สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 1048
พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพกรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 1
สิ่งสำคัญที่ผู้นำควรเรียนรู้เพิ่มเติม คือการมองภาพใหญ่

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กรมวิทยาศาสตร์รุ่น 1 ที่รักทุกท่าน           

            ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดโครงการ "พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกรมวิทยาศาสตร์บริการรุ่นที่ 1"  ให้แก่ข้าราชการระดับ 8 ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์  หลักสูตรนี้เน้นในเรื่องการสร้างผู้นำ และผู้บริหาร เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน  ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สำคัญของการทำงานภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ที่

          ผมขอถือโอกาสใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแลกเปลี่ยนกัน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านครับ                                                           

                                                                     จีระ หงส์ลดารมภ์

สร้าง: ส. 02 ก.พ. 2551 @ 00:02   แก้ไข: จ. 10 มี.ค. 2551 @ 14:40   ขนาด: 10580 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
31. tepiwan
เมื่อ จ. 18 ก.พ. 2551 @ 15:11
550330 [ลบ]

Sawasdee ka,

I would like to support the idea of Korea trip, if possible please add more academic visits in the program.

ไม่มีรูป
32. เตือนใจ จูมณี
เมื่อ จ. 18 ก.พ. 2551 @ 16:31
550412 [ลบ]

สรุปการบรรยายในวันอังคารที่ 12 ก.พ. 2551

เรื่อง การเงินสมัยใหม่และหลักการบริหารความเสี่ยง..สิ่งที่นักบริหารมืออาชีพต้องเรียนรู้

โดย ดร.กุศยา ลีฬหาวงศ์

การบริหารการเงินสมัยใหม่ มี 4 อย่าง คือ

1 . Introduction ประกอบด้วย

     -  ตลาดการเงิน ได้แก่ ตลาดการเงินในระบบ เป็นการลงทุนในตราสารระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี  ตลาดทุนในระบบ เป็นการลงทุนในตราสารระยะยาวเกิน 1 ปี ตลาดส่งมอบทันที  คือการซื้อของจ่ายเงินแล้วได้ของเลย ตลาดซื้อขายล่วงหน้า เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของค่าเงินบาทที่จะอ่อนตัวหรือแข็งค่าขึ้น (ตลาดการเงินนอกระบบ  อาจารย์ไม่บรรยาย)

     -  สถาบันการเงินที่เป็นธนาคาร (Bank) ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์, Bank ชาติ  และสถาบันการเงินทีไม่ใช่ธนาคาร  (Non Bank) เช่น สหกรณ์  Eon

 -  ตลาดทุน ได้แก่ ตลาดแรก (Primary Market) /ตลาดหลักทรัพย์ออกใหม่ และ  ตลาดรอง

(Secondary Market) /ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์

 -  การลงทุน (Investment) ได้แก่ การลงทุนโดยตรง เช่น การลงทุนขายของ ความเสียงจะสูงการลงทุนทางอ้อม เช่น การซื้อหุ้น  ฝากเงิน ความเสี่ยงจะน้อย แหล่งเงินทุน  ผลตอบแทนจากการลงทุน คิดในรูปของตัวเงินหรือร้อยละ

- การบริหารเงินทุนหมุนเวียน   ได้แก่ เงินสด ลูกหนี้การค้า หนี้สินระยะสั้น (แหล่งเงินกู้ระยะสั้น)

- การหาแหล่งเงินทุนและการจัดสรรเงิน ส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับส่วนราชการ เพราะบางโครงการเวลาของบประมาณทำไมจึงขอไม่ค่อยได้  ฉะนั้นเวลาขอให้สรุปประเด็นที่สำคัญและจำเป็นไว้ภายใน 1 หน้ากระดาษ แล้วมีข้อมูลาสนับสนุนแนบประกอบการพิจารณา

2. Basic Concept เป็นเรื่องของหลักการบัญชี มี 2 หลัก คือ

- หลักเงินสด ได้แก่ เงินสดรับ เงินสดจ่าย

- หลักค้างรับค้างจ่าย/หลักคงค้าง

3. Basic Terms ได้แก่ Sales , Revenues (รายได้ส่วนราชการมาจากงบประมาณ) } Cost of good sold (ต้นทุนสินค้าที่ขาย), Expenses (ค่าใช้จ่าย),  Net incomes/Net profit (กำไรสุทธิ)

4. Financial Statements and Reports ประกอบด้วย

 - งบดุล  จะบอกถึง ฐานะทางการเงินว่ามี สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ เท่าไร

- งบกำไรขาดทุน แสดงถึงผลประกอบการในรอบปีนั้น ๆ มีกำไรหรือขาดทุนเท่าไร

- งบแสดงกระแสเงินสด แสดงถึงการเคลื่อนไหวการรับจ่ายของตัวเงินที่เป็นทั้งเงินสดและเงินฝาก

การบริหารความเสี่ยง  (Risk Management)

- ความเสี่ยง  เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ (Business risk) การเงินขาดสภาพคล่อง (Financial risk) และอื่น ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ นอกเหนือการควบคุม
               - ปัจจัยภายใน (ควบคุมได้) และปัจจัยภายนอก (ควบคุมไม่ได้)

- จุดแข็งจุดอ่อน งบประมาณ วิเคราะห์งบการเงิน อื่น ๆ

ไม่มีรูป
33. ลดา
เมื่อ จ. 18 ก.พ. 2551 @ 19:22
550531 [ลบ]

รู้สึกดีที่ วศ. เห็นความสำคัญของงานบริหาร    จึงมีความหวังว่าสาระจากการอบรมและประสพการณ์จากการดูงานจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง    การเยี่ยมชมของจริง  เช่นการจัดการองค์กรของประเทศที่พัฒนากว่าเราไม่ได้เป็นเรื่องง่าย  จึงหวังไว้มากว่าจะมีโอกาสในครั้งนี้   ความหวังเหล่านี้จะเป็นจริงได้ต้องอาศัยทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ช่วยกันผลักดันแล้ว

ไม่มีรูป
34. สมจิตต์ บวรวัฒนาโสภณ
เมื่อ อ. 19 ก.พ. 2551 @ 09:26
551005 [ลบ]

สรุปการฟังการบรรยาย ในวันที่ 12 ก.พ.2551 ของกลุ่ม 4 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์สมจิตต์ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก โดยอาจารย์รัศมี  ธันยธร 

ความสำเร็จของคน  ประกอบไปด้วย 3 ปัจจัย คือ

              1. ความรู้

              2. ความคิด

              3. คน                              

               แต่ปัจจัยที่สำคัญคือความคิด  เพราะ
               -   ความคิดนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหา
               -   ความคิดเป็นต้นทางของการพูดและการกระทำ
               -   ความคิดสร้างสรรค์ คือ การคิดตามจุดหมายที่ตั้งไว้ 

 

               การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก
              1. ไม่เอามาตรฐานของตนเองไปวิจารณ์คนอื่น
              2. ยอมรับคนอื่นอย่างที่เขาเป็น
              3. พยายามเข้าใจกันทั้งๆที่ไม่ค่อยเข้าใจ
              4. พยายามมองข้อดีของคนอื่นมากกว่าค้นหาข้อบกพร่อง 
          อุปสรรคของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก คือ นิวรณ์ 5 (ความเสื่อม)
             1.    อารมณ์เป็นใหญ่ (รักเกิน)
             2.   ไม่พอใจ โมโหหงุดหงิด (ชังเกิน)
             3.    ขี้เกียจ ง่วงนอน ซึมเศร้า (อ่อนแอเกิน)
             4.    คิดมาก ฟุ้งซ่าน กังวล (ฉลาดเกิน)
             5.    สงสัย ลังเล ไม่เชื่อ (โง่เกิน) 
                 ความคิดเชิงบวกคือการยอมรับตัวตนของตัวเอง  และต้องให้อภัยตัวเองในเรื่องต่อไปนี้                
             1. ความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น               
             2. ตำหนิติเตียนตัวเอง               
             3. กลัว (วิตกกังวล)               
             4. ความรู้สึกผิด 
       ธรรมชาติของสมองคน  มีลักษณะเหมือน
           -    ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง  นานๆเข้าจะเกิดเป็นร่องลึกทำให้เกิดความเคยชินและจะอยู่ในกรอบความคิดแคบๆไม่สามารถพัฒนาความคิดริเริ่มใหม่ๆหรือเชื่อมโยงกรอบความรู้อื่นได้ 
      การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก
           -     ต้องเดินเร็วขึ้น 25%
           -      กล้าแสดงความคิดเห็น
           -      ยิ้มให้กว้าง
           -      รู้จักให้อภัย                                               
P
35. network
เมื่อ อ. 19 ก.พ. 2551 @ 18:33
551412 [ลบ]

สรุปประเด็นเรื่อง"เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลกกับทิศทางของนักบริหารมืออาชีพ " ในวันที่19 กพ.51 มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังรายการที่จะนำเสนอต่อไป

 และขอประเมินการฟังบรรยายในวิชานี้ โดยประมวลจากเพื่อนร่วมห้องว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐิจของไทยและเศรษฐกิจของโลกดีขึ้นจากอดีตมาก มากค่ะ ทำให้เป็นคนที่มีแนวคิดด้านเศรษฐศาสตร์ และรู้เท่าทันเศรษฐ์กิจของประเทศได้มากขึ้น  ทั้งนี้เริ่มจากมองภาพความเติบโตของ GDP ได้ว่าตั้งแต่ปี 1980-2007 สภาพเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างไรและปัจจัยที่ทำให้มีผลกระทบกับ
เศรษฐกิจของไทยนั้นอิงกับเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะประเทศสรอ. อย่างมาก  ปัญหาของ Subprime ระบบการปล่อยเงินกู้ การนำอสังหาริมทรัพย์ไปจำนอง การบริหารงานของนักบริหารฯลฯ มีผลอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยมีตัวอย่างของกรณีสถานการณ์นี้แล้ว 

  ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับทราบเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมัน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก  ความเข้าใจเกี่ยวกับ Demand Supply  ที่เป็นเครื่องชี้ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของไทย   ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และเสถียรภาพตลาดการเงินของประเทศ

  สรุปว่าเศรษฐกิจของประเทศจะไปได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านต่างๆ ดังนี้

   1.  ภาคการเกษตร  2. ภาคการส่งออกของประเทส 3. ภาคการท่องเที่ยวและสุดท้ายคืออสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย

สุดท้ายถือว่าเป็นประเด็นหลักของธุรกิจไทย คือ 

 1. การชะลอตัวของเศรษฐกิจของสรอ.

2. การฟื้นตัวของการการใช้จ่ายในประเทศรวมทั้งบทบาทของนโยบายการคลัง

3. นโยบายการเงินของรัฐมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ

4.ความผันผวนทางเงิน

นี่คือภาคเช้าน่ะคะ ขอขอบพระคุณอาจารย์ดร.บัณฑิตฯ อย่างมากทำให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้รับความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ขึ้น

 

 

ไม่มีรูป
36. ศิริวรรณ ศิลป์สกุลสุข
เมื่อ พ. 20 ก.พ. 2551 @ 09:05
551836 [ลบ]

ยุทธศาสตร์การพัฒนาและบริหารประสิทธิภาพของคนในองค์กร (โดย อจ.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์)          
                     การพัฒนาคนเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้น โดยสร้างคนให้รู้จักใฝ่หาความรู้  ซึ่งไม่จำป็นที่จะได้จากห้องเรียนอย่างเดียว  อาจได้มาจากการประชุม   เมื่อคนเกิดการเรียนรู้จะเอาความรู้ต่างๆที่ได้ไปใช้  และก็จะเกิดการเรียนรู้เพิ่มเติมตามมา จะเกิดเป็นวัฏจักรขึ้น           
                          สิ่งที่เป็นอุปสรรคการพัฒนาคน          
1.Safe facing การรักษาหน้า              
 2.การเกรงใจ          
3.การหลีกเลี่ยง          
 4.วัฒนธรรมที่สอน ห้ามเถียง รอคำสั่ง จึงทำให้ไม่เกิดการพัฒนาคนเพราะไม่ต้องคิด          
 5.ผู้นำไม่ได้เปิดใจให้คนแสดงความคิดเห็น        
        เทคนิค SRWR           
                เป็นหนึ่งกระบวนการ Action learning  ด้วยตนเองและคนรอบข้าง  โดยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จากของจริง  จะทำให้ได้ความคิดเห็นที่หลากหลาย ได้มุมมองใหม่ ให้คนมีโอกาสพูด จึงทำให้คนมีโอกาสพัฒนาตนเอง  ซึ่งประกอบด้วย                      
                 1.    Stop ในการทำงานเป็นทีม ต้องมีการหยุดและฟัง
                 2.      Reflect ให้เราสะท้อนความคิดเห็นของตนเอง ฉันต้องการอะไร
                 3.      Write ให้ทำการบันทึก
                 4.        Report  รายงานเช่น เมื่อทำงานเสร็จต้องนำมาสรุปว่าเราทำอะไรได้ดี เราทำอย่างไรงานถึงประสบความสำเร็จและมีข้อผิดพลาดอะไร เมื่อย้อนกลับไปได้เราจะทำอะไร   
              Potential Matrix     เป็นตารางซึ่งมีข้อมูลที่ผู้บริหารสามารถทราบได้ว่าใครมีความสามารถอย่างไร โดย Plot ระหว่างผลปฏิบัติงาน กับ ขีดความสามารถ ( ขีดความสามารถหลัก  ขีดความสามารถตามสายงาน ขีดความสามารถผู้นำ)ซึ่งการเก็บข้อมูลอย่างน้อย 3 ปี เนื่องจากต้องการดู Consistency จากภาพจะแบ่งคนออกเป็น 5 กลุ่ม
          1.        Super star  พวกที่มีความสามารถสูงและผลปฏิบัติงานสูง
           2.        working horse เป็นกลุ่มที่มีขีดความสามารถดีผลงานก็ดีกลุ่มนี้จะเป็น Core ขององค์กร
          3.        เป็นกลุ่มที่มีขีดความสามารถต่ำแต่ผลงานดี คนกลุ่มนี้สามารถพัฒนาได้
          4.        problem child เป็นกลุ่มที่มีขีดความสามารถสูงแต่ไม่มีผลงานต้องค้นหาสาเหตุเพราะเหตุใด5.        Dead wood เป็นกลุ่มที่มีขีดความสามารถต่ำและผลงานต่ำ จากภาพ Potential Matrix  เราสามารถทราบคนในองค์กรของเราเป็นอย่างไร  เราจะสามารถพัฒนาคนในองค์กรให้ได้ตามความต้องการของแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสุดท้ายเป้าหมายเราก็จะได้คนแบบ working horse 
            HRD จะสามารถช่วยพนักงานในองค์กรได้อย่างไร
           1.ทำให้เขารู้ว่าบทบาทหน้าที่เขาคืออะไร
           2.ใช้ IT ในการบริหารข้อมูล
           3.คนทำงานต่ำกว่ามาตรฐานได้พัฒนาขึ้น
          4.คนทำงานไม่ทันเวลาได้ปรับปรุง
          5.เกิความผิดพลาดหรือเสียหายน้อยลง
          6.เกิดขวัญกำลังใจในการทำงาน
          7.ยืดหยุ่น
          8.จะมีความรู้สึกร่วมกัน
          9.หน้าที่ความรับผิดชอบจะชัดเจนขึ้น
         10.ความสัมพันธ์ของคนที่ไม่ดีก็จะดีขึ้น
         11.ช่วยผู้บริหารที่มักทำงานด้วยตนเองหรือไม่ทำงานอะไร 
 โลกาภิวัตน์-ผลกระทบและการเตรียมพร้อมเชิงรุกและรับ(ดร.เฉลิมพล เกิดมณี)           
          ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงจนสามารถอธิบายในสิ่งที่ไม่เคยอธิบายได้ ดังนั้นการอยู่รอดบนกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพื่อภาคผลิต/บริการสามารถแข่งขัน   สามารถในการบริหารจัดการตนเองของชุมชน   และความสมดุลของสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม      สิ่งสำคัญเราต้องทำให้คนของเราสร้างงานเองได้ บริหารงานเองได้
 การขับเคลื่อนให้องค์กรมีการเปลี่ยนแปลงมีหลาย step       
1.ลดต้นทุน       
 2.คุณภาพ       
3. การสร้าง Brand จะทำให้องค์กรเป็นที่รู้จัก       
4.นวัตกรรม        
5.Emotion เป็นการลงทุนไม่มากแต่ผลตอบกลับแรงมากโดยสร้างคุณภาพจิตใจของพนักงานและ              สะท้อนกลับสู่ลูกค้านวัตกรรม       นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการและสามารถขายได้การคิดเชิงนวัตกรรม การคิดเพื่อให้ได้นวัตกรรม โดยแตกสิ่งที่มีอยู่อย่างละเอียด จนมาพบสมบัติที่ตรงกันกับสิ่งที่ต้องการ                                                     
ระดับของการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมมี 3 ระดับ       
 1.ปรับปรุง (Improvement )      
2. พัฒนา(Development )      
 3.ปฏิวัติรูปแบบ(Revolution)
ไม่มีรูป
37. เทพวิทูรย์
เมื่อ ศ. 22 ก.พ. 2551 @ 10:03
553550 [ลบ]

สวัสดีครับ

มาช้าดีกว่าไม่มานะครับ โดยส่วนตัวจะสนใจหัวข้ออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับคน คน คน เพราะเป็นคน(ที่คิดว่า)มีปัญหากับคนมากที่สุด แล้วก็สมหวังที่หลักสูตรนี้ได้เน้นเรื่องคน เช่น การคิดเชิงบวก, Seven Habits, HR management, Risk mngt. และ การาทำงานอย่างมีความสุข และอีนๆ

จากการที่อบรมบ่มนิสัยมา 3 สัปดาห์ จะเห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะตัวผมเอง (และเพื่อนๆ)ได้คิดนอกกรอบ มากขึ้น และมีมุมมองที่กว้าง ไม่ลึก ลึก ลึก ดังที่เคยเป็น

เห็นด้วยกับประธานที่เราควรจะพัฒนา Brand Image  ซึ่งคนเป็นปัจจัยที่จะทำเลยขอเสนอให้มี following program เมื่อเราเรียนจบหลักสูตรนี้ อาจจะมี workshop เกี่ยวกับ ฝนตกลงมา น้ำไหลเป็นทาง และที่อยากให้มีคือ Seven Habits workshop เพราะคิดว่าเรายังได้แค่ 1/2  habit เอง

ย้อนกับมา การสร้าง Image คิดว่าเราคงต้องมีโค๊ช หรือ ผู้ช่วย หรือ Image maker มืออาชีพมาช่วยสานฝัน เพราะ หากพวกเราทำเอง แฮ่ แฮ่ อาจจะดี แต่ผลสัมฤทธิ์ อาจจะไม่น่าพอใจ จำได้ว่าก่อนที่ รมว. มิ่งขวัญ จะทำงานให้โตโยต้า ก็เคยทำงานเป็น Image maker ให้ดารา นาย/นางแบบ  นักร้อง หลายคนประสบผลสำเร็จมาแล้ว  อันนี้เสนอเป็น Idea นะครับ

อยากเขียนเป็น English เหมือน Dr.RaviOne แต่ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ภาษาเลยไม่สบาย และไม่แข็งแรง

ขอขอบคุณ อาจารย์ ดร.จีระฯ และอาจารย์ที่มาบรรยายทุกท่านที่ได้ช่วยทำให้โลกทัศน์ของกระผมและพี่ๆชาว วศ. ได้เปิดกว้างมากขึ้น ขอขอบคุณท่านอธิบดีปฐมฯ ที่ได้เห็นความสำคัญของบุคลากรและอนุมัติหลักสูตรให้พวกเราได้เรียน ขอขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังการจัดอบรมหลักสูตรนี้ทุกท่าน ทั้งชาว วศ และ ชาว Chiraacademy หากไม่มีการทำงานเป็นทีมจากทุกท่าน เราคงไม่มีวันที่ทุกคนมีแรงบันดาลใจที่จะกลับไปทำงานได้อย่างมีความสุข เช่นนี้ อีกเลย

สุขสันต์วันศุกร์หลังวันมาฆะบูชา

เทพวิทูรย์

ไม่มีรูป
38. Ravi One
เมื่อ ส. 23 ก.พ. 2551 @ 21:09
555101 [ลบ]

 

Sawasdee ka Ajarn Chira and my friends

We only have one more week before the course finishes. I hope we all make the best of the remaining 2 full days next week as it will be the only time that we are together in big group sharing ideas among us and with experience instructors. I think for the past 4 weeks we (30 DSS senior staff) have been together, although we have known each other for years but this time we have known each other more and I hope we can communicate better and we can work better together in the real life at the department. Not only what we have learned from the instructors but also the group workshops have sharpened up our brains to work more effectively and have made us to work more cooperative ways.

Lastly, I would like to thank again, the director of the DSS, Ajarn Chira, and Chira academy's staff for their efforts to assist us throughout the course, and thank to my boss (Khun Kasem to allow me to attend the course), also thank my PT friends who have worked for me while I am attending the workshop, and thank to Pi Pi and friends (30 people) in the course for your friendships.

See you next week and the overseas trip.

Ravi One

23 Feb 2008

ไม่มีรูป
39. อารี
เมื่อ จ. 25 ก.พ. 2551 @ 09:26
556280 [ลบ]

สวัสดีคะ

    ได้รับมอบหมายให้สรุปในเรื่อง จากแนวคิดของการตลาดสู่การปรับใช้กับการทำงานของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยคะ

    Stakeholder  (ผู้มีส่วนได้เสียหรือลูกค้า) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำการตลาด  stakeholder มี 7 กลุ่ม คือ

1. รัฐบาล ทำตามนโยบายของรัฐ หรือเป็นแหล่งสนับสนุนเงินให้หน่วยงาน

2. คนไทย ทําอย่างใดให้คนไทยทั่วประเทศรู้จักหน่วยงานของเรา

3. สื่อ ทําอย่างไรให้ข่าวของหน่วยงานเป็นที่สนใจของสื่อ

4. แหล่งเงินนอกระบบ  ต้องรู้จักหารายได้เข้าหน่วยงาน

5. กลุ่ม NGO (interested group) อาจเป็นมิตรหรือศัตรูก็ได้

6. คนกันเอง (กรมอื่นหรือหน่วยงานคู่แข่ง) คนที่วางแผนการทํางานจะทํางานได้ดีกว่าคนที่ไม่วางแผนการทํางาน

7. คนใน (ภายในกรมเดียวกัน) ต้องเป็นคนที่มีประสิทธิภาพและร่วมกันทํางานเป็นที่ม ทําให้หน่วยงานประสบความสำเร็จ

     การตลาดโดยภาพรวมเกิดจากความสมดุลขององค์ 5 คือ

1. ขายเป็น ตามความต้องการของมวลชน

2. ผลิตเป็น ต้องดูความต้องการของผู้บริโภค

3. เงิน ต้องบริหารจัดการเงินให้เป็น

4. คน ต้องบริหารจัดการคนให้เป็น

5. องค์ประกอบอื่น เช่น

   - Information หรือ knowledge management

   - Infra - structure 

   - R&D

   แนวคิดการนำการตลาดสู่การปรับใช้กับการทำงานของ วศ. คือ การหาข้อมูล เช่น Cash, product, people ในช่วง yesterday, today, tomorrow และ question mark ให้จัดทำข้อมูลดังกล่าวในระยะเวลา 5 ปี เพื่อจะได้ทราบข้อมูลการเงิน ผลิตภัณฑ์ คน ในหน่วยงานทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และสิ่งที่ไม่สามารถจะใส่ในช่องทั้ง 3 ได้ จะอยู่ในช่อง question mark  ซึ่งในช่อง question mark อาจทำประโยชน์ให้หน่วยงานได้ จากช่องสี่เหลี่ยม 4 ช่องดังกล่าว ทำให้หน่วยงานมองภาพรวมการตลาดได้ ว่าควรผลิตอะไร ขายอะไร ใช้เงินและคนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด ทำให้หน่วยงานประสบความสำเร็จในด้านการตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคต

      ท้ายนี้ขอขอบคุณ ท่านศาสตราภิชาน ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ อีกครั้ง ที่ให้ความรู้กับพวกเรา ตลอดเวลาที่ท่านบรรยายเรารับฟังอย่างสนุกสนาน ไม่เบื่อ แถมยังได้รับความรู้อย่างเต็มๆ แล้วใครจะรับอาสาแต่งชุดบิกินีบ้างละ คงต้องบอกว่า วศ. สู้ สู้ สู้ สู้ตายนะคะ

     อารี

 

 

P
40. network
เมื่อ จ. 25 ก.พ. 2551 @ 16:31
556847 [ลบ]

ขอบคุณค่ะ สำหรับน้องปุ๊ที่ได้ถ่ายทอดย้ำความรู้ ความเข้าใจที่พวกเราได้รับ ทำให้ชาววศ.ได้มีสติปัญญาเพิ่มขึ้นว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย Steakholders  นั่นคือใครบ้าง 7 กล่ม แทนที่จะเป็น 3-4 กลุ่มซ้ำซากว่าหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา  ภาคเอกชน (ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ) ประชาชาชน  เราได้เพิ่มอีกว่า  มีกลุ่มคนกันเอง ( หน่วยงานภายใต้สังกัดต่างๆ ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย) กลุ่มแหล่งเงินนอกระบบ ในที่นี้หมายถึง หน่วยงานที่ไม่ใช่รัฐบาล /ราชการ กลุ่ม NGO องค์กรต่าง ๆที่ไม่ค้ากำไร กลุ่มสุดท้าย คือ คนในหน่วยงาน มีความสำคัญมากเหมือนกันเช่นเดียวกับวศ.หน่วยงานย่อย: สำนัก /โครงการ /กอง ยังไม่รู้ว่า DSS มี one stop shop แล้ว 

    ใครรู้บ้างช่วบบอกหน่อย เราจะหาของที่ระลึกจากสท.ให้ 1 ชิ้น

ภายในเวลาจำกัด 28 กพ.51

ไม่มีรูป
41. วนิดา
เมื่อ จ. 25 ก.พ. 2551 @ 16:53
556857 [ลบ]

 สวัสดีค่ะ

                 ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรก  คือ  ขอขอบพระคุณท่าน อวศ. ที่ให้โอกาสพวกเราทุกคนเข้าอบรมหลักสูตรดี ๆ ที่    อ.จีระ จัดให้     ซึ่งนับเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง  (ทุกคนคงไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน) เพราะหลักสูตรนี้ เราได้เรียนเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ   ครอบคลุมเกือบทุกเรื่องอย่างกว้าง  ๆ ที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ควรรู้   เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง  แม้องค์กรใหม่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาปรับเปลี่ยนก็ตาม     แต่เราควรเริ่มปรับจากตัวเราก่อน    พวกเราคงต้องการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น   เพราะมีงานท้าทายรออยู่ข้างหน้า   เพื่อให้สมกับความคาดหวังของท่าน อวศ.ที่มีให้แก่พวกเรา

                                                          วนิดา

ไม่มีรูป
42. จันทร์เพ็ญ
เมื่อ อ. 26 ก.พ. 2551 @ 07:14
557432 [ลบ]

พี่ๆ เพื่อนๆและน้องๆที่รัก

อย่าลืมเปิดเมล์ และช่วยคิด เติมแต่ง ด้วยนะค่ะ หากได้ข้อมูลเพิ่มจะรวบรวมส่งเมล์ให้ทราบ อีกอย่างซี 8 ที่ยังใช้ yahoo หรือhotmail รีบเปลี่ยนนะคะ เพราะเป็นระเบียบออกมาแล้ว

           จันทร์เพ็ญ

P
43. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ อ. 26 ก.พ. 2551 @ 15:16
557758 [ลบ]

ตอนนี้ Blog ของเรามีขึ้นมามากกว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว  ขอแสดงความยินดีด้วยครับ  ผมได้อ่านของทุกคนด้วยความสนใจอย่างมาก

จีระ  หงส์ลดารมภ์

ไม่มีรูป
44. เทพวิทูรย์
เมื่อ พ. 27 ก.พ. 2551 @ 11:33
558526 [ลบ]

25 ปีก่อนผมกับเพื่อนๆ 3-4 คน ต้องไปยืนรอที่หน้าตึก NB 7 ม.รามฯ  เพื่อรอเข้าแย่งชิงเก้าอี้ในการเรียนวิชา PS110 การเมืองและการปกครองไทย สอนโดย อ.สุขม นวลสกุล ทั้งๆที่วิชานี้มีหลาย section และมีอาจารย์สอนหลายคน  แต่นักศึกษาก็เลือกที่จะไปเรียนกับอาจารย์ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งเก้าอี้ที่ไม่ใช่ดนตรีกันอย่างเคร่งเครียดและไม่สนุก ซึ่งอาจเป็นความนัยของอาจารย์ก็ได้ว่า หนูน้อยเอ๋ยในโลกแห่งการทำงานการแข่งขันมันมากกว่านี้หลายเท่านัก เจ้าจงอดทนและเข้มแข็ง

    แต่เมื่อคืนนี้ 26 ก.พ.2551 อาจารย์ สุขุม เดินทางมาบรรยายให้ถึงห้องเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารความขัดแย้ง การเจรจาต่อรอง และเทคนิคการตัดสินใจของผู้บริหารมืออาชีพ ที่กระผมใฝ่ฝันอยากจะเป็นและอยากจะมี(ฮิ ฮิ ไม่อายที่จะบอกว่าตัวเองมีความยาก..)  เวลาอาจจะน้อยไปสำหรับการบรรยายแต่สิ่งที่ตัวเองได้และคิดว่าสำคัญและต้องนำไปปฏิบัติคือหลักหรือสิ่งที่ต้องยึดคิดก่อนการกระทำ เพื่อให้ฝนตกลงมา น้ำไหลเป็นทาง   หรือนิสัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ต้องมีเหตุผลอธิบายได้ การเอาใจเขามาใส่ใจเราเพื่อเกิดการประสานงานที่ดีในอนาคต การเลือกใช้หลักรัฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ถูกใจ และถูกจังหวะ การหาข้อมูลและแหล่งที่มาของข้อมูลเพื่อการปรับปรุงมิใช่การปรักปรำ และที่สำคัญสำหรับข้าราชการคือการแม่นในกฏระเบียบ มิฉะนั้นอาจไม่ได้บำนาญนะจ๊ะ จะบอกให้

    ตอนเช้า ดร.สมภพได้เน้นว่าผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้าง ที่ไกล ที่ลึก และไว ก่อนใคร ตอนบ่าย Mr.JP (ทีแรกนึกถึงชื่อโรงแรม) ได้นำ Boston Model มาสร้างกระแส  ย้ำการมีวิสัยทัศน์ทั้ง 4 ด้าน โดยการวิเคราะห์เชิง 3 มิติ และปิดท้ายด้วยงาน future step party เรียกว่าวันเดียวได้ทุกรส ครบเครื่อง คุ้มยิ่งกว่าซื้อแฟลตปลาทอง อีกแน่ะ

    เห็นเพื่อนๆ(ความจริงต้องพี่ๆ เพราะเราน้องน้อยสุด ฮิฮิ) หลายคนกังวลใจกับความหนาวที่จะต้องไปผจญที่เกาหลี อยากจะขอให้คลายกังวลเถอะว่าพวกเราไปกันเป็นกลุ่มน่ะตั้ง35 คนหรือมากกว่ามิใช่หรือ คงไม่มีใครใจไม้ใส้ระกำปล่อยให้เพื่อนๆหนาวตายหรอกนะจะบอกให้ ถ้าหนาวมากๆเราก็เอาอย่างหมู่นกเพนกวินเป็น role model ดีไหม คือมันจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มและก็กอดหรือเบียดตัวใกล้ชิดกันเพื่อถ่ายเทความอบอุ่นให้กันและกัน ผมว่าน่าจะดีนะ กินกิมจิไป กอดกันไปเป็นกลุ่มๆ เพื่อละลายพฤติกรรม และการเสริมสร้างการทำงานเป็นทีม การสร้างเครือข่ายที่ใกล้คิด และการลดความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับบุคคล และบุคคลกับองค์การ เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง และสร้าง  brand image ที่ประธานอยากได้ และในที่สุดเราจะได้สุดยอดแห่งความปรารถนาคือ การมีความสุขในการทำงาน ไงครับ

  สุขสันต์วันทำงานวันพุธ

เทพวิทูรย์

ไม่มีรูป
45. Ravi One
เมื่อ พ. 27 ก.พ. 2551 @ 20:23
558963 [ลบ]

Dear Friends

I like Dr.Tep said about the talk yesterday from Dr. Sukum and JP. For JP although we had only 2 hrs with him but the workshop has helped us to think more about all activities we are doing. Since for the past, we have been working out to look at ourselves and to see which activity we should keep and which we should slow down or remove, every time after discussing (for the management team, I guess) we ended up with keep all activities since we all love each other so much. This time after learning from JP, we have all realised that we should put budget on the activities that are potential in term of business growth and market demand where as the activities that fell into "dogs" after analysing should be turning to outsourcing. We should be able to work out together when we get back to work, and may be it a tool for us to use it when the DSS is going to privatise.

A short message response to Dr. Tep, do you mean the cold weather at the place we are going next week, will be compensate by the 35 people cuddle up together, that will be fun for us. But you may get no response from someone (:-)  ( I am joking).

Bye every one,

R

ไม่มีรูป
46. อารี
เมื่อ ศ. 29 ก.พ. 2551 @ 08:49
560283 [ลบ]

สวัสดีคะ

    ในที่สุดเราทุกคนก็เรียนจบหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตรเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรางวัลที่จะได้รับคือไปเกาหลีในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ตอนได้รับโปรแกรมใหม่ๆมีความรู้สึกว่าทำไมเวลาที่อบรมมากเหลือเกิน แต่พอถึงวันจบมีความรู้สึกว่าจบแล้วหรือ ทำไมเร็วจัง เพราะตลอดเวลาที่เราอยู่ในหลักสูตรไม่รู้สึกเบื่อเลย ทำให้เวลาผ่านไปเร็วมาก พวกเราได้พบกับวิทยากรมืออาชีพทุกคน ที่ประทับใจมากที่สุดมีอยู่หลายคน ขอยกตัวอย่าง เช่น ท่านศาตราภิชาน ไกรฤทธิ์ ท่านพูดเรือง การตลาดให้เราเข้าใจง่ายมาก ขึ้นอยู่กับ stakeholder และองค์ ๕ ท่านรศ. อ.สุขุม เป็นวิทยากรที่พออ่านโปรแกรมการอบรมเห็นชื่อ อ. ก็รอคอยที่จะให้ถึงวันที่จะฟังอ.บรรยาย เพราะชอบอาจารย์จากรายการวิเคราะห์การเมืองในทีวีตั้งนานมากแล้ว และเราก็ไม่ผิดหวัง เพราะอ.นำเสนอการขัดแย้งที่ดีที่ควรจะมีในที่ประชุมเพราะจะได้มีความคิดหลากหลายในที่ประชุม และการตัดสินใจของผู้นำ ต้องถูกต้อง แต่จะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร เมื่อไรที่ไม่ถูกใจต้องถูกจังหวะ อ.กุศยา ก็ทำให้เราทราบว่าควรจะบริหารจัดการเงินอย่างไร อ.ลักขณาก็ทำให้พวกเราอยากมี brand image กัน อ. มนตรี เกียวกับการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะเกมส์หลอดกาแฟของอ. ถ้าไม่วางแผนและร่วมมือกันทำไม่มีวันสำเร็จ และอ.ร้องเพลงเพราะมากคะ ส่วนวิทยากรคนอื่นก็ดีทุกคนคะ  ถ้าเขียนทุกคน 10 หน้ากระดาษคงไม่พอคะ และบุคคลสำคัญที่เราจะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คะ ท่านอ.จิระ และท่านอวศ. ที่ทำให้มีหลักสูตรดีๆอย่างนี้คะและหวังว่าพวกเราจะมีหลักสูตรที่ดีอย่างนี้อีกในอนาคต

    พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิคะ

                                  อารี

 

ไม่มีรูป
47. อนุสิทธิ์
เมื่อ ศ. 29 ก.พ. 2551 @ 16:50
560829 [ลบ]

ผมเป็นคณะทำงานหมวด 3 ของ PMQA ว่าด้วยเรื่อง stakeholder และลูกค้าในอนาคต ผมสนใจการวิเคราะห์โดย BCG Matrix ของแต่ละกลุ่มเพื่อประกอบการพิจารณาลูกค้าในอนาคต จึงใคร่ขอความกรุณา (ใช่คำพูดตามที่ รศ.สุขุม สอน) สมาชิกในแต่ละกลุ่มที่จำผลการ workshop ของกลุ่มของตนเองได้ช่วยสงเคราะห์ด้วยครับ จักขอบคุณยิ่ง  

ไม่มีรูป
48. สันทนา อมรไชย
เมื่อ ส. 01 มี.ค. 2551 @ 22:41
562273 [ลบ]

 

 สิ่งที่ได้จากการอบรมนอกจากประทับใจในความสามารถของวิทยากรทื่มาบรรยายและถ่ายทอดประสบการณ์ให้พวกเราแล้ว  หลายคนคงจะประทับใจหนังสือในมุมหนังสือดีๆที่ทีมงานอาจารย์จิระจัดแสดงและให้เพวกรายืมไปอ่าน   เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจในมุมมองของผู้รู้ชั้นของโลก  ดูได้จากรายชื่อหนังสือที่มีการยืมไปอ่าน  แต่ในช่วงเวลาอันน้อยนิดนี้พวกเราคงจะอ่านได้ไม่กี่เล่ม   จึงใคร่ขอความกรุณาจากทีมงานอาจารย์จิระ ช่วยจัดทำรายชื่อหนังสือดีๆดังกล่าว เพื่อสำนักหอสมุดฯจะได้จัดหามาบริการกลุ่มนักบริหารให้ได้อ่านกันได้ ทั่วถึง  จะได้ช่วยให้ชาว วศ.เป็นผู้บริหารที่เก่งและประสบความสำเร็จและมีความสุข   และเป็นมืออาชีพกับเยอะๆ  และขอขอบพระคุณ ท่านอวศ ปฐม  ท่านรองธิดา และท่านผู้บริหาร   ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรเตรียมรองรับการเปลี่ยนแปลงของ วศ.  ขอบพระคุณอาจารย์จิระที่ให้กำลังใจพวกเราและพยายามให้มีนวัตกรรมของวศ. จากกลุ่มนักบริหารน้อย    เห็นด้วยกับที่ดร.เทพวิทูรย์ เสนอค่ะ

P
49. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ จ. 10 มี.ค. 2551 @ 14:44
570816 [