ขอความร่วมมือและแจ้งแนวทาง สำหรับเขียนบันทึกและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองอย่างสันติและสมานฉันท์
อ่าน: 1269
ความเห็น: 108

Learning Organization กฟภ.รุ่น 3

ผมอยากให้ทุกท่านเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สวัสดีครับชาว Blog และ ลูกศิษย์ กฟภ.

         

          สวัสดีครับ ชาว Blog และลูกศิษย์ กฟภ.

ผมยินดีมากที่วันนี้ได้เดินทางมาที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อทำการเรียนรู้เรื่อง Learning Organization ให้กับ กฟภ.รุ่นที่ 3 และผมหวังว่าลูกศิษย์ทั้งสองรุ่นจะเข้ามาร่วม Share ความรู้กันนะครับ

ขอบคุณครับ

                                          จีระ หงส์ลดารมภ์

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: lo รุ่น 3
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: พฤ. 20 มี.ค. 2551 @ 15:07 แก้ไข: ส. 29 มี.ค. 2551 @ 12:54

ความเห็น

91.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:08
#588181 [ ลบ ]

นายพิพัฒน์  สดใส  หฝ.ฟฟ.  กฟจ. สกลนคร

 

1. ควรมีการจัดตั้งงบประมาณประจำปีในการดำเนินการเกี่ยวกับห้องสมุดประจำ กฟฟ.

2. ได้รับทราบวิธีการเรียนรู้และรู้จักนำมาใช้งานและประยุกต์ใช้กับองค์กร

3. เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นที่เป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง

4. แนวความคิดของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทฤษฎี 4L’s, 8 K’s เป็นหนทางที่จะนำมาประยุกต์ใช้งาน และใช้กับชีวิตประจำวัน

5. ต้องการให้ กฟภ. จัดพนักงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับองค์กรการเรียนรู้โดยเฉพาะไม่ใช่เป็นงานฝาก (ทุกจุดรวมงานควจะมี)

6. การเรียนรู้ที่ดีควรจะเริ่มจากครอบครัวเป็นอันดับแรก

7. การเรียนรู้จะต้องทำกันอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนา

8. ช่องทางในการเรียนรู้ควรเข้าถึงได้อย่างสะดวก

9. การเรียนรู้ควรมีการจุดประกายแนวความคิดเพื่อให้เปลี่ยนพฤติกรรมมาเกิดการเรียนรู้

92.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:09
#588184 [ ลบ ]

นายศักดิ์ชัย  พิมพ์รรค์   หผ.วต.  กฟจ.ขก.

 

    ได้ความรู้ในการอบรมสัมมนา ครั้งนี้ ซึ่ง กฟภ. ไม่เคยจัดส่งวิทยากรระดับ แนวหน้าของระดับประเทศมาให้ความรู้กับพนักงานชั้นล่างถึงเวลาในอบรมสัมมนาจะมีเพียงแค่ 1 คน ก็สามารถที่จะเก็บความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงาน และยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี

ข้อฝากจะนำเสนอ อ.จีระฯ

    1. การทำธุรกิจเสริม กฟภ. ควรจะพิจารณาแรงจูงใจให้กับพนักงานเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปอร์เซ็นต์ในการทำธุรกิจเสริม การเพิ่มเปอร์เซ็นต์เงินเดือนให้พนักงานหรือทีมงานหรือหน่วยงานที่หารายได้เสริมให้กับ กฟภ.

    2. งานขยายเขตจำหน่ายให้กับผู้ใช้ไฟเฉพาะราย (เพราะปัจจุบันมีบริษัท เอกชนเข้ามาแข่งกับหน่วยงาน กฟภ. อย่างรุนแรง)

    ถ้าหากพนักงานหรือทีมงาน กฟภ. ใดสามารถทำรายได้จากงานเป็นเงินจำนวนมาก ผู้บริหารควรเพิ่มแรงจูงใจไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้หรือเปอร์เซ็นต์เงินเดือนให้กับเขาเหล่านั้น

    3. ธุรกิจป้ายโฆษณา (ป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้า, กล่อง Light Box ในสำนักงาน ก็ควรจะมีแรงจูงใจเหมือนข้อ 1. บ้าง)

   4. ฝากอาจารย์นำเสนอผู้บริหารเกี่ยวกับระเบียบนโยบายของ กฟภ.ให้เอื้อเพื่อการแข่งขันกับบริษัทเอกชนที่เข้ามาแย่งงาน  กฟภ. ที่อยู่ส่วนภูมิภาคจะได้แข่งขันเอกชนได้

93.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:19
#588193 [ ลบ ]

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

จากการประชุมโครงการ Learning Organization Awareness

ได้บทเรียนหลายประการดังนี้

1.       ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากและไม่สามารถพยากรณ์ได้

2.      คนเราจะมีการศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะจากวิธีการอ่าน

3.       การรับฟังจากบุคคลอื่นไม่สู้การปฏิบัติเอง

4.       การเรียนรู้พื้นฐานต้องมาจากครอบครัว คือเป็นแบบอย่างให้กับลูก ๆ

5.      เป็นการจุดไฟกับผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อที่จะศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ปกติทำงานประจำก็เหนื่อยแล้ว

6.       ได้รับทราบแหล่งความรู้จากระบบ Electronics หรือในระบบ Internet หรือ Intranet ด้วย

7.       ได้รับทราบแนวการจัดคุณความรู้ เช่น ทฤษฎี 4L’s หรือ 8K’s และ ทฤษฎีของ Peter Senge

8.       ได้รู้จักกับ ศ.ดร.จีระฯ คนดังแห่งวงการศึกษาของไทย

 

 

94.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:28
#588203 [ ลบ ]

นายทวีชัย  มาตราช กฟส. มัญจาคีรี

 

อบรมวันนี้ได้ความรู้ จาก ดร.จีระฯ

1.       ได้ข้อคิดวิธีการหาความรู้แบบต่าง ๆ เช่น เรียนรู้จากหนังสือ, ค้นคว้าด้วยตนเอง, ฝึกอบรม

 

 

2.      ได้เปิดหูเปิดตาให้กว้างขึ้นจากหน่วยงานตัวเองที่แคบเมื่อได้มาอบรมเสริมความรู้ครั้งแรกก็รู้ว่าความรู้ไม่มีสิ้นสุดมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

 

 

3.      ได้แง่คิดพัฒนาตนเอง พัฒนาครอบครัวตนเองให้ดีขึ้นในการเรียนรู้, พัฒนางาน กฟภ. ต่อไปไม่ต้องรออีกต่อไป

 

 

4.   มีตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จได้ประสบการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกันทำให้เราคิดนำในสิ่งที่ดีของแต่ละคนมาประยุกต์กับตนเองและกับหน่วยงานได้

 

 

5.       มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและได้แสดงออกทำให้โลกกว้างขึ้น

 

 

ข้อเสนอแนะ

 

1.       ตัวอย่างที่ยกมามีแต่ประสบความสำเร็จที่สูง ไกลกับความจริงของตัวเองและผู้อื่น

 

 

2.       ควรหาผู้ที่ล้มเหลวไม่สบผลสำเร็จมาเป็นตัวอย่างบ้าง คือทำอย่างไรได้อย่างไรหรือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วทำให้มองเห็นภาพได้จะไม่เกิดความท้อแท้ในการใฝ่เรียนรู้

 

 

3.       คนเราต้องขัยนอย่าขี้เกียจอยากรู้อยากเห็นกล้าถามและอย่ายอมแพ้ และใครดูถูกเรา อย่าโกรธเขาในทางกลับกันต้องขอบคุณเขามากและจะเกิดการต่อสู้เกิดแรงบันดาลใจต่อสู้ในวิธีการต่าง ๆ เพื่อเอาชนะคำดูถูกเขาโดยการใฝ่รู้ เรียนรู้จุดอ่อนของตนเองเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองมีจุดแข็ง เก่งเอาตัวรอดไปในทางที่ดีขึ้น เกิดการพัฒนาเรียนรู้ต่อตนเองได้และต่อผู้อื่นด้วย

95.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:32
#588207 [ ลบ ]

นายเกรียงศักดิ์

หผ.ปบ.กฟล.นพ.

 

เรียน       .ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

 

                ในการอบรมการเรียนรู้ครั้งนี้ผมได้ความรู้ไปปฏิบัติในการทำงานมาก ขอเสนอแนะให้ผู้บริหารระดับแผนกอบรมอย่างต่อเนื่องศึกษาดูงานในประเทศ และต่างประเทศเพื่อให้ทันต่อโลก เพื่อจะได้มาพัฒนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของเราให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับหน่วยงานอื่นๆ ท่านผู้ว่าการเดินมาถูกทางแล้ว(หลักสูตรการเรียนรู้) ตามที่ท่านให้ไปดูงานที่ประเทศจีนผมสนับสนุนโครงการนี้ อย่างน้อยพวกผมจะมีประสบการณ์ใหม่เพิ่ม

 

96.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:33
#588209 [ ลบ ]

นางศรันยา   หผ.บป.กฟอ.

20 มี.51

 

ในการรับฟัง คำบรรยาย " L.A.O "

 

ได้รับความรู้ความเข้าใจว่าในการปฏิบัติงานให้ได้ดีบรรลุเป้าหมายนั้น ตัวเราเองจะต้องใฝ่หาความรู้ให้กับตนเองให้มากที่สุดทั้งความรู้ในการปฏิบัติงานและความรู้ทั่วไป นำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้เพื่อนพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชา ทราบถึงความสำคัญในการแสวงหาความรู้ อันเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติงานเพื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกันถ้านำมาประยุกต์ในการปฏิบัติงานก็คือ จะทำอย่างไรให้การไฟฟ้าได้กำไรให้มากที่สุด ซึ่งการปฏิบัติงานจะบรรลุได้ด้วยความร่วมมือการทำงานแบบเป็นทีม ทำให้เห็นว่า ทุกๆคนในหน่วยงานเดียวกันมีความสำคัญหมด ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดๆ  หากช่วยกันทำงานสร้างกำไรให้ กฟภ.ได้มากเท่าไหร่ ผลตอบแทนก็จะกลับมาสู่ตนเองมากเท่านั้น การใฝ่หาเรียนรู้จะอยู่คู่กับตัวเราตลอดไป

97.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:34
#588211 [ ลบ ]

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

               

                จากการรับฟังวิทยากรบรรยายในเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรุ้ ซึ่งวิทยากรได้เน้นให้ผู้ร่วมรับฟังมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ในแง่ต่างๆแต่อยากจะให้วิทยากรช่วยแก้ปัญหาในองค์กร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่คู่กับหน่วยงานต่างๆมานาน(ประมาณ 80 เปอร์เซ็น) คือพนักงาน กฟภ.บางหน่วยงานมีพัฒนาการเชื่องช้าสาเหตุจากผู้บริหาร ใช้วิธีการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ โดยเอาความคิดของตนไปครอบงำความคิดของพนักงาน ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้การแก้ปัญหาและนำวิธีการใหม่ๆมาใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้รับการเรียนรู้หรืออบรมนอกจากเด็กของผู้บริหาร ซึ่งวิธีการนี้มีอยู่คู่กับหน่วยงานมานานอันจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา กฟภ. ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ อีกประการหนึ่งคือ พนักงานที่ได้ไปรับการอบรม และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ขยายผลต่อพนักงานผู้อื่นแต่ปรากฏว่าไม่มีการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่น ต้องให้ไปอ้อนวอนให้สอนความรู้ให้จึงเกิดความท้อแท้ ปฏิบัติงานไปอย่างขอไปที ดังนั้นจึงได้ขอให้วิทยากรช่วยนำปัญหานี้เสนอกับผู้บริหารเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

98.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:34
#588212 [ ลบ ]

นางลมัย   หผ.บง.กฟส..น้ำพอง

21 มี.. 51

 

กราบเรียน     ท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์

 

                จากการได้ฟังท่านบรรยายแล้วในวันนี้ ทำให้ได้รับความรู้อีกระดับหนึ่งที่จะนำไปพัฒนางานพัฒนาบุคคลากรในหน่าวยงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันเพื่ออบรมลูกหลายที่บ้าน ท่านได้รับชื่อเสียง ได้เงินใช้ กฟภ.มีความเจริญก้าวหน้า ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรือง จากการที่ได้รับฟังท่านบรรยายในวันนี้ แล้วนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน อีกส่วนหนึ่งคือท่านได้รับบุญจากการบรรยาย เพราะทำให้ท่านมีความสุข และคนฟังไม่รู้เบื่อเพราะสังเกตุจากหลายๆท่านไม่ง่วงนอน การเรียนรู้แบบนี้ยังไม่เคยได้รับฟังที่ไหนมาก่อน ขอปรบมือให้ท่านดังๆด้วยคะ และขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีอายุยืนยาว เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้มาเผยแพร่ต่อไป

99.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:36
#588217 [ ลบ ]

นายสุรัท บุณยแต่ง

 

เรียน       ท่านอาจารย์จีระ

               

จากการสัมมนาในครั้งนี้กระผมได้รับความรู้ในการเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ จากทฤษฎีต่างๆทำให้รู้ว่าตัวเราเองมีการเรียนรู้อยู่เหมือนกันแต่มองไม่ออกเท่านั้น หลักทฤษฎี 4L's ของอาจารย์นั้นผมชอบมากๆ ชอบตรงที่มีเหตุผลมีที่มาที่ไปทำให้ตระหนักได้ว่าการที่จะให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีการเรียนรู้ได้ดีนั้นต้องมาวิเคราะห์ 4L's และกฎของ Peter Sange ในขณะเดียวกันต้องใช้ทฤษฎี 2R's คือ มองความจรงและต้องตรงประเด็นเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรอย่างแท้จริงและนำไปพัฒนาการทำงานการบริหารกับประชาชน

                ควรจะให้ความรู้กับพนักงานโดยให้มีวิธีการเรียนรู้ , บรรยากาศการเรียนรู้, โอกาสการเรียนรู้, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ การเรียนรู้มีมากมายจากหนังสือ ประสบการณ์ IT การยอมรับฟังความคิดเห็นใหม่ของทุกคนนำไปปรับปรุงใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                หากเราหยุดอยู่กับที่เท่ากับเราถอยหลัง หากเราไม่เดินเท่ากับเราหยุดอยู่กับที่ หากเราวิ่งเท่ากับเราทันโลก ความรู้ที่ไม่หยุดนิ่งย่อมไม่ทอดทิ้งให้บุคคลล้าหลัง

100.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:37
#588219 [ ลบ ]

นายพิชัย ลือฤทธิพงษ์

 

วิเคราะห์ ดร.จีระ

 

-          เป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้ด้านวิชาการได้เป็นอย่างดี

-          ข้อมูลประกอบการนำเสนอและได้รับความรู้ได้ดี

-          ผู้เข้ารับการอบรมให้รู้ถึงเบื้องต้นแห่งการเรียนรู้ และสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้

-       ปัญหาใหญ่ๆเหมือนกับท่าน ดร.จีระพูดถึง คือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ทำให้เป็นปัญหาในการพัฒนาการเรียนรู้ แต่อย่างไรก็ตาม จะกลับไปพัฒนารณรงค์ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา รักการอ่านให้มากขึ้นกว่านี้ให้ได้ครับ

101.
P
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 14:44
#588232 [ ลบ ]

ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

ผมขอแสดงความยินดีกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จังหวัดอุดรธานีกว่า 100 คนที่แสดงความสนใจทำให้ผมเองและทีมงานมีความหวังมากขึ้นที่จะทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อไปและครั้งต่อไปก็จะจัดที่จังหวัดอยุธยา และจะนำเรื่องเสนอผู้ใหญ่

102.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:29
#588517 [ ลบ ]

กลุ่มที่ 5

 

1)      ทั้งสองคนมีการเรียนรู้อย่างไร

2)      ทั้งสองคนมีความเหมือนและต่างกันอย่างไร

3)      นำประโยชน์มาใช้กับ กฟภ. 3 หัวข้อ

ตอบข้อ1  โป๊ะเช๊ะ โดนใจ

-          เรียนรู้จากการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า ด้วยตัวเอง

-          เรียนรู้จากสถาบันครอบครัว

ตอบข้อ2  เหมือนกัน

 

1.1    มีสถาบันครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดี พ่อ - แม่ รักการอ่าน, สนับสนุนลูก

1.2    ชอบอ่าน และศึกษาด้วยตนเองตลอดเวลา สนุกในการอ่าน - เรียน

1.3    ทำงานไม่ยึดติดกับตำแหน่ง, เงิน

1.4    เขียนหนังสือ

1.5    เข้าใจและปรับเปลี่ยนแนวคิดตามการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นต้องศึกษา

1.6    รักอาชีพที่ตนเองชอบ ต่าง

-          การประกอบอาชีพ

-          ดร.ปุระชัย อ่านหนังสือชีวประวัติ ประวัติศาสตร์(แบบอย่างบุคคลในอดีต)

-          ดร.จีระ อ่าน สงคราม การเมือง ผู้นำ (ค้นคว้าด้วยตนเอง)

-          ดร.ปุระชัย มีการเตรียมพร้อมก่อนแต่งงาน

ตอบข้อ3

                ทุกคนสามารถจะหาความรู้ เรียนรู้ได้ตลอด โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาสูงๆ หากรักการอ่าน-เรียนรู้ สามารถประสบความสำเร็จได้แล้วนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้ต้องมีจิตสำนึกที่ดี-มีเมตตานำพาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และมีความสุขในการทำงานซึ่งวิธีการทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ ของ กฟภ.ดังนี้

1)      ทำการวิจัย โดยนำทฤษฎีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4L, 8K, 5K

-          ขนาดองค์กร ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป

-          พนักงาน       - 1. สิทธิ                                                - 3. ส่งเสริมการเรียนรู้

- 2. การคัดเลือกบุคลากร   

-          การบริการ

2)      ห้องสมุด กฟภ. ควรมีหนังสือชีวประวัติของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต นักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้พนักงาน กฟภ. 

2.1 คิดเป็น เข้าใจสถานะขององค์กร

2.2 เราจะขับเคลื่อนองค์กรไปทิศทางใด

-          ป้องกันคู่แข่ง

-          อยู่ได้ในปัจจุบัน

-          อยู่ได้ในอนาคต

2.3 วิเคราะห์ - แก้ไขปัญหา

ข้อคิดที่น่าคิด

-          99% เกิดจากหยาดเหงื่อแรงงาน 1% เกิดจากพรสวรรค์

-          การถือศีล 5 จะเกิดธรรมะในจิตใจ

-          ไม่ควรเก็บสิ่งไม่ดีไว้ในใจ

-          สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญอย่างยิ่ง

-          ประสบการณ์ที่ล้มเหลวเป็นสิ่งที่เจ็บปวด

·       แต่สิ่งที่ล้มเหลวกับเป็นครู / ประสบการณ์ของชีวิต

·       ทุกคนให้หมดกำลังใจได้ แต่อย่าท้อแท้

103.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:41
#588529 [ ลบ ]

นายไชยยา รักษ์พงษ์สิริ วฝก.7 กฟจ.นครพนม

21 มี.. 51 / 15.00 .

เรียนท่าน   อาจารย์ ศ.ดร.จีระ ที่เคารพ

1)    เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา กฟภ.ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างระบบไฟฟ้า กฟภ.น่าจะตั้งโรงงานผลิต Hard Ware จำพวก Bolt ต่างๆเพราะ กฟภ.ใช้มากที่สุดไม่ต้องผลิตให้ใคร ทำเหมือนการตั้งโรงผลิตภัณฑ์คอนกรีต

2)    การเช่ารถยนต์มาใช้งานในการไฟฟ้าฯ เป็นเรื่องที่ดีแต่อยากขอให้มาเช่ารถยนต์แก้กระแสไฟฟ้าขัดข้องจะดีกว่า และ กฟภ.น่าจะได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่ากว่าการเช่ารถยนต์ประเภทอื่นๆ

3)      ค่าไฟฟ้าสาธารณะเพื่อสังคม ควรจะผลักดันให้ กฟผ. เป็นผู้รับผิดชอบค่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดเพราะถือว่าเป็นผู้ผลิต

4)    ปัจจุบันมีข่าวการขโมยสิ่งของของทางราชการไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าเป็นจำนวนมากส่วนหนึ่งมาจากทีมงานก่อสร้างของ กฟภ. และผู้รับจ้างเหมาค่าแรงก่อสร้างระบบจำหน่าย เห็นควรมาตราการ และการตรวจสอบเรียกคืนจากผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างอย่างจริงจังและเด็ดขาดจะทำให้ กฟภ.มีวัสดุอุปกรณ์คืนเข้าคลังจำนวนมากและงานก่อสร้างที่ปัจจุบันขาดอุปกรณ์อยู่จะได้เดินหน้าได้

104.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:42
#588530 [ ลบ ]

นายประมาณ อินทรสำราญ ผจก. กฟภ. . นายูง จ.อุดรธานี

.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หลักสูตร พัฒนาบุคลิกภาพ และพัฒนาศักยภาพมนุษย์

วิเคราะห์ การสนทนา ระหว่าง ดร.จีระ กับ ดร.ปุระชัย ตั้งข้อสังเกต ดังนี้

1)      ได้รู้และเข้าใจทฤษฎี 4L's

-          ต้องมีวิธีการเรียนรู้ (Learning Methodology)

-          ต้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้(Learning Environment)

-          ต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนแห่งการเรียนรู้(Learning Communities)

2)    ได้เข้าใจและได้รับทุน 8 ประการ (8K's) จากการทำความเข้าใจของทุนทั้ง 8 ประการ ทำให้กระผมจับประเด็น และสรุปได้ว่าการที่นมุษย์มีทุนติดตัวมาอยู่แล้วประกอบกับได้รับองค์การเรียนรู้จาก อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เพิ่มเสริมให้จุดประกายได้กระตุ้นตนเองให้ต่อสู่ต่อไปให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ให้เรียนรู้ตลอดชีวิต และนำเอาความรู้ประสบการณ์จากการเรียนรู้ไปปรับและประยุกต์พัฒนาองค์กรใน กฟภ.

3)    จากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พูดเรื่อง ความยั่งยืน คำว่าความยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะมีความยั่งยืนได้จะต้องมีความเข้าใจการเรียนรู้ การค้นหาความรู้ อย่างจริงจัง รู้จริง นำเอาความรู้นั้น มาพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กรในลักษณะมีเหตุมีผล สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้มีความพอดีพอประมาณจึงจะส่งผลให้เกิดความผาสุขต่อตนเองต่อองค์กร และประเทศชาติในที่สุดจะให้ยั่งยืนต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรักษามาตรฐานให้ได้

105.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:43
#588532 [ ลบ ]

สุนันท์ โสดาวิชิต ชจก.กฟอ. พังโคน จ.สกลนคร กฟจ.1

21 มี.. 51

1)      ทั้ง 2 ท่านมีวิธีการเรียนรู้ อย่างไร

1.1    เริ่มต้นจากสถาบันครอบครัว

1.2    ทั้ง 2 ท่าน รักการอ่าน เรียนรู้ด้วยตนเอง

1.3    เรียนรู้ศึกษาจากชีวประวัติและบุคคลสำคัญ

1.4    เรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ตลอดชีวิต

2)      ทั้ง 2 ท่านมีความเหมือนกันคือ

2.1 เรียนรู้จากสถาบันครอบครัว มีครอบครัวที่อบอุ่น

2.2 เรียนรู้จากวัฒนธรรม ของครอบครัวที่เหมือนกัน

3)      นำมาประยุกต์ใช้กับ กฟภ.

เนื่องจากทั้ง 2 ท่านมีวัฒนธรรมการเรียนรู้จากสถาบันครอบครัวจนประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง ทำประโยชน์ให้กับสังคม กฟภ. เหมือนเป็นครอบครัวเป็น พ่อ แม่ ของพนักงาน ต้องสอนลูกๆ คือ พนักงานนำความรู้ไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ พนักงานนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับการบริการกับลูกค้าให้ได้รับการบริการที่ดีมีคุณภาพ

การที่ กฟภ.จัดการฝึกอบรมหลักสูตรนี้เดินมาถูกต้องแล้ว ซึ่งผู้บริหาร กฟภ.ต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสำเร็จ

ที่จะทำเป็นอันดับแรก

1)      นำความรู้ที่ได้ไปใช้กับพนักงาน

2)      ปรับปรุงห้องสมุดที่มีอยู่ให้ทันสมัย

106.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:43
#588534 [ ลบ ]

นายสนธิ อนุญาหงษ์  ผู้ช่วยผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.นครพนม

จากการเรียนรู้ ความตระหนักในองค์กรแห่งการเรียนรู้ จาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ผมได้ศึกษาจากทฤษฎีจากหลายสำนัก 4L's ของอาจารย์ 8K's , 4K's โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทฤษฎีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ซึ่งไม่ล้าสมัย ผมได้ทราบจากทฤษฎีและประสบการณ์ในการทำงาน กฟภ. ขอเสนอแนะว่า หากจะพัฒนา กฟภ. ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ไว้แล้วจะต้องพัฒนาโดยการสร้างองค์การ และระบบการบริหารจัดการ มีความสำคัญควบคู่ไปด้วยคือ

ในปัจจุบันการไฟฟ้าสาขาย่อย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอต่างๆมีผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ 3 - 5 คน ปัจจุบัน กฟภ. ไม่ได้กระจายอำนาจให้ หรือมีอำนาจแต่ก็ไม่สามารถสั่งจ่ายเงินได้เพราะไม่มีระบบบัญชี จึงถือว่า กฟผ.ดังกล่าวทำงานได้ไม่เต็มที่ หากจะให้ดีกว่านี้ควรพิจารณา กฟผ.ที่อยู่ห่างกันไม่เกิน 80 กม. ยุบรวมแล้วตั้งเป็นการไฟฟ้าสาขา ที่มีอำนาจควบคุมและสามารถบริหารจัดการได้เบ็ดเสร็จกว่าโดยไม่เพิ่มพนักงานแต่อย่างใด เช่น กฟผ. A , กฟผ. B , กฟผ. C ตั้งอยู่ห่างกันไม่เกิน 50 กม.เห็นควรยุบรวมเป็น กฟส.B เป็นต้น โดยใช้พนักงานจากทั้ง 3 แห่ง จะได้รับงานจาก กฟผ.จุดรวมงานและสามารถบริการผู้ใช้ไฟฟ้าได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

107.
30
ไม่แสดงตน [IP: 58.8.172.128]
เมื่อ พฤ. 27 มี.ค. 2551 @ 17:44
#588536 [ ลบ ]

นายไสว บาลีธรรม

                วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นวิธีการที่ดีที่ต้องการให้พนักงานปลูกจิตสำนึกให้พนักานชอบการเรียนรู้และมาถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการเรียน และนำมาใช้กับการทำงานให้กับพนักงานต่อๆไป แต่การชอบของพนักงานแตกต่างกันบองคนชอบอ่าน บางคนชอบกีฬา บางคนชอบเที่ยวสนุกสนาน ที่สำคัยคือปัญหาทางครอบครัวที่แตกต่างจึงทำให้ความสนใจของพนักงานแต่กต่างกันไป บางคนเรียนรู้ได้มาก บางคนเรียนรู้ได้พอดี บางคนไม่เรียนเลย

                เพราะฉนั้น การที่จะทำให้เกิดการจูงใจที่จะให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ และถ่ายทอดความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ของ กฟภ. จะต้องสร้างแรงจูงใจเมื่อมีการเรียนรู้แล้วจะต้องมีการทดสอบ เพื่อทดสอบความสามารถทั้งภาษาแล้วจะต้องให้รางวัลเป็นการตอบแทน เช่น นำไปพิจารณาความดีความชอบประจำปีหรือมอบใบประกาศณียบัตรให้เมื่อมีโอกาสหรือในวันสำคัญของ กฟภ.

108.
P
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ ส. 29 มี.ค. 2551 @ 12:42
#590542 [ ลบ ]

Workshop เปรียบเทียบทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ,ทฤษฎี 4 L’s , 8K’s , Peter Sange , เชื่อมโยงกับ การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ กฟภ.

แนวความคิดของในหลวง ฯ ทำแล้วได้อะไร ทางกลุ่มเลยเอามาดัดแปลงเรื่องการให้บริการลูกค้า 4 L’s , Peter Senge , 8K’s มีความรู้ในเรื่องการออกแบบ คิดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ มีความรู้แล้วต้องรู้จริง ให้บริการแบบ Positive เกิดขึ้น ให้มีความรู้แท้จริง ถูกต้อง รู้จริง รู้เวลาที่จะใช้ ทำให้เรารู้ทุนมนุษย์ รู้ทุนองค์กร มีศักยภาพให้บริการกับคนทั่วไป

ทฤษฎีทุน 8 ประการ ข้อ 1 ส่งผลมา ข้อ 2 มนุษย์มีปัญญา มีทั้งทางดี และไม่ดี กำจัดปัญญาทางไม่ดีให้เอาทุนทางจริยธรรมไปจับ หนทางแห่งความสุข มีความรู้ จริยธรรม เกิดความสุขในชุมชนเล็ก ถ้าทุนทางสังคมดี ก็จะสู้ต่างประเทศไทย เกิดความยั่งยืน โลกมีการพัฒนาขึ้น เริ่มใช้ทุนทาง IT ก่อให้เกิดความรู้และทักษะในการนำมาใช้ ก่อให้เกิดความยั่งยืน และประเทศชาติสงบสุข เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงฯ ก่อให้เกิดความยั่งยืน

คุณประหยัด หัวข้อทำ Workshop มีความซับซ้อนขึ้น หมายความว่า เราจะต้องนำมาประมวลความรู้ ความคิด และวิเคราะห์กันมากขึ้น จุดมุ่งหวังในการเรียนรู้คือ ให้องค์กรมีความยั่งยืน พร้อมเติบโต และบุคลากรก้าวหน้าไปพร้อมกันด้วย

 

Workshop หลังจาก ดูเทป ดร.จีระ พบ ดร.ปุระชัย วิเคราะห์ว่า

1. ทั้ง 2 คน มีวิธีการเรียนรู้อย่างไร

2. มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

3. นำไปปรับใช้กับ กฟภ.อย่างไร

กลุ่มที่ 1 ชอบทฤษฎี 4L’s โป๊ะเช๊ะ มาก เป็นแฟนหนังสือของดร.ปุระชัย ทั้ง 3 เล่ม

ข้อ 1 ดร.จีระ และ ดร.ปุระชัย เรียนรู้ด้วยตนเอง และครอบครัว อยู่แล้ว ดร.ปุระชัย สมัยเรียนเด็ก ๆชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะชีวประวัติบุคคลสำคัญ เป็นคนใฝ่เรียน และชอบอ่านหนังสือ ทั้ง ๆ ที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ดร.ปุระชัย เป็นคนมุ่งมั่น และใฝ่รู้ทุกเรื่อง เน้นการเรียนด้วยตนเอง

ข้อ 2 ความเหมือน

• ทั้ง 2 ท่านชอบอ่านหนังสือ ดร.ปุระชัย สนใจทางวิทยาศาสตร์ ดร.จีระ สนใจเรื่องการเมือง เช่น นายกฯ อังกฤษ

• ครอบครัวของ 2 ท่านให้โอกาสลูก เน้นการตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่คอยดูอยู่ห่าง ๆ ความต่าง

• ดร.จีระ เรียนรู้จากคุณพ่อ ดร.ปุระชัย เรียนรู้จากคุณแม่

ข้อ 3 นำไปปรับใช้ที่ กฟภ.ได้อย่างไร

• ศึกษาวิธีการเรียนรู้ของทั้ง 2 ท่าน พนักงานทุกคนควรจะมุ่งมั่นและให้ความสนใจ แล้วเอาไปใช้ที่ กฟภ.

• กฟภ. ให้โอกาสพนักงานทุกระดับ แต่ก่อนพนักงานเด็ก ๆ ไม่ได้เรียนรู้อย่างนี้ ซึ่งปัจจุบันได้ทำแล้ว และอยากให้ทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

• อยากเอาเทคนิคและวิธีการลงใน Website กฟภ. ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้วคือ intranet ดร.จีระ อยากให้ทุกคน

1.ใฝ่รู้ ไม่ต้องรอองค์กร 2.กระจายสู่รุ่นหลัง 3. มีประชาธิปไตยมากขึ้น

กลุ่มที่ 4

ข้อ 1 ทั้ง 2 ท่าน ชอบเรียนรู้ รักการอ่านหนังสือ ครอบครัวสนับสนุน ถ่ายทอดสู่คนอื่นได้ดี

ข้อ 2 เอื้อเฟื้อ อยากให้สังคมเป็นการเรียนรู้ การเรียนควรมาจากการอ่านหรือค้นคว้าด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องได้ปริญญา ดร.จีระ บอกว่า ประสบการณ์ที่ล้มเหลว เจ็บปวด ข้อให้บันทึกไว้ให้มากที่สุด ขอให้รุ่นหลังได้อ่าน เรียนต้องเรียนจากความเจ็บปวด เรียนจาก ประสบการณ์ของให้บันทึกให้ ความแตกต่าง ดร.ปุระชัย ปลูกฝังจากคุณแม่ ดร.จีระ จากคุณพ่อ ดร.ปุระชัยอ่านจากหนังสือทั่วไป ดร.จีระ อ่านจากแรงบันดาลใจ

ข้อ 3 การนำมาประยุกต์ใช้กับ กฟภ.

- ให้บุคลากรมีการอ่าน และค้นคว้าหาความรู้

- ดร.จีระ บอกว่าต้องสร้างบรรยากาศให้คนในองค์กร อยากอ่าน และใฝ่รู้ อยากเห็นห้องสมุดใน กฟภ.เป็นห้องสมุดเชิงสร้างสรรค์

- สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้เกิดกับองค์กร กฟภ.อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มที่ 5

ข้อ 1 สิ่งที่เหมือนกัน และเป็นความสำคัญร่วมกัน คือ สถาบันครอบครัว จะเป็นเป้าหลอมที่ดีในการหล่อหลอมสิ่งที่เราต้องการ ถ้าคนหล่อหลอมดีแล้ว จะดีกว่าเบ้าหลอม ทั้งทั้ง 2 มีการเรียนรู้จากตนเอง ศึกษา ทดลอง ค้นคว้าด้วยตัวเอง มีความเชื่อมั่นด้วยตนเอง

ข้อ 2 ความเหมือน ทั้ง 2 ท่าน ไม่ยึดในเรื่องตำแหน่งเงินทอง แต่มองในสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้สังคม ประเทศชาติได้ เขียนตำราแบบให้คนคิด น่าจะเป็นประโยชน์สร้างสรรค์เพื่อองค์กรของประเทศชาติ

ข้อ 3

• กฟภ. ต้องมีการนำความรู้ที่เรียน ไปพูดคุยกระตุ้นให้ลูกน้อง และผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าการเรียนรู้มาจากที่ใดในโลกก็ได้ มีเครื่องมือในการเรียนรู้มากขึ้น

• การเรียนรู้ทำอย่างไรให้ กฟภ.เกิดการเรียนรู้ที่จริง ๆ น่าจะนำทฤษฎีของ ในหลวงฯ มายึดเป็นหลักก่อน แล้วเอาวิธีการมาจับใส่ ก่อนอื่น ควรทราบขนาดองค์กร การบริหาร และลูกค้า ควรมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

• ห้องสมุดของ กฟภ. ต้องมีหนังสือเกี่ยวกับประวัตินักวิทยาศาสตร์ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และ ของ ดร.จีระ ดร.จีระ บอกว่า การสร้างองค์กรการเรียนรู้ ต้องมีผู้นำ บรรยากาศ Support ห้องสมุด E-learning เพื่อไปสู่เป้าหมายของในหลวง ฯ คือความยั่งยืน การแก้ปัญหา

• สิ่งหนึ่งต้องรู้ว่าสถานการณ์องค์กรขณะนี้เป็นอย่างไร

• ต้องช่วยกันคิดว่าจะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางใด ต้องป้องกันคู่แข่งรายใหม่เข้ามา

• วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

• 99 % เกิดจากการทำงาน 1% เกิดจากพรสวรรค์ ควรมีธรรมะในใจ และไม่ควรเก็บสิ่งที่ไม่ดีไว้ในใจ

• ทุกคนนั้นล้มเหลวได้ แพ้ได้ แต่อย่าหมดกำลังใจขอให้อย่าท้อแท้

กลุ่ม 3

ข้อ 1

• ทั้ง 2 ท่านได้เรียนรู้จากตัวเอง และได้นำมาปรับใช้กับการทำงาน

• ดร.จีระ เรียนรู้จากข้างนอกมาข้างใน แล้วมาทำงาน

• ดร.ปุระชัย มองจากข้างในมาจากข้างนอก ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก่อน

ข้อ 2 สิ่งที่เหมือนกัน ไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรืออาชีพ และมีความสุขในการถ่ายทอดสู่คนอื่น

ข้อ 3

• เรียนรู้จากตัวเอง ทำจริง ปฏิบัติจริง รู้จริง แล้วถึงเป็นครูของคนอื่นได้ ดร.จีระ บอกว่าคนเรา ต้องพึ่งตัวเอง

• ใฝ่รู้ รู้อะไรรู้ให้จริง ทำงานเป็นทีม เป็นหัวหน้า ก็ต้องฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ดังเช่น Peter Senge คิดอย่างมีเหตุมีผล ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น

• การทำงานต้องมีจริยธรรมอยู่ในใจ คนดีต้องได้รับการสนับสนุน คนเก่งต้องมีไว้ คนดีต้องมีพร้อม

• ถ้ากฟภ.มีทั้งคนเก่ง และคนดี กฟภ.ก็จะก้าวหน้าด้วย ดร.จีระ เสนอว่า การกระจายอำนาจ ต้องกระจายด้วยความสุภาพเรียบร้อย กลุ่ม 6 ข้อ 1 และ

ข้อ 2

• ความเหมือน วิธีการเรียนรู้ทั้ง 2 ท่านเรียนจากครอบครัว อ.จีระ จากคุณพ่อ อ.ปุระชัย คุณแม่

• ทั้ง 2 ท่าน เรียนรู้จากตัวเอง และมี Life Long Learning

• ความต่าง ดร.จีระ ชอบอ่าน Magazine นำมาแก้ไขปัญหา

• ดร.ปุระชัย อ่านชีวประวัติ แล้วมาวิเคราะห์แก้ไขปัญหา

ข้อ 3 กฟภ.

• มีหน่วยงานที่สนับสนุนอยู่แล้วช่วย Training พนักงาน จัดทำ Website สื่อต่าง ๆ จม.ข่าวถึงพนักงาน

• หน่วยงานประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้หน่วยงานรับทราบ

• ห้องสมุด กฟภ. ให้มีข่าวสารต่าง ๆ มีบรรยากาศที่ดี เพิ่มเติมสื่อต่าง ๆ และกระตุ้นให้คนใช้ห้องสมุด

• ท่านผู้ว่าการฯ กำหนดนโยบายให้ กฟภ.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้จึงขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้

กลุ่ม 2

ข้อ 1 และ ข้อ 2

• ทั้ง 2 ท่านมีความเหมือนเรื่องการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอด การศึกษาจากหนังสือ มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุป ประเมินผล และถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆเนื่องจากมีเวทีในการถ่ายทอดสู่คนอื่น

• 2 ท่านมีความสามารถในการอ่านหนังสือ แล้วจับใจความที่เรียกว่า โป๊ะเช๊ะ

• ทั้ง 2 ท่านมีความเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีขึ้นตลอด ดร.จีระ บอกว่า ในทุก 6 ชั่วโมง มี Website เกิดขึ้น 30,000 websites วันนี้ความรู้เพิ่มขึ้นเท่าตัวทุก ๆ 2 ปี ปี 2011 Internet จะช้า เนื่องจากคนใช้เยอะมาก

• ทั้ง 2 ท่านพูดว่าเราสามารถเรียนรู้ได้จากความผิดพลาด กฟภ.เกิดความผิดพลาดขึ้นมากมาย แต่ไม่ได้เรียนรู้จากมันเลย ยังเกิดความผิดพลาดอยู่

ข้อ 3

• เอาตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของเรา

• เทคโนโลยี มีเยอะอยู่แล้ว แต่โครงการ กฟภ. ส่วนใหญ่ เป็นลักษณะไฟไหม้ฟาง คือ แบบเกิดยุคหนึ่งจะหมดยุคหนึ่ง ดังนั้น ควรตระหนักถึงความยั่งยืนของโครงการ ประเทศไทยความต่อเนื่องเป็นสิ่งที่อันตรายมาก องค์กรแห่งการเรียนรู้ปัจจัยความเสี่ยงเยอะ แต่สิ่งที่สำคัญคือตัวของแต่ละคนเอง ทำตัวให้เป็นเจ้าของโครงการ

คุณประหยัด

• กล่าวถึง HR Week ในการนำเสนอ Workshop กลุ่มที่ 1 นำเสนอ กลุ่มอื่น ห้ามตาม

• องค์กร กฟภ.เป็นลักษณะเหมือน ไฟไหม้ฟาง คิดว่าองค์กรเมื่อเกิดแล้ว ไม่อยู่ ก็จะหายไป เช่น เรื่อง KM

• LO ริเริ่ม ปี 2549 ปี 2550 เริ่ม implement LO ปี 2551 กะจะทำ ผอ.กฟภ.ทุกแห่ง ได้เจอท่านสุทธิเดช เห็นด้วย ประกาศเป็นนโยบาย ทำจาก Bottom up ขึ้นมา

• สรุป การเรียนรู้ต้องปลูกฝังให้อยู่ในจิต ในสายเลือดของเรา มันก็จะไม่เกิดไฟไหม้ฟาง เพราะอยู่ที่ตัวเราทุกคน

• ดร.ปุระชัย บอกว่า การเรียนรู้ เริ่มจากการอยากรู้

• การ Deal กับลูกค้ามีกฎ 2 ข้อ คือ ลูกค้าถูกเสมอ ข้อ2 ถ้าทนไม่ได้ให้ดูข้อ 1

• ทุกท่านต้องมีหน้าที่พัฒนาตัวเอง และดูแลลูกน้องให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนางานด้วยเช่นกัน

• ห้องสมุดของ กฟภ. จะมีสวนหย่อม น้ำพุ กฟภ.มีงบประมาณในการให้ซื้อสื่อเข้าห้องสมุด

• Knowledge Sharing

• ลองสืบหา คนจากภายในเพื่อมาเป็นวิทยากร เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในการรู้จริงเรื่องกฟภ.

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.113
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ