สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 3597
ผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3
ผมชอบแนวคิดของ Jack Welch ผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังในการทำงาน (Energy) จะต้องเป็นผู้กระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง (Energize) ต้องเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ (Edge) และต้องทำให้สำเร็จ (Execution)
12 พฤษภาคม 2550

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กฟผ. รุ่น 3 ทุกท่าน            

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ เป็นผู้จัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมือาชีพของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับการจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. ผมรู้สึกชื่นชมในวิสัยทัศน์ของท่านผู้ว่าฯ ไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการฯ คนปัจจุบันของ กฟผ. ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรมาก ทำอย่างจริงจัง และต่อเนื่องตลอดมา และต้องขอขอบพระคุณท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ผมสานต่องานที่สำคัญนี้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน           

การจัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ.ทุกรุ่นที่ผ่านมาผมได้พยายามปรับปรุงคุณภาพของหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นที่ 1ซึ่งสถานการณ์ขณะนั้น กฟผ. ยังเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจซึ่งมีแนวโน้มในเรื่องที่จะแปรรูปไปเป็นบริษัทมหาชนอยู่บ้างแต่ยังไม่ชัดเจนมากนัก สำหรับรุ่นที่ 1 มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 18 ท่าน (ซึ่งปัจจุบันก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการฯ กันไปแล้วกว่าครึ่ง) เนื่องจากจำนวนไม่มากนักเนื่องจากเป็นโครงการนำร่อง ทำให้เรามีโอกาสได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นเราได้ไปเข้าเรียนหลักสูตร Global Development Program ที่ Business School มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ของเมืองซีแอตเติ้ล ซึ่งกระแสตอบรับจากผู้ที่เข้าร่วมโครงการก็ดีมาก จนกระทั่งผมได้รับความไว้วางใจให้จัดโครงการต่อเนื่องสำหรับรุ่นที่ 2           

โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 31 คน สถานการณ์ของกฟผ. ในช่วงนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแปรรูปฯ ซึ่งมีแนวโน้มและความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก ดังนั้น หลักสูตรสำหรับรุ่นนี้ผมก้ได้ปรับเนื้อหาบางส่วนให้ตรงประเด็น และเข้ากับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเน้นการเข้าไปดูตัวอย่างของกรณีศึกษาของรัฐวิกตอเรียซึ่งได้ทำการแปรรูปหน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟฟ้า ( Privatization ) ไปแล้ว 100% การมีโอกาสได้เรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของการแปรรูปฯ จากรัฐบาล รัฐบาลท้องถิ่น นักธุรกิจ และนักวิชาการของออสเตรเลียทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังได้เข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้น (2 วัน) ที่ School of Enterprise, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย           

สำหรับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3 นี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 34 คน ซึ่งทุกท่านเป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายผู้มีสมรรถนะและความสามารถที่จะก้าวขึ้นเป็นระดับผู้ช่วยผู้ว่าการฯ เช่นเดียวกับโครงการที่ผ่านมา การเรียนรู้ในโครงการนี้ประกอบด้วย การเรียนรู้หลักสูตร 60 ชั่วโมง (ภายในประเทศ) และจากนั้นจะเดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลา 8 วัน            

egat1

 egat2

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นเป็นพิธีเปิดโครงการฯ ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณอภิชาติ ดิลกโสภณ รองผู้ว่าการบริหารของ กฟผ. เป็นประธานในพิธีซึ่งผมก็ถือโอกาสขอบคุณท่านอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วย บรรยากาศของงานพิธีเปิดฯ ในวันนั้นดีมากทีเดียวเพราะผมได้มีโอกาสได้รู้จักและได้รับฟังความคิดเห็นต่อโครงการฯ และความคาดหวังจากทุกท่านซึ่งจะทำให้หลักสูตรที่ผมและทีมงานตั้งใจจัดขึ้นในครั้งนี้นั้นตรงกับความต้องการ และจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านอย่างแท้จริง  ซึ่งผมก็ได้ให้ทีมงานสรุปความคิดเห็นของทุก ๆ ท่านในวันนั้นมาไว้ใน Blog นี้ด้วย และก็ตั้งใจว่าจะใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และเป็นคลังความรู้ของพวกเราต่อไปครับ

                                                               จีระ  หงส์ลดารมภ์ 

 

 

 

 

 

 

เดินทางไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและเหมืองที่แม่เมาะ

วันศุกร์ที่ 20 ก.ค. 50

 ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เรือนรับรอง

บริเวณด้านหน้าเรือนรับรอง

 

ชมภูมิทัศน์จำลองของเหมืองและโรงไฟฟ้า

ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้

เข้าชมพิพิธภัณฑ์

 

จุดชมวิวบนภูเขาเทียม

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: แม่เมาะ 1
สร้าง: ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 20:29   แก้ไข: ส. 11 ส.ค. 2550 @ 15:33   ขนาด: 16630 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
61. ศิรวัตร (ยอด)
เมื่อ พฤ. 07 มิ.ย. 2550 @ 20:06
285381 [ลบ]

เรียนอาจารย์จีระ และพี่ กฟผ. ทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอีกครั้งที่ได้ให้โอกาสผมเข้าร่วมการสัมมนาในหลักสูตร Leadership ในครั้งนี้  ตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วม รู้สึกว่าการอบรมในทุกๆ เรื่องมีประโยชน์และคุ้มค่ากับเวลามาก มีหลายๆ เรื่องที่คิดว่า กฟผ. น่าจะสามารถนำไปปรับใช้หรือเป็นแนวทางและวิธีการคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์มากต่ออนาคตของ กฟผ. ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ Strategy Roadmap ที่เรียนกับคุณ Jean Pierre Dumas หากมองในฐานะของคนนอก ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ กฟผ. ต้องตอบคำถามให้ได้คือ ในอนาคต (อาจะ 10 หรือ 20 ปี นับจากนี้) กฟผ. จะยืนอยู่ ณ จุดไหน เป็นใคร และทำอะไร ต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก และการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในโลกของทุนนิยมไม่มีคำว่าพรมแดน อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ใครจะเคยคิดว่าวันนึงสิงคโปร์จะมาซื้อกิจการ Shin Corp. (รวมทั้งการลงทุนขนาดใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก) หากเรายึดเอาพรมแตนทางภูมิศาสตร์มาจำกัดขอบเขตของการพัฒนา อาจทำให้เราล้าหลังไม่ทันคนอื่น สำหรับ กฟผ. ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีศักยภาพในการลงทุนสูง บางครั้งในการกำหนดกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาในอนาคต (ในความคิดของผม) อาจต้องลบภาพเดิมๆ ที่มีอยู่ไปทั้งหมด ลืมไปให้หมดว่า กฟผ. เป็นผู้ผลิตและส่งไฟฟ้ารายใหญ่ / กฟผ. เป็นเจ้าของระบบส่ง / กฟผ. เป็นผู้นำในธุรกิจไฟฟ้าในอาเซียน ฯลฯ เพราะการพัฒนาโดยยึดติดอยู่แค่ว่า กฟผ. ทำไฟฟ้า อาจทำให้ความคิดจำกัดอยู่ในกรอบๆ หนึ่งเท่านั้น ทั้งที่โอกาสในการพัฒนามิได้มีอยู่แค่นั้น เพียงแต่ว่า กฟผ. ใช้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่จะมุ่งสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องและไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการกับประเทศไทย ใครจะไปรู้อีก 10 ปี หรือ 20 ปีจากนี้ กฟผ. อาจเป็นเจ้าของธุรกิจไฟฟ้ารายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาก็ได้  ทั้งหมดนี้ ผมเพียงแค่คิดว่า กฟผ. ต้องรู้ว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว กฟผ. จะเป็นอะไร และการพัฒนาที่ไกลกว่านั้น จะเป็นการส่งเสริมหรือทำลายสิ่งที่ กฟผ. ต้องการเป็นหรือไม่    
ไม่มีรูป
62. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ อา. 10 มิ.ย. 2550 @ 18:52
288212 [ลบ]

ตามที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับ LNG ผมใคร่ขอให้ข้อมูลดังนี้ 

  •  ก๊าซธรรมชาติเหลว LNG = liquefied natural gas.
  • LNG คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกทำให้เย็นลงจนกลั่นตัวเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว
  • LNG มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ก๊าซมีเธน (methane)
  • และบางส่วนของ อีเธน (ethane)  กับ โปรเพน (propane)
  • ปกติจะรักษาความดันไว้ที่ความดันบรรยากาศ อุณภูมิประมาณ – 160 C
  • LNG จะลดปริมาตรลงประมาณ 600 เท่าของก๊าซธรรมชาติทำให้ขนส่งสะดวกขึ้น
 LNG import terminal ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักดังนี้
  •  Marine Facilities
  •   LNG Receiving & Storage Facilities
  •  Vaporization Facilities
  •  Send Out PipelineMarine Facilities
 
ไม่มีรูป
63. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ อา. 10 มิ.ย. 2550 @ 21:02
288301 [ลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน   การอบรม 60 ชั่วโมง ก็ผ่านไปแล้วด้วยดีตามที่ได้สรุปไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิย แล้วนั้น ใคร่ขอนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอขอบคุณฝ่ายพัฒนาบุคลากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ได้รับความร่วมมือจาก ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
 ที่ได้จัดหลักสูตรที่มีคุณค่า และมีประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับพวกเรารุ่นที่ 3 ครั้งนี้ พวกเราได้ร่วมกันสรุปสาระได้ดังต่อไปนี้ 
  1. ประโยชน์ที่ได้รับ
จากผลการอบรมได้แนวทางการนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ 4 หัวข้อ กล่าวคือ
  • การพัฒนาและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( HRD , HRM )
  •  การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
  •  นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ซึ่งรวมการบริหารภายในองค์กร
  •  องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการบริหารองค์ความรู้ ( LO & KM )
 ข้อเสนอแนะ
  •  การจัดหลักสูตรลักษณะนี้  ควรดำเนินการต่อ        ในระดับอายุตั้งแต่  40 – 45 ปี เพื่อผู้เข้าอบรมจะได้มีเวลาทำงานให้ กฟผ. ต่อเนื่อง
  • ควรวางแผนการอบรมต่าง ๆ ในภาพรวม ให้กลุ่มที่มีศักยภาพ เป็นระบบต่อเนื่องในลักษณะเป็นยุทธศาสตร์
  • ด้าน HRD ควรเร่งพิจารณา 3 หัวข้อหลักก่อน Man Power Planning / Rotation และ Career Path
  • Change Management  กฟผ. จะมีหรือไม่มีการแปรรูป ก็ควรพยากรณ์กิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมและ สำรวจจุดแข็งเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
  • Social Innovation  ควรจัดตั้งการอบรม วปอ. กฟผ. เพื่อเป็น Networking และจัดตั้งสถาบันบริการความรู้ทางไฟฟ้า อาทิ นิวเคลียร์ SPP, IPP, etc
  • LO & KM ควรทำแผนงานองค์กรแห่งการเรียนรู้   และจัดการความรู้อย่างเป็นรูปธรรม และ   กฟผ. ควรมีแผนการพัฒนาบุคลากรตาม Career Path Planning และ Succession Plan อย่างเป็นระบบ
  •  การสร้างผู้นำในองค์การ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และทำต่อเนื่อง

 

ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร

 
ไม่มีรูป
64. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ จ. 11 มิ.ย. 2550 @ 12:53
289097 [ลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  
  • ตามที่ กฟผ. จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในวันที่ 11 มิย 2550
  • และผมได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ ทางเลือกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน
  • ในช่วงเวลาเช้า ท่าน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 หลาย ๆท่าน
  • ได้ไปร่วมฟัง และให้กำลังใจ ผมก็ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
 
  • ก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gases ที่สำคัญประกอบด้วย
  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2. ก๊าซมีเธน CH4 และก๊าซไนตรัสออกไซด์ NO2
  • เนื่องจากการเผาเชื้อเพลิงประเภท Fossil (น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน)
  • จะปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาจำนวนมาก
  • ก่อให้เกิดเกราะก๊าซเรือนกระจก หุ้มบรรยากาศของโลก
  • รังสีแสงอาทิตย์ที่ลงมาถึงผิวโลกจึงสะท้อนกลับไม่ได้จำนวนมาก
  • ทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ผลที่ตามมามีข้อเสียหลาย ๆ ด้าน
  • อาทิ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย 9% ทุก ๆ 10 ปี คาดว่าประมาณปี 2040 จะละลายหมด
  • หากยังไม่มีการแก้ไขใด ๆ น้ำก็คงจะท่วมโลกเรา
 
  • เพื่อสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงตลอดเวลา
  • ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของ
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะไม่ก่อให้เกิด Greenhouse Gas (CO2, SOx, Hg, NOx  )
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • ที่นับได้ว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อผลกระทบดังกล่าว ต่อสิ่งแวดล้อม
 ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
65. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ อ. 12 มิ.ย. 2550 @ 08:45
289850 [ลบ]

 แก้ไขครับ

 

  • เพื่อสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงตลอดเวลา
  • ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของก๊าซเรือนกระจก
  • โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะไม่ก่อให้เกิด Greenhouse Gas (CO2, SOx, Hg, NOx  )
  • ดังนั้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • ที่นับได้ว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อผลกระทบดังกล่าว ต่อสิ่งแวดล้อม
 ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
66. สุเมธ ชัยพฤกษ์
เมื่อ อ. 12 มิ.ย. 2550 @ 11:26
290051 [ลบ]

สวัสดีครับท่านอาจารย์จีระและเพื่อนๆรุ่น 3

ผมได้เข้ามาอ่าน ข้อคิดที่เกิดจากการอบรมของพี่สมชัย  แล้วก็อยากจะร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้

1 ) ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถาบันบริหารจัดการองค์ความรู้ กฟผ.  เพราะขณะนี้แต่ละฝ่ายที่กำลังหรือจะทำ KM มักจะประสพปัญหาบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ Knowledge Engineer และผู้ที่จะพัฒนา IT ให้สามารถตอบสนองได้ whenever และ wherever  เนื่องจากบุคลากรที่มีศักยภาพพอก็มักจะได้รับมอบหมายงานไว้มากแล้ว 

2 ) "จัดอบรม ถ่ายทอดให้มีการใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ"   ตรงจุดนี้ผมอยากจะให้เน้นทำอย่างไรจึงจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นไปตามทฤษฎี 4L's ของท่านอาจารย์จีระ  มิฉะนั้น KM ที่ทำมาจะก่อประโยชน์น้อยมาก  และเท่าที่ผ่านๆมาการอบรมของ กฟผ. ก็มักจะเป็นอย่างนั้นซะด้วย 

3 ) กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับ Stake Holder  ก็เป็นความคิดที่ดีซึ่งมีการกล่าวถึงมาบ้างแล้ว  หากแต่ผมคิดว่าต้องมีการสร้างรั้วไปพร้อมๆกันด้วย  รั้วในที่นี้ผมอยากยกตัวอย่างเช่น การรับพนักงานใหม่ต้องสร้างวิธีการที่ไม่มีการฝากเข้ามาได้  มิฉะนั้นก็จะมีการฝากคนที่ไม่ qualify เข้ามาอีก  เพราะเราเองหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากเขาในบางเรื่อง  เขาเองก็ต้องหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากเราในบางเรื่องเช่นกัน  รวมทั้งต้องคิดในส่วนอื่นๆที่อาจมีอีกด้วย

12-06-50-11.25    

P
67. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พ. 13 มิ.ย. 2550 @ 14:34
291522 [ลบ]

เรียน ดร.กมล ประธานรุ่นและผู้เข้าอบรมรุ่น 3 ทุกท่าน           
           ผมต้องขอขอบคุณที่ท่านส่ง Blog มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ผมจะพยายามเขียน Blog ให้ท่านทุกวันและจะเชื่อมโยงให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และขอแสดงความยินดีกับคุณกมลที่ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ กฟผ.          
           เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 50 ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ไปร่วมฟังและแสดงความคิดเห็นในงานด้วย ทำให้ผมเล็งเห็นศักยภาพของประธานทั้งรุ่น 1, 2, 3, และ ผู้เข้าอบรมทุกๆท่านว่าจะทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ต่อ กฟผ. อย่างจริงจัง และทำให้ Stakeholders ได้เข้าใจและเห็นศักยภาพของเรามากขึ้น ตอนนี้ผมอยากให้ผู้เข้าอบรมรุ่น 3 ทุกท่านเตรียมตัวในการไปศึกษาดูงานที่ประเทศ Australia โดยที่ผมอยากให้ทุกท่านศึกษา           
          •ประวัติศาสตร์ชาติ Australia           
          •ชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Australian โดยเฉพาะที่ Sydney           
          •เตรียมพร้อมในการใช้ภาษาอังกฤษ แต่ผมมั่นใจว่าทุกท่านใช้ภาษาอังกฤษได้ดี           
          •สร้างภาพลักษณ์ให้ กฟผ.
                      ขอขอบคุณ                     
                   จีระ หงส์ลดารมภ์  
P
68. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พฤ. 14 มิ.ย. 2550 @ 16:40
292856 [ลบ]

ถึง คุณสุทัศน์

        ขอบคุณที่ประธานรุ่น 2 ได้เปิด Blog ดู และเห็นความก้าวหน้าของรุ่นที่ 3  ตอนนี้ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ผมจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ในด้าน HRD และ HRM ให้กับ กฟผ. ซึ่งก็คงต้องปรึกษาท่านด้วยเหมือนกัน 

         ส่วนอีกเรื่องคือ การทัศนศึกษาและดูงานที่ประเทศออสเตรเลีย สำหรับรุ่น 3 นี้เราจะไปศึกษาและดูงานที่ Sydney และมหาวิทยาลัย New South Wales

           ซึ่งผมยังจำตอนไปทัศนศึกษาและดูงานที่เมลเบิร์น ของรุ่นที่ 2 ได้ดี ซึ่งคุณสุทัศน์ และทางรุ่น 2 ก็มีส่วนร่วมในการทำให้การทัศนศึกษาและดูงานในครั้งนั้น ประสบความสำเร็จ  และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการทัศนศึกษาและดูงานสำหรับรุ่นที่ 3 นี้ ก็คงจะประสบความสำเร็จด้วยเหมือนกันครับ

                         จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

ไม่มีรูป
69. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 16:26
293920 [ลบ]

 เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

 

ขออนุญาตให้ข้อมูล

 

  • ออสเตรเลียเป็นประเทศเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • มีพื้นที่ 7,686,848 ตางรางกิโลเมตร ประกอบด้วยรัฐต่างๆ 6 รัฐ กับเขตการปกครองอิสระ อีก 2   เขต  เรียกว่า เทร์ริทอรี (Territory)
  • เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2  เป็นประมุข
  •  ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ
  • มีทั้งรัฐบาลกลาง และรัฐบาลของรัฐต่างๆ
  • รัฐบาลกลางมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร 
  • ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยสภาสูง มาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี  
  • และสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากรัฐและดินแดนอิสระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี

  • รัฐนิวเซาท์เวลส์มีประชากรประมาณ 6.4  ล้านคน
  • เมืองซิดนีย์เป็นเมืองหลวง
  • ภูมิอากาศที่เมืองซิดนีย์ไม่หนาวจัด ฤดูร้อนมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำสุด 16 C ในตอนกลางคืน และสูงสุด 24 C ในตอนกลางวัน
  • ส่วนในฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำสุด 12 Cในตอนกลางคืน และ 20 C ในช่วงกลางวัน
  • สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น  โรงอุปรากร Opera House  สะพาน Sydney Harbour
  • หอศิลป์ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ พิพิธภัณฑ์ของออสเตรเลีย
  • สวนพฤกษศาสตร์  Darling Harbour สวนสัตว์ Taronga  และชายหาด  Bondi

 

โรงอุปรากรซิดนีย์
  •         โรงอุปรากรนี้เกือบจะเป็นอาคารที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในออสเตรเลีย  
  • เนื่องจากมีการออกแบบที่แปลกตา  เป็นที่สนใจของผู้พบเห็น  
  • การสร้างอาคารที่ใช้เวลาถึง  16  ปี ใช้งบประมาณไปถึง 102 ล้านเหรียญ  
  • ได้รับเกียรติในการเปิดจากพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ผู้มาเป็นประธานในการเปิด
 
  • เมืองซิดนีย์ เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่ายของวันที่ 26 มกราคม 1788
  • เมื่อเรือเดินสมุทร 11 ลำมาเทียบท่า และทอดสมอทีSydney Cove ฝั่งทะเลด้านหนึ่งของนครซิดนีย์
  • ผู้โดยสารที่อยู่ในเรือทั้งหมดคือนักโทษและทหารผู้คุม ของรัฐบาลอังกฤษ
  • ต่อมาทหารผู้คุมนักโทษ รวมไปถึงนักโทษเริ่มสร้างเมืองโดยไม่สนใจชาวอบอร์ริจิน ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน
  • ปัจจุบันซิดนีย์เป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ
  • รวมไปถึงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่น้อยกว่าประเทศอื่น
  • ส่วนชาวพื้นเมืองเผ่าอบอร์ริจินส่วนมากที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ใช้ชีวิตอยู่ในแถบตะวันตกของประเทศ และกระจายอยู่ตามรัฐต่างๆ

 

 ขอขอบคุณ

 กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
70. สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์
เมื่อ พ. 20 มิ.ย. 2550 @ 10:32
298273 [ลบ]

สวัสดีครับ  อาจารย์จิระและผู้เข้าอบรม  SEDP 2 รุ่น3 ทุกท่าน

  ก่อนอื่นต้องสวัสดีกับอาจารย์ที่ทักทายผมในBlock ข้างต้น  ผมยังคงมีภาพความทรงจำที่ดีกับอาจารย์ในช่วงเรียนรุ่นสองเสมอ   การพัฒนาผู้บริหารระดับสูงนับเป็นงานที่ยาก สิ่งที่อาจารย์ตั้งใจทำให้กับ กฟผ. จึงเป็นประโยชน์กับ กฟผ. มาก   สำหรับผม ผมถือว่าอาจารย์เป็นพันธมิตรที่มีค่าต่อ กฟผ. มาก ยิ่งทราบว่าอาจารย์จะมาเป็นที่ปรึกษาด้าน HR ให้กับ กฟผ. ยิ่งทำให้รู้สึกดีใจมาก

  งาน HR ของ กฟผ. ผมเห็นว่ายังเป็นจุดอ่อนด้านหนึ่งของ กฟผ. แม้ว่าในอดีต กฟผ. จะมีทรัพยากรบุคคลชั้นเยี่ยมเข้ามาอยู่ในองค์กรมากมายเนื่องจากชื่อเสียงที่ดีของ กฟผ.ในอดีต   แต่การบริหารบุคลากรในความเห็นผมยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก เป็นไปอย่างตามมีตามเกิด ระหว่างเรียนในรุ่นสอง  ผมเห็นสิ่งเหล่านี้ชัดเจน แม้วันนี้ กฟผ. จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ตามที่ปรากฏในแผนยุทธศาสตร์ กฟผ. แต่เป็นเรื่องที่ต้องลงแรงอีกมาก  อย่างน้อยมีปัญหาสองประการที่ต้องพิจารณาอย่างเร่งรีบ ในสายตาของผม

อย่างแรก ใน 5-10 ปีข้างหน้า กฟผ. ยังขาดผู้นำในปริมาณที่มากพอ ที่จะผลักดัน ภารกิจ กฟผ. ไปสู่ความเติบโต  กฟผ. มีผู้บริหารที่สามารถบริหารงานเท็คนิคที่ยอดเยี่ยมเป็นเลิศของประเทศ  แต่ในวันนี้ผู้นำ กฟผ. จะต้องรอบรู้กว้างขวาง  สามารถทำงานกับปัจจัยภายนอกได้ดี  ขณะที่ต้องสร้างความเข้าใจ ความมั่นใจให้กับพนักงานได้ด้วย  การสร้างคนเหล่านี้ไม่ง่ายเลย

อย่างที่สอง กฟผ. ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ รุ่นเยาว์ เนื่องจากขาดการรับคนเข้าองค์กรในจังหวะที่เหมาะสม  ขณะนี้ กฟผ. มีบุคลากรอายุ 20-35 ปีน้อยมาก   ช่วงที่ประเทศประสบกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ หลังปี 2540 นักศึกษาจบมาหางานทำไม่ได้  ผมเสียดายเราไม่ได้รับนักศึกษาดีๆ มาจำนวนหนึ่ง   ซึ่งจะทำให้ได้เลือกคนคุณภาพดี  และจะจงรักภักดีกับ กฟผ. ในระยะยาว กฟผ. เวลานี้ กฟผ. ไม่อยู่ในสถานะที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบัณทิต รุ่นใหม่ๆแล้ว ปัญหานี้เริ่มส่งปัญหาในบางสายงานบ้างแล้ว และคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นต่อไป

 เข้ามาทักทาย กลายเป็นเขียนเสียยาว  หวังว่าจะได้เรียนรู้กับอาจารย์ โดยเฉพาะกับด้าน HR ในกรณี กฟผ.  ขอให้เพื่อนๆรุ่น 3 สนุกกับการเรียนในการเดินทางไป Sydney / New South wales  นะครับ สวัสดีครับ

P
71. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 11:15
300364 [ลบ]

เรียน คุณสุทัศน์

 

ผมได้อ่าน Blog ที่คุณสุทัศน์ส่งข้อมูลเข้ามาทำให้ผมได้รับทราบ ประเด็นหลัก ๆ ที่ผมจะได้เข้ามาช่วยงานด้าน HR ของ กฟผ. มากขึ้น ซึ่งก็คงต้องขอความร่วมมือจากลูกศิษย์ของผมทั้ง 3 รุ่นร่วมกันให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คาดว่า หลังจากผมกลับจากซิดนีย์แล้ว คงจะได้มีโอกาสได้หารือกันเพิ่มเติม  

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ กฟผ. จะต้องเตรียมขุนพลสำหรับการทำงานในอนาคต เพื่อทดแทนขุนพลรุ่นเก่าที่จะต้องเกษียณอายุไปในไม่ช้านี้  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะหาทางทำวิธีที่ดีที่สุดร่วมกับลูกศิษย์ของผมได้

       

                     จีระ  หงส์ลดารมภ์
ไม่มีรูป
72. กมล ตรรกบุตร
เมื่อ ศ. 06 ก.ค. 2550 @ 07:12
312716 [ลบ]

การดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka 
  • เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550
  • ผมได้ร่วมไปกับคณะของ ฯพณฯ รมต.ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งคณะ 24 คน
  • เดินทางไปดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka ญี่ปุ่น
  • ซึ่งตั้งอยู่ที่ Hamaoka-cho, เขต Shizuoka Prefecture ใกล้กับเมือง Nagoya ชายฝั่งทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka เป็นโรงไฟฟ้าของบริษัท Chubu Electric
  • ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าแบบ Boiling Water Reactor (BWR) จำนวน 5
  • โรง Hamaoka 1, 2, 3, 4 and 5
  • โดยบริษัท Toshiba เป็นผู้ผลิตปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Nuclear Reactor) แบบ BWR
  • และแบบ ABWR  โดยมีขนาดกำลังผลิตติดตั้งดังนี้
  • โรง Hamaoka 1  ขนาด  515 MWe     เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ Aug. 1974
  • โรง Hamaoka 2  ขนาด  806 MWe     เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)   เมื่อ May 1978
  • โรง Hamaoka 3  ขนาด  1,056 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 1987
  • โรง Hamaoka 4  ขนาด  1,092 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 1993 
  • โรง Hamaoka 5  ขนาด  1,380 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 2005
           
  •         การทำงานของโรงไฟฟ้าที่ใช้ปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำเดือด BWR
  •         จะใช้น้ำไปทำหน้าที่สารถ่ายเทความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในปฏิกรณ์
  • ขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่เป็นสารหน่วงนิวตรอน (Neutron Moderator)
  • เพื่อปรับระดับพลังงานของนิวตรอนให้เหมาะกับการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อ ๆ ไป
  • น้ำเมื่อได้รับความร้อน ก็จะกลายเป็นไอน้ำที่ความดันประมาณ 70 bar (70 บรรยากาศ) อุณหภูมิประมาณ 290 oC
  • ไปขับดันกังหันไอน้ำ (Steam Turbine)
  • เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)
  • จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งต่อไป
 
  •                 ไอน้ำที่คายพลังงานหมุนกังหันไอน้ำ จะถูกปล่อยให้ถ่ายเทความร้อนที่เครื่องควบแน่น
  • น้ำระบายความร้อนที่ออกจากเครื่องควบแน่นที่อุณหภูมิไม่สูงกว่า 39 oC
  • จะถูกส่งผ่านลงสู่ทะเล หรือผ่านหอระบายความร้อน (Cooling Tower ) แล้วแต่กรณี
 โรงไฟฟ้า Hamaoka 5 
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่คณะฯได้เข้าไปดูงานเป็นโรงไฟฟ้า Hamaoka  หน่วยที่ 5   ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง  1,380 MWe  
  • เป็นโรงไฟฟ้าใช้ปฏิกรณ์รุ่นใหม่แบบ Advanced Boiling Water Reactor (ABWR)
  • ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น และมีความสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงน้อยลง
Advanced Boiling Water Reactor, ABWR
  • ปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ Advanced Boiling Water Reactor, ABWR
  • ที่ติดตั้งเป็นปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท TOSHIBA และ บริษัท WESTINGHOUSE
  • ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีการเจรจารวมกิจการ
  • บริษัท TOSHIBA ได้ตกลงซื้อกิจการด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากบริษัท  WESTINGHOUSE ทั้งหมด
 การพัฒนาปฏิกรณ์นิวเคลียร์  ABWR
  • หลักการสำคัญของการพัฒนาระบบปฏิกรณ์นิวเคลียร์จาก BWR
  • เป็นระบบ ABWR ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ
  • การปรับกรุงระบบการระบายความร้อนภายในปฏิกรณ์
  •  (ต้นแบบจากการวิจัยพัฒนาของกลุ่ม GE)
  • จากวิธีการเดิม ใช้การอัดน้ำเข้าไประบายความร้อนให้ปฏิกรณ์โดยตรง
  • ได้เพิ่มระบบปั๊มน้ำจำนวน 10 ชุด ภายในปฏิกรณ์ (Reactor Internal Pumps, RIP)
  • เพื่อทำให้เกิดการไหลหมุนเวียนของน้ำภายในปฏิกรณ์
  •  จากการถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นนี้
  • ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของโรงไฟฟ้าสูงขึ้น