สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 1133
โครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขของ อ.ต.ก.
การพัฒนาทุนแห่งความสุข ต้องพัฒนาทุนทางปัญญาไปพร้อมกัน และมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

6 พฤศจิกายน 2550

            สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ อตก. ทุกท่าน จากการที่ผมได้มีโอกาสพาลูกศิษย์ อตก. ไปทัศนศึกษาดูงาน ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนผ่านมา บรรยากาศในวันนั้นดีมากและผมคิดว่าลูกศฺษย์คงจะได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างกลับไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้ร่วมกันนั้นถือว่าเป็นช่วงที่เราได้สร้างทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) ร่วมกัน ผมก็เลยมอบหมายให้ทีมงานเก็บภาพบรรยากาศในวันนั้นมาฝากครับ

                                                  จีระ หงส์ลดารมภ์

...................................................................

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพของ อ.ต.ก. ได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานที่บริษัท ริเวอร์ แคว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด จำกัดจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เป็นผู้นำ และยังมีท่านรองผู้อำนวยการโอวาท อภิบาลภูวนาท และท่านรองผู้อำนวยการนารถฤดี ถนอมพฤฒิกุล ร่วมเป็นผู้สังเกตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย   การเรียนรู้เริ่มขึ้นหลังรถเคลื่อนจาก อ.ต.ก. มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละท่านมาแนะนำตัวและหน่วยงาน จากนั้นเป็นการบูรณาการความรู้โดยท่าน ศ.ดร.จีระ และ ยังมีท่านรองฯโอวาท มาแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆที่ในแก่ผู้เข้ารับอบรมอีกด้วย ซึ่งเป็นบรรยายกาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง หลังจากเดินทาง บริษัท ริเวอร์แคว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ดส์ จำกัด ได้รับการต้อนรับจากอย่างดีจากคุณเรืองไร ศรีวิไล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหาร โดยนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทมาทำเป็นอาหารว่างและเครื่องดื่ม จากนั้นคณะผู้เข้าอบรมได้รับฟังการเกี่ยวกับตัวบริษัทและผลิตภัณฑ์โดยคุณอรกมล อรรถธรรมสุนทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และชมการทำไร่ผักผลไม้แบบปลอดสารพิษของบริษัทฯ  บริษัท ริเวอร์ แคว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด จำกัด เป็นบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่เปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 21 ปี โดยมีสินค้าหลักคือข้าวโพดหวาน ตลาดที่ส่งออกมาทีสุดคือ ยุโรป และยังมีเอเชีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลียด้วย ขณะนี้ได้มีการขยายตลาดในการส่งออกผักสดปลอดสารพิษและผลไม้สด โดยมากจะส่งไปที่ประเทศอังกฤษ ผักนั้นจะเน้นไปที่ข้าวโพดอ่อน หน่อฝรั่ง พริก ข่า ตะไคร้ ในส่วนของผลไม้จะเน้นตามฤดูกาล  บริษัท เวอร์ แควฯ ยังใช้เทคโนโลยี ในการทำบรรจุภัณฑ์ที่อำนวยประโยชน์ในการใช้งานให้กับผู้บริโภคอีกด้วย เมื่อได้รับอาหารสมองกันเต็มอิ่มแล้วก็ต้องดูแลร่างกายด้วย คณะผู้เข้าอบรมได้แวะรับประทานอาหาร ที่ร้านอาหารริมน้ำ ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว จากนั้นได้ออกเดินทางกลับแต่ก่อนกลับได้สักการะพระที่วัดถ้ำเสือเพื่อความเป็นสิริมงคล ตลอดระยะเวลาการเดินทางทัศนศึกษาในครั้งนี้ นอกจากเป็นการสร้างสนิทสนมกับผู้เข้าอบรมระหว่างชาว อ.ต.ก. เองและผู้เข้าร่วมที่เป็นเครือข่ายแล้ว  ยังเป็นการความรู้ตามทฤษฎี 4 L’s ของท่าน         ศ.ดร.จีระ คือ L ที่ 1 Learning Methodology คือวิธีการเรียนรู้L ที่ 2 Learning Environment คือการสร้างบรรยายกาศในการเรียนรู้L ที่ 3 Learning Opportunity  คือการสร้างโอกาสในกาเรียนรู้L ที่ 4 Learning Community  คือการสร้างชุมชนการเรียนรู้                                                                                   ขอขอบคุณ

                                                                       ทีมงาน Chira Academy

บรรยากาศของ Bus Seminar ซึ่ง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ทำหน้าที่เป็นโค้ช 

อตก1

บรรยากาศของการร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จาก         บริษัท ริเวอร์ แคว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด จำกัด

อตก3

 

 

....................................................................................................... 

17 ตุลาคม 2550

          สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ อตก. ทุกท่าน             วันนี้ เป็นวันแรกของโครงการพัฒนาทุนแห่งความสุข ของ อตก. ครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดโครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขของ อตก.   ถึงแม้เป็นโครงการระยะสั้น  แต่ผมขอชื่นชม ในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของ อตก.ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาเรื่องทุนทางความสุข ควบคู่ไปกับทุนทางปัญญา 

         ส่วนที่ผมชื่นชมอีกเรื่องก็คือ ครั้งนี้ อตก. ได้เชิญหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน มารับการเรียนรู้ด้วย ครับ ถือได้ว่า อตก. นั้น เป็นองค์กรหนึ่งที่มองการณ์ไกล และเห็นความสำคัญของทุนทางด้าน Networking เพื่อมองถึงการทำงานร่วมกันในอนาคตครับและโครงการนี้ เกิดขึ้นได้ ผมต้องขอชื่นชม ลูกศิษย์ของผม จากโครงการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ คุณณัฐวีย์   ชัยมาลา ที่สังกัดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ซึ่งเมื่อเรียนรู้แล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์กับตัวเอง ก็ไปแนะนำให้กับองค์กรที่ทำงานอยู่ เพื่อให้มีโอกาสได้รับการเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน จึงเกิดโครงการในครั้งนี้ขึ้น 

          อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าทั้ง 50 ท่าน ที่ได้รับการเรียนรู้นี้  จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรของอตก. และพัฒนาประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยทุนแห่งความสุข จากปัญญา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครับ สุดท้ายนี้  ผมไม่อยากให้การเรียนรู้จบแต่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น  ผมอยากให้ทุกคนเมื่อเรียนจบแล้ว มีจิตวิญญาณในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และจะเป็นผู้จุดประกายองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ปล.  ผมขอให้ Blog นี้ เป็นสื่อกลางของช่องทางในการแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันครับ      และสำหรับวันแรกนี้ ผมขอฝากการบ้านเป็นงานกลุ่มให้แต่ละกลุ่มร่วมแสดงความคิดเห็นว่า การเรียนในวันแรกนั้น ได้อะไรบ้าง  และจะนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร  โดยผมขอให้ทุกกลุ่มส่งมาใน Blog ก่อนวันที่ 25 ตุลาคม 2550 นี้ นะครับ 

      ภาพบรรยากาศโครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ (Happiness Capital Development Program) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ณ ห้องบอลรูมC โรงแรมมารวยการ์เด้น วันพุธที่ 17 ตุลาคม 2550

   

 

                                                                            

                                         จีระ  หงส์ลดารมภ์

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: ทุนแห่งความสุข
สร้าง: พฤ. 18 ต.ค. 2550 @ 00:03   แก้ไข: อ. 06 พ.ย. 2550 @ 14:48   ขนาด: 25152 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. ศศิญา ปานตั้น สศก.
เมื่อ ศ. 19 ต.ค. 2550 @ 17:15
428621 [ลบ]

ขอส่งการบ้านอาจารย์ในนามกลุ่ม 5 ค่ะ 

จากการได้เรียนรู้จากการอบรมและอ่านหนังสือ  พบว่า คน เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากกว่าทรัพย์ใด ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ซึ่งต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ การพัฒนาคน ไม่ได้จำกัดแต่การอบรมพียงอย่างเดียว แต่เป็นการให้ความรู้ ซึ่งในทุกองค์กรควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้  และร่วมสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในที่สุด  ซึ่งมีให้เห็นในองค์กรชั้นนำของประเทศ เช่น บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด และยังได้พบความจริงที่ว่าผลตอบแทนของการทำงานไม่ใช่ความสำเร็จอย่างเดียวแต่ต้องมีความสุขด้วย

ในส่วนตัวแล้วยินดีมาก ๆ ที่มีโอกาสได้เข้าอบรมครั้งนี้  และอยากให้บุคลากรของ สศก. ได้เข้าอบรมเช่นนี้บ้าง เพราะต้องการเปลี่ยนความคิดของนักวิชาการที่เห็นว่าการเข้าอบรมที่ไม่ใช่เรื่องวิชาการและไม่เกี่ยวกับงานของตัวเองเป็นเรื่องเสียเวลา ..

ไม่มีรูป
2. ศักดิ์ชัย อินทโสตถิ
เมื่อ จ. 22 ต.ค. 2550 @ 14:27
431179 [ลบ]

เรียน  อาจารย์ ดร.จีระ ที่เคารพ

กลุ่มที่ 4 : ขอส่งการบ้านครั้งที่  1  

1) การเรียนวันแรก จะได้ประสบการณ์และแนวคิด  ดังนี้     - คนเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จขององค์กร     - คนมีกับดักทางความคิด  หากจะพัฒนาคนต้องแก้ไขด้วยการปรับให้มีทัศนคติทางบวกก่อน     - ทัศนคติทางบวก จะทำให้คนมีความสุขในการทำงาน  และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง     - พันธมิตร หรือเพื่อน  จะช่วยให้งานประสบความสำเร็จได้ง่าย     - ผู้นำที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์  จริยธรรม  และการตัดสินใจที่สร้าง  win-win2) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในวันแรกสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้  2  มิติ ดังนี้   2.1)  มิติด้านคน : เมื่อคนมีทัศนคติที่ดีและมีความกระตือรือร้น  ย่อมมีพฤติกรรมทางบวก  ซึ่งจะเอื้อต่อการทำงานเป็นทีม   ทั้งจะกระตุ้นให้มีการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง     (มูลค่าเพิ่ม : ประสบความสำเร็จและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  /  คนมีความสุข)   2.1)  มิติด้านองค์กร : องค์กรที่ประกอบด้วยคนที่มีทัศนคติที่ดีและมีสมรรถนะสูง ย่อมสามารถขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน    และเป็นองค์กรที่ทรงคุณค่าของสังคม    ทั้งสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความผาสุกได้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้         ( มูลค่าเพิ่ม : วัฒนธรรมการเรียนรู้ /  องค์กรและเกษตรกร ประสบความสำเร็จด้วยกัน)                                            ด้วยความเคารพ                                                  กลุ่ม  4
ไม่มีรูป
3. กลุ่ม 2 ครั่งที่ 1
เมื่อ จ. 22 ต.ค. 2550 @ 15:44
431257 [ลบ]

จากการเข้ารับการอบรมขอสรุปรวมว่า การที่สถาบันใดๆหรือหน่วยงานหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยบุคคลากรในหน่วยงานนั้นๆเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหากบุคคลากรที่เป็นตัวจักรได้รับการพัฒนาแนวความคิดใหม่ๆตลอดเวลาและสามารถนำแนวคิดที่ได้รับมาปรับใช้ให้เข้ากับงานที่รับผิดชอบ น่าจะส่งผลดีต่องานส่วนรวม นอกจากแนวความคิดใหม่ต่อระบบงานแล้ว การพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับทัศนคติต่อเพื่อนร่วมงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะมีผลต่องานส่วนรวม หากผู้ที่เป็นผู้นำมีแนวคิด ทัศนคติ ความเชื่อมั่นที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานแล้วถึงแม้ว่างานจะยากอย่างไร ความเข้าใจ ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของผู้ร่วมงานจะผลักดันให้งานผ่านอุปสรรคไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสุขในการดำเนินงาน 

ไม่มีรูป
4. พรจันทร์ สายทะโชติ
เมื่อ จ. 22 ต.ค. 2550 @ 15:50
431266 [ลบ]

โครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ ระหว่างวันที่ 17 ต.ค. - 9 พ.ย.2550

*  หัวข้อ  การเรียนในวันที่ 17 ต.ค. 2550 ได้อะไรบ้าง *รายชื่อ  ผู้แทนรับการอบรม  กลุ่มที่ 1

1. กลุ่มพนักงาน อ.ต.ก. นางปริศนา  สุนทรวราภาส ,นางสาวเตือนใจ หล่อพัฒนากูร นางพรจันทร์ สายทะโชติ,นายณรงค์ คุ้มภัยเพื่อน,นางจันทนา รัตนปัญญา นางกาญจนา  ฉลาดธัญญกิจ

2. กลุ่มหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ นางสาวพรรณี ศุภนิมิตกุล สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี่ กรมส่งเสริมการเกษตร ,นส.เมธี  ปัญญา  ฝ่ายบริหารงานบุคคล การรถไฟแห่งประเทศไ

*หัวข้อการอบรมในวันที่ 17 ต.ค. 50

แนะนำทฤษฏีสำคัญของการเรียนรู้ , ภาวะผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยน , การบริหารความขัดแย้ง , การคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา

ในวันที่ 17 ต.ค. 2550 จากหัวข้อการอบรมดังกล่าวข้างต้น ประเด็นสำคัญทำให้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติ โดยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ และนำมาปรับปรุงแนวคิดด้านการทำงาน ให้สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัฒน์ในเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม สำหรับการคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา เป็นอีกมุมมองที่สำรวจตนเองแล้วเห็นว่าการคิดในทางบวกทำให้การปรับตัวในการร่วมทำงานเป็นทีมได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้งานที่ผลิตมีประสิทธิภาพ

ทั้งน้ การเรียนรู้ การรู้คิด ที่ได้รับจะสามารถนำไปแบ่งปันให้ทีมงานเพื่อผลลัพท์ คือ งานสำเร็จตามเป้าหมายและทีมงานมีความสุข

P
5. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ อ. 23 ต.ค. 2550 @ 12:40
432142 [ลบ]

สวัสดีครับลูกศิษย์ อตก.ทุกท่าน 

 ผมต้องขอขอบคุณสำหรับท่านที่ได้ส่งการบ้านมาทาง Blog แต่ก็ต้องพยายามส่งกันให้มากขึ้น ผมกำลังจะเดินทางไปลิเบียในเย็นวันนี้หลังจากกลับมาแล้วผมคงประสบการณ์มาเล่าให้ท่านฟัง      ซึ่งผมกลับมาทันมาร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาดูงานที่กาญจนบุรีกับท่านด้วย      จริงๆแล้วเวลาที่อยู่ร่วมกันค่อนข้างน้อย ผมจึงอยากให้ทุกท่านพยายามปรับพฤติกรรมตัวเองและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งการพัฒนาทุนทางความสุขให้ทั้งตัวของท่านเองและ อตก. ด้วยครับ

ขอบคุณครับ       

จีระ หงส์ลดารมภ์

ไม่มีรูป
6. ศศิญา ปานตั้น สศก.
เมื่อ พ. 24 ต.ค. 2550 @ 13:51
433520 [ลบ]

กลุ่ม 5 ขอส่งความคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ

จากการอบรมพบว่าคนเป้นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากกว่าทรัพย์สินใด ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ซึ่งต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสมำเสมอ การพัฒนาไม่ได้จำกัดแต่การอบรมเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการให้ความรู้ ซึ่งในทุกองค์กรควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และร่วมกันสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในที่สุด ซึ่งมีให้เห็นในองค์กรชั้นนำของประเทศ ดังนั้นองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิชาการ ความรู้ จิตใจรวมทั้งสร้างความสุขในการทำงานด้วยการฝึกฝนให้คิดในแง่บวกและการขจัดความขัดแย้งในที่ทำงาน

ไม่มีรูป
7. กลุ่ม 6
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 09:00
434448 [ลบ]

ในการอบรมหลักสูตร  การพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ท่านได้รับความรู้ ในเรื่องอะไรบ้าง                                กลุ่มที 6ในวันแรก ที่ได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร การพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ เราได้รับความรู้ ความเข้าใจ และจุดประกายความคิดที่ชัดเจน สามารถกำหนดแนวทางในการที่จะสร้าง ทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) ให้เกิดแก่ตนเอง  ดังนี้                                Work life Balance เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกแห่งยุกต์โลกาภิวัตน์(Globalization)ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องตลอดเวลา(Dynamic) ดังนั้น เราทุกคนจำเป็นต้องมีการ คิด วิเคราะห์ ตนเองตลอดเวลา เพื่อให้รู้ทันต่อการเปลียนแปลง เพื่อสร้างความสมดุลในชีวิตครอบครัว และชีวิตการทำงาน                                 ในการดำรงชีวิตอยู่  เราต่างมีความเครียดเกิดขึ้นมากมาย ความเครียดจากการแสวงหาปัจจัย 4 เพื่อดำรงชีวิต เครียดจากบุคคลในครอบครัว เครียดจากความต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ เครียดจากบุคคลรอบข้าง รวมถึงความเครียดอันเกิดจากปัญหาและความวิตกกังวลในการทำงาน กลัวทำงานผิดพลาดไม่บรรลุเป้าหมาย  สิ่งเหล่านี้ทำให้คนเราเกิดความเครียด กลัว ในการดำรงชีวิตชีวิตมีสิ่งบั่นทอน ไม่มีความสุขในการมีชีวิตอยู่ ทุนแห่งความสุขที่มีอยู่ลดลงไปเรื่อยๆตามสภาพความกดดันที่เกิดในโลกโลกาภิวัฒน์ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องค้นเติมทุนแห่งความสุขสะสมไว้ให้มาก                                เครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ความเครียด และความกลัว ของเราค่อยๆ ลด น้อยลง ๆ ไปเรื่อยๆ คือ ความใฝ่รู้ เราต้องใฝ่รู้และแสวงหาความรู้ในทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง เพื่อให้เรามีการพอกพูนความรู้ที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปคิด วิเคราะห์ เพื่อลดความเครียดและความกลัวที่มีอยู่ให้ลดน้อยถอยลง และหมดไป  และเราเชื่อว่าการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองในการทำงานเป็นการเพิ่มทุนแห่งความสุขเพื่อทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีผลิตภาพ(Productivity)                                 อีกหนึ่งประโยชน์ของความใฝ่รู้ จะนำพาเราสู่การเป็น ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ของคนเราเกิดจาก การนำเอาความรู้ที่มีอยู่ในสมองมาคิดวิเคราะห์ หาแนวทาง วิธีการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการดำรงชีวิตของเรา แน่นอน หากเรามีความรู้ที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาย่อมส่งผลให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาได้มากกว่าบุคคลที่มีองค์ความรู้อยู่อย่างจำกัด  นอกจากความใฝ่รู้เราจำเป็นต้องมีความคิดเชิงบวก (Positive Thinking)ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมืออันจะทำให้เราเพิ่มทุนแห่งความสุขในการดำรงชีวิตในโลกโลกาภิวัตน์ได้อย่าง รวดเร็ด และดีเยี่ยม ส่งผลให้เราสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ และผลิตภาพ                                  การบริหารความขัดแย้ง  เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างมีความสุข
ไม่มีรูป
8. กลุ่ม 6 (ต่อ)
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 09:50
434489 [ลบ]

การบริหารความขัดแย้ง เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างมีความสุข ในการทำงาน ซึ่งความขัดแย้งในการทำงานอาจเป็นความขัดแย้งแบบส่วนรวม ความขัดแย้งลักษณะนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดี ผู้นำต้องกระตุ้นให้เกิดขึ้นในส่วนงานในองค์กรเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดเห็น ที่หลากหลาย เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง อันจะก่อประโยชน์แก่ส่วนงานและองค์กร อีกประเภทหนึ่ง เป็นความขัดแย้งแบบส่วนตัว ความขัดแย้งลักษณะนี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่ดีเนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างบุคคล แต่อาจส่งผลต่อส่วนงานและองค์กรได้ เพื่อให้ชัดเจนอาจแบ่งความขัดแย้งเป็น 3 รูปแบบคือ 1. ความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับบุคคล เกิดจากความริษยา เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งกันและกัน เป็นลักษณะความขัดแย้งที่ไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ส่วนรวมได้ ผู้นำต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หากเ กิดขึ้นแล้วการแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องยากมากกว่า 2. ความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับองค์กร เกิดจากความไม่เข้าใจ ในภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ผู้นำต้องแสดงบทบาทโฆษกทำความเข้าใจ ชี้แจง สื่อสารให้เกิดควาเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันระหว่างบุคลากรกับองค์กร 3. ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน เกิดจากความไม่เข้าใจในบทบาท หน้าที่ของหน่วยงาน และบทบาทของตนเอง ผู้นำต้องตระหนักในหน้าที่ของตนเองและต้องพร้อมที่จะร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากส่วนงานอื่นในองค์กร เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีแก่องค์กรโดยภาพรวม เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในส่วนงาน ผู้นำจำเป็นต้องบริหารจัดการความขัดแย้งนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนงาน องค์กรให้มากที่สุดไม่ปล่อยให้ความขัดแยงเกิดขึ้นตามธรรมชาติเนื่องจากอาจเกิดความเสียหายแก่องค์กรโดยรวม

ดังนั้น เพื่อให้พวกเราได้พัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยการนำเครื่องมือต่างๆข้างต้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงาน อีกทั้งการที่เราได้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้พวกเรามีความสุขทั้งชีวิตการทำงานให้มากขึ้น ตลอดจนถึงชีวิตครอบครัว อีกทั้งสร้างสภาพแวดล้อมของตนเองให้มีความสุขและผู้คนอื่นๆรอบข้างให้มีความสุขไปด้วย สังคมก็จะมีความสุขตรงตามเจตนารมย์ของการเข้าอบรม

กลุ่ม 6 รายชื่อดังนี้

1. น.ส.นุชนาถ ปรีชาชนะชัย ผู้บริหารทีมสวัสดิการ กองสวัสดิการและแรงงานสัมพันธ์ ธ.กส. 

 2. น.ส.ธัญลักษ์ เจริญปรุ หัวหน้ากองทรัพยากรบุคคล อ.ต.ก.

3. นายชัยพงศ์ สุขพันธุ์ ผู้จัดการ อ.ต.ก.เขต 6 อ.ต.ก. 4. นางคนึงสุข ชาญชัยเลิศ ผู้จัดการสำนักงานตลาดกลาง อ.ต.ก.

 5. นายประกอบ รัตนภักดี หัวหน้าแผนกอำนวยการ สนง. อ.ต.ก.เขต 7

 6. นางอรวรรณ จันทร์เจริญ หัวหน้าแผนกตรวจจ่าย อ.ต.ก.

ไม่มีรูป
9. กลุ่มที่ 3
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 10:19
434504 [ลบ]

จากการเรียนรู้โดยการฟังการบรรยายจากอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน สามารถสรุปได้ดังนี้

   ภาวะผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ  ให้มีความรู้ความสามารถอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  เพื่อสร้างมุมมองและแนวคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา  เพื่อเรียนรู้การทำงานเป็นทีม  เพื่อรู้จักการบริหารความขัดแย้ง บนพื้นฐานของความสุขแห่งการทำงาน  เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรและบุคลากรขององค์กรเอง

ไม่มีรูป
10. ธัญลักษ์
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 14:48
434725 [ลบ]

กลุ่ม 6 ขอเพิ่มชื่อสมาชิกอีก 1 ท่านคือ

นางวราภรณ์  วงษ์สถิตย์  หัวหน้าแผนกงบประมาณ

อ.ต.ก.

ไม่มีรูป
11. ปริญญา ไทยถนอม
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 15:40
434768 [ลบ]

ท่านได้อะไรจากการสัมมนาในวันนี้                         ในการเข้าสัมมนา โครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ  เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550  ณ โรงแรมมารวย  การ์เด็นท์ กรุงเทพ ฯ ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า ปฎิบัติอย่างไรให้มีความสุขกับงานจนเกิดประโยชน์สูงสุด                        โดยเห็นเช่นเดียวกับท่านวิทยากรและบุคคลทั่วไปที่ว่า คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุด และขณะเดียวกันก็เป็นผู้ก่อปัญหาที่สุดด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้พฤติกรรมการแสดงออกทางความคิดและความรู้สึก เพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาความคิดเสริมสร้างให้คนเป็นทรัพยากรที่สำคัญและแก้ไขไม่ให้เป็นผู้ก่อปัญหา ซึ่งควรมุ่งดำเนินการ ดังนี้                         1.ให้ความรู้ไม่ว่าจะเป็นความรู้เฉพาะทาง เช่น ความรู้ในการปฎิบัติงาน และความรู้ ด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ด้านเทคโนโลยี รับรู้กระแสการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงของโลก                          2.ให้โอกาสสร้างเสริมประสบการณ์ เพื่อพัฒนาแนวคิดให้กว้างไกลออกไป                        3.ต้องให้มีคุณธรรมจริยธรรม                        ด้วยวิธีการดังกล่าว ทำให้เกิดผลดีหลายประการ เช่น ทำให้องค์กรพัฒนาทันความก้าวหน้าของโลก  เกิดประสิทธิภาพของบุคลากรและประสิทธิผลของงานและโดยเฉพาะได้พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถมีคุณธรรมจริยธรรม ก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันเกิดความสัมพันธ์ที่ดีย่อมเกิดความสุขโดยทั่วกัน หรือหากคิดให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรก็สามารถพัฒนาให้ทัดเทียนแข่งขันกับภาวะโลกได้ เกิดผู้นำ อีกทั้งเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของผู้ร่วมงาน ย่อมเป็นประโยชน์แก่องค์การให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปอย่างแน่นอน                         อย่างไรก็ตาม  หากไม่สามารถนำมาปฎิบัติหรือปรับปรุงได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ย่อมไม่ก่อประโยชน์แต่ยิ่งจะก่อปัญหาและสร้างความเสียหายมากขึ้นด้วยซ้ำ

                        สำหรับข้าพเจ้าที่เข้ารับการสัมมนา ต้องกลับมาพิจารณาว่า ตนเองเป็นอย่างไรมีความรู้ความสามารถเฉพาะเรื่องหรือความสามารถด้านอื่น ๆ หรือไม่  มีความเข้าใจและมีมุมมองเพื่อนร่วมงานอย่างไร  เพื่อจะได้ทำให้ตนเองและครอบครัวมีความสุขและมีความสุขอยู่กับงานและเพือ่นร่วมงานตลอดไป

 

                            

ไม่มีรูป
12. นางวิลาวัณย์ ชัยวัฒน์
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 15:51
434779 [ลบ]

โครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรกลุ่มที่  7------------------------------- หัวข้อ              ผู้รับการอบรมคาดหวังว่าจะได้รับอะไรจากการอบรมครั้งนี้ ในการอบรมครั้งนี้คาดหวังว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับนำมาพัฒนาตนเองและองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืน  มีประสิทธิภาพในการทำงานสมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายของแผนงานและโครงการต่าง ๆ   องค์กรมีความสมัครสมานสามัคคี  มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม  มีระบบการกระจายอำนาจที่ดี  มีการกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม   เพื่อนำองค์กรและผู้ร่วมงานไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างมีความสุข -----------------------------
ไม่มีรูป
13. กลุ่มที่ 7
เมื่อ พฤ. 25 ต.ค. 2550 @ 15:55
434782 [ลบ]

โครงการพัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรกลุ่มที่  7------------------------------- หัวข้อ              ผู้รับการอบรมคาดหวังว่าจะได้รับอะไรจากการอบรมครั้งนี้ ในการอบรมครั้งนี้คาดหวังว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับนำมาพัฒนาตนเองและองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืน  มีประสิทธิภาพในการทำงานสมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายของแผนงานและโครงการต่าง ๆ   องค์กรมีความสมัครสมานสามัคคี  มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม  มีระบบการกระจายอำนาจที่ดี  มีการกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม   เพื่อนำองค์กรและผู้ร่วมงานไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างมีความสุข ----------------------------- รายชื่อผู้เข้ารับการอบรม  กลุ่มที่  7อ.ต.ก.              1.  นางวิลาวัณย์        ชัยวัฒน์                        2.  นายพีรศักดิ์          แม้นสมุทร                        3.  นางปรียา              รวิวรรณพงษ์                        4.  นายปริญญา         ไทยถนอม                        5.  นางสาวอนุชิดา     พงษ์พนมเวช                        6.  นางสาวฐานิตา      ธาราแสวง เครือข่าย            นางดวงสวรรค์        ลิมปวัฒนกุล      บุคลากร  7         กองการเจ้าหน้าที่                                                                                    กรมประชาสัมพันธ์             

ไม่มีรูป
14. ศักดิ์ชัย อินทโสตถิ
เมื่อ พฤ. 08 พ.ย. 2550 @ 10:47
449920 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์กลุ่ม  4  : ขอส่งการบ้านครั้งที่  2

พวกเราได้แนวคิดและทักษะจากการสัมมนาวันที่ 1 , 2  พ.ย. 2550  ดังนี้

1) ทัศนศึกษา  :  ได้แง่คิดเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จของภาคเอกชน

ที่เกิดจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่เป้าหมาย

 ด้วยการเน้นด้านคุณภาพ   ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และมี

 ปฏิสัมพันธ์กับพันธมิตรแบบ  WIN - WIN

2) E.Q.  :  ให้ทักษะในการรู้จักตนเองอย่างลึกซึ้ง  การบริหารอารมณ์

 รู้จักการปล่อยวาง อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์  และการฝึกตนเองให้มี

 E.Q. สูงขึ้น

3) TEAMWORK :  ให้ประสบการณ์ในการลดอัตตาของตนเอง   การบูรณาการความคิดเป็นหนึ่งเดียว  และความสุขจากการทำกิจกรรมร่วมกัน4) 7  HABITS  :  ให้แง่คิด(4.1) คนต้องมีความเห็นที่ถูกต้องเหมาะสม หรือได้รับการปลูกฝังทัศนคติที่ดีก่อน  จึงจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเชิงบวก(4.2) 7  HABITS    ช่วยพัฒนาคนจาก  พึ่งพาคนอื่น    è   พึ่งพาตนเอง  è  ให้ความร่วมมือ   อันจะก่อให้เกิดความสมดุล  มั่นคง  และยั่งยืน ในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (4.3) 7  HABITS  เป็นคุณลักษณะที่จะช่วยให้คนประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน  โดยเริ่มจากการพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ก่อนซึ่งในสังคมไทยก็มีการสอนในเรื่องนี้มานานแล้ว  แต่พวกเรามักมองข้ามไปหลักการนี้คือ  อิทธิบาท  4 : (ธรรมอันเป็นเหตุแห่งความสำเร็จ)ของพระพุทธเจ้า  ซึ่งสรุปโดยสังเขป ดังนี้- รักที่จะทำ - ขยันที่จะทำ - ใส่ใจในสิ่งที่ทำ- หมั่นไตร่ตรองในสิ่งที่ทำ5)  คุณค่าที่ได้รับ จากการสัมมนา  2  วัน :  - E.Q.  สูงขึ้น  /  โลกทัศน์เปิดกว้าง  /  ขยายเครือข่ายแหล่งความรู้ 6) สมาชิกกลุ่ม  :ทรงวุฒิ  เอียดเอื้อ , อวยชัย  สุขสะอาด , ศักดิ์ชัย  อินทโสตถิสมพร  อธิคุณากร , นเรศวร์  สงสำเภา , สุทธิพงษ์  ขำนิลจรัญญา  ลำไย  ( มกอช. )กลุ่ม  4
ไม่มีรูป
15. กลุ่ม 2
เมื่อ พฤ. 08 พ.ย. 2550 @ 10:47
449921 [ลบ]

หลังจากกลับจากการทัศนะศึกษาดูงานที่ บ.Riverkwai International Food ที่ จ.กาญจนบุรี แล้วมีความคิดเห็นว่าประเทศของเราสามารถที่จะเป็นศูนย์ส่งออกวัตถุดิบอาหารของโลกได้ เนื่องจากพื้นฐานของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม มีศักยภาพในการผลิตพืช ผัก ผลไม้ เพื่อการส่งออกได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องศักษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ในการถนอมอาหารให้คงทนและรูปแบบ Packaging ให้ทันสมัยตลอดเวลา ซึ่ง อ.ต.ก.เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการด้านการเกษตรอยู่แล้วและมีสาขามากมาย สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้รองรับการดำเนินการดังกล่าวได้
ไม่มีรูป
16. ปริญญา ไทยถนอม
เมื่อ พฤ. 08 พ.ย. 2550 @ 13:38
450034 [ลบ]

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 คณะอาจารย์นำโดย ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้นำพนักงานอ.ต.ก.ผู้เข้ารับการสัมมนาโครงการ พัฒนาทุนแห่งความสุขเพื่อการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ ไปดูงานที่ RIVER  KWAI INTERNATIONAL  FOOD  INDUSTY  CO. ,LTD จังหวัดกาญจนบุรี                                 ผลจากการดูงานเห็นว่า บริษัท ฯ เป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวาน และผักสดปลอดสารพิษหลายชนิดได้แก่ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง พริก ORGARNIC  รวมทั้งผลผลิตที่แปรรูปจากผลิตผลดังกล่าว ส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ประเทศในทวีปบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงค์โปร์ ไต้หวัน ประเทศในทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ สวิส ฝรั่งเศส เยอรมัน ในทวีปอเมริกาใต้ เช่น อาร์เจนตินา และทวีปออสเตรเลีย นอกจากผลิตผลดังกล่าวแล้ว บริษัท ฯ ยังได้ส่งออกผลไม้ไทยเช่น มะม่วง และลิ้นจี่ ออกต่างประเทศด้วย ซึ่งในอนาคตบริษัท ฯ จะพิจารณาส่งเงาะ และลำไยออกไปต่างประเทศอีกด้วย