สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 478
Knowledge Camping ครั้งที่ 9
การเรียนแบบ Informal จะช่วยให้การเรียนแบบ Formal ง่ายขึ้น

 19 พฤศจิกายน 2550

          สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์โดยเฉพาะชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 เมื่อวันก่อนพี่จีระได้พบกับน้อง ๆ เทพนนท์หลายคนและถูกทวงถามเรื่องการบ้าน วันนี้พี่จีระก็เลยขอฝากการบ้านเอาไว้ 2 ข้อ ข้อแรกคือ "การเข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการ Knowledge Camping รุ่นที่ 9 นี้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?" และข้อที่ 2 คือ "หลังจากจบโครงการไปแล้วแต่ละคนจะนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไรต่อไปที่เป็นรูปธรรม?" 

          ก็ขอฝากการบ้านให้น้อง ๆ ทุกคนไปคิดต่อและส่งคำตอบมาแลกเปลี่ยนความรู้กันที่นี่นะครับ
                                                  จีระ หงส์ลดารมภ์  

....................................................................................................... 

22 ตุลาคม 2550

            สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์ ทุกคน   ผมขอแสดงความยินดีสำหรับนักเรียนเทพศิรินทร์รุ่น 9 ที่มีโอกาสมาร่วม กิจกรรมค่ายเยาวชนเทพศิรินทร์ หรือ Knowledge Camping ครับ  สำหรับการจัด Knowledge Camping นั้น จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และสำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 จัดขึ้นในวันที่ 22-25 ตุลาคม 2550 นี้   ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ และ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ ครับ

         ผมอยากให้น้อง ๆ นึกให้ดีว่า KC คืออะไร เกิดมาได้อย่างไร มีประโยชน์อย่างไรส่วนประเด็นสำคัญที่ผมอยากฝากไว้สำหรับ Knowledge  Camping คือ     การเรียนแบบ Informal แต่จะช่วยให้การเรียนแบบ Formal ง่ายขึ้น  และจุดที่สำคัญที่สุด คือ

·        จะเรียนเพื่ออะไร

·        เรียนไปแล้วจะทำอะไรให้เป็นคนไม่รกโลก  ในอนาคต

·       เมื่ออายุ 50 จะมีความรู้อยู่รอดหรือไม่และเมื่อได้ความคิดครั้งนี้แล้ว

·       ไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง

·       ไปเล่าให้พี่น้องฟัง

·       ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนว่าได้พบอะไร และปรับพฤติกรรมของตัวเองให้ดีกว่าเดิม  

และเช่นทุกครั้งครับ เพื่อเป็นการเปิดชุมชนของการแลกเปลี่ยนความรู้ ผมจึงได้เปิด Blog นี้ขึ้น และเชิญชวนให้น้อง ๆ ทุกคน เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นใน Blog นี้ครับ                                         

                                               จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: knowledge camping
สร้าง: ศ. 26 ต.ค. 2550 @ 00:41   แก้ไข: จ. 19 พ.ย. 2550 @ 15:09   ขนาด: 11933 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. สุภาพบุรุษเทพศิรินทร์
เมื่อ อา. 04 พ.ย. 2550 @ 14:01
445878 [ลบ]

   กราบเรียนพี่จิระที่เคารพ  กระผมเป็นเด็กที่พึ่งผ่านค่าย knownledge  camping ครั้งที่9 มานะครับ ในวันนี้กระผมได้มีโอกาสมาพบบลอกค่ายของเรา  จึงอยากจะมาขอบคุณพี่สมาคมนักเรียนเก่าทุกท่านที่ได้ทำค่ายดีๆให้กับเรา กระผมมีความเห็นตรงกับพี่ที่ว่าการพัฒนาคนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  ค่ายนี้ได้ทำให้ผมได้แง่คิดที่ตนไม่เคยคิดมาก่อนในหลายๆด้าน  1.อนาคตอีก10ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรและเราจะหาช่องทางในการหาโอกาสวิเคราห์จุดแข็งและจุดอ่อน 2.กิจกรรมวิเคราะห์หนัง  และ หนังสือ  ทำให้ผมได้คิดว่าในหนังมันมีมุมต่างๆให้เราศึกษา และมองไม่ ใช่เหมือนกับที่ในสังคมเรามองแต่การต่อสู้ ความรักฯลฯ ที่โฆสนาบอกเราแต่ในหนังสอนอะไรเรามากกว่านั้น  ผมว่าผมคงดูหนังเป็นมากขึ้น 3.เรื่องสุดท้ายที่ผมชอบคือการวางแผนกิจกรรมต่างต่างๆที่พี่ๆได้วางขึ้นนั้นทำให้ผมรู้ว่าค่ายๆหนึ่งสามารถพัฒนาวิสัยทัสคนได้จริงๆถ้าเมื่อไหร่ผมทำค่ายได้ระดับนี้บ้างก็จะมาเล่าให้พี่ๆและเพื่อนๆชาวบลอกฟังนะครับ  สุดท้ายนี้ขอให้พี่ยึดในอุดมการณ์ที่อยากจะพัฒนาคนให้ทั้งประเทศ โดยเฉพาะเทพศิรินทร์จนกว่าจะสำเร็จนะครับมีอะไรให้น้องคนนี้ได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆเช่นพี่ๆบ้างผมจะทำโดยไม่รั้งรอเลยครับ 
P
2. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ จ. 19 พ.ย. 2550 @ 15:10
462324 [ลบ]

19 พฤศจิกายน 2550

          สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์โดยเฉพาะชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 เมื่อวันก่อนพี่จีระได้พบกับน้อง ๆ เทพนนท์หลายคนและถูกทวงถามเรื่องการบ้าน วันนี้พี่จีระก็เลยขอฝากการบ้านเอาไว้ 2 ข้อ ข้อแรกคือ "การเข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการ Knowledge Camping รุ่นที่ 9 นี้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?" และข้อที่ 2 คือ "หลังจากจบโครงการไปแล้วแต่ละคนจะนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไรต่อไปที่เป็นรูปธรรม?" 

          ก็ขอฝากการบ้านให้น้อง ๆ ทุกคนไปคิดต่อและส่งคำตอบมาแลกเปลี่ยนความรู้กันที่นี่นะครับ
                                       จีระ หงส์ลดารมภ์  
ไม่มีรูป
3. DSR.>KCD 9<
เมื่อ พ. 21 พ.ย. 2550 @ 00:21
464422 [ลบ]

     สวัสดีค่ะพี่จีระ หนูขอตอบข้อแรกก่อนนะค่ะ สำหรับข้อที่สอง จะเข้ามาตอบอีกครั้งค่ะ จากการไปค่าย Knowledge ครั้งนี้ ช่วยปลูกฝังให้ตัวของหนูเองมีเลือดเขียวเหลืองที่มากขึ้นกว่าเดิม ในค่ายแห่งนี้ สอนให้หนูมองออกไปยังอนาคต ไม่ใช่มองเพียงวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ได้รับมาจากค่ายนั้น มีค่ายิ่งกว่าการอ่านหนังสือหรือเรียนเพียงแค่ในตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ค่ายแห่งนี้ได้มอบสิ่งที่หนูไม่เคยได้รับจากในโรงเรียน แม้ว่าจะเป็นการเรียนเหมือนกันก็ตาม ค่ายแห่งนี้ได้สร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณค่าทางสังคมมีคุณค่าต่อส่วนรวม โดยที่ไม่เห็นแต่ตนเองเพียงอย่างเดียว การที่จะเป็นผู้นำได้นั้น ตัวเราควรจะนำตัวเราเองให้ได้ดีเสียก่อน และพึ่งระลึกไว้ว่า เราโง่อยู่เสมอ ต่อให้เราเรียนจนจบปริญญาเอกหรือดอกเตอร์แล้วก็ตาม เราก็ยังไม่ฉลาดอยู่ดี เพราะมันก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราไม่รู้ เราจึงควรจะศึกษาหาความรู้ตลอดไปจนกว่าจะหมดซึ่งลมหายใจของเรา
ไม่มีรูป
4. DSR.2* >KCD9<
เมื่อ ศ. 23 พ.ย. 2550 @ 00:02
467040 [ลบ]

การไปเข้าค่ายครั้งนี้เป็นค่ายที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก  และยังได้ประโยชน์มากมาย  การได้รับประโยชน์นี้ที่เห็นว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นการที่ได้มีโอกาสได้พบกับท่านผู้ทรงวัยวุฒิและคุณวุฒิหลายท่านที่ได้นำประสบการณ์และแนวคิดในหลายๆด้านมาถ่ายทอดให้เราได้รับรู้และได้มีโอกาสคิดตามไปด้วย  รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้สามารถซักถามได้โดยตรงทำให้แม้เป็นเรื่องยากก็สามารถเข้าใจได้  จึงสามารถนำแนวคิดและความรู้ต่างๆที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก  เพราะความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้  ไม่ใช่เพียงความรู้ที่เป็นวิชาการเท่านั้น  แต่ยังเป็นความรู้ที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอีกด้วย                   ค่ายนี้สอนให้คนเป็นคนมากขึ้น  ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของการใช้ชีวิต  และเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย  หลังจากการเข้าค่ายนี้แล้ว  ทำให้มีความคิดหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป  จากการที่ในแต่ละวันจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง  ก็เริ่มคิดที่จะอยู่เพื่อสังคมและสถาบัน  ได้เริ่มคิดที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม  สอนให้รู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง  และการใช้คุณธรรมในการดำเนินชีวิต 

                นอกจากนี้ยังสอนถึงวิธีการอยู่ร่วมกันในสังคม  การทำงานร่วมกันและการอยู่เป็นหมู่คณะ  ซึ่งก็นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่าเช่นกัน  ได้รู้ถึงปัญหาในการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก  ได้รู้จักการประนีประนอมเพื่อให้อยู่กันได้อย่างเป็นสุข  และได้รู้จักการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  ไม่ยึดตัวเองเป็นหลัก  ซึ้งก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการออกไปสู่สังคมเช่นกัน   

              สุดท้ายนี้หนูขอขอบคุณรุ่นพี่ทุกๆท่านที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสรับประสบการณ์ที่ล้ำค่าเช่นนี้  และหนูก็เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนก็คงคิดอย่างที่หนูคิด  พวกหนูจะไม่ทำให้สิ่งที่พี่ๆทุกคนมอบให้ต้องสูญเปล่า  และจะทำอย่างเต็มที่ในการพัฒนาสังคมและสถาบันเท่าที่กำลังของพวกหนูจะทำได้   สำหรับในข้อที่ 2  เมื่อไหร่ที่เราทำสำเร็จพวกหนูจะตอบพี่อีกทีนะค่ะ..... ด้วยความเคารพ

P
5. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พ. 28 พ.ย. 2550 @ 11:41
474029 [ลบ]

สวัสดีน้อง ๆ ชาวเขียวเหลืองที่รัก            
          พี่จีระมีโอกาสได้ไปเชียร์ฟุตบอลจตุรมิตร ครั้งที่ 24 ที่ผ่านมา ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้จัดการทีมฯ และเป็นรุ่นพี่ พี่จีระรู้สึกภูมิใจมากที่เทพศิรินทร์ของเราชนะสวนกุหลาบ 1-0 ถึง 2 ครั้ง ไม่ทราบว่าพวกเราชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 มีใครได้ไปดูบ้าง พี่จีระอยากพวกเรามาเล่าบรรยากาศและความรู้สึกกันที่นี่ด้วย           
          พี่จีระมีโอกาสได้เขียนบทความเรื่องจตุรมิตรด้วยก็เลยอยากจะฝากไว้ให้ทุกคนได้นำไปคิดกันต่อไป
จตุรมิตรถวายเพื่อพ่อ           
ช่วงนี้บรรดาศิษย์ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ต่างไปร่วมเชียร์การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีกันอย่างสนุกสนาน ในวันเปิดมี ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี มาเป็นประธานในพิธีด้วย ในฐานะที่ผมเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นผู้จัดการทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ด้วยจึงได้ไปร่วมงานโดยตลอด  ได้เห็นความสามัคคีและความมีระเบียบวินัยของทั้ง 4 โรงเรียน ปีนี้เป็นปีสำคัญเพราะถ้าเยาวชนของทั้ง 4 โรงเรียนปลูกฝังเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันอย่างจริงจังก็จะทำให้โรงเรียนทั้ง 4 แห่งช่วยสร้างให้สังคมไทยมีความพอเพียงและสมดุลได้ต่อไป             ในพิธีเปิดการแข่งขันมีขบวนพาเหรดของนักเรียนปัจจุบันซึ่งนำเสนอปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวฯ ได้อย่างสมพระเกียรติ ผมยังคิดดัง ๆ ว่าการแข่งขันฟุตบอลจัดมาแล้วเป็นครั้งที่ 24 ถ้าจะนับก็กว่า 30 ปีแล้ว แต่ยุคนี้ควรจะมีจตุรมิตรวิชาการด้วยเพื่อช่วยเตือนสติสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย    ประชาธิปไตย     วิทยาศาสตร์      ธุรกิจ     พลังงาน     รวมทั้งการอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์ บุคลากรของแต่ละโรงเรียนก็ทำหน้าที่ได้ดีและรับใช้ประเทศชาติมาโดยตลอด วันนี้อาจจะถึงเวลาที่จะช่วยกันสร้างความรู้ให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวโดยการผนึกกำลังกันระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันทางด้านวิชาการจตุรมิตร           
ผมเขียนเรื่องน้ำมันครั้งที่แล้วว่าปี 2508 จะมีราคาเฉลี่ยที่ $105 ต่อบาเรล ก็น่าจะคาดการณ์ได้ว่าตลอดปี 2008 ราคาของน้ำมันเบนซิน 95 ก็คงจะไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร แต่หากมองไปถึงปี 2015 อาจจะขึ้นไปถึง $240 ต่อบาเรล ซึ่งแปลว่าอีก 7 ปีข้างหน้าคนไทยจะต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัดเพราะราคาน้ำมันจะขึ้นถึงลิตรละ 70 บาท           
ในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ดีที่คนไทยจะต้องสนใจ
§       เรื่องการประหยัด
§       รถที่สามารถใช้แก๊สโซฮอลล์คงจะเร่งใช้
§       เรื่องการปรับเครื่องยนต์เป็น NGV หรือ LPG ก็น่าจะทำอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ ๆ ที่ทำออกมาใหม่ก็น่าจะเป็นเครื่องที่ใช้ NGV ได้
§       เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ไม่น่าจะถกเถียงกันว่าจะดีหรือไม่ดี มีแต่ว่าจะสร้างได้เร็วแค่ไหน เพราะ EGAT ผลิตไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันกว่า 60%
§       เรื่องนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นให้เอกชนใช้พลังงานทดแทน ผมได้คุยกับ อบต. อบจ. หลาย ๆ แห่งว่าจะต้องจับมือกัน ท่านอธิบดีฯ สมพร ใช้บางยางอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีโครงการร่วมมือกับ Africa เรื่องพลังงานทดแทนด้วย
§       มีโครงการหนึ่งในขณะนี้ทำอยู่ที่ประจวบฯ เป็นการปลูกไม้โตเร็ว เช่น กระถินเพทาซึ่งนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า  สำหรับในภาคอีสานก็สามารถปลูกต้นกระถินเพทาได้เพราะปลูกขึ้นได้ในที่แห้งแล้ง และใช้เวลาแค่ 10 เดือนก็สามารถตัดมาทำเชื้อเพลิงได้     
ผมมีเรื่องน่าสนใจ ฝากไว้ให้ผู้อ่านไปคิดต่ออีกสัก 3 – 4 เรื่อง           
เรื่องแรก คือ เรื่องเกี่ยวกับองค์กรอาเซียนที่มีสมาชิก 10 ประเทศ คือบรูไน  มาเลเซีย อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ พม่า ลาว กัมพูชา และไทย ซึ่งก่อตั้งมา 40 ปีแล้ว  การทำงานของผมก็มีโอกาสได้ไปร่วมงานหลายครั้ง มีผลงานที่ผมได้ทิ้งไว้ก็คือ มีส่วนร่วมในการจัดตั้ง ASEAN – EU  Management  Center ที่  บรูไน  ซึ่ง EU  ได้ร่วมกับ ASEAN ทำงานทางด้านการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการสำหรับข้าราชการ และนักธุรกิจใน ASEAN เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้น แต่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าสังเกตว่าความร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศยังไม่ก้าวหน้า และยังหุ้นส่วนกันได้ไม่ดีนัก  ในขณะที่โลกภายนอกมองว่า ASEAN ยังไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว การประชุม Summit ที่ Singapore อาทิตย์ที่แล้วมีการเพิ่มเรื่อง  ASEAN  Charter หรือกฎบัตรอาเซียน เป็นกติกาที่จะทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนร่วมมือกันอย่างจริงจังมากขึ้นทั้งเรื่องคน เรื่องสังคม และเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ ดร.สุรินทร์  พิศสุวรรณ ซึ่งอดีตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ของไทยจะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ  ASEAN คนต่อไป และได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าฟัง 2 เรื่อง คือ
§       ASEAN ต้องเร่งลดช่องว่างและความแตกต่างของรายได้ ระหว่าง 10 ประเทศให้น้อยลง
§       ASEAN ต้องให้ประชาชนของประเทศร่วมมือกันมากขึ้นผมจึงอยากจะขอร้องให้กระทรวงต่างประเทศของไทย สนใจที่จะกระจายข้อมูลเกี่ยวกับ ASEAN ให้ประชาชนได้รับทราบในมุมที่กว้างขึ้น เรื่องระหว่างประเทศมีประเด็นที่น่าสนใจ ที่จะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ก็คือ คนไทย อาจจะเบื่อการเมืองและนักการเมือง แต่พรรคการเมืองที่เก่าแก่ ไม่ใช้เงินมากมาย ไม่มีนักธุรกิจหนุนหลัง อยู่มากว่า 70 ปี ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันได้ผลิตอดีตนักการเมืองของพรรคไปเป็นผู้นำระดับโลก 2 คนแล้ว คือ
§       ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์       เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา       หรือ อังก์ถัด (UNCTAD)
§       ดร.สุรินทร์  พิศสุวรรณ     เลขาธิการคนใหม่ของสมาคมอาเซียน
หากไม่มีพรรคการเมืองที่เก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์  ก็อาจจะไม่มีบุคลากรที่จะทำหน้าที่ได้เป็นผู้แทนของไทยในระดับนานาชาติ ท่าน ก็คงจะต้องคิดให้ดีว่าประชาธิปไตย ในเมืองไทยจะอยู่อย่างไร ถ้ามีแต่พรรคเฉพาะกิจหรือพรรคที่มีเป้าหมายเพื่อดูแลครอบครัวและ   ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่ผมพูดเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผมเชียร์พรรคประชาธิปัตย์  เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีทั้งจุดแข็งและมีจุดอ่อน แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทยทุกคน คือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันที่เก่าแก่และได้สร้างทรัพยากรมนุษย์ระดับโลกได้ดี
ผมยังมีอีก 2 เรื่องสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้หรือผู้ที่สนใจเรื่องทรัพยากรมนุษย์คงทราบว่า ปัจจุบันมีองค์กรหลายแห่งและหลายสาขาเริ่มให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้ได้ผลอย่างจริงจัง
เรื่องแรก สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ  (องค์การมหาชน)  ซึ่งเป็นองค์กรอิสระของกระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญผมไปร่วมงานประกาศผลตัดสินโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ “Rhythm & Colors” ซึ่งผมภูมิใจมาก ไทยจะเก่งได้ ต้องเน้นเรื่องการพึ่ง Brand ของตัวเอง อย่างเช่น เรื่องอัญมณีและเครื่องประดับจะเด่นขึ้นได้ ถ้ามีการออกแบบที่ดีก็จะช่วยให้มูลค่าเพิ่มเป็น 2- 3 แสนล้าน    ทุกวันนี้สถาบันฯ มีหลักสูตรการออกแบบซึ่งผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  ผมมีโอกาสได้รู้จักนักออกแบบหลายคนที่แม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัดแต่ก็มีพรสวรรค์ในการออกแบบมาก และหากได้เรียนรู้จากหลักสูตรที่ดีก็จะมีโอกาสไปไกล           
สุดท้าย รายการคิดเป็น...ก้าวเป็น กับ ดร.จีระ  ซึ่งจะออกอากาศทาง True Visions 28 ในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา 22.00 – 22.50 น. ผมได้สัมภาษณ์   Mr. Collin McDowell  ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวแฟชั่นอาวุโสของหนังสือพิมพ์ระดับโลก อาทิ ซันเดย์ ไทมส์ของอังกฤษ และยังได้เชิญคุณศิริลักษณ์  ไม้ไทย รองกรรมการผู้จัดการ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ มาร่วมด้วย ผมชอบที่คุณ Collin พูดว่า การจะเป็นนักออกแบบที่สำเร็จระดับโลก จะต้องเน้นวิชาการมาก ๆ ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีสถาบันอัญมณีแล้ว ทำไมจึงไม่มีสถาบันทำนองเดียวกันที่นอกจากจะเน้นการออกแบบ Fashion แล้วควรจะเน้นในเรื่อง
§       Finance
§       International Trade
§       Branding
§       HR and Strategy           
ซึ่งจะทำให้ ความสำเร็จของ Fashion เป็นเรื่องจริง  ไม่ใช่แค่ความฝันของคนไม่กี่คน                                              
                                           จีระ หงส์ลดารมภ์
ไม่มีรูป
6. สรนันท์ เตี๋ยวบุตร ท.ศ.ร. kcd9
เมื่อ อ. 26 ก.พ. 2551 @ 18:55
557927 [ลบ]

สวัสดีคะ พี่จีระ

หนูขอสรุปทุกอย่างของค่ายนี้เลยนะคะ

มันไม่ง่ายเลยที่จะบอกว่าได้รับสิ่งใดบ้างในค่ายนี้ ข้าพเจ้าไม่สามารถบอกได้ แต่ค่ายนี้ให้เราทุกอย่าง สอนเราทุกอย่าง ความรู้ทางวิชาการนั้นเป็นส่วนหนึ่งของค่ายเท่านั้น ค่ายสอนเราให้รู้จักโลกภายนอก เสมื่อนกับว่า เราได้เปิดกะลาของเราอออีกใบ สอนให้เราได้คิด ได้พูด กล้าที่จะมีความคิดที่แกต่าง กล้าที่จะออกนอกกรอบ แต่ในการออกนอกกรอบนั้นมันก็ต้องทำตามเงื่อนไข กฏระเบียบของสิ่งที่เราจะเผชิญกับมันด้วย เราสามารถทำตามเงื่อนไขได้โดยงานที่ออกมานั้นสามารถเป็นงานที่ออกมาแล้วมีประสิทธิภาพ สอนเราให้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รู้จักควบคุมอารมณ์ การวางแผน สอนให้เราสนใจเรื่องราวของโลกว่า โลกได้เดินปถึงไหนแล้ว ทำให้เราเป็นนักอ่านมากขึ้น สอนให้เรารู้จักคำว่าระเบียบ ความรับผิดชอบ สิ่งไหนผิดก็ยอมรับผิด สิ่งไหนที่ดีแล้วก็ต้องทำให้ดีว่าครวาแรก และทุกทำให้ดีกว่าครั้งต่อๆไป สอนให้เรารู้จักคำว่ามิตรภาพ ความรักที่มีต่อสถาบัน ต่อเพื่อน ต่อพี่ และทุกๆคน รู้จักคำว่าสมาคคี และค่ายสอนเรทุกอย่าง ถ้าข้านพเจ้าจะเล่าต่อไปเกรงว่า กระทู้นี้จะยาวเกินไป ทำให้พี่จีระเบื่อ  ค่ายนี้อาจจะถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตของลูกผู้หญิงที่ได้รับเกียรติ เป็นลูกแม่รำเพย ที่มีโอกาสทำหลยๆสิ่งที่ถือว่าเป็นครั้งแรก ทำให้ผู้หญิงคนนี้ กำจัดคำว่า "ไม่เอาอะ ไม่กล้า กลัว ไม่ไป " ออกไปจากชีวิต

      และสิ่งที่ข้าพเจ้าจะนำสิ่งที่ข้าพเจ้าได้มานี้ ข้าพเจ้าจะเปิดชมรม Knowledge เพื่อพัฒนาศักยภาพของรุ่นน้อ ก่อนที่จะเข้าค่าย เพราะข้าพเจ้าเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า สมาชิกบางคน ไม่สนใจที่จะออกความคิดเห็น หรือไม่กล้าออกความคิดเห็น หรือคิดอย่างใดก็อย่างนั้น สรุปว่า ข้าพเจ้าอยากให้รุ่นน้องที่จะเข้าค่ายนั้น ต้องเป็นคนที่คิดเป็น มีความคิดที่แตกต่าง ไม่ยึดติดกับอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าหวังว่าค่าย Knowledge Camping ครั้งที่ 10 ข้าพเจ้าจะได้ฟังรุ่นน้องเล่าถึงความสามารถ ของตนที่ได้กระทำในค่าย ข้าพเจ้าอยากให้พี่จีระช่วยประเมินศักนภาพของเด็กเทพศิรินทร์(ทุกเทพ) ในค่ายครั้งที่ 10 ว่า มีศักยภาพมากกขึ้นหรือไม่ เพราะข้าพเจ้าจะรอคำตอบนะคะ

ขอบคุณคะ 

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.59
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
อาณาจักรเพื่อการเรียนรู้ของทรัพยากรมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์