สวัสดีครับ ลูกศิษย์คณะเกษตร ม.เชียงใหม่ทุกท่าน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2550
ผมได้มีโอกาสไปสอนในวิชา การจัดองค์การธุรกิจเกษตร ในหัวข้อ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ให้กับทุกท่าน
และผมก็ได้กลับมาเปิด Blog นี้ให้ทุกท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จบไปแค่วันเดียว เรายังต้องหาความรู้ร่วมกันต่อไป
Blog นี้ จึงเป็นสื่อกลางในการติดต่อกัน และผมจะคอยติดตามความคืบหน้าของ Blog
ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์


เมนูของ chiraacademy





เมื่อ พฤ. 27 ก.ย. 2550 @ 19:14
400063 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์
ก่อนอื่นต้องขอบคุณอาจารย์มากฯ สำหรับแง่คิดที่สุดยอด และ การรับฟังความคิดของเด็ก ผมอยากรบกวน อาจารย์ช่วยให้แง่คิด เรื่องการเรียนในอนาคต หลักสูตร ป.โท ควรจะไปทางไหนดี เพือประโยชน์ของชาติ โดยแท้จริง
ขอบคุณมากฯ ครับ
จตุเกษม มช
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 11:29
400578 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์มากๆครับที่ได้มาบรรยาย ในห้วข้อการจัดการทรัพยากรมนุษย์
ทำให้ได้ข้อคิดหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่น บรรยากาศในการเรียนเอื้อให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างอิสระ เป็นประโยชน์มากๆครับ
ผมคิดว่าถ้าในชั้นเรียนที่ไหนก็ตามสามารถสร้างการเรียนแบบที่ได้มานั่งฟังอาจารย์บรรยาย น่าจะทำให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ได้มาก ไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียนแบบเดิมๆในชั้นเรียนก็ได้ อาจออกนอกสถานที่จัดให้มีการพูดคุยกันแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยน่าจะเป็นการฝึกกระบวนการคิดให้นักศึกษาได้เป็นอย่างดี คำถามคือว่า แล้วจะทำอย่างไรให้การเรียนการสอนในแต่ละระดับชั้นของไทย ฝึกให้มีการคิด การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ้าไม่เริ่มต้นที่ผู้สอนก่อน ?
ขอบคุณครับ
สมโภชรัตน์
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 13:37
400671 [ลบ]
เมื่อ ศ. 28 ก.ย. 2550 @ 14:10
400701 [ลบ]
สวัสดีคะอาจารย์
หนูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมฟังบรรยายของอาจารย์ และรู้สึกว่าระยะเวลา 6 ชั่วโมงที่เคยรู้สึกว่ายาวนานเหลือเกินในการเรียนที่ผ่านๆมา กลายเป็น 6 ชั่วโมงที่รวดเร็วและไม่อยากให้จบลงแค่นี้
ในการบรรยายในครั้งนี้ทำให้ได้แนวคิดอะไรหลายๆ อย่าง และที่ทำให้รู้สึกประทับใจที่สุด คือการได้เห็นศักยภาพในตัวของเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนทุกคนที่ได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองของตัวเอง และการบรรยายของอาจารย์ในครั้งนี้เชื่อว่าได้จุดประกายความคิดของทั้งอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาว่าการเรียนในชั้นเรียนต่อไปควรจะมีการเรียนการสอนแบบใดจึงจะทำให้ได้รับประโยชน์จากการเรียนจริงๆ ไม่ใช่คิดแค่มาเรียนให้จบไปวันๆ เท่านั้น
เมื่อ จ. 01 ต.ค. 2550 @ 09:53
403694 [ลบ]
สวัสดีครับ ลูกศิษย์ มช. ทุกท่าน ผมได้เปิด Blog เข้ามาดูด้วยความยินดีที่มีคนสนใจอยู่มาก และขอขอบคุณท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นใน Blog ส่วนท่านที่ยังไม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ผมจะรอทุกท่านนะครับ
ผมขอฝากให้ทุกท่านเน้นประเด็น Farmer University ให้มากครับ เพื่อจะได้สร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อ จ. 01 ต.ค. 2550 @ 13:33
403994 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์ และเพื่อน ฯ
ผมขอน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการศึกษา มาฝากเพื่อน ฯ
จุดหมายของการศึกษาตามแนวพระราชดำริได้ว่าการศึกษามีจุดหมายทั้งเพื่อประโยชน์แก่ผู้ศึกษาเองและแก่ส่วนรวมอันได้แก่สังคมและประเทศชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรุปวัตถุประสงค์ของการศึกษาว่า
"วัตถุประสงค์ของการศึกษานั้นคืออย่างไรกล่าวโดยรวบยอดคือการทำให้บุคคลมีปัจจัยหรืออุปกรณ์สำหรับชีวิตอย่างครบถ้วนเพียงพอทั้งในส่วนวิชาความรู้ ส่วนความคิด วินิจฉัย ส่วนจิตใจและคุณธรรมความประพฤติ ส่วนความขยันอดทน และความสามารถในการที่จะนำความรู้ความคิดไปใช้ปฏิบัติงานด้วยตนเองให้ได้จริงๆเพื่อสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยความสุขความเจริญมั่นคง และสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมและบ้านเมืองได้ตามควรแก่ฐานะด้วย" (๒๕ มิถุนายน ๒๕๒๓)
การศึกษาเพื่อให้บรรลุจุดหมายอันได้แก่ประโยชน์ของผู้ศึกษาเอง (ตนเอง) และส่วนรวม (สังคมและบ้านเมือง) นั้น การศึกษาทำหน้าที่เป็นปัจจัยหรือเครื่องมือที่จะนำไปสู่จุดหมายดังกล่าว การศึกษาในความหมายนี้จะต้องประกอบด้วย ๔ ส่วนคือ
๑) ส่วนวิชาความรู้ ได้แก่วิชาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆที่ศึกษาอย่างถูกต้องครบถ้วน
๒) ส่วนความคิดวินิจฉัย ได้แก่ความสามารถของการขบคิดพิจารณาและวินิจฉัยในเรื่องที่ศึกษาและความเป็นจริงที่ปรากฏ ซึ่งจัดเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการหรือกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลของผู้ศึกษา
๓) ส่วนจิตใจและคุณธรรม ได้แก่การพัฒนาจิตใจให้มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจที่จะใช้วิชาความรู้เพื่อประโยชน์ในทาง ที่ดีต่อตนเองและส่วนรวม ซึ่งเป็นการกำกับความประพฤติของคนให้ดำเนินไปอย่างถูกต้องโดยเฉพาะเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ
๔) ส่วนความขยันอดทน ได้แก่การฝึกฝนให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันและมีความอดทนต่อปัญหาหรืออุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้
เมื่อ พ. 03 ต.ค. 2550 @ 10:00
406787 [ลบ]
สวัสดีค่ะ อ.จีระ และเพื่อนๆ
ดิฉันได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือ "การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้" ของ Michael J. Marquardt ซึ่งเป็นปรมาจารย์ ด้านการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้อีกท่านหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การสอน และการแต่งตำราสำหรับสถาบันการศึกษาระดับสูงและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วไป หนังสือเล่มนี้ แปลโดย Dipl-Ing. บดินทร์ วิจารณ์และ เรียบเรียงโดย วีรวุธ มาฆะศิรานนท์
จึงขอแบ่งปันความรู้ ในเรื่อง 10 ยอดกลยุทธ์ในการสร้างระบบย่อยด้านการเรียนรู้ ซึ่งมีดังนี้ค่ะ
1.พัฒนาเนื้อหาในการเรียนรู้ให้เป็นหน่วยย่อยๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ปัจจุบัน หลายๆองค์กรที่เป็นบริษัทชั้นนำต่างๆ เช่น Cisco Systems, AutoDesk และ iPlanet ก็กำลังพัฒนาเนื้อหาในการเรียนรู้ภายใต้แนวความคิดของบทเรียนที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก วิธีการเรียนรู้ที่แยกเป็นหน่วยได้นั้น การสอนอาจถูกแบ่งออกป็นส่วนๆ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกใช้ได้ตามต้องการ ซึ่งเมื่อผสมผสานเข้ากับการประเมินทักษะที่เฉพาะเจาะจงกับกับตัวบทเรียนต่างๆ เป็นโอกาสให้ผู้เรียนแก้ไขในสิ่งที่ตนขาดตกบกพร่องได้อย่างแม่นยำทันเวลา แทนที่จะเสียเวลาไปกับเนื้อหามากมายที่พวกเขารู้อยู่แล้ว
2.เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ แม้ว่าทุกคนได้เล่าเรียนในโรงเรียนมานานนับ10 15 20 ปี แต่เราไม่เคยได้เรียนวิธีการที่จะเรียนรู้ เพราะเราถูกสอนให้ท่องจำสิ่งต่างๆ แล้วเราก็จะลืมมันไปอย่างง่ายดาย ดังนั้น ในการพัฒนาโปรแกรมการที่จะช่วยให้คนมีทักษะสำคัญในการเรียนรู้วิธีที่จะเรียนรุ้ต่อไปนี้
- วิธีถามคำถามต่อข้อมูลความรู้ใหม่ๆ
- วิธีวิเคราะห์งานและความคิดที่ซับซ้อนให้เป็นหน่วยย่อยๆ
- วิธีทำให้การเรียนรู้ของเราเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
- วิธีเร่งการเรียนรู้ให้เร็วขึ้น
ทักษะด้านอภิปัญญา เหล่านี้จะช่วยให้คนสามารถคิด วิเคราะห์ เข้าใจ และนำข้อมูลใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็วและด้วยความมั่นใจ
วันนี้ขอ โพสต์ เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ติดไว้อีก 8 ข้อนะคะ
เมื่อ พ. 03 ต.ค. 2550 @ 13:46
407128 [ลบ]
กราบสวัสดี ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการที่หนูได้พบ และได้เรียนกับท่านหนูดีใจมากค่ะ ไม่เคยคิดว่า จะได้เรียนกับท่านตัวจริง ซึ่งเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์
ความรู้ที่ได้รับในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็มีคุณค่าและประโยชน์มาก ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ได้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่และที่ดูจากงานที่พวกเขาได้ทำนั้นยังไม่ใช่การจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริง เพราะเป็นแค่การจัดการความสะดวกให้กับพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่าเป็นการจัดการทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหนูชอบมากค่ะ คำว่า "ทุนมนุษย์" เพราะมันเป็นสิ่งที่หนูคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต่อองค์การการบริหารจัดการ เป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้ เพราะถ้าหากองค์กรไหนมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว องค์กรนั้นก็จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรของตนให้ก้าวหน้า และสามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ ได้อย่างแน่นอน
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ปิยะกานต์
เมื่อ พฤ. 04 ต.ค. 2550 @ 13:52
408567 [ลบ]
วันนี้เพิ่มกลยุทธ์ย่อยด้านการเรียนรู้อีก 2 ข้อนะคะ
3. พัฒนาวิธีการเสวนาภายในองค์การ
วินัยในการเสวนา เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้องค์การ เนื่องจากเป็นการช่วยเพิ่มและทวีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม การเสวนาจะทำให้คนมีมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับสมมติฐานต่างๆขององค์การถึงจะสร้างบรรยากาศ และการสื่อสารที่ดีที่จะทำให้สมาชิกขององค์การสามารถจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลง และความยุ่งเหยิงต่างๆได้เป็นอย่างดี
การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเสวนาภายในองค์การได้ หากปฎิบัติ ดังนี้
1.มองว่าทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงาน
2.มีความสนใจใฝ่รู้และซักถาม
3.ชะลอการตัดสินใจเกี่ยวกับสมมติฐานหรือความแน่นอนต่างๆ
4.ให้ความสนใจกับผู้สังเกตการณ์
5.ซักถาม-ไต่สวนให้ช้าลงกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการเริ่มการเสวนาภายในองค์กร จะประกอบด้วย
1.วิธีหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ขัดขวางการเสวนา (การปกป้องตนเอง,การแข่งขัน.การเอาชนะ)
2.วิธีนำความหลากหลายมาใช้ มากกว่านำมาเป็นเหตุแห่งการขัดแย้งกัน
3. วิธีการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันและพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับวิธีการมองความเป็นไปของโลก
4. วิธีพัฒนาทักษะแห่งการสังเกต (การฟัง และสื่อสารอื่นๆ)
5. วิธีการเอาการฟังและข้อมูลป้อนกลับมาใช้ เพื่อลดการบิดเบือนของข้อมูล
6. วิธีสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนกับการซักถาม เพื่อไม่ให้การเสวนามาถึงทางตัน
4. ออกแบบแผนการพัฒนาในอาชีพตามลักษณะการจ้างงาน เพื่อสร้างความกระตือรือร้นในการเรียนรู้
เมื่อ พฤ. 04 ต.ค. 2550 @ 14:57
408675 [ลบ]
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการรับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ผ่านมานั้น ทำให้เล็งเห็นได้ว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาองกรค์ในด้านต่าง ๆ เช่น ในภาคเกษตรของไทยเรานั้นจะเห็นได้ว่าเกษตรกรยังขาดประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ขาดบุคคลที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่ดี ดังนั้นแนวคิดเรื่อง Farmer University เพื่อสร้างศักยภาพให้กับเกษตรกรไทยในด้านต่าง ๆ ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะประชากรไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรอยู่แล้ว ทั้งนี้การจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้จะต้องสามรถนำไปใช้ได้ในสภาพความเป็นจริง ก็จะเป็นประโยชน์มาก
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 16:44
414686 [ลบ]
(10 ยอดกลยุทธ์ในการสร้างระบบย่อยด้านการเรียนรู้)
มาต่อกันที่ ข้อ 5 นะคะ
5. สร้างโปรแกรมการพัฒนาตนเอง
การที บริษัทออกค่าใจ้จ่ายให้พนักงานเพื่อการพัฒนาตนเองนั้น ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่แสดงถึงความผูกพันของบริษัทที่มีต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น โบอิ้งที่ออกทุนให้พนักงานที่ต้องการเรียนต่อระดับปริญญา หรือประกาศนียบัตรในสาขาใดๆ ก็ได้ บางบริษัทมีงบจัดอบรมให้แก่พนักงานแต่ละคนเพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้ของตนเอง จะช่วยให้มีการกระตุ้นในการพัฒนาทักษะทางด้านที่ตนสนใจ และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตทั้งของตนเองและขององค์กรอีกด้วย
6. สร้างทักษะการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
ทีมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อองค์การแห่งการเรียนรู้ ทีมจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลกับองค์การ การทำงานเป็นทีมจะทำให้องค์กรตระหนักถึง และเกิดการนำเอาทรัพยากรแฝงขององค์การมาใช้ประโยชน์
7. กระตุ้นและฝึกฝนการคิดเชิงระบบ
ทักษะที่สำคัญขององค์การแห่งการเรียนรู้นั้นก็คือ การคิดเชิงระบบ (systems Thinking) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการ "มองเห็นภาพรวมและทำงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แยกแยะและพยายามแก้ปัญหาแบบเป็นส่วนๆ"
8. นำเอาการพินิจพิเคราะห์และการวางแผนรูปแบบสถานการณ์มาใช้ประโยชน์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์การ
9. ขยายการเรียนรู้ในรูปแบบความคิดที่หลากหลายวัฒนธรรมกับรูปแบบความคิดระดับโลก
องค์การแห่งการเรียนรู้จะตระหนักดีว่า มุมมองและแนวทางการกระทำที่แตกต่างนั้นเป็นแหล่งของความมั่งคั่งอย่างหนึ่ง มิใช่ความขัดแย้ง ยิ่งองค์การเปิดกว้างต่อค่านิยม แนวความคิด และมุมมองของคนอื่นๆมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดการเรียนรู้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
10. เปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้
คนส่วนใหญ่ยังคงมีความรู้สึกในทางลบกับการเรียนรู้ คือ รนู้สึกว่ามันเคร่งเครียด มีข้อสอบที่ยากๆ อีกทั้งมีครูเจ้าระเบียบ การท่องจำ การนั่งโต๊ะเรียนเป็นเวลานานๆ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งรูปแบบความคิดเหล่านี้ส่งผลให้หลายคนต่อต้านการเรียนรู้ และต่อต้านการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
รูปแบบความคิดมีผลกระทบอย่างมากต่อการกระทำของเรา เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดจากที่มองว่า การเรียนเป็นเหมือนห้องเรียน แต่ให้มองการเรียนเสียใหม่ว่ามันเป็นเหมือนกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น มีการร่วมมือกัน และมีรางวัลตอบแทนความสำเร็จในระดับสูง
นี่แหละค่ะ คือ10 ยอดกลยุทธ์ในการสร้างระบบย่อยด้านการเรียนรู้ ที่เอามาฝาก เพื่อนๆ ค่ะ หวังว่าคงมีประโยชน์นะคะ
เมื่อ พฤ. 11 ต.ค. 2550 @ 19:26
418960 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์ และเพื่อน ฯ
สำหรับ Farmer university , ผมคิดว่าต้องพิจารณา วัตถุประสงค์ ก่อนครับ
จตุเกษม
เมื่อ พ. 17 ต.ค. 2550 @ 12:32
425883 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์ และเพื่อน ฯ
มาต่อเรื่อง Farmer university , ผมคิดว่าต้องพิจารณา วัตถุประสงค์ ก่อนว่าเรา ต้องการอะไรกันแน่ สำหรับผม ขอเรีม
จตุเกษม
เมื่อ จ. 17 ธ.ค. 2550 @ 16:48
493364 [ลบ]
เข้ามาอ่านใน blog ของ Farmer University นั้น ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวดังนี้
1. ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองว่าเป็นนักศึกษาเก่า (มาก) ของคณะเกษตร (Ag-Econ) ตอนนี้รับราชการและกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกที่คณะเช่นกัน
2. อยากแลกเปลี่ยน 2 ประเด็นหลัก ที่ทำให้ Farmer อ่อนแอ คือ
2.1 นโยบายรัฐ ทั้งด้าน Subsidies และการส่งเสริมแบบ Fund Model หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ซ้ำซากทุกปี (ทั้งนี้เพราะมีผลได้ทั้งสองฝ่าย) ซึ่งเป็นมูลเหตุชักจูงให้เกษตรกรไทยอ่อนแอ และรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐ
2.2 รัฐ หรือคณะเอง ที่ผ่านมา โดยเฉพาะนิสิตเก่า ส่วนมากคณะก็จะชื่นชมกับลูกศิษย์ที่จบไป และได้ตำแหน่งสูงๆในภาครัฐและเอกชน ทั้งๆที่มีศิษย์หลายๆคนที่ประกอบอาชีพอิสระ (เกษตรกร) หรือสัมผัสกับเกษตรกรในชุมชนหรือนักเรียน (วึ่งเป็นลูกเกษตรกรในชุมชน) ในวิทยาลัยหรือโรงเรียน ที่มีความสามารถและเป็นผู้ที่สร้างเกษตรกรให้ใรกฐานที่แข็งแรง แต่ได้รับการชื่นชม ยกยอง น้อยมาก ควรเซาะแสดงหา หรือ ประกาศผู้มี spect ดังนี้มามากๆ
ขอแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นเพียงนี้ ก่อน
เมื่อ ศ. 15 ก.พ. 2551 @ 23:19
547840 [ลบ]
ขอเจริญพร
อาตมภาพเองขอแทรกด้วย เนื่องจากเป็นลูกชาวนา มาศึกษาที่สวนสุนัน ในหลักสูตร รปม. รุ่น ๔ ได้อ่านแนวคิดของพี่ ๆ ทั้งหลายแล้ว ดีมาก ๆ และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ถึงจะไม่เกี่ยวกับที่อาตมาเรียน แต่ก็เกี่ยวกับพื้นฐานชีวิตที่อาตมาเคยเป็นและก็ยังคงเป็น คือ โยมพ่อโยมแม่เป็นชาวไรชาวนาจ๊ะคุณโยม
นับว่าอาตมาโชคดีที่ได้เรียนกับท่านอาจารย์จีระ ที่สวนสุนัน เพราะอะไรรู้ไหมโยมจ๋า ? ก็เพราะว่า ทำให้อาตมาได้ทราบแนวคิดของท่านในเรื่องการบริหารในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านทรัพยากรมนุษย์ ที่ท่านดำเนินการสอนอยู่ที่สวนสุนันทา และไม่ใช่เฉพาะส่วนนี้เท่านั้น ท่านยังได้ให้ทำการวัด(การบ้าน)ส่งทางบล๊อกซึ่งอาตภาพคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการเรียนรู้และนักศึกษาก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันความรู้แก่กันและกัน ซึ่งอาตมภาพได้เห็นและได้อ่านแนวคิดของเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในรุ่น ซึ่งส่วนมากก็ไม่เคยสนทนาหรืออาจเข้าไม่ถึงข้อมูลส่วนตัวเขาเลย และที่ผ่านมาไม่นาน ท่านเชิญอาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด มาสอน และให้นักศึกษาส่งงานทางบล๊อกเรื่องวิสัยทัศน์ขององค์กร และ พันธกิจ ก็ทำให้อาตภาพได้ทราบถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เพื่อน ๆ พี่ ๆ ใน รปม.รุ่น ๔ ทำงานอยู่ ชึ่งไม่เคยทราบมาก่อนเลย เพราะจะให้อาตมาถามเองถึงการงานหรือหน้าที่ ที่แต่ละคนทำงาน ก็เกรงจะเป็นการก้าวก่ายสิทธิ์ของเขามากเกินไป แต่พออาจารย์ให้ส่งงานทางบล๊อกเท่านั้นแหละ (โป๊ะเช๊ะเลย เข้าทางอาตมาเลย)ก็ทำให้อาตภาพได้ทราบเรื่องราวต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้น ฯ และอีกอย่างอาตมาเองก็ได้มาแสดงความคิดเห็นในบล๊อกของโยมพี่ ๆ ทั้งหลายได้ด้วย แสดงให้เห็นว่า ความคิดของพี่ ๆ ทั้งหลาย ไม่ได้มีแค่พี่ ๆ ในรุ่น ที่ มช. เท่านั้นนะ ที่ได้เข้ามาอ่าน แต่ยังมีพระหนุ่มตัวน้อย ซึ่งก้าวเข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาได้อ่านด้วยและก็ได้ส่งบทความมาฝากไว้ให้อ่าน ก็อย่าถือสาว่า อาตมาเกี่ยวอะไรด้วยละ (เดี๋ยวอกุศลจิตจะเกิดนะจ๊ะ โยมจ๋า)
เอาละอาตมาพิมพ์มามากแล้ว(เริ่มเมื่อย+ง่วงแล้ว)
สุดท้ายนี้ขอให้ญาติโยมคนที่อ่านทุกท่านจงมีความสุขความเจริญทั้งในหน้าที่การงานและการดำรงชีวิต คิดหวังสิ่งหนึ่งประการใด อันเป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วยคุณธรรม อันไม่เหลือวิสัยที่เรามนุษย์สามัญชนจะพึงได้จะพึงถึง ก็ขอสิ่งนั้น จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ ทุกประการเทอญ ฯ ขอเจริญพร