สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ขอเชิญสมาชิกทุกท่านร่วมโหวตผู้ผ่านการคัดเลือกรางวัลสุดคะนึงประจำเดือน มิ.ย.2552 ค่ะ และปิดรับการโหวตวันที่ 9 ก.ค. 2552 เวลา 24.00 น.
Chira Academy
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
P ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 4568
ผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3
ผมชอบแนวคิดของ Jack Welch ผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังในการทำงาน (Energy) จะต้องเป็นผู้กระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง (Energize) ต้องเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ (Edge) และต้องทำให้สำเร็จ (Execution)
12 พฤษภาคม 2550

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กฟผ. รุ่น 3 ทุกท่าน            

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ เป็นผู้จัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมือาชีพของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับการจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. ผมรู้สึกชื่นชมในวิสัยทัศน์ของท่านผู้ว่าฯ ไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการฯ คนปัจจุบันของ กฟผ. ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรมาก ทำอย่างจริงจัง และต่อเนื่องตลอดมา และต้องขอขอบพระคุณท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ผมสานต่องานที่สำคัญนี้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน           

การจัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ.ทุกรุ่นที่ผ่านมาผมได้พยายามปรับปรุงคุณภาพของหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นที่ 1ซึ่งสถานการณ์ขณะนั้น กฟผ. ยังเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจซึ่งมีแนวโน้มในเรื่องที่จะแปรรูปไปเป็นบริษัทมหาชนอยู่บ้างแต่ยังไม่ชัดเจนมากนัก สำหรับรุ่นที่ 1 มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 18 ท่าน (ซึ่งปัจจุบันก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการฯ กันไปแล้วกว่าครึ่ง) เนื่องจากจำนวนไม่มากนักเนื่องจากเป็นโครงการนำร่อง ทำให้เรามีโอกาสได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นเราได้ไปเข้าเรียนหลักสูตร Global Development Program ที่ Business School มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ของเมืองซีแอตเติ้ล ซึ่งกระแสตอบรับจากผู้ที่เข้าร่วมโครงการก็ดีมาก จนกระทั่งผมได้รับความไว้วางใจให้จัดโครงการต่อเนื่องสำหรับรุ่นที่ 2           

โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 31 คน สถานการณ์ของกฟผ. ในช่วงนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแปรรูปฯ ซึ่งมีแนวโน้มและความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก ดังนั้น หลักสูตรสำหรับรุ่นนี้ผมก้ได้ปรับเนื้อหาบางส่วนให้ตรงประเด็น และเข้ากับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเน้นการเข้าไปดูตัวอย่างของกรณีศึกษาของรัฐวิกตอเรียซึ่งได้ทำการแปรรูปหน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟฟ้า ( Privatization ) ไปแล้ว 100% การมีโอกาสได้เรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของการแปรรูปฯ จากรัฐบาล รัฐบาลท้องถิ่น นักธุรกิจ และนักวิชาการของออสเตรเลียทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังได้เข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้น (2 วัน) ที่ School of Enterprise, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย           

สำหรับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3 นี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 34 คน ซึ่งทุกท่านเป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายผู้มีสมรรถนะและความสามารถที่จะก้าวขึ้นเป็นระดับผู้ช่วยผู้ว่าการฯ เช่นเดียวกับโครงการที่ผ่านมา การเรียนรู้ในโครงการนี้ประกอบด้วย การเรียนรู้หลักสูตร 60 ชั่วโมง (ภายในประเทศ) และจากนั้นจะเดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลา 8 วัน            

egat1

 egat2

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นเป็นพิธีเปิดโครงการฯ ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณอภิชาติ ดิลกโสภณ รองผู้ว่าการบริหารของ กฟผ. เป็นประธานในพิธีซึ่งผมก็ถือโอกาสขอบคุณท่านอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วย บรรยากาศของงานพิธีเปิดฯ ในวันนั้นดีมากทีเดียวเพราะผมได้มีโอกาสได้รู้จักและได้รับฟังความคิดเห็นต่อโครงการฯ และความคาดหวังจากทุกท่านซึ่งจะทำให้หลักสูตรที่ผมและทีมงานตั้งใจจัดขึ้นในครั้งนี้นั้นตรงกับความต้องการ และจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านอย่างแท้จริง  ซึ่งผมก็ได้ให้ทีมงานสรุปความคิดเห็นของทุก ๆ ท่านในวันนั้นมาไว้ใน Blog นี้ด้วย และก็ตั้งใจว่าจะใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และเป็นคลังความรู้ของพวกเราต่อไปครับ

                                                               จีระ  หงส์ลดารมภ์ 

 

 

 

 

 

 

เดินทางไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและเหมืองที่แม่เมาะ

วันศุกร์ที่ 20 ก.ค. 50

 ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เรือนรับรอง

บริเวณด้านหน้าเรือนรับรอง

 

ชมภูมิทัศน์จำลองของเหมืองและโรงไฟฟ้า

ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้

เข้าชมพิพิธภัณฑ์

 

จุดชมวิวบนภูเขาเทียม

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: แม่เมาะ 1
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 20:29   แก้ไข: ส. 11 ส.ค. 2550 @ 15:33   ขนาด: 16630 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
61. ศิรวัตร (ยอด) [IP: 124.120.220.55]
เมื่อ พฤ. 07 มิ.ย. 2550 @ 20:06
285381 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียนอาจารย์จีระ และพี่ กฟผ. ทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอีกครั้งที่ได้ให้โอกาสผมเข้าร่วมการสัมมนาในหลักสูตร Leadership ในครั้งนี้  ตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วม รู้สึกว่าการอบรมในทุกๆ เรื่องมีประโยชน์และคุ้มค่ากับเวลามาก มีหลายๆ เรื่องที่คิดว่า กฟผ. น่าจะสามารถนำไปปรับใช้หรือเป็นแนวทางและวิธีการคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์มากต่ออนาคตของ กฟผ. ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ Strategy Roadmap ที่เรียนกับคุณ Jean Pierre Dumas หากมองในฐานะของคนนอก ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ กฟผ. ต้องตอบคำถามให้ได้คือ ในอนาคต (อาจะ 10 หรือ 20 ปี นับจากนี้) กฟผ. จะยืนอยู่ ณ จุดไหน เป็นใคร และทำอะไร ต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก และการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในโลกของทุนนิยมไม่มีคำว่าพรมแดน อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ใครจะเคยคิดว่าวันนึงสิงคโปร์จะมาซื้อกิจการ Shin Corp. (รวมทั้งการลงทุนขนาดใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก) หากเรายึดเอาพรมแตนทางภูมิศาสตร์มาจำกัดขอบเขตของการพัฒนา อาจทำให้เราล้าหลังไม่ทันคนอื่น สำหรับ กฟผ. ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีศักยภาพในการลงทุนสูง บางครั้งในการกำหนดกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาในอนาคต (ในความคิดของผม) อาจต้องลบภาพเดิมๆ ที่มีอยู่ไปทั้งหมด ลืมไปให้หมดว่า กฟผ. เป็นผู้ผลิตและส่งไฟฟ้ารายใหญ่ / กฟผ. เป็นเจ้าของระบบส่ง / กฟผ. เป็นผู้นำในธุรกิจไฟฟ้าในอาเซียน ฯลฯ เพราะการพัฒนาโดยยึดติดอยู่แค่ว่า กฟผ. ทำไฟฟ้า อาจทำให้ความคิดจำกัดอยู่ในกรอบๆ หนึ่งเท่านั้น ทั้งที่โอกาสในการพัฒนามิได้มีอยู่แค่นั้น เพียงแต่ว่า กฟผ. ใช้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่จะมุ่งสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องและไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการกับประเทศไทย ใครจะไปรู้อีก 10 ปี หรือ 20 ปีจากนี้ กฟผ. อาจเป็นเจ้าของธุรกิจไฟฟ้ารายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาก็ได้  ทั้งหมดนี้ ผมเพียงแค่คิดว่า กฟผ. ต้องรู้ว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว กฟผ. จะเป็นอะไร และการพัฒนาที่ไกลกว่านั้น จะเป็นการส่งเสริมหรือทำลายสิ่งที่ กฟผ. ต้องการเป็นหรือไม่    
ไม่มีรูป
62. กมล ตรรกบุตร [IP: 58.8.150.108]
เมื่อ อา. 10 มิ.ย. 2550 @ 18:52
288212 [ลบ] [แจ้งลบ]

ตามที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับ LNG ผมใคร่ขอให้ข้อมูลดังนี้ 

  •  ก๊าซธรรมชาติเหลว LNG = liquefied natural gas.
  • LNG คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกทำให้เย็นลงจนกลั่นตัวเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว
  • LNG มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ก๊าซมีเธน (methane)
  • และบางส่วนของ อีเธน (ethane)  กับ โปรเพน (propane)
  • ปกติจะรักษาความดันไว้ที่ความดันบรรยากาศ อุณภูมิประมาณ – 160 C
  • LNG จะลดปริมาตรลงประมาณ 600 เท่าของก๊าซธรรมชาติทำให้ขนส่งสะดวกขึ้น
 LNG import terminal ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักดังนี้
  •  Marine Facilities
  •   LNG Receiving & Storage Facilities
  •  Vaporization Facilities
  •  Send Out PipelineMarine Facilities
 
ไม่มีรูป
63. กมล ตรรกบุตร [IP: 58.8.150.108]
เมื่อ อา. 10 มิ.ย. 2550 @ 21:02
288301 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน   การอบรม 60 ชั่วโมง ก็ผ่านไปแล้วด้วยดีตามที่ได้สรุปไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิย แล้วนั้น ใคร่ขอนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอขอบคุณฝ่ายพัฒนาบุคลากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ได้รับความร่วมมือจาก ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
 ที่ได้จัดหลักสูตรที่มีคุณค่า และมีประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับพวกเรารุ่นที่ 3 ครั้งนี้ พวกเราได้ร่วมกันสรุปสาระได้ดังต่อไปนี้ 
  1. ประโยชน์ที่ได้รับ
จากผลการอบรมได้แนวทางการนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ 4 หัวข้อ กล่าวคือ
  • การพัฒนาและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( HRD , HRM )
  •  การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
  •  นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ซึ่งรวมการบริหารภายในองค์กร
  •  องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการบริหารองค์ความรู้ ( LO & KM )
 ข้อเสนอแนะ
  •  การจัดหลักสูตรลักษณะนี้  ควรดำเนินการต่อ        ในระดับอายุตั้งแต่  40 – 45 ปี เพื่อผู้เข้าอบรมจะได้มีเวลาทำงานให้ กฟผ. ต่อเนื่อง
  • ควรวางแผนการอบรมต่าง ๆ ในภาพรวม ให้กลุ่มที่มีศักยภาพ เป็นระบบต่อเนื่องในลักษณะเป็นยุทธศาสตร์
  • ด้าน HRD ควรเร่งพิจารณา 3 หัวข้อหลักก่อน Man Power Planning / Rotation และ Career Path
  • Change Management  กฟผ. จะมีหรือไม่มีการแปรรูป ก็ควรพยากรณ์กิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมและ สำรวจจุดแข็งเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
  • Social Innovation  ควรจัดตั้งการอบรม วปอ. กฟผ. เพื่อเป็น Networking และจัดตั้งสถาบันบริการความรู้ทางไฟฟ้า อาทิ นิวเคลียร์ SPP, IPP, etc
  • LO & KM ควรทำแผนงานองค์กรแห่งการเรียนรู้   และจัดการความรู้อย่างเป็นรูปธรรม และ   กฟผ. ควรมีแผนการพัฒนาบุคลากรตาม Career Path Planning และ Succession Plan อย่างเป็นระบบ
  •  การสร้างผู้นำในองค์การ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และทำต่อเนื่อง

 

ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร

 
ไม่มีรูป
64. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.146.104.41]
เมื่อ จ. 11 มิ.ย. 2550 @ 12:53
289097 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  
  • ตามที่ กฟผ. จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในวันที่ 11 มิย 2550
  • และผมได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ ทางเลือกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน
  • ในช่วงเวลาเช้า ท่าน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 หลาย ๆท่าน
  • ได้ไปร่วมฟัง และให้กำลังใจ ผมก็ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
 
  • ก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gases ที่สำคัญประกอบด้วย
  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2. ก๊าซมีเธน CH4 และก๊าซไนตรัสออกไซด์ NO2
  • เนื่องจากการเผาเชื้อเพลิงประเภท Fossil (น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน)
  • จะปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาจำนวนมาก
  • ก่อให้เกิดเกราะก๊าซเรือนกระจก หุ้มบรรยากาศของโลก
  • รังสีแสงอาทิตย์ที่ลงมาถึงผิวโลกจึงสะท้อนกลับไม่ได้จำนวนมาก
  • ทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ผลที่ตามมามีข้อเสียหลาย ๆ ด้าน
  • อาทิ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย 9% ทุก ๆ 10 ปี คาดว่าประมาณปี 2040 จะละลายหมด
  • หากยังไม่มีการแก้ไขใด ๆ น้ำก็คงจะท่วมโลกเรา
 
  • เพื่อสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงตลอดเวลา
  • ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของ
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะไม่ก่อให้เกิด Greenhouse Gas (CO2, SOx, Hg, NOx  )
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • ที่นับได้ว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อผลกระทบดังกล่าว ต่อสิ่งแวดล้อม
 ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
65. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.149.16.45]
เมื่อ อ. 12 มิ.ย. 2550 @ 08:45
289850 [ลบ] [แจ้งลบ]

 แก้ไขครับ

 

  • เพื่อสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงตลอดเวลา
  • ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของก๊าซเรือนกระจก
  • โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะไม่ก่อให้เกิด Greenhouse Gas (CO2, SOx, Hg, NOx  )
  • ดังนั้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • ที่นับได้ว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อผลกระทบดังกล่าว ต่อสิ่งแวดล้อม
 ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
66. สุเมธ ชัยพฤกษ์ [IP: 203.149.16.40]
เมื่อ อ. 12 มิ.ย. 2550 @ 11:26
290051 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีครับท่านอาจารย์จีระและเพื่อนๆรุ่น 3

ผมได้เข้ามาอ่าน ข้อคิดที่เกิดจากการอบรมของพี่สมชัย  แล้วก็อยากจะร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้

1 ) ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถาบันบริหารจัดการองค์ความรู้ กฟผ.  เพราะขณะนี้แต่ละฝ่ายที่กำลังหรือจะทำ KM มักจะประสพปัญหาบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ Knowledge Engineer และผู้ที่จะพัฒนา IT ให้สามารถตอบสนองได้ whenever และ wherever  เนื่องจากบุคลากรที่มีศักยภาพพอก็มักจะได้รับมอบหมายงานไว้มากแล้ว 

2 ) "จัดอบรม ถ่ายทอดให้มีการใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ"   ตรงจุดนี้ผมอยากจะให้เน้นทำอย่างไรจึงจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นไปตามทฤษฎี 4L's ของท่านอาจารย์จีระ  มิฉะนั้น KM ที่ทำมาจะก่อประโยชน์น้อยมาก  และเท่าที่ผ่านๆมาการอบรมของ กฟผ. ก็มักจะเป็นอย่างนั้นซะด้วย 

3 ) กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับ Stake Holder  ก็เป็นความคิดที่ดีซึ่งมีการกล่าวถึงมาบ้างแล้ว  หากแต่ผมคิดว่าต้องมีการสร้างรั้วไปพร้อมๆกันด้วย  รั้วในที่นี้ผมอยากยกตัวอย่างเช่น การรับพนักงานใหม่ต้องสร้างวิธีการที่ไม่มีการฝากเข้ามาได้  มิฉะนั้นก็จะมีการฝากคนที่ไม่ qualify เข้ามาอีก  เพราะเราเองหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากเขาในบางเรื่อง  เขาเองก็ต้องหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากเราในบางเรื่องเช่นกัน  รวมทั้งต้องคิดในส่วนอื่นๆที่อาจมีอีกด้วย

12-06-50-11.25    

P
67. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พ. 13 มิ.ย. 2550 @ 14:34
291522 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน ดร.กมล ประธานรุ่นและผู้เข้าอบรมรุ่น 3 ทุกท่าน           
           ผมต้องขอขอบคุณที่ท่านส่ง Blog มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ผมจะพยายามเขียน Blog ให้ท่านทุกวันและจะเชื่อมโยงให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และขอแสดงความยินดีกับคุณกมลที่ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ กฟผ.          
           เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 50 ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ไปร่วมฟังและแสดงความคิดเห็นในงานด้วย ทำให้ผมเล็งเห็นศักยภาพของประธานทั้งรุ่น 1, 2, 3, และ ผู้เข้าอบรมทุกๆท่านว่าจะทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ต่อ กฟผ. อย่างจริงจัง และทำให้ Stakeholders ได้เข้าใจและเห็นศักยภาพของเรามากขึ้น ตอนนี้ผมอยากให้ผู้เข้าอบรมรุ่น 3 ทุกท่านเตรียมตัวในการไปศึกษาดูงานที่ประเทศ Australia โดยที่ผมอยากให้ทุกท่านศึกษา           
          •ประวัติศาสตร์ชาติ Australia           
          •ชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Australian โดยเฉพาะที่ Sydney           
          •เตรียมพร้อมในการใช้ภาษาอังกฤษ แต่ผมมั่นใจว่าทุกท่านใช้ภาษาอังกฤษได้ดี           
          •สร้างภาพลักษณ์ให้ กฟผ.
                      ขอขอบคุณ                     
                   จีระ หงส์ลดารมภ์  
P
68. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ พฤ. 14 มิ.ย. 2550 @ 16:40
292856 [ลบ] [แจ้งลบ]

ถึง คุณสุทัศน์

        ขอบคุณที่ประธานรุ่น 2 ได้เปิด Blog ดู และเห็นความก้าวหน้าของรุ่นที่ 3  ตอนนี้ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ผมจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ในด้าน HRD และ HRM ให้กับ กฟผ. ซึ่งก็คงต้องปรึกษาท่านด้วยเหมือนกัน 

         ส่วนอีกเรื่องคือ การทัศนศึกษาและดูงานที่ประเทศออสเตรเลีย สำหรับรุ่น 3 นี้เราจะไปศึกษาและดูงานที่ Sydney และมหาวิทยาลัย New South Wales

           ซึ่งผมยังจำตอนไปทัศนศึกษาและดูงานที่เมลเบิร์น ของรุ่นที่ 2 ได้ดี ซึ่งคุณสุทัศน์ และทางรุ่น 2 ก็มีส่วนร่วมในการทำให้การทัศนศึกษาและดูงานในครั้งนั้น ประสบความสำเร็จ  และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการทัศนศึกษาและดูงานสำหรับรุ่นที่ 3 นี้ ก็คงจะประสบความสำเร็จด้วยเหมือนกันครับ

                         จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

ไม่มีรูป
69. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.149.16.42]
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 16:26
293920 [ลบ] [แจ้งลบ]

 เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

 

ขออนุญาตให้ข้อมูล

 

  • ออสเตรเลียเป็นประเทศเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • มีพื้นที่ 7,686,848 ตางรางกิโลเมตร ประกอบด้วยรัฐต่างๆ 6 รัฐ กับเขตการปกครองอิสระ อีก 2   เขต  เรียกว่า เทร์ริทอรี (Territory)
  • เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2  เป็นประมุข
  •  ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ
  • มีทั้งรัฐบาลกลาง และรัฐบาลของรัฐต่างๆ
  • รัฐบาลกลางมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร 
  • ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยสภาสูง มาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี  
  • และสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากรัฐและดินแดนอิสระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี

  • รัฐนิวเซาท์เวลส์มีประชากรประมาณ 6.4  ล้านคน
  • เมืองซิดนีย์เป็นเมืองหลวง
  • ภูมิอากาศที่เมืองซิดนีย์ไม่หนาวจัด ฤดูร้อนมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำสุด 16 C ในตอนกลางคืน และสูงสุด 24 C ในตอนกลางวัน
  • ส่วนในฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำสุด 12 Cในตอนกลางคืน และ 20 C ในช่วงกลางวัน
  • สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น  โรงอุปรากร Opera House  สะพาน Sydney Harbour
  • หอศิลป์ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ พิพิธภัณฑ์ของออสเตรเลีย
  • สวนพฤกษศาสตร์  Darling Harbour สวนสัตว์ Taronga  และชายหาด  Bondi

 

โรงอุปรากรซิดนีย์
  •         โรงอุปรากรนี้เกือบจะเป็นอาคารที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในออสเตรเลีย  
  • เนื่องจากมีการออกแบบที่แปลกตา  เป็นที่สนใจของผู้พบเห็น  
  • การสร้างอาคารที่ใช้เวลาถึง  16  ปี ใช้งบประมาณไปถึง 102 ล้านเหรียญ  
  • ได้รับเกียรติในการเปิดจากพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ผู้มาเป็นประธานในการเปิด
 
  • เมืองซิดนีย์ เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่ายของวันที่ 26 มกราคม 1788
  • เมื่อเรือเดินสมุทร 11 ลำมาเทียบท่า และทอดสมอทีSydney Cove ฝั่งทะเลด้านหนึ่งของนครซิดนีย์
  • ผู้โดยสารที่อยู่ในเรือทั้งหมดคือนักโทษและทหารผู้คุม ของรัฐบาลอังกฤษ
  • ต่อมาทหารผู้คุมนักโทษ รวมไปถึงนักโทษเริ่มสร้างเมืองโดยไม่สนใจชาวอบอร์ริจิน ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน
  • ปัจจุบันซิดนีย์เป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ
  • รวมไปถึงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่น้อยกว่าประเทศอื่น
  • ส่วนชาวพื้นเมืองเผ่าอบอร์ริจินส่วนมากที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ใช้ชีวิตอยู่ในแถบตะวันตกของประเทศ และกระจายอยู่ตามรัฐต่างๆ

 

 ขอขอบคุณ

 กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
70. สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ [IP: 202.44.210.31]
เมื่อ พ. 20 มิ.ย. 2550 @ 10:32
298273 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีครับ  อาจารย์จิระและผู้เข้าอบรม  SEDP 2 รุ่น3 ทุกท่าน

  ก่อนอื่นต้องสวัสดีกับอาจารย์ที่ทักทายผมในBlock ข้างต้น  ผมยังคงมีภาพความทรงจำที่ดีกับอาจารย์ในช่วงเรียนรุ่นสองเสมอ   การพัฒนาผู้บริหารระดับสูงนับเป็นงานที่ยาก สิ่งที่อาจารย์ตั้งใจทำให้กับ กฟผ. จึงเป็นประโยชน์กับ กฟผ. มาก   สำหรับผม ผมถือว่าอาจารย์เป็นพันธมิตรที่มีค่าต่อ กฟผ. มาก ยิ่งทราบว่าอาจารย์จะมาเป็นที่ปรึกษาด้าน HR ให้กับ กฟผ. ยิ่งทำให้รู้สึกดีใจมาก

  งาน HR ของ กฟผ. ผมเห็นว่ายังเป็นจุดอ่อนด้านหนึ่งของ กฟผ. แม้ว่าในอดีต กฟผ. จะมีทรัพยากรบุคคลชั้นเยี่ยมเข้ามาอยู่ในองค์กรมากมายเนื่องจากชื่อเสียงที่ดีของ กฟผ.ในอดีต   แต่การบริหารบุคลากรในความเห็นผมยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก เป็นไปอย่างตามมีตามเกิด ระหว่างเรียนในรุ่นสอง  ผมเห็นสิ่งเหล่านี้ชัดเจน แม้วันนี้ กฟผ. จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ตามที่ปรากฏในแผนยุทธศาสตร์ กฟผ. แต่เป็นเรื่องที่ต้องลงแรงอีกมาก  อย่างน้อยมีปัญหาสองประการที่ต้องพิจารณาอย่างเร่งรีบ ในสายตาของผม

อย่างแรก ใน 5-10 ปีข้างหน้า กฟผ. ยังขาดผู้นำในปริมาณที่มากพอ ที่จะผลักดัน ภารกิจ กฟผ. ไปสู่ความเติบโต  กฟผ. มีผู้บริหารที่สามารถบริหารงานเท็คนิคที่ยอดเยี่ยมเป็นเลิศของประเทศ  แต่ในวันนี้ผู้นำ กฟผ. จะต้องรอบรู้กว้างขวาง  สามารถทำงานกับปัจจัยภายนอกได้ดี  ขณะที่ต้องสร้างความเข้าใจ ความมั่นใจให้กับพนักงานได้ด้วย  การสร้างคนเหล่านี้ไม่ง่ายเลย

อย่างที่สอง กฟผ. ขาดบุคลากรรุ่นใหม่ รุ่นเยาว์ เนื่องจากขาดการรับคนเข้าองค์กรในจังหวะที่เหมาะสม  ขณะนี้ กฟผ. มีบุคลากรอายุ 20-35 ปีน้อยมาก   ช่วงที่ประเทศประสบกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ หลังปี 2540 นักศึกษาจบมาหางานทำไม่ได้  ผมเสียดายเราไม่ได้รับนักศึกษาดีๆ มาจำนวนหนึ่ง   ซึ่งจะทำให้ได้เลือกคนคุณภาพดี  และจะจงรักภักดีกับ กฟผ. ในระยะยาว กฟผ. เวลานี้ กฟผ. ไม่อยู่ในสถานะที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบัณทิต รุ่นใหม่ๆแล้ว ปัญหานี้เริ่มส่งปัญหาในบางสายงานบ้างแล้ว และคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นต่อไป

 เข้ามาทักทาย กลายเป็นเขียนเสียยาว  หวังว่าจะได้เรียนรู้กับอาจารย์ โดยเฉพาะกับด้าน HR ในกรณี กฟผ.  ขอให้เพื่อนๆรุ่น 3 สนุกกับการเรียนในการเดินทางไป Sydney / New South wales  นะครับ สวัสดีครับ

P
71. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 11:15
300364 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน คุณสุทัศน์

 

ผมได้อ่าน Blog ที่คุณสุทัศน์ส่งข้อมูลเข้ามาทำให้ผมได้รับทราบ ประเด็นหลัก ๆ ที่ผมจะได้เข้ามาช่วยงานด้าน HR ของ กฟผ. มากขึ้น ซึ่งก็คงต้องขอความร่วมมือจากลูกศิษย์ของผมทั้ง 3 รุ่นร่วมกันให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คาดว่า หลังจากผมกลับจากซิดนีย์แล้ว คงจะได้มีโอกาสได้หารือกันเพิ่มเติม  

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ กฟผ. จะต้องเตรียมขุนพลสำหรับการทำงานในอนาคต เพื่อทดแทนขุนพลรุ่นเก่าที่จะต้องเกษียณอายุไปในไม่ช้านี้  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะหาทางทำวิธีที่ดีที่สุดร่วมกับลูกศิษย์ของผมได้

       

                     จีระ  หงส์ลดารมภ์
ไม่มีรูป
72. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.149.16.42]
เมื่อ ศ. 06 ก.ค. 2550 @ 07:12
312716 [ลบ] [แจ้งลบ]

การดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka 
  • เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550
  • ผมได้ร่วมไปกับคณะของ ฯพณฯ รมต.ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งคณะ 24 คน
  • เดินทางไปดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka ญี่ปุ่น
  • ซึ่งตั้งอยู่ที่ Hamaoka-cho, เขต Shizuoka Prefecture ใกล้กับเมือง Nagoya ชายฝั่งทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka เป็นโรงไฟฟ้าของบริษัท Chubu Electric
  • ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าแบบ Boiling Water Reactor (BWR) จำนวน 5
  • โรง Hamaoka 1, 2, 3, 4 and 5
  • โดยบริษัท Toshiba เป็นผู้ผลิตปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Nuclear Reactor) แบบ BWR
  • และแบบ ABWR  โดยมีขนาดกำลังผลิตติดตั้งดังนี้
  • โรง Hamaoka 1  ขนาด  515 MWe     เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ Aug. 1974
  • โรง Hamaoka 2  ขนาด  806 MWe     เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)   เมื่อ May 1978
  • โรง Hamaoka 3  ขนาด  1,056 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 1987
  • โรง Hamaoka 4  ขนาด  1,092 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 1993 
  • โรง Hamaoka 5  ขนาด  1,380 MWe   เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)  เมื่อ  Jan. 2005
           
  •         การทำงานของโรงไฟฟ้าที่ใช้ปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำเดือด BWR
  •         จะใช้น้ำไปทำหน้าที่สารถ่ายเทความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในปฏิกรณ์
  • ขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่เป็นสารหน่วงนิวตรอน (Neutron Moderator)
  • เพื่อปรับระดับพลังงานของนิวตรอนให้เหมาะกับการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อ ๆ ไป
  • น้ำเมื่อได้รับความร้อน ก็จะกลายเป็นไอน้ำที่ความดันประมาณ 70 bar (70 บรรยากาศ) อุณหภูมิประมาณ 290 oC
  • ไปขับดันกังหันไอน้ำ (Steam Turbine)
  • เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)
  • จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งต่อไป
 
  •                 ไอน้ำที่คายพลังงานหมุนกังหันไอน้ำ จะถูกปล่อยให้ถ่ายเทความร้อนที่เครื่องควบแน่น
  • น้ำระบายความร้อนที่ออกจากเครื่องควบแน่นที่อุณหภูมิไม่สูงกว่า 39 oC
  • จะถูกส่งผ่านลงสู่ทะเล หรือผ่านหอระบายความร้อน (Cooling Tower ) แล้วแต่กรณี
 โรงไฟฟ้า Hamaoka 5 
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่คณะฯได้เข้าไปดูงานเป็นโรงไฟฟ้า Hamaoka  หน่วยที่ 5   ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง  1,380 MWe  
  • เป็นโรงไฟฟ้าใช้ปฏิกรณ์รุ่นใหม่แบบ Advanced Boiling Water Reactor (ABWR)
  • ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น และมีความสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงน้อยลง
Advanced Boiling Water Reactor, ABWR
  • ปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ Advanced Boiling Water Reactor, ABWR
  • ที่ติดตั้งเป็นปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท TOSHIBA และ บริษัท WESTINGHOUSE
  • ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีการเจรจารวมกิจการ
  • บริษัท TOSHIBA ได้ตกลงซื้อกิจการด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากบริษัท  WESTINGHOUSE ทั้งหมด
 การพัฒนาปฏิกรณ์นิวเคลียร์  ABWR
  • หลักการสำคัญของการพัฒนาระบบปฏิกรณ์นิวเคลียร์จาก BWR
  • เป็นระบบ ABWR ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ
  • การปรับกรุงระบบการระบายความร้อนภายในปฏิกรณ์
  •  (ต้นแบบจากการวิจัยพัฒนาของกลุ่ม GE)
  • จากวิธีการเดิม ใช้การอัดน้ำเข้าไประบายความร้อนให้ปฏิกรณ์โดยตรง
  • ได้เพิ่มระบบปั๊มน้ำจำนวน 10 ชุด ภายในปฏิกรณ์ (Reactor Internal Pumps, RIP)
  • เพื่อทำให้เกิดการไหลหมุนเวียนของน้ำภายในปฏิกรณ์
  •  จากการถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นนี้
  • ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของโรงไฟฟ้าสูงขึ้น
 
  •                 นอกจากนี้ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระบบ ABWR
  • ยังปรับปรุงระบบความปลอดภัยหลายด้าน อาทิเช่น
  • ระบบระบายความร้อนฉุกเฉินของแกนปฏิกรณ์
  • (Emergency Core Cooling System, ECCS)
  • ที่ประกอบด้วยระบบปั๊มระบายความร้อนหลาย ๆ ระบบย่อย
  • ซึ่งไฟฟ้าที่จะจ่ายให้แต่ละระบบย่อยเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามกำหนด
  • จากเครื่องผลิตไฟฟ้าดีเซลฉุกเฉิน
  
            ประสบการณ์ข้อขัดข้องการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า Hamaoka
  •             ข้อขัดข้องหนึ่งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka หน่วยที่ 1
  • ซึ่งใช้ปฏิกรณ์แบบ BWR ที่มีกำลังผลิตติดตั้ง 540 MWe ต้องหยุดเดินเครื่อง
  • เนื่องจากเกิดการชำรุดเสียหายของข้อต่อทางโค้งของท่อไอน้ำ
  • ที่ต่อกับระบบฉีดน้ำความดันสูง (High Pressure Coolant Injection system)
  • มีการตรวจพบการรั่วไหลในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 โดยปริมาณการรั่ว 1 หยดต่อ 2 3 วินาที
  • ณ ส่วนใกล้ ๆ กับ ส่วนล่างของชุดขับแท่งควบคุม (Control Rod Drive Mechanism, CRD)
  • บริษัท Chubu Electric Power
  • จึงรายงานต่อหน่วยงานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (Nuclear and Industrial Safety Agency , NISA)
  • ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2544
  • โดยมีประด็นที่สำคัญคือไม่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีแต่อย่างใด
  • บริษัท Chubu Electric รายงานว่าสาเหตุหลักคือเกิดรอยแตกของเนื้อโลหะ
  • อันเนื่องมาจากความเค้น (Stress) ที่เกิดขึ้นที่บริเวณที่เกิดการกัดกร่อนของโลหะ
  • จากผลการตรวจสอบทั้ง 88 ส่วนของ CRD
  •                 การแก้ไขได้ดำเนินการภายใต้การควบคุมของ NISA
  • โดยการเชื่อมต่อต้องใช้ลวดเชื่อมโลหะ Inconel 182 ซึ่งไม่เกิดการกัดกร่อนได้ง่าย ๆ
           บทสรุป
  •                 การเยี่ยมชมดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka
  • นับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเตรียมการศึกษาความเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์
  • นอกจากจะได้เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแล้ว
  • ยังได้รับทราบแนวทางการประชาสัมพันธ์
  • และการสร้างการยอมรับของสาธารณชนด้วย
  • บริษัท Chubu Electric Power
  • ได้จัดตั้งหน่วยงานด้านมวลชนขึ้นมาทำงานต่อเนื่องโดยตลอด
  • เพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ข่าวสารความเป็นไปของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แก่ประชาชน
  • โดยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hamaoka
  • ซึ่งสามารถใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรม การศึกษา และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย
  • อย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมือง Kobe สูงกว่า 7 ริกเทอร์สเกล
  • ส่งผลกระทบต่อมาตรการความปลอดภัยต่อการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเทศญี่ปุ่นทุกแห่ง
  • ที่จะต้องพิจารณาผลกระทบใหม่ โดยเฉพาะฐานราก
  • จำเป็นต้องทำการปรับปรุง และยื่นขอใบอนุญาตการเดินเครื่องใหม่
  • ซึ่งในปัจจุบันตามข้อมูลของโรงไฟฟ้าที่ Hamaoka หน่วยที่ 1, 2 และ 3 ยังคงหยุดเดินเครื่องเพื่อศึกษาความเหมาะสมใหม่
  • ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ วิศวกรของบริษัท Chubu ที่ Hamaoka ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้

    สรุปสาระสำคัญโดย ดร.กมล ตรรกบุตร
ไม่มีรูป
73. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.146.104.32]
เมื่อ ศ. 06 ก.ค. 2550 @ 07:25
312720 [ลบ] [แจ้งลบ]

สรุปสาระสำคัญ การร่วมปรึกษาหารือกับ METI เกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 
  • ในวันที่ 22 มิถุนายน 2550
  • คณะของ ฯพณฯ รมต.ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งคณะ 25 คน
  • ได้เดินทางไปเยี่ยมหน่วยงานแหล่งธรรมชาติและพลังงาน (Agency for Natural Resources and Energy, ANRE)
  • กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (Ministry of Economy, Trade and Industry, METI)
  • เพื่อร่วมหารือเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และประสบการณ์ในการสร้างโรงไฟฟ้า
  • รวมทั้งวิธีการทำความเข้าใจกับประชาชน
  • ในการนำเสนอโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น
 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์
  • ในปี พ.ศ. 2547 ประเทศญี่ปุ่นมีการใช้พลังงานจากพลังงานนิวเคลียร์ 28 %  
  • ก๊าซ LNG 26 %  ถ่านหิน 25 % น้ำมัน 10 %  และพลังงานทดแทนและ Water Pump รวมประมาณ 11 %
  • ในปี พ.ศ. 2548  ใช้พลังงานจากพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นเป็น 34.3 % 
  • ประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 40.7 % ในปี พ.ศ. 2553
 
  • ประเทศญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2490
  • เริ่มเดินเครื่องโรงต้นแบบในปี พ.ศ. 2506
  • เริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่โรงไฟฟ้า  Tokai โดยมีขนาดกำลังผลิต 166 MW
 
  • ในปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รวมทั้งหมด 55 โรงที่เดินเครื่อง
  • รวมกำลังผลิตติดตั้งทั้งหมด 49,580 MW
  • สามารถผลิตไฟฟ้าจ่ายเข้าระบบคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 1/3 ของความต้องการของประเทศ
  •  และจะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องโดยยึดหลักความปลอดภัย และความโปร่งใสเป็นสำคัญ
  
  •         ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากภาวะโลกร้อน
  • อันเนื่องมาจากการก๊าซเรือนกระจก(Greenhouse Gases)
  • โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยก๊าซ CO2  ที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภท Fossil  ต่าง ๆ   
  • ซึ่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะไม่ปล่อยก๊าซ CO2
  • ประเทศญี่ปุ่นจึงกำหนดแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง
           นโยบายรัฐบาล
  •         นโยบายรัฐบาลได้กำหนดไว้ว่าในปี พ.ศ. 2573
  • จะผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ในปริมาณ 30 40 %
  • และสนับสนุนโครงการวงจรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (Nuclear Fuel Cycle) อย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อรองรับการผลิตแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จากแท่งเชื้อเพลงใช้แล้ว
  • จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งประเทศ
  • นอกจากนี้ ยังกำหนดเป้าหมายในการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
  • ของปฏิกรณ์แบบผลิตเชื้อเพลิงด้วยตัวเอง (Fast Breeder Reactor, FBR) ในปี พ.ศ. 2593
 ประสบการณ์ในการส่งเสริมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  • การริเริ่มโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น
  • ก็คล้ายกับหลาย ๆ ประเทศที่ดำเนินการ
  • กล่าวคือ นอกจากขั้นตอนทางเทคนิคที่ต้องดำเนินการ
  • อาทิ การเลือกสถานที่ตั้ง การจัดทำรายงานความเหมาะสมทั้งทางสังคม เศรษฐศาสตร์ และการเงิน
  • การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การเลือกเทคโนโลยี การเตรียมบุคลากร และการเตรียมการด้านใบอนุญาตทุก ๆ ขั้นตอน
  • ยังมีงานที่นับได้ว่าสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ การให้ความรู้และการทำความเข้าใจต่อประชาชน 
  • ในการดำเนินการด้านมวลชนนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ
  • โดยตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการขึ้นมาทำงานเต็มเวลาและอย่างต่อเนื่อง
  • ภายใต้กระทรวง METI อาทิ
 
  • คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์ (Atomic Energy Commission)
  • มีอำนาจหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสันติ การสนับสนุน การส่งเสริม รวมทั้งด้านการเงิน
  • คณะกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ (Nuclear Safety Commission)  
  • ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายจากรังสี
  • และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ทั้ง 2 หน่วยงานนี้
  • จะดำเนินการภายใต้การบริหารของกระทรวง METI
  • ซึ่งเป็นผู้อนุมัติใบอนุญาต ในหารดำเนินการแต่ละขั้นตอน
  • ในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน
  • จะต้องจัดการประชุมร่วมกับชุมชนที่เกี่ยวข้องในลักษณะ ประชาพิจารณ์ (Public Hearing)
  • ทั้งนี้ในการสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง
  • จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เป้าหมายและทำการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
  • ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยส่งเจ้าหน้าที่เริ่มงานก่อนโครงการ 20 ปีล่วงหน้า
  • โดยรัฐบาลกลางจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
  • อาทิ การสร้างสาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ กัน เป็นต้น
  •  
  •  ในการดำเนินการประชาพิจารณ์
  • จะดำเนินการโดยหน่วยงานความปลอดภัยนิวเคลียร์และอุตสาหกรรม (Nuclear and Industrial Safety Agency, NISA)
  • ซึ่งรัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2547
  • โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์และการทำความเข้ามใจต่อประชาชนในเรื่องต่าง ๆ กัน
  • ทั้งนี้ได้จัดตั้งผู้รับผิดชอบในหน่วยงานประจำท้องถี่นในลักษณะเดียวกันเป็นเขต ๆ
  • ในรอบปีที่ผ่านมา ทีมงาน NISA ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานประจำท้อถี่นมากว่า 100 ครั้ง
  • เกี่ยวกับ มาตรการความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Safety Regulations)
  •  
  • นอกจากนี้ NISA ยังออก Newsletters วารสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ตลอดเวลา
  • และการจัดรายการทางโทรทัศน์เป็นระยะ ๆ ตลอดมา
  • เมื่อวันที่ 22 24 พฤษภาคม 2550 NISA ก็ได้จัดประชาพิจารณ์
  • เรื่อง ความโปร่งใสของกฏเข้อบังคับทางนิวเคลียร์ (Transparency of Nuclear Regulatory Activities)
  • โดยมีผู้เข้าร่วมจากกลุ่มประเทศ OECD 15 ประเทศ
 บทสรุป
  • ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่ไม่มีแหล่งพลังงานเป็นของตนเอง
  • จึงต้องพึ่งพาแหล่งวพลังงานนำเข้ามากกว่า 90 % ของความต้องการพลังงานของประเทศ
  • (ปี 2547 ใช้พลังงานหมุนเวียนและน้ำเพียง 5.7 %) 
  • ญี่ปุ่นจึงกำหนดนโยบายที่จะพัฒนาใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ซึ่งนอกจากจะกล่าวได้ว่าเป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว
  • ยังมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่าการผลิตจากแหล่งเชื้อเพลิงอื่น ๆ
  •  
  • ในการนี้ญี่ปุ่นจึงต้องจัดตั้งหน่วยงานถาวร อาทิ NISA
  • ที่จะออกไปดำเนินการด้านมวลชน
  • ให้เกิดความข้าใจในสถานการณ์พลังงานของประเทศ
  • ความปลอดภัยของการใช้พลังงานนิวเคลียร์และการยอมรับให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นในพื้นที่ชุมชนของตนเอง
  • ทั้งนี้ในบางกรณี NISA ต้องเริ่มเข้าไปร่วมกิจกรรมในชุมชนนานกว่า 20 ปี
  • ก่อนการเริ่มสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  •  
  • ประเทศไทยได้กำหนดแผนงานที่จะให้มีการผลิตไฟฟ้าจาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงแรกในปี พ.ศ. 2563
  • ก็เกือบจะมีเวลาไม่เพียงพอในการดำเนินการด้านมวลชน
  • ตามประสบการณ์ที่ดำเนินการของญี่ปุ่น  
  • คณะอนุกรรมการด้านมวลชน ของคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์
  • ก็คงจะต้องพิจารณานำประสบการณ์ของญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบการดำเนินการต่อไป

                                                                               

สรุปสาระสำคัญโดย ดร.กมล ตรรกบุตร
ไม่มีรูป
74. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.146.104.32]
เมื่อ ศ. 06 ก.ค. 2550 @ 07:34
312725 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

  • วันนี้ (6 กค 2550) รุ่น 3 ทุกท่านคงจะเตรียมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง
  • โปรดอย่าลืมว่าอากาศค่อนข้างหนาวมาก (15 C) สำหรับพวกเราที่อยู่ที่นี่ (35 C)
  • จึงจำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวด้วยครับ
  • พวกเราทุกคนก็มีความยินดีที่จะได้ร่วมกิจกรรมกับท่าน อ.จีระ และทีมงานอีกรอบหนึ่ง
  • ขอความสวัสดิภาพ (Bon Voyage) จงบังเกิดต่อทุกท่านที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้
  • ฝากถึงทุกท่านด่วยว่าเรามีนัดที่จะนำเสนอฝ่ายบริหาร กฟผ.
  • ในวันที่ 27 กค. 2550 นี้นะครับ
  • (อย่าลืมบันทึกเรื่องราวเพื่อประกอบการนำเสนอครับ)
  • ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร

 

ไม่มีรูป
75. จีระ หงส์ลดารมภ์ [IP: 124.121.148.179]
เมื่อ จ. 09 ก.ค. 2550 @ 07:11
315292 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีครับ            
วันนี้วันที่ 7 กรกฎาคม 2550 เป็นวันแรกที่ คณะผู้บริหารของกฟผ. รุ่นที่ 3 เดินทางมาถึง ซิดนีย์  ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีด้วยครับที่ทุกท่านเดินทางมาโดยสวัสดิภาพ  ผมเดินทางมาก่อน กฟผ. 1 วัน ก็เพื่อมาดูความเรียบร้อยก่อน ระหว่างที่ผมมาก่อนท่าน 1 วันนั้น ผมก็ไปที่ร้านหนังสือ ผมสังเกตเห็นว่า Book Store ของ Sydney หนังสือราคาแพงมากอย่างเช่นในประเทศไทยหนังสือที่ Asia book ขาย 1,000 บาท ที่ Sydney จะประมาณ 1,200 บาท ส่วนรายการโทรทัศน์ ออสเตรเลียจะมีช่องที่มีกีฬาเยอะมาก แสดงว่าเขาให้ความสนใจในเรื่องกีฬาพอสมควร วันนี้ ฟุตบอลถ่ายทอดสด ระหว่างไทยและอิรัก ก็น่าติดตามครับ ส่วนรักบี้ ก็มีการถ่ายทอดสดด้วยเช่นกันครับ และเมื่อเวลา เวลา 12.35 น. วันที่ 7 ก.ค. 50  หลังจากที่คณะเดินทางมาถึงนั้น   ผม และคณะ จำนวน 43 คน ก็มารับประทานอาหาร กลางวันกันที่ Nine Dragon Restaurant เป็นภัตตาคารอาหารจีน หลังจากนั้น เราก็เข้า Check in กันที่ โรงแรม Metro Hotel  Sydney Central  และท้ายสุดสำหรับมือค่ำเราก็จะไปทานอาหารเย็นกันต่อ โดยจะเดินไปครับเป็นการชมบรรยากาศเมือง Sydney ในยามค่ำคืนไปด้วยครับ สุดท้ายนี้  สิ่งที่ผมอยากฝากทุกท่านก็คือ เวลาอยู่ที่นี่อยากให้สนใจเรื่องการเมือง ด้วย และที่น่าสนใจอีกอย่างผมอยากให้สังเกตเห็นว่าออสเตรเลียมี Immigration เยอะ ดังนั้นเรื่องการก่อการร้ายก็เป็นเรื่องน่าระวัง และควรศึกษาให้มากขึ้นด้วยเช่นกันครับ                                           จีระ หงส์ลดารมภ์
P
76. ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ อ. 24 ก.ค. 2550 @ 13:23
329092 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีครับ
ลูกศิษย์ กฟผ.รุ่นที่ 1,2,3 ทุกท่าน       
       เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.ค. 50 ที่ผ่านมา ผมและทีมงานได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากคุณชูยศและคุณสมยศ ลูกศิษย์รุ่น 3 และคุณนรินทร์ลูกศิษย์รุ่น      
        ผมและทีมงานได้เดินทาจากกรุงเทพฯโดยรถไฟไปถึงลำปางในตอนเช้า ก่อนที่จะเดินทางไปแม่เมาะผมใช้เวลาเดินทางไปเยี่ยมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ซึ่งต้องขอขอบคุณ คุณสุภาณี แก้วมณี หัวหน้างานบริหารศูนย์ลำปางที่มาตอนรับและให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับที่ มธ.ศูนย์ลำปาง ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาจำนวน 800 คน แบ่งเป็น 4 คณะ คือ คณะนิติศาสตร์ (ภาคบัณฑิต), สังคมสงเคราะห์ศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, วิทยาลัยสหวิทยาการ และยังมีโครงการที่จะเปิด ป.ตรี นิติศาสตร์, ป.ตรี วิศวกรรมศาสตร์และ ป.โท สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เพื่อรองรับนศ.ที่จะเพิ่มมากขึ้นในปีหน้า ผมมีความเห็นว่า กฟผ.และ มธ. น่าจะร่วมมือกันเพื่อเปิดหลักสูตรที่สอดคล้องกับชาวลำปางและโรงไฟฟ้าแม่เมาะเช่นวิศวะสิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้าง networking ที่ดีด้วย       
        หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ระหว่างทางแวะชมศูนย์แสดงสินค้าเซรามิกที่ขึ้นชื่อของลำปาง เป็นที่น่าชื่นชมมากที่สินค้าไทย ฝีมือคนไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสามารถส่งออกไปสู่ตลาดโลกได้

        เมื่อเดินทางไปถึงโรงไฟฟ้าแม่เมาะผมและทีมงานได้รับเกียรติจาก ท่านรองฯ พายัพ พงศ์พิโรดม และ นายกอบต.แม่เมาะคุณองอาจ มุทอง ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันถึงเรื่องโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ  จากนั้นได้นั่งรถชมรอบโรงไฟฟ้าโดยมี คุณสมยศ คอยให้คำอธิบาย ความจริงแล้วโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ด้อยไปกว่าโรงไฟฟ้าที่ Sydney เลย       

        ต่อมาได้ไปดูพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสมเด็จพระเทพฯได้เสร็จพระราชดำเนินมาเปิดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาโดยมี คุณชูยศ เป็นผู้ให้คำบรรยายในพิพิธภัณฑ์ ผมเห็นว่ามีความน่าสนใจและสามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการนำเสนอได้เป็นอย่างดี ในการเข้าชมในครั้งนี้ยังได้พบกับกลุ่มอาจารย์ที่มาจากโครงการโรงเรียนในฝันที่ กฟผ.ให้การสนับสนุนอยู่เข้าชมด้วย ผมได้ไปแอบดูรายชื่อกลุ่มที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในครั้งถัดๆไป มาจากหลายที่ในประเทศไทยเลยทีเดียว          
       ออกจากพิพิธภัณฑ์ คุณชูยศ นำผมและทีมงานไปที่จุดชมวิวที่อยู่บนเนินเขาจำลอง ที่ทางแม่เมาะได้ใช้ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วจากการทำเหมืองมาถมเป็นภูเขาและปรับภูมิทัศน์ให้เป็นที่พักผ่อน  เมื่อขึ้นไปที่จุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเหมืองและโรงไฟฟ้าได้ชัดเจน        
       ในการไปแม่เมาะครั้งนี้เพื่อสร้างชุมชนการเรียนรู้ให้กับชาวบ้านร่วมกับ กฟผ.และ การสร้าง Connection ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ในการกิจกรรมใดๆก็ตามต้องเน้นที่ความต่อเนื่องเพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ และผมต้องขอขอบคุณ คุณชูยศเป็นอย่างมากที่เป็นคนวางแผนให้ผมได้มีโอกาสกับแม่เมาะในรูปแบบใหม่ในครั้งนี้และผมคงมีโอกาสได้ไปเยี่ยมที่แม่เมาะอีกเร็วๆนี้                 
               ขอบคุณครับ             
           จีระ หงส์ลดารมภ์
ไม่มีรูป
77. กมล ตรรกบุตร [IP: 58.8.157.144]
เมื่อ ส. 11 ส.ค. 2550 @ 15:33
346242 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  
  • เมื่อวานนี้วันที่ 10 สค. 2550 พวกเรารุ่น 3 ก็ได้มีโอกาส
  • นำเสนอผลสรุปการอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ.
  • โดยได้รับเกียรติจากท่าน ผู้ว่าการฯ รองผู้ว่าการฯ และผู้ช่วยผู้ว่าการฯ หลาย ๆ ท่าน
  • มาร่วมฟังรายงานสรุป
  • ในนามของรุ่นที่ 3 ก็ฝากกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ ด้วยครับ
 จากผลการอบรมที่พวกเราร่วมกันนำเสนอทั้ง 4 หัวข้อ กล่าวคือ
  1. การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
  2. การพัฒนาและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( HRD , HRM )
  3. องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการบริหารองค์ความรู้ ( LO & KM )
  4. นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ซึ่งรวมการบริหารภายในองค์กร

 

  • ท่าน ผู้ว่าการฯ ได้ให้ความคิดเห็นว่า ตรงประเด็น กับที่ Tris
  • มาสัมภาษณ์ผู้ว่าการ และกรรมการ Board  ในช่วงเช้าวันเดียวกันอย่างเหมาะเจาะ
  • นับได้ว่าเป็นผลการอบรมที่ตรงประเด็นมากที่สุด
  • ก็เป็นที่น่ายินดี ต่อทั้งผู้จัดรายการ และผู้เข้าอบรมครั้งนี้
  ใคร่ขอทบทวนข้อเสนอแนะที่นำเสนอว่า
  •  การจัดหลักสูตรลักษณะนี้  ควรดำเนินการต่อ       
  • ในระดับอายุตั้งแต่  40 – 45 ปี เพื่อผู้เข้าอบรมจะได้มีเวลาทำงานให้ กฟผ. ต่อเนื่อง
  • ควรวางแผนการอบรมต่าง ๆ ในภาพรวม ให้กลุ่มที่มีศักยภาพ 
  • เป็นระบบต่อเนื่องในลักษณะเป็นยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน
 
  • ในนามของรุ่น 3 ใคร่จะขอกราบขอบคุณท่านอ.จีระ และทีมงานอีกครั้งหนึ่ง
  • ที่ได้เตรียมใบประกาศฯ มาแจกให้พวกเราทุกคน
  • หวังว่าทุกท่านคงได้ถ่ายรูปการรับประกาศไว้ทุกท่านนะครับ
 พวกเราหลาย ๆ คน ฝากประเด็นสำคัญไว้ให้สานต่ออีก ก็คือ
  • การพยายาม นำเสนอ เรื่องที่เห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ อาทิ
  • การจัดตั้งหน่วยงาน วปอ. กฟผ. ที่จะเป็นสถาบันฯ
  • ที่จะช่วยเผยแพร่ทั้งความรู้ต่อผู้ที่มีส่วนได้เสียกับ กฟผ. และ
  • เพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง กฟผ. กับ ผู้ที่มีส่วนได้เสีย
  • ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทุก ๆ ฝ่าย
  • หรือการจัดทำแผนงานด้านบุคลากร แผนการอบรม และอื่น ๆ
ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ ผมคงจะนัดพวกเรามาร่วมกันหารือกำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไปครับ 
  • เอกสารการนำเสนอทุกรายการ
  • เลขาฯ (ผอ.วิรัช) จะทำเป็นแผ่น CD แจกให้ทุกท่าน พร้อมกับ
  • รูปถ่ายของพระเอก นางเอกทุก ๆ ท่าน ในโอกาสต่อไปครับ
 ขอขอบคุณ กมล ตรรกบุตร
ไม่มีรูป
78. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.151.232.70]
เมื่อ จ. 27 ส.ค. 2550 @ 13:23
361897 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

 

  • พวกเรารุ่น 3 ทุกท่านคงจะติดงานกันอย่างมาก ๆ ก็เลยไม่ค่อยเข้ามาสังสรรกันใน Blog นี้
  • ฝาก เลขาฯ ผอ.วิรัช ด้วยครับ

 

  • ผมเพิ่งเดินทางไปนำเสนอเรื่อง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทางเลือกของประเทศไทย ที่สิงคโปร์
  • เป็นการประชุม ASEAN ENERGY BUSINESS FORUM 21 - 23 /8 / 2007
  • ในช่วงประชุม รมต. ของประเทศ ASEAN
  • สิงคโปร์ และ มาเลยเซีย ก็ไม่ค่อย Happy กับการที่ไทย เวียตนาม และ อินโดฯ
  • กำลังจะเดินทาง สาย นิวเคลียร์
  • ยกเว้น ฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการที่จะเสนอแผนการสร้างเช่นกัน
  • ก็เสนอให้มีการจัดตั้ง Working Group ในเรื่อง Nuclear Power Plant, NPP ขึ้น

 

  • ในระหว่างวันที่ 27 -31 / 8 /2007
  • ก็ตงต้องไปหารือเรื่องความช่วยเหลือ ด้าน NPP ที่ Vienna อีกครับ
  • ร่วมกับคณะกรรมการ NPP ของไทย

ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร

 

ไม่มีรูป
79. piboon buacham [IP: 203.151.232.70]
เมื่อ พฤ. 30 ส.ค. 2550 @ 08:50
365183 [ลบ] [แจ้งลบ]

นับเป็นโอกาสที่ดีมากโอกาสหนึ่งในช่วงการทำงานของผม ที่ได้เข้าร่วมโครงการดี ๆ เช่นนี้ ถือว่าเป็นมงคลแห่งชีวิตอย่างแท้จริง เพราะได้คบบัณฑิตมากหลาย  ได้บูชาคนที่ควรบูชา อยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างปัญญา  และระลึกว่าอยู่ในถิ่นที่เหมาะสมแล้ว  มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะเผชิญปัญหาอุปสรรคทั้งปวง มีความมั่นใจสูงขึ้น และก็พร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาองค์การ และประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

โครงการสิ้นสุดลงอย่างสวยงาม ประทับใจผมมาก

ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน ขอให้บุญรักษาครับ

พิบูลย์ บัวแช่ม

 

ไม่มีรูป
80. กมล ตรรกบุตร [IP: 202.44.210.43]
เมื่อ ศ. 05 ต.ค. 2550 @ 14:28
410286 [ลบ] [แจ้งลบ]

  • เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน 
  •  เมื่อหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาผมและครอบครัว
  • ได้เชิญชวนเพื่อนร่วมงาน พรรคพวก เพื่อนฝูง ได้ร่วมงานทอดกฐิน ณ วัดห้วยโป่ง ลพบุรี
  • และได้สร้างพระประธานถวายไว้ที่วัดด้วย

 

  • เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ได้รับการติดต่อจากวัดฯ
  • ให้ทำหน้าที่ประธานในการทอดกฐินเพื่อสมทบทุนสร้างกุฏิ ณ วัด ห้วยโป่ง
  • ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2550 อีกครั้งหนึ่ง
  • ผมก็ได้ฝากให้เลขาสมทรง ช่วย รวบรวมรายชื่อ
  • สมาชิกที่จะร่วมทำบุญด้วยกันแล้ว
  • ก็ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ร่วมมือกันครับ

 

  • ช่วงนี้เกือบ 50 % ของการทำงานของผมเอง
  • ก็เน้นการดำเนินงานด้านพลังงานนิวเคลียร์
  • ที่บรรจุในแผน PDP 2007 กำหนด
  • ที่จะเดินเครื่องในปี พศ 2563 จำนวน 2X1,000 MWe
  • และในปี 2564 อีก 2X1,000 MWe

 

  • คณะกรรมการฯ จะนำเสนอแผนให้มีการประชาพิจารณ์ในวันที่ 13 ตค. 2550 นี้
  • เพื่อรวบรวมความเห็นปรับปรุงแผนและนำเสนอ
  • คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 18 ตค. 2550 นี้
  • เพื่อนำเสนอแผนฯ ต่อรัฐบาลต่อไป

 

  • และ เมื่อวันที่ 28 กย. 2550 ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับท่าน อ.จีระ ที่สำนักงานมูลนิธิฯ
  • เพื่อนำเสนอเรื่องนิวเคลียร์ Option for Thailand
  • ต่อที่ประชุมร่วม ไทย-อินเดีย
  • ก็คงจะมีการสานต่อเพื่อให้มีความร่วมมือกันต่อไป

 

  • อ.จีระ ได้ฝากถึงพวกเราว่า มีข่าวคราวเข้ามาใน Blog
  • น้อยเหลือเกิน ขอให้ช่วยกันเข้ามาร่วมกันหน่อยครับ
  • และหากจะมีการรวมรุ่นเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ
  • ก็อย่าลืมเรียนเชิญ ท่าน อ. และทีมงาน มาร่วมด้วย

 

  • ในโอกาสที่สิ้นเดือนนี้ทุก ๆ ท่านก็จะได้ Bonus เล็ก ๆ 4%
  • ก็ขอแสดงความยินดีต่อทุก ๆ ท่านครับ
  • ขอได้เข้ามาร่วมเสนอข้อมูล และแสดงความคิดเห็นกันด้วยครับ

 

ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร

 

 

ไม่มีรูป
81. กมล ตรรกบุตร [IP: 58.8.234.149]
เมื่อ จ. 12 พ.ย. 2550 @ 21:52
454912 [ลบ] [แจ้งลบ]

 เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  
  • เมื่อวันที่ 19 พย. 2550 ผมมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของ ฯพณฯ รมต. กระทรวงพลังงาน
  • ไปดูงานที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบลวิลล์ (Belleville Nuclear Power Plant) ของ ประเทศฝรั่งเศส
  • จึงใคร่ขอสรุปประเด็นมาเล่าสู่กันฟังดังนี้
 
  • ประเทศฝรั่งเศสใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 75% 
    โดยดำเนินการตามนโยบายด้านพลังงานอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี 1974
  • (สืบเนื่องจาก Oil Crisis ครั้งแรก 1973)
 
  • ฝรั่งเศสเป็นผู้ส่งออกไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
    คิดเป็นรายได้ประชาชาติปีละมากกว่า 3 พันล้านยูโร (150 พันล้านบาท)
    และยังเป็นผู้ส่งออกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

    ฝรั่งเศสมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
    59 โรง ที่ดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝรั่งเศส (EdF)
    คิดเป็นกำลังผลิตติดตั้ง
    63,000 MWe
  • เป็นโรงรุ่นแรกขนาด 900 MWe จำนวน 34 โรง
  • โรงรุ่นที่ 2 ขนาด 1,300 MWe จำนวน 20 โรง
    โรงรุ่นที่ 3 ขนาด 1,450
    MWe จำนวน 4 โรง
  • และโรงรุ่นที่ 3+ EPR ขนาด 1,650 MWe อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
  • จำนวน 1 โรง ที่ Flamanville (เดิมมีอยู่แล้ว 2 โรง ๆ ละ 1,300 MWe)
 
  • รวมการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าปีละ 426 พันล้านหน่วย (426 GWh/year)  
    ในปี 2005 ผลิต 549 พันล้านหน่วย ใช้ในประเทศ 482 พันล้านหน่วย
    คิดเป็นการใช้ไฟฟ้า 7,700 หน่วยต่อคน (kWh/person)
  •  
  • การไฟฟ้าฝรั่งเศสมีพนักงานรวมทั้งหมด 172,000 คน
  • ทำงานในฝรั่งเศส 113,000  คน และทำงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 20,000 คน
  • ในปี 2006 ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ 88 % พลังน้ำ 8 % Fossil Fuel 4 %
  • และจากพลังงานทดแทนอีกเล็กน้อย
  •  
  • จึงมีการปล่อย Carbon DiOxide ต่ำพียง 50 g/kWh
  • เทียบกับที่ปล่อยจากทั้ง Europe 400 g/kWh
  •  
  • โรงที่เดินทางไปดูคือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบลวิลล์
  • ห่างจากเมือง Paris ลงไปทางใต้ประมาณ 150 km
  • ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง โดยรถ Bus
  •  
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบลวิลล์ ตั้งอยู่ที่เมือง LERE
  • ชุมชนอยู่ระหว่างเมือง Cosne-sur-Loire (ใต้ลงไปประมาณ 11 กม.) 
  • และเมือง Gien (เหนือขึ้นไปประมาณ 30 กม.)
  •  
  • โรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงเป็นแบบ PWR  (ปฏิกรณ์แบบน้ำภายใต้ความดัน)
  • มีขนาดเท่ากัน 1,300 MWe
  • สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2006 จำนวน 16.64 พันล้านหน่วย
  • พนักงานรวมของโรงไฟฟ้ามีจำนวน 610 คน
  •  
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบลวิลล์ จ่ายภาษีให้แก่ท้องถิ่นในปี 2006 รวม 31.3 ล้านยูโร
  • (ประมาณ 1,500 ล้านบาท)
  • เพื่อใช้พัฒนาท้องถิ่นโดยตรง
 กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
82. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.149.16.33]
เมื่อ ศ. 30 พ.ย. 2550 @ 11:09
476566 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

ผมในนามของฝ่ายวิศวกรรมเครื่องกล (อวค.) กฟผ. ก็ใคร่ขอขอบคุณท่าน อาจารย์จีระ และทีมงาน ที่สละเวลาไปร่วมกิจกรรมของ อวค. ในครั้งนี้
  • การสัมนาประจำปี 2550 ของ อวค. ในระหว่างวันที่ 25 – 27 พย. 2550 ที่ Royal Hill Resort นครนายก
  • กำหนดหัวข้อการสัมนาในวันที่ 26 พย. 2550 ว่า
  • ภาวะผู้นำและการสร้างสายใยในองค์กร
  • โดยในช่วงเช้าท่านอาจารย์พจนารถ นำสัมนาในเรื่อง การสร้างสายใยในองค์กร
  • ทั้งให้ความรู้และการร่วมกิจกรรม Work Shop
  • ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์สัมนาโดยรวมเป็นอย่างดียิ่ง
  • ในภาคบ่ายนำสัมนาโดยท่านอาจารย์จีระ ก็เริ่ให้การย้านตั้งแต่เริ่มเปิดสัมนา
  • และให้ความรู้เกือบทุก ๆ ด้าน อาทิ 2R / 4L หรือ 5E เป็นต้น
  • ผู้เข้าร่วมสัมนาก็ได้เก็บเกี่ยวความรู้ไปเยอะมาก ๆ
  •  
  • ในช่วงทำ Work Shop ตามการบ้านที่อาจารย์ให้ทำ
  • ก็ขอสรุปข้อคิดเห็นของผม ที่นำเสนอในวันนั้นดังนี้
  • ข้อที่ 1) ผู้นำที่พึงประสงค์ ในฝ่ายวิศวกรรมเครื่องกลที่สำคัญ
  • ควรจะต้องมีพื้นฐานที่เห็นว่าสำคัญ 4 ประการ คือ KRAB – ครับ
  • K-Knowledge ต้องมีความรู้ในงานที่รับผิดชอบ และแสวงหาความรู้ที่จำเป็นตลอดเวลา
  • R-Relationship และ Reliability ต้องสร้างมนุษย์สัมพันธ์ในทุกระดับทั้งภายในฝ่าย นอกฝ่าย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องมีความมั่นคงเชื่อถือได้
  • A-Availability ต้องมีเวลาว่างเพื่อการหารือร่วมกันระหว่างผู้ที่ทำงานร่วมกันเสมอ และให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจในทุก ๆ ด้านระหว่างกัน
  • B-Back Up ต้องสนับสนุนการดำเนินการของผู้ร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งการให้คำปรึกษาในทุก ๆ ด้าน
  • ข้อที่ 2) ถ้าจะพัฒนาผู้นำในฝ่ายให้เป็นรูปธรรม  ต้องทำอะไรบ้างเสนอแนะวิธีการมา 3 เรื่อง
  • ควรจะต้องมีการพัฒนาในหัวข้อที่น่าจะพิจารณา 3 ประการคือ SIR
  • S-Social Innovation ควรได้มีการร่วมในกิจกรรมกับหน่วยงานนอกฝ่าย และนอก กฟผ. เพื่อการเพิ่มพูน Relationship ตามที่ข้อเสนอแนะของหลักสูตรผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3 ที่เสนอให้มีการจัด วปอ. กฟผ. โดยมีผู้เข้าร่วมแต่ละหลักสูตรจากหน่วยงานภายนอก กับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.
  • I-Initiation ควรได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพด้านความคิดริเริ่ม ที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จของงานได้
  • R-Round Up ควรได้รับการฝึกฝนเรียนรู้วิธีการสรุปประเด็นสำคัญในเรื่องต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การดำเนินการขยายผลในขั้นปฏิบัติการต่อไปได้
  • ผมก็ขออนุญาตเชิญชวนชาว อวค. เข้ามาร่วมให้ความเห็นใน Blog นี้ด้วยครับ
  •  

 

ขอขอบคุณ

 

กมล ตรรกบุตร 
ไม่มีรูป
83. กมล ตรรกบุตร [IP: 202.44.210.43]
เมื่อ ศ. 30 พ.ย. 2550 @ 11:38
476610 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน 

  • เมื่อวันที่ 28 พย. 2550 คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ (วว.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร
  • ก็ได้เชิญกรรมการสภาวิศวกร นำโดยเลขาธิการสภาฯ (อ.จำรูญ) อ.ฉลอง (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาโยธา)
  • อ.เกษม (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาไฟฟ้า) และผม
  • ไปร่วมบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าประชุมจำนวนประมาณ 300 คน
  • ในหัวข้อเรื่อง เรียนอย่างไรเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
  • และร่วมในพิธีเปิดงานเกษตรแฟร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร
  • ผมในฐานะกรรมการคนหนึ่ง ก็ได้เดินทางไปร่วมในกิจกรรมดังกล่าว
  •  
  • ในภาคเช้าเป็นการบรรยายเกี่ยวกับ สภาวิศวกร และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
  • ก็มีคำถามจาก Floor ที่ไม่สามารถตอบได้หมด
  • คณะ วว. ก็คงจะรวบรวมส่งไปที่สำนักงานสภาฯ เพื่อให้คำตอบต่อไป
  • ในโอกาสนี้ ผม ก็ได้นำเสนอความรู้เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างย่นย่อ
  • ซึ่งก็ได้รับความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างมาก
  • ท่านคณบดี ก็จะขอจัดการบรรยายด้านวิชาการอีกในโอกาสต่อไป
  •  
  • ในภาคบ่ายก็แบ่งกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม เพื่อวิพากษ์หลักสูตรที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงของคณะฯ
  • ของ 3 ภาควิชา เครื่องกล ไฟฟ้า และ โยธา
  • กลุ่มภาควิชาเครื่องกลซึ่งรวมบางส่วนของอุตสาหการ เพื่อเตรียมการแยกภาคในอีก 2 ปีข้างหน้านี้
  • ก็ได้ร่วมกันหารือในรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งองค์ประกอบของภาควิชา อาจารย์ รายละเอียดรายวิชา เป็นต้น
  • ในโอกาสนี้ ผมก็ได้นำเสนอแนวคิด  KRAB - ครับ
  • เพื่อประยุกต์กับการดำเนินงานของคณะฯด้วย
  • ก็ได้รับความสนใจกันอย่างมาก
  •  
  • ในช่วงเย็นท่านองคมนตรีฯ อำพล เสนาณรงค์ ได้เดินทางมาเป็นประธาน
  • ในพิธีถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาส 80 พรรษา
  • และเปิดงานเกษตร์แฟร์ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
  •  
  • คณะของสภาวิศวกร เดินทางกลับโดยเที่ยวบิน PB Air ประมาณ 22.00 น.
  • จาสนามบินสกลนครถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 23.00 น. โดยสวัสดิภาพ
  •  
  • ขอขอบคุณ
 กมล ตรรกบุตร
ไม่มีรูป
84. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.146.104.41]
เมื่อ พฤ. 27 ธ.ค. 2550 @ 12:43
501989 [ลบ] [แจ้งลบ]

เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน  

  •  ขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่ส่งความสุข และแสดงความยินดีด้วย
  •  และขอแสดงความยินดีต่อคุณธวิชด้วยครับ
  • โดยเฉพาะท่าน อ.จีระ ได้เดินทางไปที่ กฟผ. ด้วยตนเองในวันที่ 25 ธค.
  • ขอกราบขอบคุณอย่างสูงที่เมตตา
  • ในโอกาสวาระดิถี ขึ้นปีใหม่ 2551 นี้
  • ใคร่ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ท่านอาจารย์ ทีมงาน และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน
  • ประสบแต่ความสุข สมหวัง และสุขภาพสมบูรณ์ จงทุกประการ
  • ขอขอบคุณ

กมล ตรรกบุตร

 

 

ไม่มีรูป
85. กมล ตรรกบุตร [IP: 203.149.16.43]
เมื่อ จ. 05 ม.ค. 2552 @ 12:24
1055406 [ลบ] [แจ้งลบ]

กราบอวยพรปีใหม่ 2552 ท่านอาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน

• ศุภฤกษ์ลุดิถีขึ้นปีใหม่

• ขอเทพไททิพยสถานประทานขวัญ

• สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งผองช่วยป้องกัน

• องค์สยามเทวัญดลบันดาล

• ให้ท่านรับสรรพสิ่งมิ่งมงคล

• ชื่นกมลปรีเปรมเกษมศานต์

• พร้อมจตุรพิธพรชัยใจเบิกบาน

• สุขสราญสมหวังทั้งครอบครัว

ดร.กมล ตรรกบุตร

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
อาณาจักรเพื่อการเรียนรู้ของทรัพยากรมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์