ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอกที่รักทุกท่านและชาว Blog เนื่องจาก Blog เดิมมีข้อมูลมาก ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
|
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ อีเมลติดต่อ |
ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอกที่รักทุกท่านและชาว Blog เนื่องจาก Blog เดิมมีข้อมูลมาก ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พฤ. 27 ก.ย. 2550 @ 20:43
400109 [ลบ]
เมื่อ พฤ. 27 ก.ย. 2550 @ 23:04
400241 [ลบ]
สรุปการเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องรู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล (Analytical Mind) มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย (Cause) และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา (Consequence) เป็นผู้ที่ตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า ใคร(Who) ทำอะไร(What) ที่ไหน(Where) เมื่อไร(When) ทำไม(Why) อย่างไร(HOW) มองพฤติกรรมบุคคล (Person) เหตุการณ์ (Event) สามารถโยงถึง หลักการ (Principle) ได้ และ ใช้หลักการ (Principle) สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ (Event) ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล (Person) ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้
ขอบคุณครับ สรณิต พุ่มพฤกษ์
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 02:33
400341 [ลบ]
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 10:06
400508 [ลบ]
อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของผมเห็นว่าผู้นำนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำในรูปแบบเสมอไป แต่อาจเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “ผู้นำตามธรรมชาติ” ซึ่งบางครั้งทำงานเกิดสัมฤทธิผลมากกว่าผู้นำในรูปแบบด้วยซ้ำไป เพราะสามารถผูกใจและโน้มน้าวผู้คนได้ เข้าลักษณะที่ว่า “ผู้นำคือผู้ที่คนอื่นอยากเดินตาม (ด้วยความยินยอมพร้อมใจ)” ไม่ใช่ต้องทำตามเพราะคำสั่งแต่ไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่การจะเป็นผู้นำได้ดีก็ต้องสร้างเครดิตและศักยภาพให้เห็นว่าตนเองมีความพร้อม นอกจากปัจจัยขั้นพื้นฐานที่ว่าจะต้องเป็นคนดีมีจริยธรรมแล้ว ผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มองเห็นปัญหาก่อนใครว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และมองออกด้วยปัญญาด้วยว่าจะมีวิธีแก้อย่างไร เท่านั้นยังไม่พอ ต้องกล้าตัดสินใจด้วย มิเช่นนั้นการคิดออกก็ไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากนี้ ผู้นำทำคนเดียวไม่ได้ ต้องโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตามและร่วมมือ เหนือสิ่งอื่นใดคือการเห็นความสำคัญของทีมงาน เมื่องานสำเร็จต้องให้เครดิตผู้อื่น ไม่ใช่เก่งอยู่คนเดียว แต่ต้องถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน ทุกคนมีคุณค่าในฐานะองคาพยพหนึ่งขององค์กร ซึ่งหากจะร้อยเรียงเป็นคำสั้นๆที่ใจหรือจำง่ายก็อาจจะกล่าวได้ว่าผู้นำนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ “มองเห็นปัญหา มีปัญญาแก้ไข กล้าตัดสินใจ โน้มน้าวผู้อื่นได้ สู้เส้นชัยพร้อมทีมงาน” แต่จะทำให้ครบคุณสมบัติที่ว่านี้ได้มากน้อยเพียงใดและรวดเร็วเพียงใดก็คงต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและพัฒนาองค์ความรู้ (knowledge) ทักษะ (skill) ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดมรรคผลต่อไป
รักษเกชา แฉ่ฉาย
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 13:51
400681 [ลบ]
เมื่อ ส. 29 ก.ย. 2550 @ 15:44
401774 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 8
Five Discipline ของ Mr.Peter M.Senge มีความคล้ายคลึงกับ 8k’s ของ Prof. Dr. Chira Hongladarom เป็นอย่างมาก ทั้ง 2 ทฤษฎีเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้และพัฒนาคน ซึ่ง 8k Theory จะมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันออก ซึ่งจะเน้นถึง คุณธรรม และความสุขรวมอยู่ด้วย ส่วน Five Discipline ของ Mr. Peter M. Senge จะแนวคิดเป็นตะวันตก เป็นการเน้นความจำเป็นของตัวบุคคลและการทำงานเป็นทีม การคิดอย่างมีระบบ 2 ทำอย่างไรจะนำ Idea ของทั้ง 2 ผ่านมาเป็นหลักปฏิบัติ ในทางปฏิบัติควรจะเริ่มจากการทำความเข้าใจ และทฤษฎีทั้ง 2 มาทำการวิจัยลงรายละเอียดให้มาก รวมทั้งจัดทำเป็นแผนงาน เพื่อนำไปปฏิบัติและเผยแพร่ (Action Plan) การเผยแพร่อาจจะจัดทำเป็นการจัดสัมมนาเผยแพร่ โดยเชิญผู้รู้และผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อคิดเห็น และขอความร่วมมือเพื่อก่อให้เกิดความรู้และเผยแพร่หลายมากขึ้น ขั้นตอนในการปฏิบัติอาจใช้ทฤษฎี 2R’s ของ Prof. Dr. Chira Hongladarom มาใช้ 2R’s คือ
1. Reality มองความจริง
2. Relevance ตรงประเด็น Reality คือ การอยู่กับความจริง ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์รอบตัว และมองด้านปัญหาในการพัฒนาและการแก้ไข Relevance คือ ความเกี่ยวข้อง สิ่งที่เกี่ยวข้องต่อสถานการณ์สามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ทฤษฎี 8k และ 5 Discipline มาเป็นตัวนำได้
เมื่อ ส. 29 ก.ย. 2550 @ 15:45
401782 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 9
Innovation หมายถึง นวัตกรรม คือ สิ่งที่เกิดจากความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม” ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ต้องเป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้สร้างสรรค์ แต่เก่าสำหรับคนอื่น ความคิดสร้างสรรค์ กับ นวัตกรรมนั้น ไม่มีทางรู้เลยว่า ความคิดนั้นใหม่หรือไม่ (ยกเว้นแต่จะอ้างอิงกับมาตรฐานบางอย่าง) และไม่มีทางบอกได้ว่ามันมีคุณค่าหรือเปล่าจนกระทั่งผ่านการประเมินทางสังคม นวัตกรรมมี 2 ประเภท คือ
1.นวัตกรรมแบบปิด
2.นวัตกรรมแบบเปิด
แต่ส่วนใหญ่ที่นิยมคือการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกัน นวัตกรรมผสมผสาน เกิดจากการผสมผสานแนวคิดที่แตกต่างโดยไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเท่า นวัตกรรมเฉพาะทางและเกิดจากการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆเข้าด้วยกันในทางที่ไม่ธรรมดา เป็นผลจากการเคลื่อนย้ายผู้คน,การบรรจบกันของศาสตร์สาขาต่าง ๆ และการประมวลผลที่ล้ำยุค แนวทางเล็ก ๆน้อย ๆ นการสร้างนวัตกรรม คือปัญหาคาใจต่าง ๆ
1. เข้าไปจุดไหนดี
2. เข้าไปทำอะไรดี
3. รู้ว่าทำอะไร แต่จะทำอย่างไร
4.ใครเป็นคนทำ
5. ความสามารถเรามีแค่ไหน ใครช่วยได้ จากปัญหาต่าง ๆเหล่านี้ทำให้เราต้องหาคำตอบ โดยการหาความรู้จาก web site หนังสือ เอกสารนวัตกรรมเป็น Process ไม่ใช่ Product แต่ก่อให้เกิดเป็น Product ในภายหลัง และนวัตกรรมเกิดจากความคิดเป็นขั้นเป็นตอนไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ และการทำวิจัยภายในหน่วยงานเพื่อสร้างนวัตกรรมนั้น ปัจจุบันอาจไม่ทันโลกทันเหตุการเนื่องจากตอนนี้มี Open Innovation Model คือ นวัตกรรม Out Source จากภายนอกได้ โดยที่ งานวิจัยเป็น Research Driven ส่วน นวัตกรรมเป็น Market Driven ยกตัวอย่างบ้านเราเอง คิดอะไรไหม่ๆ ได้เสมอแต่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง หรือนำไปปฏิบัติได้แต่ Scale Up ไม่ได้ เพราะ นวัตกรรมที่เห็นผลสำเร็จในเชิงพานิชย์และสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้ นอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้วยังต้องการความเป็นผู้ประกอบการด้วย
เมื่อ ส. 29 ก.ย. 2550 @ 15:47
401787 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 10
การประเมินศักยภาพของคนในองค์กรจึงมีบทบาทในเรื่อง HR และการบริหารผลการปฏิบัติงาน (P M : Performance management) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ
ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ
1. Performance Planning /Goal-setting
2. Continuous coaching and Feed back
3. Performance review and evaluation
4. Corrective and adaptive action นอกจากนี้ในแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันโดยเริ่มที่การตั้งเป้าหมายในการบริหารผลการปฏิบัติงานการ และการตั้งเป้าหมายที่ดี (S MART Goals) จะต้องมีความเฉพาะเจาะจง กำหนดระยะเวลา สามารถวัดได้ สอดคล้องกับความเป็นจริง และสามารถทำให้สำเร็จได้ อาจสรุปได้ว่าทุกคนต้องรู้ทิศทาง (Vision, Mission และวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย) ขององค์กรอย่างเข้าใจและถ่องแท้ ตรงกับทฤษฏี 2R's ของ ศ.ดร.จีระ ได้แก่ SMART นอกจากนี้การพัฒนาปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ กระบวนการ P M ประสบความสำเร็จได้แก่การฝึกอบรม และการพัฒนา มีที่ปรึกษาที่ชาญฉลาด เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่ไว้วางใจ มีความก้าวหน้าในการทำงานเมื่อ ส. 29 ก.ย. 2550 @ 15:49
401793 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 11
อาจารย์อรพิน ยก case study ต่างๆมาบรรยายให้ฟังแล้วได้สรุปประเด็นสำคัญๆซึ่งตามconcept ของ Good governance ตามที่ UN ESCAP กำหนดมี 8 หลักการคือ
1. การมีส่วนร่วม (participatory)
2. การปฏิบัติตามกฎหมาย (rule of law)
3. ความโปร่งใส(transparency)
4. ความรับผิดชอบ (responsiveness)
5. ความสอดคล้อง (consensus oriented)
6. ความเสมอภาค (equity and inclusiveness)
7. การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (effectiveness and efficiency)
8. การมีเหตุผล(accountability
หลักการธรรมภิบาลโดยภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนจะต้องให้ความสำคัญกับ
1. ความสุจริต ชัดเจน และโปร่งใส (Honesty &Transparency)
2. ความพร้อมรับผิดชอบ (Accountability)
3. คุณธรรมจริยธรรมและมโนสุจริต (Integrity)
4. การมีส่วนร่วม (Participation) และ
5. มีความเท่าเทียมกันในสังคมและเป็นธรรม (Equity and Fairness)
หลักการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ (New Public Management)
หลักการบริหารภาครัฐสมัยใหม่จะต้องมีธรรมาภิบาล(Good Governance )ซึ่งธรรมาภิบาลจะประกอบด้วยหลักที่สำคัญคือ
1. หลักประชาธิปไตยคือต้องมีเสรี มีส่วนร่วม
2. หลักการบริหารสมัยใหม่
3. หลักกลไกลตลาดประเทศไทยต้องรวมกลุ่มอาเชี่ยนซึ่งการรวมกลุ่มแบบนี้เราควรรวมกลุ่มแบบนี้ควรที่จะรวมกับประเทศอินเดียและจีนจะเป็นโอกาสที่ดีแก่ประเทศไทย และถ้ารวมกันได้แล้วเราก็ควรจะให้มีเงินสกุลเดียวคือสกุลเอเชีย(Asian Money) การรวมกลุ่มแบบEthical Standard เป็นกรอบธรรมาภิบาล ประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูงสุดที่ได้รับรางวัลคือ ประเทศ ฟินแลนด์ นอรเวร์ สวีเดน ส่วนในเอเชียคือประเทศสิงค์โปร์ ส่วนประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 ปีข้างหน้า OECD เพราะเป็นการยกมาตรฐานทางด้านจริยธรรมหรือธรรมาภิบาลและAccountability เช่นประเทศญี่ปุ่น เขาจะแสดงความรับผิดชอบของนักรบญี่ปุ่นที่คว้านท้องตนเองต่อหน้าจักรพรรดิ์ และถ้าธนาคารในต่างประเทศเขาทำผิดต่อลูกค้าเขาจะแสดงความรับผิดชอบโดยประธานธนาคารจะออกมากล่าวขอโทษส่วนของประเทศไทย ถ้าเป็นปรานธนาคารเมื่อทำผิดคงจะไม่มีใครมาแสดงความรับผิดชอบระบบราชการในอุดมคติควรที่จะ
1. สนองความต้องการและประโยชน์สุขของประชาชน
2. บริหารงานมุ่งผลสัมฤทธิ์
3. ประสิทธิภาพประสิทธิผล
4. เน้นหลักคุ้มค่า ทันสมัย
5. เที่ยงธรรมและรับผิดชอบ
6. ยืนหยัดในความถูกต้อง
7. ประชาชนมีส่วนร่วม
8. สุจริต โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
เมื่อ ส. 29 ก.ย. 2550 @ 15:51
401797 [ลบ]
การบ้านครั้งที่ 12
Workforce Alignment in an Organization
เรื่องของ Enterprise Governance แบ่งเป็น
(1) Corporate Governance เป็นกระบวนการ Conformance เช่น การมีตัวแทนจากภายนอกที่นำความรู้และประสบการณ์มาช่วยกำหนดทิศทางองค์กรทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และ
(2)