สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 1055
วาระแห่งชาติ
การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

สวัสดีครับชาว Blog ที่รักทุกท่าน        

             ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2550 นี้  ช่วงเช้าผมได้รับเกียรติจากโครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิตการบริหารการพัฒนา  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เรียนเชิญผมร่วมอภิปรายวาระแห่งชาติที่เร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการศึกษา โดยมีผู้ร่วมอภิปราย คือ นายกร  ทัพพะรังสี,            ศ.ดร.สุชาต  ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, ศ.ดร.ทินพันธุ์ นาคะตะ, นายประพัฒน์  โพธิวรคุณ ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  โดยผู้ฟังประกอบไปด้วยอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษาปริญญาเอก จากสถาบันอุดมศึกษา และผู้สนใจจำนวน 200 คน ผมจึงได้เปิด Blog นี้ขึ้นมาเพื่อทุกคนจะได้มีส่วนแสดงความคิดเห็นเรื่องวาระแห่งชาติที่เร่งด่วนเพื่อเป็นแนวทางในการไขปัญหาของหลาย ๆ ฝ่าย           

          หวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะได้รับความคิดเห็นจากทุกท่าน                                               

                                                       จีระ  หงส์ลดารมภ์

ภาพบรรยากาศการบรรยาย

 

 

 

สร้าง: ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 20:00   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:54   ขนาด: 4686 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. oo
เมื่อ ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 20:13
240497 [ลบ]

แล้วในงานผู้ร่วมอภิปราย เขาว่าอย่างไรกันบ้างล่ะ ค่ะ จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นถูก

P
2. สิทธิรักษ์
เมื่อ ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 20:25
240508 [ลบ]

ยินดีต้อนรับท่าน ศ.ดร จีระ  หงส์ลดารมภ์

  • ยินดีมากที่ได้บุคคลชั้นมันสมองเพิ่มอีกหนึ่งคน
  • ยินดีมากชาว g2k จะได้สท้อนปัญหาบางอย่างผ่านท่าน
  • ยินดีมาก ถ้าท่านมีเวลา คลิก ดูความหลากหลายความคิดในมุมมองของชุมชนชาว g2k
  • ยินดีมากอีกเช่นกันถ้าท่านแวะเข้ามาบ่อยๆ    
  • ถ้าเป็นไปได้อยากขอให้ท่าน นำสาระในการอภิปรายถ่ายทอดให้รู้ด้วย
  • ขอบคุณมากๆครับ  
ไม่มีรูป
3. อธิดล ลูกแม่รำเพย
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 07:19
240951 [ลบ]

สวัสดีครับท่านอาจารย์จิระครับ  ผมศิษย์เก่าทศ.ครับเพิ่งเข้ามาเว็บนี้เป็นครั้งแรกประทับใจมากครับโดยเฉพาะทราบว่าท่านอาจารย์มีการจัดอบรมให้กับรุ่นน้องที่โรงเรียนไม่ทราบว่าผมพอจะมีโอกาสได้รับใช้ท่านอาจารย์ได้บางไหมครับ

ผมสามารถประสานงานกับทางทีมงานท่านอาจารย์ได้อย่างไรบ้างครับ

ขอบคุณครับ

อธิดล  โทร 0896802817

P
4. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ จ. 30 เม.ย. 2550 @ 09:52
243287 [ลบ]

สรุปประเด็นการอภิปรายวาระแห่งชาติที่เร่งด่วนด้านการศึกษา
            โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์                        
          การศึกษาคือหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการแข่งขันที่ยั่งยืนคนเราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เช่นนักเรียนไม่ใช่แค่หาความรู้เฉพาะในห้องแต่ต้องศึกษาหาความรู้ที่นอกห้องที่สดตลอดเวลาเพราะจะสะท้อนความจริงทุกๆด้าน รวมทั้งการหาความรู้ข้ามศาสตร์และต้องต่อเนื่อง            
          การศึกษาเป็นการลงทุนในเรื่องตลาดแรงงานในอนาคต แต่ตอนนี้การศึกษาทำทางด้าน Supply แต่ไม่ได้ดูที่ Demand ว่าอนาคตในอีก 10-20 ปี ตลาดแรงงานจะเป็นไปในทิศทางใด 
           
          การศึกษามีความสำคัญต่อจิตสำนึกในเรื่องประชาธิปไตย ความสมานฉันท์และสันติภาพในประเทศ ต้องสอนเน้นที่การพัฒนาคน ให้มีความเข้าใจในการใช้เหตุผลและเป็นตัวของตัวเอง เน้นที่มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ในขณะนี้ผู้นำยังขาดการเอาใจใส่ทางด้านการศึกษาอย่างแท้จริง            
          วาระแห่งชาติที่เร่งด่วนเรื่องการศึกษา คือ
1.      จาการวิจัยของธนาคารชาติ พบว่าการดูแลเรื่องโภชนาการที่ดีและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะทำให้สมองเด็กมีการพัฒนาการตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึง 3 ขวบ แต่ปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่คือความยากจน เด็กขาดการดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน สมองจึงอ่อนแอในช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นสิ่งที่รัฐบาลจะเอาใจใส่จริงจังของเรื่องนี้คือการตั้งศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนเพื่อดูแลการโภชนาการและสร้างเสริมพัฒนาการต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมกับการพัฒนาในช่วงอายุต่อไป  
2.      การที่รวมการศึกษาระดับและมัธยมเข้ารวมไว้ด้วยกันนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะการบริหารในสองระดับนี้ต่างกันรวมทั้งโครงสร้างหลักสูตรก็ต่างกัน ในเรื่องนี้รัฐบาลต้องทบทวนโดยด่วน
3.      การยกเลิกกรมวิชาการฯ โดยที่ให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้อำนวยการเขตเป็นผู้กำหนดหลักสูตรจะทำให้การศึกษาไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 4.      การปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้การศึกษามีคุณภาพดีขึ้น ต้องให้ความสนใจกับ Behavior ต้องกำหนดหลักสูตรให้มีการสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง      
สิ่งที่ควรเริ่มต้นวันนี้ คือ
1.      การกระจายคุณภาพการศึกษาที่ได้มาตรฐานในทุกๆพื้นที่ทั่วประเทศ ยกตัวอย่างการสร้างระบบโรงเรียนพี่เลี้ยง(Cluster) คือสร้างโรงเรียนในเครือในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายโอกาสการพัฒนาโครงสร้างการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐานออกไป เช่นโรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสวนกุหลาบ
2.      การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น(อบต. เทศบาล อบจ.) มีส่วนในการพัฒนาโรงเรียนได้ทั่วถึงมากขึ้นแต่ต้องมีการผลักดันให้เอาใจใส่จริงจัง
3.      ปัญหาการขาดครูเฉพาะทางคือคณิตศาสตร์,วิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ศิลปะ, ดนตรี และการพัฒนาภาวะผู้นำ,ผู้บริหารสำหรับครูทั่วไป
4.      การแยกการเมืองออกจากการศึกษาเพราะที่ผ่านมาการแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องจึงส่งผลในแง่ลบสู่ระบบการศึกษาไทย            
          ปัญหาต่างๆ ถ้าไม่แก้ไขประเทศไทยจะล้มละลายทางปัญญาอย่างช้าๆ คนก็จะไม่มีคุณภาพจะส่งผลไปสู่การขาดความสามารถในการแข่งขัน ปัญหาประชาธิปไตย การขาดคุณธรรม ขาดสันติสุข  
ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
คนที่ 1 ตอนนี้คนส่วนใหญ่ส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่เชื่อว่าสามารถพัฒนาลูกหลานให้เป็นคนเก่งสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ แต่ในสมัยก่อนจะมีแต่โรงเรียนวัดคนที่เข้าไปเรียนจะพัฒนาทั้งด้านวิชาการและได้รับการปลูกฝังด้านคุณธรรมไปด้วยไม่ได้เน้นที่การแข่งขันเพราะจริงๆ แล้ว บวรคือ วัด บ้าน โรงเรียนเป็นสิ่งที่ผูกพัน กันน่าพัฒนาระบบการเรียนการสอนให้เท่าเทียบกัน
คนที่ 2 การที่รัฐบาลสนับสนุนให้คนได้เรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ดีแต่สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนเก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แม้แต่รัฐบาลเองทีให้เรียนฟรีในการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ต้องมาจ่ายเงินเพิ่มค่าเรียนภาษาอังกฤษ ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ อยากให้รัฐบาลออกกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บค่าเล่าเรียนให้มีมาตรฐาน เพราะตอนนี้เป็นการศึกษาเชิงพานิชเยอะ  
คนที่ 3 การบริหารจัดการจัดหลักสูตรน่าจะคำนึงถึงตลาดแรงงานว่าต้องการอะไร เพราะตอนนี้ปัญหาคนตกงานมาจากการผลิตคนมาไม่ตรงกับตลาดที่รออยู่  
คนที่ 4 การเรียนวิชาศิลปะเป็นการฝึกให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์และมีผลกระทบทางอารมณ์ปลูกจิตสำนึกที่ดี แต่ในขณะนี้ขาดครูศิลปะ
P
5. สิทธิรักษ์
เมื่อ อ. 01 พฤษภาคม 2550 @ 19:26
245385 [ลบ]

เรียนท่าน ดร. จิระ

ท่านลองเข้าไปดูในบันทึก ของมิสเตอร์ช่วย คงจะช่วยได้อีกเยอะ

ไม่มีรูป
6. บล๊อกน่าสนใจ
เมื่อ จ. 07 พฤษภาคม 2550 @ 22:18
252506 [ลบ]

P
7. สิทธิรักษ์
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 16:21
258096 [ลบ]

 

P
8. Man In Flame
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 16:40
258111 [ลบ]

สวัสดีครับ

P

เห็นควรอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อน คุณธรรมนำชาติ ให้เป็นวาระแห่งชาตด้วยครับ รบกวนให้คำชี้แนะและร่วมระดมสมองใน concept idear การเผยแพร่ธรรมะในเชิงรุก ด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ไม่มีรูป
9. ไม่แสดงตน
เมื่อ จ. 14 พฤษภาคม 2550 @ 01:27
259500 [ลบ]

ไม่มีรูป
10. ไม่แสดงตน
เมื่อ จ. 14 พฤษภาคม 2550 @ 01:27
259499 [ลบ]

ไม่มีรูป
11. ไม่แสดงตน
เมื่อ จ. 14 พฤษภาคม 2550 @ 01:37
259505 [ลบ]

  • การแยกการศึกษาออกมาจากการเมืองนั้น ห้ามนักการเมืองมาบริหารนะครับ เราจะไม่รับคนทำงานการเมืองมาทำงานทางด้านการศึกษาเพราะมันคนละเรื่องกัน ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าการเมืองแทรกไปในวงการศึกษาทั่วทุกแห่ง เมื่อแยกออกมาจะลำบากในช่วงแรก แต่ผมเชื่อว่าไปได้ อันนี้ต้องขอความเห็นใจจากคนทำงานการเมือง หากเห็นอยากจะให้การศึกษาโตจริงๆ
  • ไม่มีรูป
    12. ไม่แสดงตน
    เมื่อ จ. 14 พฤษภาคม 2550 @ 15:01
    259976 [ลบ]

    P
    • สวัสดีครับ ผมขอมองต่างมุมเพิ่มอีกนิดนะครับ
    • จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่จะไปโทษ "ค่านิยม สังคม และวัฒนธรรมไทย ซึ่งกำลังถูกทำลายด้วยค่านิยม และวัฒนธรรมจากสังคมตะวันตก" ผมว่าเราไม่น่าจะไปโทษสังคมตะวันตกเลยครับ
    • ผมว่าเราน่าจะโทษตัวเราเองต่างหากครับ ที่เราไม่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทยเราให้เด็กรู้จักเลือก ให้ครูรู้จักเสพ ให้ผู้บริหารรู้จักคิด ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรที่จะนำมาใช้ต่างหากครับ
    • สังคมตะวันตกเป็นของเค้าอย่างนั้น เค้าก็มีรากเหง้าของเค้านะครับ เราก็มีรากเหง้าของเราอยู่ เราจะทำอย่างไรหล่ะครับที่จะให้รากเหง้าของเรามันอยู่และเกิดแต่สิ่งดีๆ และยังอยู่ในสังคมเรา ไม่ใช่อะไรเราก็รับๆ รับ รับ มาอย่างเดียว โดยไม่ผ่านกระบวนการโดยการใช้ปัญญาที่เรามี มองและดูว่าเหมาะสมแค่ไหนกับบ้านเรา เราจะยืนอยู่บนขาเราเองได้ไหมครับ
    • หากผมมีลูก ลูกผมกับลูกคนข้างบ้านทะเลาะกันผมต้องตีลูกผมไว้ก่อนนะครับ
    • หากเรารู้จักประเมินตัวเราผมว่าเราจะรู้ว่าเรามองแล้วมีส่วนไหนดีไม่ดี หากเราพร้อมจะปรับปรุง เราก็ทำได้ครับ
    • การศึกษาไทย หากจะเอากันให้จริงๆ แล้ว เราต้องแยกออกจากการเมือง นะครับ ไม่งั้นไม่มีทางหรอกครับ ที่จะพัฒนาได้ เพราะว่าตอนนี้ประเทศไทยเราหน่ะครับ ถูกปกครองด้วยการเมือง แทนที่จะเป็นการศึกษาปกครองประเทศ
    • จะมีใครกล้าแยกออกมาไหมครับ ที่จะแยกมาบริหารกันแยกส่วน โดยเอาเงินงบประมาณแผ่นดิน 10-20% มาใส่ในด้านการศึกษาไปเลย หรือมากน้อยแล้วแต่เป้าหมายในการพัฒนา โดยที่ไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้องในส่วนนี้เลย การศึกษาจะได้คิดและพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพราะการเมืองขึ้นกับพรรคการเมือง แล้วมีวาระ แต่การศึกษาต้องห้ามล้มเหลว การเมืองล้มเหลวได้ ก็ล้มไป แต่การศึกษาต้องยังอยู่ เด็กต้องมีชีวิตกันต่อไป
    • ต่อไปเมื่อแยกการศึกษาออกมาแล้วนะครับ ก็จัดการล้างส่วนที่เน่าๆ ในการศึกษาออกให้สะอาด ตรงไหนมีปัญหาก็ซ่อมเสีย แล้วสร้างครูให้เป็นอาชีพที่คนอยากเป็นให้ได้ มีการให้แรงจูงใจที่ดีในการเป็นครู การขาดสิ่งต่างๆ ไม่ว่าเทคนิคการสอน จิตวิทยาการเป็นครู เรื่องเหล่านี้ ใครๆ ก็สามารถจะเรียนรู้ได้ หากได้คนที่มีจิตใจอยากสอน อยากให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
    • ผมเองเป็นครูแบบไม่ได้เรียนผ่านกระบวนการทางศึกษาศาสตร์มาก่อน แต่ผมก็ต้องพร้อมจะศึกษาเรื่องเหล่านี้ ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน
    • ต่อมา เมื่อการศึกษามีมาแล้ว การจะจัดการเรื่องการพัฒนาครูให้มีคุณภาพทำได้ไม่ยากครับ เพราะงบประมาณก็มี บริหารได้เต็มที่ อาจจะมีการสร้างชุดคณะกรรมการประเมินผลด้วย การจะสร้างการศึกษาให้บริการชุมชนจริง การศึกษาต้องเกิดจากความต้องการของชุมชนด้วย ตามรากเหง้าของแต่ละภาค เพราะแต่ละภาคจะต่างๆ กัน ดังนั้น การเรียนการสอน แล้วแต่สาขา ศึกษากันให้ดี หลักสูตรไม่เน้นรับต่างชาติมามากเกินไป จนเราเป็นง่อย
    • เมื่อคัดครูได้ แล้วครูที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในระบบคุณจะทำอย่างไร ทำได้ง่ายๆ อาจจะมีการให้โอกาสครูปรับปรุงตัวเอง ให้แนวทางในการเรียนการสอน ให้ปรับความรู้เพิ่ม อาจจะมีการสอบคัดคุณภาพครูทุกๆ สามปี เปิดสอบเนื้อหา และเปิดสอบการสอน โดยที่คณะกรรมการการสอน อันนี้แบ่งงานกับทำตามภาคส่วนได้ เพื่อปรับปรุงและคัดออก (มันดูเหมือนจะโหดไปหน่อยครับ สำหรับครู แต่นี่หล่ะ ที่มาของคำว่าคุณภาพ)
    • คราวนี้ ทีมบริหารการศึกษาก็มีคณะกรรมการประเมินผลการบริหาร ครูก็มีคณะกรรมการประเมินผลครู โดยชุมชนมีส่วนร่วมด้วยครับ แล้วเด็กหล่ะครับ ใครประเมิน ก็สถาบันนี่หล่ะครับประเมินในการสอบเข้า หรือว่าไม่มีการสอบเข้าก็ได้ ตามรูปแบบที่วางไว้ อันนี้คิดกันได้ หากเล่นกันตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ระดับอุดมศึกษา ก่อนสอนง่ายขึ้นครับ
    • ต่อมาถึงระดับของการสร้างคนดี มีคุณธรรม และปัญญา ส่งออกไปในองค์กรต่างๆ ในประเทศ เช่นการเมือง การศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และส่วนอื่นๆ ในประเทศ
    • คนที่มีปัญหาก็จะเริ่มจางลง ไปเองครับ แรงต้านก็จะหายไปครับ ระบบเจ้าพ่อ ระบบอะไรก็จะหดไปมากขึ้น เพราะเรามีการศึกษาให้กับชุมชนออกแบบการศึกษาให้กับตัวเองด้วย โดยทีมการศึกษาจะต้องทำงานกับภาคชุมชน การวิจัยก็ต้องเกิดการทำร่วมกัน
    • เมื่องานวิจัยก็มี การสอนก็ได้คุณภาพ ประเทศตะวันตกเค้าก็มาดูงานเมืองไทยเองหล่ะ ว่าเราจัดการบริหารกันอย่างไร
    • เราส่งคนมาดูงานในยุโรป ตะวันตกกันแล้วกลับไปก็ทำอะไรกันได้บ้างครับ นอกจากเขียนรายงานว่าได้อะไรบ้าง เราจะจัดการอย่างไร จัดการไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะมันโยงใยกันทั้งหมด นี่คือหนทางที่ผมแนะนำให้แยกออกมา
    • ซึ่งผมก็เขียนไว้ในบทความแยกกันบริหารจะได้ไหม เรื่องการศึกษาและการเมือง ลองเข้าไปเยี่ยมได้ที่นี่ ครับ การศึกษากับการเมืองควรรวมหรือแยกกันบริหาร คุณคิดอย่างไร
    • เมื่อการศึกษาไปได้ดีแล้ว ปัญหาอื่นๆ ก็ไม่ต้องมีอะไรมากครับ คือ ไม่ต้องเขียนกฏหมายให้ยุ่งยาก ซับซ้อน เพราะคนมีคุณธรรม ไม่ต้องส่งคนมาเรียนกฏหมายต่างประเทศมากมาย เพราะไม่จำเป็น ส่งไปฝึกงานหรือร่วมงานประชุมก็พอ
    • ไม่ต้องแก้ปัญหาการว่างงาน เพราะคนถูกวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
    • และปัญหาอื่นๆ ไม่ต้องวุ่นวายกันต่อไป
    • การแยกการศึกษาออกมาจากการเมืองนั้น ห้ามนักการเมืองมาบริหารนะครับ เราจะไม่รับคนทำงานการเมืองมาทำงานทางด้านการศึกษาเพราะมันคนละเรื่องกัน ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าการเมืองแทรกไปในวงการศึกษาทั่วทุกแห่ง เมื่อแยกออกมาจะลำบากในช่วงแรก แต่ผมเชื่อว่าไปได้ อันนี้ต้องขอความเห็นใจจากคนทำงานการเมือง หากเห็นอยากจะให้การศึกษาโตจริงๆ
    • แต่.....หากคนเล่นการเมืองให้ความสำคัญกับการศึกษาจริงๆ ไม่จำเป็นต้องแยกเลยครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เพราะหากเห็นความสำคัญและจริงใจในการแก้ไขปัญหาจริง รวมหรือแยกก็ไม่ใช่ประเด็น แต่นั่นหมายถึงว่าคนทำงานการเมืองจะต้องมีคุณภาพจริงๆ ที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่ง ส่วนตนมาเป็นอันดับสอง
    • ขอบคุณมากนะครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ หากความเห็นอาจจะตรงและแรงไปบ้าง แต่นี่คือความอัดอั้นในใจผมที่อยากจะบอกนะครับ
    • ส่วนเรื่องคุณภาพอาจารย์นั้น.....ผมว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับ.... กู้คืนระบบเก่าขึ้นมาให้ได้ก่อนครับ อย่าไปโทษตะวันตกครับ เพราะข้อดีเค้าก็มี เราควรเลือกข้อดีๆ มาปรับใช้ เรากล้าวิจารณ์คนไทย กันหรือเปล่าครับ เรากล้าจะวิจารณ์ทำให้เราเสียหน้าไหมครับ หากเรากล้าฉีกหน้าตัวเราเอง นั่นหล่ะเราพร้อมที่จะปรับปรุงระบบของเราแล้วครับ
    • ขอบคุณมากนะครับ ขอโทษด้วยครับที่พิมพ์ไปยาวมากเลยนะครับ ท่าทางจะยาวพอสมควรนะครับพี่กมลวัลย์
    P
    13. เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
    เมื่อ ศ. 18 พฤษภาคม 2550 @ 05:18
    263649 [ลบ]

    • กราบสวัสดี ท่าน ศ.ดร.จีระ ที่เคารพ
    • มีท่านหนึ่งนำบทความผมมาเพิ่มเติมต่อในประเด็นนี้ เข้ามาดูด้วย แล้วอ่านดูแล้วทำให้ผมสนใจประเด็นหนึ่งมากๆ คือ
    • 4.      การแยกการเมืองออกจากการศึกษาเพราะที่ผ่านมาการแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องจึงส่งผลในแง่ลบสู่ระบบการศึกษาไทย       
    • ไม่ทราบว่าในส่วนนี้ เป็นการแยกกันในเชิงไหนครับ เป็นการแยกกันบริหาร หรือว่า แยกอย่างไรบ้างครับ พอดีผมได้เขียนบทความไว้ด้วย ตามที่มี ท่านหนึ่งเอามาโพสต์ไว้ด้วยนะครับ
    • อยากจะขอความกรุณาช่วยให้ความกระจ่างในส่วนความคิดข้อที่ 4 นี้ด้วยนะครับ ว่ามีส่วนใดเพิ่มเติมอีกบ้างครับ
    • กราบขอบพระคุณมากๆ นะครับ
    ไม่มีรูป
    14. ไม่แสดงตน
    เมื่อ อา. 20 พฤษภาคม 2550 @ 10:53
    265894 [ลบ]

    ไม่มีรูป
    15. ประยูร พงษ์ประภาพันธ์
    เมื่อ ส. 26 พฤษภาคม 2550 @ 23:03
    272710 [ลบ]

    นายประยูร พงษ์ประภาพันธ์

    เมื่อ เสาร์ 26 พฤษภาคม 2550

    เรียน ศ.ดร. จีระและเพื่อนร่วมรุ่นทุกท่าน

     

                    ผมเสียดายมากที่ไม่ได้ไปอบรมในสัปดาห์ที่ 1 ณ โรงแรมเมธาวลัย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เนื่องจากต้องเดินทางไป ปฏิบัติราชการที่ประเทศภูฏานกับคุณ พิบูลย์ บัวแช่ม (อคฟ) ระหว่างวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2550จริง ๆ แล้วผมและคุณพิบูลย์     บัวแช่ม เดินทางไปกับผู้บริหารระดับสูงของกฟผ อีก 2 ท่าน

                    ผมเชื่อว่าภูฎาน คือจุดหมายในฝันแห่งหนึ่งที่ทุกท่านอยากมาเยือน แต่อีกนั่นแหละ มีไม่มากคนนักที่เคยได้ไปเยือนเนื่องจากค่าใช้จ่ายไปภูฎานค่อนข้างสูง จากข้อมูลคร่าว ๆ เที่ยวภูฎาน 5 วันมีค่าใช้จ่ายประมาณ 70,000 บาท หลายคนจึงเก็บแผนเดินทางไปภูฎาน ซุกเอาไว้ในความฝัน...

                    ผมอยากจะ SHAREประสบการณ์ในการไปภูฏาน ครั้งนี้กับการอบรมของหลักสูตรของเรา โดยเฉพาะ  newsletter เป็นสกู๊ปบทเรียนจากความจริง ของอาจารย์ใน น.ส.พ แนวหน้า วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2550 ในหัวข้อเรื่อง คนไทยต้องเอาจริงกับการเรียนภาษาอังกฤษ

                    ภาษาซ็องค่า(Dzongkha)เป็นภาษาประจำชาติของชาวภูฎาน แต่ผู้ที่มีการศึกษาพอสมควร จนถึงระดับสูงจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีแม้กระทั่งพนักงานขับรถที่มาให้บริการเรา เท่าที่ทราบผู้ที่เรียนเก่งรัฐบาลจะส่งไปเรียนต่างประเทศเพื่อกลับมาพัฒนาประเทศ หันกลับมาประเทศไทยผมว่าคนที่จบปริญญาตรียังมีปัญหาการพูดการเขียนภาษาอังกฤษพอสมควร ผมว่าแนวการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเราควรต้องพิจารณาใหม่

                    ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ว่า ครูภาษาอังกฤษต้องมี life long learning และมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ผู้นำและผู้บริหารในวันนี้ต้องเก่งงานและเก่งคน แล้วควรต้องเก่งภาษาอังกฤษและเก่ง computer ด้วยจึงจะเจ๋งจริง

                    ขอขอบคุณทุกท่าน

                    ประยูร พงษ์ประภาพันธ์
    ไม่มีรูป
    16. สุภาพบุรุษเทพศิรินทร์
    เมื่อ อา. 28 ต.ค. 2550 @ 16:40
    438390 [ลบ]

       กราบเรียนที่ผู้มีอุดมการณ์เป็นห่วงชาติทุกท่าน

       กระผมขอเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ

    1.ในเมื่อมีการพัฒนาด้านโภชนาการก็ควร  พัฒนาเรื่องที่อยู่ที่อ่านหนังสือหรือทำการบ้านที่เหมาะสมก็ควรให้ความรู้ประชาชนเรื่องนี้ด้วย  จะได้มีบรรยากาศในการเรียนรู้ที่เหมาะสม 

    2.การรวมประถมกับมัธยมผมว่ารวมได้และดีด้วยถ้าเรื่องที่เรียนจบไวก็นำเรื่องที่ยากมาปูพื่นทำให้กระชับเวลาการศึกษา แต่ในตอนนี้ยังไม่ควรรวมเพราะม.ต้นกับม.ปลายยังจัดกันไม่เข้าถ้าอยู่เลย  แก้แล้วข่อยขยายน่าจะดี 

     3.ผอ.กำหนดหลักสูตรผมว่าดี  เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจะทำให้แต่ละโรงเรียนมีอิสระในการแสดงฝีมือและเกิดการแข่งขันอะไรที่มีการแข่งขันจะพัฒนาเร็ว  มีสิทธิเพิ่มหนือลดคาบไปเลยยิ่งดี  แต่จะทำให้ที่เรียนพิเศษต่างจัดคอสลำบากถ้าทำเช่นนั้นคงต้องมีทางออกให้เด็กเหล่านั้น  เช่น ให้รุ้นพี่สอนพิเศษน้องโดยมีการกำกับจากครู ก็เป็นอีกทางออกที่แก้ปัญหาที่สอนไม่ทันของครูได้

     4.การกระจายความเจริญทางการศึกษาไปสู่ต่างจังหวัด  อันนี้เจงมากทำให้ได้นะครับ  เพิ่มเติมนำสิ่งดีๆจากต่างจังหวัดมาให้กรุงเทพด้วยนะครับ  และควรมีการค้นหาช้างเผือกด้วย 

     5.สำหรับปัญหาขาดครูเฉพาะทางก็ทำ"โครงการสอนครูฟรีให้ดีกว่าเดิม"  อบรมครูทั่วประเทศโดนนำผู้รู้จริงมาสอนช่วงปิดเทอมเพื่อให้ครูเข้าใจลึกสึ่งที่การศึกาต้องการให้เด็กทราบอยางแจ่มแจ้ง 

    6.การเมืองกับการศึกษาถ้าไม่อยากให้การเมืองมาข้องเกียวก็อย่ามีข้อเสียให้มาเกินหานโยบายมาปิดจุดอ่อนตนซะไม่ต้องให้การเมืองมาสอน

    7.อยากให้เด็กเข้าวัดก็กำหนดให้เด็กบวชเรียนสัก1พรรษาเพื่อเป็นการศึกษาเข้าเป็นหลักสูตรบังคับไปเลย

    8.เรื่องค่าเล่าเรียนลองมีนโยบายเพื่อนให้ทุนเพื่อนสิให้น.ร.ในร.ร.เก็บเงินวันละบาทเพื่อเป็นทุนเรียนฟรีให้เพื่อน  โดยมีข้อแม้ว่าเด็กที่ได้ทุนต้องมาจากคุณสมบัติ2ประการ 1.ทุนเรียนดี  2.ทุนเด็กดี  (โดยมีข้อแม้ให้งบกับผู้ที่ยากจน) สองทุนควรแยกหรือรวมกันผู้ให้ทุนควรพิจารณาตามความเหมาะสม

    9.ปัญหาผลิตคนไม่ตรงตลาดนี้ควรมีคำแนะนำตลาดให้คนในประเทศก็จริงและควรอธิบายงานนั้นๆด้วย  ให้เยาวชนตัดสินใจเองไม่ควรบังคับ 

    ชื่อ:
    อีเมล:
    IP แอดเดรส: 203.151.232.70
      เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
    ข้อความ:
     
    รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
      ยกเลิก
    บันทึกอื่นๆ
    อาณาจักรเพื่อการเรียนรู้ของทรัพยากรมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์