ธนาชัย ภาณุพินทุ" <tanachai_ltk@hotmail.com>เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 13:56
391783 [ลบ] [แจ้งลบ]
เรียน ผู้เข้ารับการอบรมกระทรวงแรงงาน ซี7 ทุกท่าน
ผมได้เปิด Blog และได้เห็นความมุ่งมั่นของลูกศิษย์ที่ได้ทำการบ้านอย่างเข้มข้น และสม่ำเสมอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ยังไม่ส่งการบ้านขอให้ส่งด้วย
ผมได้รับ Feedback ว่าทุกคนอยากทำงานต่อเนื่อง และไปต่างประเทศ ซึ่งผมได้รับข้อมูลว่าทางกระทรวงกำลังพิจารณาอยู่ที่จะให้รุ่น 1 นี้ได้ต่อยอด สำหรับผู้ที่ส่งข้อมูลมาแล้ว ผมจะมีการบ้านเพิ่มเติม เรื่อง ภาวะผู้นำ ซึ่งจะส่งผ่านไปที่คุณวนิดา ประธานรุ่น ในเร็ว ๆ นี้
ผมคิดถึงทุก ๆ ท่าน และยังจำบรรยากาศที่อยู่ร่วมกันได้ดี ผมหวังว่าจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พ. 26 ก.ย. 2550 @ 12:00
398679 [ลบ] [แจ้งลบ]
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ยังให้โอกาสลูกศิษย์ตาดำ ๆ ในการส่งการบ้านที่ล่าช้ากว่ากำหนดมานาน ขอส่งการบ้านที่ท่านอาจารย์ได้ให้ไว้ดังนี้ค่ะ ข้อ 1. การเปรียบเทียบ IC ของ Stewart, 8K's และ 8H's Concepts ของ 8K's และ 8H's คล้ายคลึงกันโดยจะเน้นหรือให้น้ำหนักไปที่การพัฒนาคน ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร และประเทศชาติ ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาตั้งแต่ในวัยเด็ก หรือตั้งแต่ที่บ้านกันเลย พัฒนาทั้งความรู้ ความสามารถ ความคิด จิตใจ และที่สำคัญต้องไม่ลืมความเป็นไทย เป็นทฤษฎีที่เหมาะสมกับคนไทยอย่างยิ่ง โดยสามารถเปรียบเทียบแต่ละข้อของทฤษฎีทั้ง 2 เข้าด้วยกันได้ดังนี้
สำหรับ Digital C. ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ใน 8H's ไม่ได้กล่าวถึง เนื่องจาก 8H's จะมองที่ตัวเองมากกว่า ส่วน 8K's จะมองกว้างไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาตนเอง ส่วน IC ของ Stewart ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.Human Capital 2.Structural Capital 3.Customer Capital เป็นทฤษฎีที่เน้นพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อการสร้างมูลค่าเพื่ม บรรลุผลในเชิงธุรกิจหรือขององค์กรมากกว่า ถือได้ว่า IC ของ Stewart เป็นส่วนหนึ่งของ Head ใน 8 H’s และ Intellectual C. ของ 8K's ข้อ 2. จะสร้างมูลค่าเพิ่มจาก IC ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อย่างไร IC ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 3 ส่วน ถือได้ว่ามีอยู่มากมาย ทั้ง Human Capital Structural Capital และ Customer Capital เพียงแต่ไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ การจัดการความรู้หรือ KM จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำความรู้ทางวิชาการที่บุคลากรมีมากอยู่แล้ว มาผนวกกับความรู้หรือปัญหาของเกษตรกร ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติ มาร่วมกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหานั้น ๆ ทำให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ เกิดนวัตกรรมในด้านการเกษตร นำความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่นั้น ๆ ไปถ่ายทอด แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันในองค์กร สร้างนวัตกรรม ต่อไป
วลีพร นนทิการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เมื่อ อา. 30 ก.ย. 2550 @ 15:15
402765 [ลบ] [แจ้งลบ]
กราบเรียนอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพรัก กระผมขอส่งการบ้านไม่ทราบว่าจะช้าไปหรือเปล่า หริอว่าเป็นคนสุดท้าย
1.เปรียบเทียบ ICของStewartกับทฤษฎี8k'sและ 8H's ทุนทางปัญญา(Intellectual Capital)ของStewart เชื่อมโยงกับทฤษฎี8K'sและ8H's ได้อย่างเป็นระบบ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีก็จะมีประสิทธิภาพและก่อประโยชน์สูงสุดกับตัวเองและองค์กรเอกชนในเชิงพาณิชย์ กล่าวคือ ทฤษฎี8H's เป็นนักบริหารที่ดีคิดอย่างผู้นำ ถ้าเปรียบเทียบการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ไม่ว่าเป็นธุรกิจการค้าภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ การบริหารองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยนำความคิดอย่างผู้นำ 8H's ประกอบด้วย
เมื่อ อา. 30 ก.ย. 2550 @ 15:55
402802 [ลบ] [แจ้งลบ]
เมื่อ อา. 30 ก.ย. 2550 @ 16:57
402863 [ลบ] [แจ้งลบ]
กราบเรียนอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพรัก กระผมขอส่งการบ้านไม่ทราบว่าจะช้าไปหรือเปล่า หริอว่าเป็นคนสุดท้าย
1.เปรียบเทียบ ICของStewartกับทฤษฎี8k'sและ 8H's ทุนทางปัญญา(Intellectual Capital)ของStewart เชื่อมโยงกับทฤษฎี8K'sและ8H's ได้อย่างเป็นระบบ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีก็จะมีประสิทธิภาพและก่อประโยชน์สูงสุดกับตัวเองและองค์กรเอกชนในเชิงพาณิชย์ กล่าวคือ ทฤษฎี8H's เป็นนักบริหารที่ดีคิดอย่างผู้นำ ถ้าเปรียบเทียบการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ไม่ว่าเป็นธุรกิจการค้าภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ การบริหารองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยนำความคิดอย่างผู้นำ 8H's ประกอบด้วย Heritage(รากเหง้า) Head(สมอง) Heart(จิตใจ) Home(บ้าน) Harmony(สมานฉันท์) Hapiness(ความสุข) Health(สุขภาพ) Hand(มือ) เชื่อมโยงกับ8K's ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความสุข ทุนทางสังคม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางเทคโนโลยี ทุนทางความรู้โดยนำ 8K's มาปรับใช้กับยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นยุคแห่งโลกาภิวัฒน์ จำเป็นต้องเรียนรู้ นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นระบบ ทำให้การเป็นผู้นำ ผู้บริหารประสบ ความสำเร็จ และมีความสุขกับตนเองและครอบครัว แต่ทั้งนี้ทฤษฎีของ Stewart (ทุนทางมนุษย์ ลูกค้า องค์กร/โครงสร้าง) ต้องแข็งแกร่งสามารถพึ่งตนเองได้ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 11:52
414276 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์จีระ ทีมงาน และเพื่อน ๆ ที่รักทุกท่าน
ก็ต้องบอกว่าพวกเราเงียบหายกันไปนานนะครับ อาจจะเป็นเพราะงานชุมช่วงปลายปีงบประมาณก็ได้ เพราะผมเองก็ยังค้างจัดซื้อ/จัดจ้างอยู่หลายรายการ อย่างไรก็ตามคงจะเข้ามาใน Blog. บ่อยขึ้นแน่ครับ สำหรับการบ้านที่ต้องส่งก็คงจะช้าไปหน่อยเหมือนหลาย ๆ ท่าน ผมเข้ามาอ่านแล้ว “ต๊กดีใจ” ที่เพื่อน ๆ ตั้งใจทำกันมาก ข้อมูลเพียบ ผมคงขออนุญาตไม่ส่งในรายละเอียดมากนักเพราะตำราเดียวกัน คงเหมือนๆ กัน สรุปว่า ถ้าเปรียบเทียบ IC ของ Steward 8K’s อาจารย์จีระ และ 8H’s คุณหญิงทิพาวดี ซึ่งล้วนเป็นแนวคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่มองจากแง่มุมที่ต่างกัน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าแต่ละท่านมีพื้นฐานทางสังคม และการดำเนินชีวิตที่ต่างกัน 8K’s อาจารย์จีระ และ 8H’s คุณหญิงทิพาวดี จะมีแนวคิดเป็นฝั่งตะวันออก ซึ่งมองถึงภายใน ความเป็นตัวตน และคุณค่าของมนุษย์ (Humanistic) ในขณะที่ Steward นั้นมีแนวคิดทางฝั่งตะวันตก ซึ่งมองถึงภายนอก วัตถุต่าง ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างมีเหตุผลและพิสูจน์ได้ (Sciencetific) อันจะนำไปสู่การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม และถ้าหากจะให้พิเคราะห์ดูว่า แนวคิดแบบไหนจะดีกว่ากัน สำหรับตัวผมเองก็ต้องบอกว่าทางฝั่งตะวันออก ของอาจารย์จีระ และคุณหญิงทิพาวดี คงจะดีกว่า เพราะผมก็เป็นคนทางฝั่งนี้ มีวิถีการดำเนินชีวิตแบบตะวันออก ชอบการพัฒนาคุณภาพรากเหง้าชีวิตตนเองที่มีทั้งทุนทางปัญญา สุขภาพ จริยธรรม วัฒนธรรม ความปรองดองทางสังคม มีความสุขอย่างพอเพียงและยั่งยืน มากกว่าที่จะถูกมองเป็นเพียงวัตถุหนึ่ง(Human Cap.) ของการพัฒนาองค์ประกอบ 3 อย่าง ทางฝั่งตะวันตก ของ Steward แต่อย่างไรก็ตามความเหมาะสมที่สุดน่าจะเกิดขึ้นได้ จากการนำแนวคิดต่าง ๆ มาปรับใช้การดำเนินชีวิตของตนเอง สภาพและโครงสร้างของหน่วยงาน และภาวะแวดล้อมที่ดำเนินอยู่
สำหรับประเด็นเรื่องของทุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น ผมเองมีความเห็นว่า ที่เราได้ดำเนินการมาแล้วหลายปี (แผนพัฒนฯ 1-8) เป็นการพัฒนาที่มุ่งเน้นไปตามแนวคิดของตะวันตก มีการพัฒนาวัตถุต่าง ๆ เช่น มนุษย์(เฉพาะลักษณะ และสิ่งจำเป็นในการทำงาน) โครงสร้างพื้นฐาน ความสัมพันธ์ ของผู้มีส่วนได้/เสีย ซึ่งทำให้กระทรวงเกษตรฯ มีปัจจัยเหล่านี้ค่อนข้างพร้อม ถึงบางครั้งมากเกินความจำเป็น เป็นระบบที่อ้วน หนา เทอะทะ การดำเนินงานก็ยังได้ผลไม่ดีนัก บุคคลากรมุ่งสู่วัตถุนิยม พวกพ้อง และอำนาจ ระบบการบริหารกระจุกตัวอยู่ตามขั้วต่าง ๆ แต่เมื่อเริ่มแผนฯ 9 เราเริ่มมองการพัฒนาเข้าไปในรากเหง้าความเป็นตัวตนของมนุษย์มากขึ้น การพัฒนาความรู้สึก นึกคิด อารมณ์ ศีลธรรม จริยธรรม วัฒนาธรรม ฯลฯ ถูกนำมาเป็นประเด็นในการพิจารณากำหนดแผน ซึ่งน่าจะมีผลนำไปสู่ความยั่งยืนของสังคมต่อไปเมื่อ พฤ. 11 ต.ค. 2550 @ 19:16
418948 [ลบ] [แจ้งลบ]
1.เปรียบเทียบ IC ของ Stearch กับ 8K's และ 8H's
Thomas A. Stewart
เรื่องที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในส่วนของกรมประมงคือเรื่องของการแสดงให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้าใจว่าการกระทำหรือกิจกรรมของมนุษย์มีผลกระทบต่อสัตว์น้ำอย่างมาก คุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำจึงไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่มากนักในสังคม จะสนใจกันก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากแต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น ทั้งๆที่กรมประมงก็มีองค์ความรู้เหล่านี้อยู่มาก
เนื่องจากว่าสัตว์น้ำมีถิ่นที่อยู่ในแหล่งน้ำซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากที่มนุษย์อาศัยอยู่ การทำความเข้าใจในเรื่องอะไรก็มักจะใช้ความเคยชินในการตัดสินใจเพื่อเชื่อและปฏิบัติตาม เช่นเรื่องใกล้ตัวของเราคือเรื่องปัญหาน้ำเน่าเสียในกรุงเทพฯ หรือแม่น้ำสายใหญ่เช่น แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน มาจากน้ำทิ้งจากบ้านเรือนที่ปล่อยสารอินทรีย์ลงมาสะสมในแหล่งน้ำจนถึงจุดที่เกินกว่าจะกำจัดได้ตามธรรมชาติ แต่ไม่มีใครเห็นเพราะสิ่งเหล่านี้จมอยู่ใต้น้ำไม่เหมือนกองขยะที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาทันทีที่มีการสะสม และสิ่งเหล่านี้ได้ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งผสมพันธุ์และเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำไปอย่างมาก ทำให้ชนิดและจำนวนสัตว์น้ำที่เคยมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงต้องใช้เวลาใช้แรงงานและค่าใช้จ่ายในการจับสัตว์น้ำมากขึ้นแต่ได้ผลผลิตน้อยลง มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงชุมชน กลายเป็นปัญหาหนี้สิน และอาชญากรรม ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือมีการใช้วิธีทำการประมงที่ผิดกฎหมายเช่น วางยาเบื่อเมาหรือระเบิด ซึ่งเป็นการทำลายสัตว์น้ำโดยตรง
สำหรับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดปัญหาในระดับที่กว้างไปกว่านั้นก็คือ โครงการพัฒนาประเทศทั้งหลายที่ประเมินผลตอบแทนที่เป็นตัวเลขของเงินเท่านั้น เช่นการสร้างเขื่อน มักประเมินคุณค่าของทรัพยากรประมงเป็นจำนวนเงิน แล้วใช้วิธีซื้อพันธุ์สัตว์น้ำที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ปล่อยลงไปแทน ซึ่งกรมประมงยังไม่สามารถทำความเข้าใจให้กับผู้ประเมินได้ว่า สัตว์น้ำที่เพาะพันธุ์ได้ในปัจจุบันมีจำนวนชนิดน้อยกว่าที่มีอยู่ในธรรมชาติ และสัตว์น้ำชนิดหนึ่งไม่สามารถไปทดแทนสัตว์น้ำชนิดหนึ่งได้ ปลายี่สกเทศไม่สามารถไปทดแทนปลานวลจันทร์น้ำจืดได้ และการทุ่มปล่อยสัตว์น้ำชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นจำนวนมากก็จะเกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำชนิดอื่นด้วย กรมประมงยังทำไม่ได้แม้กระทั่งการพบกันครึ่งทางระหว่างการก่อสร้างโครงการต่างๆในลำน้ำกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้คงอยู่ โดยการสร้างทางผ่านของสัตว์น้ำ(บันไดปลาโจน)ให้เหมาะสมในโครงการสร้างเขื่อนที่สร้างขวางลำน้ำ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้จริงเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งรูปร่างและขนาดของบันไดปลาโจนไม่สามารถชักนำให้สัตว์น้ำเข้ามาเดินทางผ่านเพื่อกลับไปยังแหล่งเลี้ยงตัววางไข่ที่อยู่ต้นน้ำได้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่ทำวิถีชีวิตต้องเปลี่ยนไป พึ่งพาตนเองได้น้อยลง และการชดเชยด้วยการซื้อพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยลงไปไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงและไม่คุ้มค่าโดยภาพรวมเรื่องที่ไม่ประสบความสำเร็จดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จซึ่งก็ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมที่ต่อยอดและต่อเนื่องไปอีกยาวนาน เพื่อที่จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร เมื่อภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบจนน้ำทะเลขึ้นมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา
เมื่อ ศ. 19 ต.ค. 2550 @ 08:22
428031 [ลบ] [แจ้งลบ]
กราบเรียน...ท่านอาจารย์ ดร.จีระและทีมงานค่ะ
เข้ามาเยี่ยมเยียนอาจารย์ใน Web อย่างสม่ำเสมอค่ะ ท่านอาจารย์และทีมงานคงสบายดีนะคะ ทางเหนืออากาศจะเริ่มหนาวแล้วค่ะหมดฝนก็คงเข้าหนาวพอดี อาจารย์คงมีงานเยอะเหมือนเช่นเคยนะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะและกำลังรอการบ้านของอาจารย์เกี่ยวกับภาวะผู้นำอยู่ด้วยใจระทึกค่ะ
ด้วยความเคารพค่ะ
ประหยัด สำนักงานเกษตรจ.ลำพูน
เมื่อ จ. 12 พ.ย. 2550 @ 16:02
454487 [ลบ] [แจ้งลบ]
เรียน อาจารย์ จิระ ฯ ด้วยความเคารพอย่างสูง
ผมต้องขอโทษอาจารย์เป็นอย่างสูง ที่ไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนด ต้องเรียนว่าระบบ IT ของหน่วยงานของผม ยังมีปัญหาอยู่มาก สามวันดีสี่วันไข้ ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เหมือนเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่อยู่ส่วนกลาง จะประสานเพื่อน ๆ ก็ไม่มีทำเนียบรุ่น ( คิดว่าอีกหลายคนคงมีปัญหาเหมือนกับผม ) งานชิ้นต่อไปของอาจารย์ เรื่องภาวะผู้นำ จะประสานกับประธาน ( คุณวนิดา ) ก็ไม่ทราบว่าจะประสานได้หรือเปล่า
1. เปรียบเทียบ 8 K "s และ 8 H " s ของ อ.จิระ และคุณหญิงทิพภาวดี กับ Intellectual Capital ของ THomas Stewart
ซึ่งในส่วนของ 8K"s ซึ่งมีความแตกต่างน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับ 8 H"s ความต่างก็คือทุนทางสังคม ซึ่งจะเน้นให้ทุกภาคส่วนมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมส้รางเครือข่ายโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นหน่ายงานเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องนำเอาระบบ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
ในขณะที่IC ( IntellecTual Capital ) ของ Thomas Stewart ได้แบ่งแนวคิดออกเป็น 3 ส่วนคือ Human Capital ,Customer Capital , Structure Capital ซึ่งจะมองเน้นที่ผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ โดยใช้ทุนทั้งสามประเภทเป็นกรอบในการดำเนินนโยบาย ซึ่งความต่างจะเห็นชัด เพราะเป็นการดำเนินงานที่ไม่มีความยังยืนและอาจจะขาดจริยธรรม
2. จะสร้างมูลค่าเพิ่มจาก IC ในกระทรวงเกษตร ฯ ได้อย่างไร
จะต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า กษ. เป็นหน่วยงานที่ใหญ่ จึงประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ แต่สิ่งที่ขาดคือ การบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ไม่มีการสร้างเครือข่าย ทำงานซำซ้อนกัน
กษ. จะต้องปรับปรุงโดยการนำ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้ความสำคัญต่อการบริหาร KM ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน