สิ่งสำคัญที่ผู้นำควรเรียนรู้เพิ่มเติม คือการมองภาพใหญ่
สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กรมวิทยาศาสตร์รุ่น 1 ที่รักทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดโครงการ "พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกรมวิทยาศาสตร์บริการรุ่นที่ 1" ให้แก่ข้าราชการระดับ 8 ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ หลักสูตรนี้เน้นในเรื่องการสร้างผู้นำ และผู้บริหาร เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สำคัญของการทำงานภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ที่
ผมขอถือโอกาสใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแลกเปลี่ยนกัน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์












.jpg)




Good morning. Thank U for this mean to say hello I ‘ll tell U that V all grad to join this course. Miss O
คาดหวังอะไรจากหลักสูตรนี้
1. ทำงานเป็นทีมที่ดี ไม่บ้าคลั่งกฎระเบียบ การอยู่ในกฎระเบียบนานเกินไป บางอย่างเป็นอุปสรรคในการให้บริการลูกค้าได้ดีที่สุด
2. ภาวะ การเป็นผู้นำ แต่ก่อนเคยเรียนมาแล้วก็กลับบ้านแล้วเลิกไป และ เรื่องการทำงานเป็นทีม อยากรู้เทคนิคในการเอาไปใช้ได้จริง
3. การเป็นผู้บริหารมืออาชีพอะไรคือการเป็นผู้บริหารมืออาชีพ อยากเป็นจุดนั้น อยากสร้างทีมงานขององค์กร
4. ต้องการให้เข้าใจว่าเราจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลง และต้องรู้วิสัยทัศน์ที่วางไว้ว่าไปไกลแค่ไหน สร้างแรงจูงใจกับผู้ตามให้ทำงานที่มีความสุข สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นทีม เพื่อสู่เป้าหมายที่ตั้งด้วยประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
5. พัฒนาลูกน้อง เรียนรู้การสร้างแรงจูงใจในระบบราชการ ทำให้ลูกน้องทำตามงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างดี การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
6. อยากได้หลักสูตรพัฒนาผู้นำอย่างนี้นานแล้ว เนื่องจากเมื่อก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้า ต้องมี Vision ที่ดี มีหลักในการบริหารงานที่ดี เรียนรู้ข้อบกพร่องในการเป็นหัวหน้า และอยากบริหารงานลูกน้องเพื่อทำงานให้ดี เพื่อให้องค์กรก้าวหน้า
7. กฎระเบียบ นอกจากเป็นอุปสรรคในการบริการลูกค้าแล้ว ยังเป็นอุปสรรคในการทำงานของพวกเรา ไม่มีปัญหากับการทำงานกับลูกน้อง สับสนระหว่างผู้นำกับผู้บริหารมืออาชีพต้องเดินไปด้วยกัน หรือไม่
8. อยากให้คนภายนอกรู้จักกรมวิทยาศาสตร์บริการให้มาก มีลูกค้ามาก มีรายได้มาก Support นักวิทย์ ในการทำงานด้านต่าง ๆ
9. การบริหารคน เพราะการทำงานร่วมกับคนอื่นปัญหาเยอะมาก โดยเฉพาะลูกน้องระดับเดียวกันทำงานไม่ค่อยได้ เถียงตลอด
10. งานวิจัยปัจจุบันเริ่มได้รับการให้ความสนใจมากขึ้น และได้รับทุนจากข้างนอก
11. อยากรู้จัก ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ว่าเป็นอย่างที่ ผอ.ปรีชา และคุณศักดา พูดถึงว่าอย่างไรบ้าง
12. คาดหวังตามวัตถุประสงค์หลักสูตร สำหรับวันนี้ตั้งแต่มีการคิดจะปรับเปลี่ยนองค์กร อยากให้มีความรู้ในการบริหารงาน บริหารคน ทำให้คนยอมรับการเปลี่ยนแปลง และทำงานอย่างมีความสุข
13. ท่านรองฯ อยากให้ทุกคนที่ผ่านหลักสูตรนี้ ให้มีความคิด และมีความสุขในการทำงาน ไม่คิดท้อถอย คิดเชิงบวก งานทุกงานเป็นประสบการณ์ของชีวิต สร้าง Competencies ที่สำคัญในการสื่อสารกับลูกน้อง คนที่สำเร็จในชีวิตต้องมีคนที่อยู่รอบข้างเป็นมือขวา ต้องรู้จักคน สามารถใช้คนให้เหมาะสมกับงาน
14. คุณปรีชา เนื่องจากทุกท่านเป็นคนที่เก่งอยู่แล้ว ถ้าได้เรียนรู้ในเรื่องการบริหารเพิ่มเติม ก็จะทำให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
15. คุณสุเวช การช่วยเหลือสังคมให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อยากให้ทุกคนแสดงพลังในการเอาความรู้ ความสามารถในตัวเองให้เกิดมากขึ้น อยากเน้นเรื่องการทำงานเป็นทีม เนื่องจากส่วนใหญ่เอาตัวเองเป็นหลัก การทำงานร่วมกันมากขึ้น โอกาสในการสร้างนวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงจะรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากมีการสร้างทีมในการทำงานเอง เน้นการทำตลาดมากขึ้น
16. ท่านเลขาฯ ผู้ที่เข้ารับการอบรมนำความรู้มาพัฒนาองค์กรตนเอง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป
17. อธิบดี ฯอยากให้มีวิสัยทัศน์มากขึ้น อยากให้วิทยาศาสตร์บริการ มีทีมขึ้นมา ให้ทุกคนมองภาพทั้งองค์กรคือทำงานร่วมกัน ไม่มองแค่หน่วยงานเล็ก ๆ หรือตัวเอง
18. ดร.จีระ Democracy of Idea , อยากให้ทุกคนอยู่ที่ราบสูงที่สูงกว่าที่ราบสูงเดิม
19. ถ้าเรียนแล้วสามารถปรับปรุงหรือนำความคิดต่าง ๆ ไปปรับใช้ได้ 3 ข้อ
1. ทำงานเป็นทีมของชาติ
2. ปรับพฤติกรรมการทำงาน
3. กฎ ระเบียบดีอยู่แล้ว แต่อย่าปรับให้ยากยิ่งขึ้น
20. ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องภาวะผู้นำ และบริหารจัดการ นำไปใช้กับกลุ่มงาน เนื่องจากแต่ก่อนไม่เคยมีการพัฒนาเขาให้เขาทำสิ่งใหม่ ๆ ดังนั้นจะนำความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ และสร้างแรงจูงใจให้กับกลุ่มงานพวกนี้มากขึ้น
21. ต้องการเทคนิคที่จะไปพัฒนาคน เพื่อทำงานด้วยความทุ่มเท และเสียสละ
22. อยากเป็นผู้นำที่ดี ที่ไปบริหารกลุ่มงานให้ทำงานมีประสิทธิภาพและความสุข นำความรู้ไปพัฒนาคนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
23. Know how to fish วิเคราะห์เป็น 1,2,3,4,5,6 ,…… จะทำอย่างไร
24. สามารถใช้สิ่งที่เรียนรู้บูรณาการให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กร ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน และคงความรักสามัคคีร่วมกัน
25. พัฒนาคน ตน งาน เพื่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน
26. อยากให้ทุกคนเป็นคนดี มีคุณภาพ
27. ตัวผู้เข้ารับการอบรม และองค์กร เรียนรู้การบริหารจัดการมีคุณภาพ ใช้ประโยชน์ได้จริง และสามารถเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก
28. กรมจะเป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้น
29. การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้บริหารที่ดีจากการจัดการกลุ่มงาน การพัฒนาเรื่องการสื่อสารระหว่างกลุ่ม และหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ ให้กลุ่มผู้บริหารในอนาคต สามารถสร้าง ต่อยอด เกิดนวัตกรรมในกรมวิทยาศาสตร์บริการ
30. ทุกคนมีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น เรื่องภาวะผู้นำรู้แต่ทฤษฎี ไม่รู้ปฏิบัติ มีกฎ ระเบียบเพื่อควบคุมคน แต่ต้องรู้จักใช้กฎระเบียบมาประยุกต์ด้วยความเร็วขึ้น เลือกคนดีในการบริหาร
31. ให้รุ่นนี้มีผู้นำระดับสูง มีประสิทธิภาพสูง สามารถพาองค์กรให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่รู้จัก ส่วนตัวอยากให้การเรียนในหลักสูตรสามารถนำกลับไปใช้จริง ๆ
32. เมื่อเรียนหลักสูตรนี้ อยากเป็นผู้นำ และผู้บริหารที่ดีขึ้น มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้บริหารระดับสูง เพื่อน และผู้ใต้บังคับบัญชา
33. การบริหาร และนำมาพัฒนาตนเอง มีวิสัยทัศน์ วิเคราะห์ดี พัฒนางาน และเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกรม
34. เริ่มต้นไม่ได้คาดหวัง แต่หลังจากที่ฟัง อยากให้ความคาดหวังของทุกคนเป็นจริง โดยดูจากแนวคิด การเปลี่ยนแปลงที่ง่ายสุดคือการเปลี่ยนแปลงตนเอง คิดนอกกรอบ คิดให้กว้างกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ อยากได้เครื่องมือจากอาจารย์ที่สามารถนำมาสู่การปฏิบัติจริง
35. ทำให้การทำงานเป็นระบบ มีคนยอมรับ และเชื่อถือจากหน่วยงานต่าง ๆ
36. เกิดพลังในการกระตุ้น และนำความรู้ พัฒนา สู่สังคม และวงการวิทยาศาสตร์ อยากเห็นการดำเนินการเชิงรุกที่เข้าถึงลูกค้าและบริการอย่างแท้จริง
37. ให้โครงการบรรลุความคาดหวังทั้ง 30 คน เพื่อเป็นตัวอย่าง และเป็นบทเรียนให้กับรุ่นต่อไป ทำให้กรมมีผู้บริหารเพิ่มขึ้นอีก 30 คน วัฒนธรรมองค์กรเดิมดีอยู่แล้ว และเพิ่มความเป็นผู้นำ จะทำให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น
38. เห็นความแตกต่างจากเดิม เรียนรู้อย่างสนุก พัฒนาให้เกิดตามวัตถุประสงค์ของผู้บริหารอย่างจริงจัง
สวัสดีค่ะท่านอ.จิระและวิทยากรทุกท่าน
ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้เข้าอบรม เริ่มวันเสาร์ที่2 กพ. ที่โรงแรมเฟลิกส์
ริเวอร์แคว รีสอร์ท กาญจนบุรี พิธีเปิด และปฐมนิเทศ และ LEARNING fORUM เรื่องทุนมนุษย์กับกรมวิทยาศาสตร์บริการในช่วงเช้าและ บ่าย มีเรื่องภาวะผู้นำ และการสร้างและบริหารทีมเพื่อปรสิทธิภาพ
ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้เรื่องนี้ ขอสรุปประเด็นบ้าง เพราะเวลาจำกัดดังนี้
ผู้นำต้องภาพใหญ๋และคำว่า Leadership คืออะไร
เรียนอาจารย์จิระ
ก่อนอื่นขอขอบคุณอาจารย์มากนะคะที่รับมาฝึกอบรมพวกเราชาววศ. พวกเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้ประเทศชาติมาโดยไม่ค่อยได้มีเวลารับรู้เรื่องอื่นภายนอก เพราะจะอ่านหนังสือพิมพ์ก็มีแต่เรื่องการเมืองที่น่าเป็นห่วง เรื่องอื่นๆที่มีแต่ทำให่เม่สบายใจ หรือมีแต่นวนิยายไร้สาระ ส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาจะใช้เวลาในการหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทาง internet การบังคับบัญชาลูกน้องก็มีปัญหาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้สึกว่าเด็กๆไม่ค่อยทุ่มเททำงาน ไม่ค่อยใฝ่รู้ แต่มาคิดอีกที สมัยเราอายุเท่าเขา เรามีภาระเรื่องครอบครัว เรื่องลูก ไม่ค่อยได้ทุ่มเทให้งานเท่าปัจจุบันที่ภาระหน้าที่ต่างๆเหล่านี้น้องลงแล้ว สิ่งที่ได้เรียนจากอาจารย์มีประโยชน์มากทำให้มีมุมมองกว้างขึ้น จะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนางาน และมาพัฒนาตัวเองในการปกครองลูกน้อง อยากจะเรียนกับอาจารย์ให้หลาย course กว่านี้ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ
จินตนา
ถึงเพื่อน ๆ ทุกคน
อยากจะบอกว่าเรียนวันนี้เป็นวันที่ 3 ได้เข้าใจซึ้งถึงคำว่าทำคนให้เป็นคน ขอขอบคุณ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคณะ
อรทัยเพิ่งประจักษ์คำว่า อรทัย จะปรับให้ตนเองเป็น Interdependent ได้อย่างไร
เรียนอาจารย์จีระ
ก่อนอื่นต้องขอ Happy Birthday อีกครั้ง ขอให้สุขภาพแข็งแรง และขอให้อาจารย์ทำหลักสูตรนี้ต่อ ๆ ไปนะค่ะ พวกเราชาว วศ กลุ่มที่เรียนกับอาจารย์ขอขอบคุณอาจารย์ทีรวบรวมวิทยากรระดับที่มีความรู้ และรู้จริง สอนสนุก ไม่เบื่อมาบรรยายให้นักวิทยาศาสตร์อย่างพวกเราได้เข้าใจค่ะ
แต่ละวันที่วิทยากรแต่ละท่านสอนพวกเราก็ได้สิ่งต่าง ๆ ใหม่ ๆ สะท้อนกลับไป แล้วอะไรที่ไม่ดีเราก็จะได้ปรับปรุงตัวเอง อะไรที่ดีก็จะได้ทำต่อไป วันนี้ก็ได้มีโอกาสดูรูปที่กาญจนบุรีตอนกลางคืน เสียดายอาจารย์กลับไปก่อน เราสนุกกันมากค่ะ
พี่หยี พวกเราเป็นกลุ่ม I เหมือนกัน เวลาเรียนแล้วง่วงนอนหันไปดูพี่หยีแล้วหายง่วง
รวิวรรณ เขียนแค่นี้ก่อนนะค่ะ อาจารย์ ตอนที่เขียนไม่มี hand out อยู่่ในมือ เลยจำชื่ออาจารย์ไม่ค่อยได้ ยกเว้นอาจารย์จีระ แต่อาจารย์ที่มาจากสวทช วันนี้ หัว bright มาก สมกับที่เรียนโท เอกสองปี รวิวรรณ สองอย่างรวมกันต้อง ห้าปีกว่าแนะ
ไปก่อนแล้วค่ะ ละครช่อง 3 ตอนจบวันนี้ค่ะ
รวิวรรณ ค่ะ
Dear Ajarn Jira and my friends
This is my second message for tonight, so I make it in English version to response Oratai since her first message is in English. First of all I would like to thank the Director of DSS (ท่านปฐม) for his kindness for allowing the 30 DSS head section staff to attend this workshop. At starting for the first, we are quite sure to say that all the course facilitators, of course, including Dr.Jira, are the right persons for their particular subjects.
I am sure by the end of this course, the DSS will have more qualified head sections with good leading skills.
For my friends, as I am in group 5, we have Dr. Tep who is always sit next to Urawan (oi), Pi Nat, Pi Arr, Dr, Rong and myself. We enjoyed workshop at Kanchanaburi and games. Every game has taught us something. Like the one that the instuctor gave us an A4 paper where there are number from 1 to 100 mixed around the paper. At first, each had to circle around the number starting from 1 to 100, and linked 1 to 2 to 3.... . The game started with one person and same amount of time, how many number each could do up to, the three people helping as a team doing the same task. Then 6-7 people. Our group found out that when 3 people worked, we could circled up to 46, but 7 people did not do any much better as we could do up to 51. So, what we have learnt is more people do not always mean more work establised.
The other game, we were each received a piece of straw (not sure spelling) the length about 1 inche. Each time also received a rubber ban. Then each person has to use the lips the hold each own straw. The first person who started the game place the rubber ban hanging over the straw, the first person had to pass this particular rubber ban to the second person, then to the third until the last. Unfortunately, this game did not work with our team as I and Oi had laughed like crazy. So I had to moved myself out of the game and watched the rest of my team playing, up to Dr. Rong, I saw her having problem with her glasses. Then it was time out and we did not success in this game. What they wanted to tell us, is to plan whatever we have to do, in this case, tall person not to pass to short person, person wearing glasses not to pass to who wearing glasses also.
As I said, apart from the lectures, even the games still teach us something.
Thank you for all instructors, Ajarn Jira, Ajarn Montri, and staff of Jira academy.
Thanks my frinds who have been nice to each other.
I will have to get back to soapy lakorn, it is ending today, see you next week ka,
Raviwan
ขอถ่ายทอดความรู้ที่พวกเราได้รับในวันเสาร์ต่อน่ะคะ
" ผู้นำควรเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องมองภาพใหญ่ " ทรัพยากรมนุษย์มีทฤษฎี 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง และทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า คนเป็นทรัพยกรที่มีค่าที่สุดขององค์กร และคือกำไร ไม่ใช่ต้นทุน และคำว่า ทุนมนุษย์นั่นคือ ทรัพยากรมนุษย์ในอดีตที่เราได้ยินคำนี้บ่อย และจากสำนวนที่ว่า
If you have fish, you can eat in one day and If you know how to get fish, you can eat fish lifetime. ช่างเป็นสำนวนที่ทีมีความหมายดีมาก
ทฤษฎี 4 L L1 = LEARNING methodology
L2 = Learning Environment
L3 = Learning Opportunity
L4 = Learning Community
และจากทฤษฎี HRDS :
Happiness, Respects, Dignity, Sustainability ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆของทฤษฎีสำหรับผู้นำที่ควรทราบเพื่อจะได้นำไปประยุกต์ ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ใครมีอะไร เพิ่มเติม กรุณาเล่าต่อคะ พี่แอ๊ะคะ ลปรร.
สรุปการฟังการบรรยาย ในวันที่ 6 ก.พ.2551 ของกลุ่ม 2 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์
ผู้นำกับการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร(Leader and Brand Image) Corporate public relations is the reputation of the entire company อาจารย์ลักขณา จำปา ได้บรรยายว่า ภาพลักษณ์ขององค์กรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของทั้งองค์กร ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและสื่อสารมวลชน ทำให้คนในสังคมต่างๆรับทราบ ข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้อย่างกว้างขวาง ทุกคนต้องการรับรู้ และมีส่วนเกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ ถ้าองค์กรใดมีภาพลักษณ์ที่ดีก็จะได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และการสนับสนุนร่วมมือให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน แต่ถ้าองค์กรใดมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ย่อมได้รับการต่อต้านและการดูหมิ่นเกลียดชัง ภาพลักษณ์จึงเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงขององค์การ ปัจจัยที่สำคัญต่อภาพลักษณ์องค์กร ได้แก่บุคลากร ไม่ว่าบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้รับโทรศัพท์ให้ข้อมูลข่าวสาร สถานที่ต้องสะอาดสวยงาม เป็นระเบียบ เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะห้องน้ำ ความสำเร็จที่โดดเด่นขององค์กรก็เป็นปัจจัยที่สำคัญของภาพลักษณ์
การสร้างภาพลักษณ์
1. สร้างให้เกิดความตระหนักในองค์กร2. สร้างความเชื่อถือ
3. เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลง ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์
4. เมื่อต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่ สินค้าและบริการใหม่ องค์กรใหม่5. เมื่อภาพลักษณ์ขององค์กรเกิดปัญหา ซึ่งปัญหาภาพลักษณ์ขององค์กรเกิดขึ้นจาก ลูกค้าผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และกลุ่มบุคคลที่สำคัญ
ขั้นตอนในการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
1. Defining CPR Problems การรวบรวมข้อมูล/ปัญหา และการวิเคราะห์เพื่อการบริหารงานประชาสัมพันธ์ เครื่องมือที่ใช้ คือ ความจริง การวิเคราะห์สถานการณ์ SWOT Analysis
2. Planning and Programming การสร้างแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ สิ่งไรควรทำ สิ่งใดควรพูด
3. Taking Action and Communication การนำแผนไปใช้งาน การปฏิบัติ การสื่อสาร
4. Evaluating the Program ประเมินผลการดำเนินงาน การตรวจติดตาม โดยวิธี Focus group, Servey, One on one Interviews
บทเรียนที่ได้
ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อความสำเร็จขององค์กร จากการฝึกอบรม จากความเห็นของ อาจารย์ลักขณา จำปา กรมวิทยาศาสตร์ไม่เป็นที่รู้จักทั้งๆที่มีงานที่สำคัญมากมาย บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ วิธีการสร้างภาพลักษณ์ 1. สำรวจเป้าหมาย2. สร้างการรับรู้ โดยปรับปรุงจัดทำโลโก้ที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองให้ชัดเจน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p>7 อุปนิสัยของผู้ทรงประสิทธิผลสูง(7 Habits of highly effective people) ปลูกความคิด ผลที่ได้คือการกระทำ ปลูกการกระทำ ผลที่ได้คืออุปนิสัย ปลูกอุปนิสัย ผลที่ได้คือคุณลักษณะ ปลูกคุณลักษณะ ผลที่ได้คือชะตาชีวิต-Samuel Smiles อาจารย์อดิสัย มนะเวส ได้แสดงให้เห็นว่า คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำงาน ถึงแม้ว่าระบบไอที หรือเครื่องมือดีอย่างไร หากคนไม่มีคุณภาพ การดำเนินงานก็ไม่สัมฤทธิ์ผล คนสามารถพัฒนาให้มีศักยภาพได้ และอธิบายถึง 7 อุปนิสัยที่พัฒนาคนให้มีศักยภาพเป็นผู้ทรงประสิทธิผลสูง โดยอาศัยแนวทางของ Stephen R. Covey สรุปได้ดังนี้ การพัฒนาศักยภาพของคน สามารถดำเนินการได้ 4 มิติ คือ1 Body มองดูที่ร่างกาย รูปร่าง ท่าทาง2 Heart มองดูที่สติปัญญา3 Mind มองดูที่จิตใจ อารมณ์4 Spirit มองดูที่จิตวิญญาณ หรือความมุ่งมั่นในการทำงาน 7 อุปนิสัยที่ใช้ในการพัฒนาศักยภาพของคน คือ ระดับพึงพาผู้อื่น (Dependence)
1 Be Proactive ให้เราใช้สติ คิด แล้วเลือกการตอบสนอง เรียกว่า Proactive คือ ให้มีสติในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เผชิญอยู่นั่นเอง คนมักไปกังวลกับสิ่งที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น Proactive สอนให้เราทำในสิ่งที่เราเลือกทำได้ให้มากที่สุด ทำตัวเราที่ทำได้ให้ดีที่สุด
2 Begin with the End in mind ก่อนที่เราจะทำอะไรให้เราคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายก่อน ว่าอยากให้เป็นอย่างไร แล้วจากผลลัพธ์ที่คิดในใจก็จะแปลเป็นวิธีการไปสู่จุดหมาย หากเราทำงานโดยที่ภาพสุดท้ายไม่ชัดเจน งานมันก็จะออกมาไม่ดี แต่ถ้าเรามีภาพสุดท้ายแล้ว ก็เหมือนมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะรู้ว่าเราต้องเตรียมอะไรอย่างไรบ้าง
3 Put First Thing First ก็คือ ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ก็จะมีคำถามต่อว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ เราต้องรู้บทบาทหน้าที่ของเราก่อน 1 คนมีได้หลายบทบาท เช่น พ่อ เพื่อน ลูก สามี ลูกจ้าง เจ้านาย พนักงาน ประชาชน ฯลฯ แล้วเราก็จะรู้ว่าในแต่ละบทบาทอะไรคือสิ่งสำคัญ แยกให้ออกระหว่าง สิ่งสำคัญ/ไม่สำคัญ งานเร่งด่วน/ไม่เร่งด่วน ถ้าเรารู้จักวางแผนดีๆ งานสำคัญไม่เร่งด่วนก็จะเยอะกว่างานด่วนและสำคัญ กับ งานด่วนแต่ไม่สำคัญ
ระดับพึงพาผู้ตนเอง (Independence)
4 Think win-win ในการทำงาน/ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คนส่วนใหญ่จะคิดแบบชนะหรือแพ้ ใครแพ้หรือชนะ จะเห็นได้ว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้น ทัศนคติแบบ ชนะ-ชนะ บอกไว้ว่า เรามีทางเลือกเสมอ และมีทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย เป็นนิสัยสำหรับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
5 Seek first toUnderstand then to be Understood คือเข้าใจเขาก่อนที่จะให้เขาเข้าใจเรา
6 Synergize หรือ ผนึกพลังประสานความแตกต่าง คนเรามักไม่ยอมรับความเห็นของผู้อื่น ถ้าเราเปิดใจยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้ นั่นย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง คนหนึ่งเลือก 1 คนหนึ่งเลือก 2 อาจจะมีทางเลือก 3 ที่ดีได้ เพราะการยอมรับในความแตกต่าง
ระดับพึงพาซึ่งกันและกัน (Interdependence)
7 Sharpen the sawแปลง่ายๆ ว่า ลับเลื่อยให้คมเสมอ ก็คือหมั่นเติมพลังให้ชีวิต ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ ด้านร่างกาย เช่น หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ด้านสติปัญญา เช่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้านอารมณ์ และด้านจิตวิญญาณ <p> </p>
ผมประทับใจ และขอขอบคุณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่อวยพรวันเกิดให้ผม ถือว่าเป็นวันเกิดที่ผมมีความรู้สึกที่ดีมากในวันหนึ่งครับ ซึ่งผมจะนำรูปที่ท่านอวยพรผม มาขึ้น Blog ด้วยครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ผมเปิด Blog ล่าสุด แล้วเริ่มมีความสุขที่เห็นผู้ส่ง Blog มา 10 กว่าคนแล้ว บางท่านเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะคุณรวิวรรณ
ะหว่างที่ไม่เจอกัน 4 วัน ผมอยากให้ทุกท่านนึกถึงว่าเราเรียนอะไรไปบ้าง และวันเสาร์อาทิตย์นี้ผมจะพาทีมงานไปปราจีนบุรี แต่รู้สึกไม่ Happy เท่าไหร่ เพราะเขาไม่ค่อยเข้าใจวิธีการเรียน แต่อย่างไรผมก็ไปช่วยเขา
ส่วนอีกเรื่อง ในวันเสาร์อาทิตย์ปกติผมจะมีสอน MPA ที่สวนสุนันทา ผมลองเข้าไปดูใน go to know ปรากฎว่ามีคน Click กว่า 600 คน ถือเป็นการสร้าง Inspiration ที่ดีครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จีระและเพื่อนๆทุกท่าน
รู้สึกเป็นความผิดที่ควรจะรีบทำการบ้านก่อนใครอื่นในฐานะที่เป็นประธานรุ่น แต่กลับช้ากว่าเพื่อนๆต้องขออภัยด้วย เท่าที่ผ่านมา (2-7 กพ. 51) จากการอบรมหลักสูตรนี้ยังไม่มีวิชาใดที่รู้สึกไม่ชอบ รู้สึกสนุกในทุกวิชา เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยคุ้นเคย หลายๆเรื่องเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่นักวิทย์ไม่รู้ และเป็นแง่คิดจาก outside in ซึ่งตัวเองตั้งใจว่าจะนำมาปรับใช้เลย หลายๆสิ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เราอาจไม่เคยเห็นตัวเอง การทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดที่ตัวเองยึดมาตลอด ขณะนี้คิดว่าผลงานหรือโครงการที่พวกเรา วศ.รุ่น 1 น่าจะช่วยกันทำสำหรับหลักสูตรนี้คือ การสร้าง brand image ของ วศ. เสนอผู้บริหารของกรม ไม่ทราบว่าเพื่อนๆคิดกันอย่างไร วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ
สวัสดีคะ
ดีใจมากที่ได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรนี้เห็นด้วยกับพี่จันทร์เพ็ญที่จะนำเรื่องการสร้าง Brand มาทำให้เป็นรูปธรรมในส่วนตัวเองก็พยายามอย่างมากที่จะนำความรู้ที่อาจารย์ทุกท่านถ่ายทอดให้อย่างไม่ปกปิดไปพัฒนาตนเองและกลุ่มงานฯ
Sawasdee ka,
I am so poor printing in Thai, allow me to use English instead. I'd like to share ideas. So far I feel so lucky, having opportunity to attend the course. What I like most, are the method to evaluate leadership , HRD and 7 habits. These are not only something new(for) me but also the attraction of the speakers. I have one opinion to contribute, the speakers should know our background and nature of scientist, therefore can teach something straigth to the point. I do not believe that the same protocal is fit for every carreer.However, It does not mean that the course must be changed, just to tell what I think.
สวัสดีค่ะอาจารย์และน้องๆ
เห็นด้วยกับประธานรุ่นโดยให้มีการสร้าง brand image ของวศ.เสนอท่านอวศ.โดยรุ่นที่1 จงช่วย ช่วยกันนะ
พรุ่งนี้เจอกันนะคะ
สวัสดี
สวัสดีค่ะอาจารย์ พี่ ๆ เพื่อน ๆ
เรื่อง brand image เห็นด้วยแน่นอนค่ะ แต่เราก็ทำกันมานานแล้ว ก็คงต้องทำต่อไป แน่นอนที่สุด ทุกคนต้องช่วยกันอยู่แล้วค่ะ และทาง PT ทุุกคนพยายามทำดีที่สุดที่จะให้ วศ. เป็นที่รู้จักค่ะ และพวกเรา รุ่น 1 ทุกคนด้วยค่ะ สู้ค่ะ
อาจารย์จีระ ไปปราจีนบุรี เสาร์ อาทิตย์ ไม่ทราบพรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังหรือเปล่าค่ะ ว่าสนุกไหมค่ะ
ส่วนพี่ ๆ เพือน ๆ ที่เป็นหวัดตอนนี้หายหรือยังค่ะ เรายังไม่หายดี พรุ่งนี้เจอกันค่ะ อย่างที่พี่ปิ๊กบอก
Ravi One
สวัสดีค่ะอาจารย์
สิ่งที่ได้รับและเป็นเรื่องสำคัญ คือ การได้รับการเรียนรู้วิธีการสรุปประเด็นสำคัญในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งอาจารย์ได้ให้วิธีคิด เกี่ยวกับการจับประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปขยายผลและประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป เพราะสิ่งที่รู้ทุกเรื่อง ในบริบทที่ต่างกัน อาจใช้กันตรง ๆ ไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ต้องประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทนั้น ๆ จึงใคร่ขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะ และจะพยายามนำสิ่งที่ได้รับเหล่านี้ไปขยายผลในการปฏิบัติงานค่ะ
---
จรรยา
ผมไปที่ปราจีนบุรีเพื่อไปจัดการเรียนรู้เรื่อง HR for Non HR ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับการเรียนรู้ประมาณกว่า 80 คน เป็นตัวแทนมาจากหลาย ๆ ฝ่าย โดยเน้นให้แต่ละบุคคลเข้าใจถึงศักยภาพในการพัฒนาคน และเห็นความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ว่ามีความสำคัญในทุก ๆ ส่วนขององค์กร ไม่เฉพาะด้าน HR เท่านั้น ซึ่งโครงการนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการเรียนรู้ที่ ปราจีนบุรี ณ โรงแรมทวาราวดี มีการปฐมนิเทศ และบรรยายเรื่อง HR ในภาพรวม และเรื่อง Change Management เพื่อให้เห็นมุมมองในภาพกว้าง ส่วนที่สอง จะเป็นการเรียนรู้ในกรุงเทพฯ จำนวน 2 วัน เน้นเรื่อง การปรับกระบวนทัศน์ในการทำงาน การทำงานในยุคโลกาภิวัตน์ ที่เน้นเรื่อง การทำงานเป็นทีม การคิดนอกกรอบ การเจรจาต่อรอง การทำงานเพื่อความสุข และมีการทัศนศึกษาและดูงานที่ต่างจังหวัดอีก 1 วัน
ซึ่งหลังจากที่ผมได้ไปที่ปราจีนบุรีมานั้น ผมสังเกตว่า
1. เขาตั้งใจฟัง
2. จะมีโครงการต่อเนื่องอีก 3 วัน เป็นการสร้างความต่อเนื่อง
3. ได้รู้จักกันมากขึ้น
4. ได้สำรวจว่าเป้าหมายของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คืออะไร
จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีค่ะ อาจารย์จีระ พี่ ๆ เพื่อน ๆ
วันนี้ตอนเช้าได้เรียนเรื่อง การเงินสมัยใหม่และหลักการบริหารความเสี่ยง ได้ความรู้ตั้งแต่การบริหารการเงินของตนเอง ตั้งแต่การใช้บัตรเครดิตอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด การกู้เงินดีหรือไม่ดี และอื่นๆ ซึ่งใช้ในชีวิตประจำวันได้ จนถึงการบริหารการเงินขององค์กร ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ พวกเรานักวิทยาศาสตร์ไม่รู้มาก่อน แต่มีบางท่าน ก็บริหารการเงินเก่งอยู่แล้ว และมีประสบการณ์ ส่วนตอนบ่าย เป็นเรื่อง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก ทำให้เราเรียนรู้การเปิดใจกว้าง คิดทางบวก ให้คิดก่อนจะพูด อาจารย์ทั้งสองท่านมีวิธีและมีเทคนิคการสอนที่ไม่เบื่อ สนุกสนานค่ะ ต้องขอบคุณอาจารย์จีระ และทีมงานที่เชิญอาจารย์ที่เชี่ยวชาญมาสอนพวกเราค่ะ ก่อนจะจบ เพื่อหันไปดูละคร จำเลยรักต่อ ขอฝากถามพี่ ๆ เพื่อน ๆ ว่าใครหยิบ hand out ของเราติดไปบ้าง เพราะจด note ของอาจารย์ กุศยา ไว้ ขอคืนด้วยค่ะRavi One
12 Feb 2008