สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
108พันเก้าPRO.
นาย โชคชัย สิรินพมณี
P นาย โชคชัย สิรินพมณี
สพท.สป.2
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 331
ปฏิบัติการถอดรหัสCAR1:การปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน
การวิเคราะห์เพื่อรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล

            สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ได้อบรมโรงเรียนในโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับครูในเขตพื้นที่  ในวันที่ 7-8 มิถุนายน 2551 และวันที่ 14 -15 มิถุนายน 2551 ผมได้เป็นวิทยากรร่วมคณะให้ความรู้ในเรื่องปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน ลังการอบรมแล้ว 2 สัปดาห์ต่อมาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้  การดำเนินการตามCAR1:การวิเคราะห์เพื่อรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ครูที่เข้าอบรมทุกคนจะต้องเขียนรายงานการวิจัยCAR1ให้เสร็จตาม IDP(แผนการพัฒนาตนเองในการจัดห้องเรียนให้มีคุณภาพ)ผม..เห็นว่าการขับเคลื่อนของโรงเรียนในโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงเริ่มถดถอย...เพราะ ..เริ่ม ...มึน..และ  ..งง..ไม่รู้จะจัดกระทำกับข้อมูลที่เก็บจาก CAR1-Aถึง CAR1-D ที่เสร็จแล้วอย่างไร หรือบางคนก็ยังไม่ทำ...สงวนท่าที..ดูครูคนอื่น(ไม่รู้มีเสียงบ่นว่าทำไม่ได้หรือเปล่า)  ผมเห็นว่าน่าจะมีสิ่งที่จะเป็นตัวช่วยให้ครูทำงานได้สะดวกขึ้น
       ผมตัดสินใจร่างเค้าโครงเขียนรายงานผลการวิเคราะห์เพื่อรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ตามตัวอย่างหัวข้อการเขียนรายงานหน้า14 ให้เพื่อนครูได้ศึกษาขอย้ำกับเพื่อครูนะครับเป็นแค่...ตัวอย่าง   เชิญดาวน์โหลดครับ

สร้าง: ศ. 11 ก.ค. 2551 @ 15:01   แก้ไข: ศ. 11 ก.ค. 2551 @ 15:08   ขนาด: 3077 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. ครูดี
เมื่อ ส. 12 ก.ค. 2551 @ 03:29
738582 [ลบ]

ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า ฮ่า.................

        -เห็นมานักต่อนักแล้วตัวอย่าง  จะกลายเป็นตัวเดียวอันเดียวในที่สุด
        -ผมว่าเราต้องปุจฉา-วิสัชนา  กันก่อนละมั้งว่า  ปัญหาที่ครูไม่ทำวิจัยในชั้นเรียนมันอยู่ที่ตรงไหน  ทำไม่ได้  หรือไม่ทำ  ผมเองก็ยังไม่กล้าฟันธง  แต่ที่เห็น ๆมาอบแล้วผลงานไม่ค่อยจะออก  ที่ออกมาได้  ไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจภายใน  จะเป็นไฟท์บังคับเสียมากกว่า  ลองไปอ่านผลงานแล้วรู้สึกมันแกน ๆอย่างไรชอบกล  ยิ่งมีฟอร์มให้เติมคำในช่องว่าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่อยากจะเซดเลย 
        -ขออภัยนะครับ  พูดให้หนุก ๆหรอก  ไม่ใช่มีจิตอกุศล  มันเหมือนมีคำตอบ แต่ก็ไม่กล้าจะตอบ  มานึกถึงตัวเราเองทำวิจัยเป็น(บ้างนิดหน่อย)  เราเองก็ยังไม่คิดจะทำจริง ๆจัง ๆเลย  ที่ทำมาแล้วเรื่องสองเรื่องก็เพราะถูกบังคับ มีปัญหาก็แก้ ๆไป  บางครั้งวิธีแก้ไขของเราก็เข้าที  แต่ก็ขี้เกียจเขียน บางทีลองพยามยามเขียน  เขียนได้ไม่กี่หน้า  อยู่ ๆก็เลิกไปเสียงั้นแหละ เฮ่อ!  ดูเหมือนปัญหามันจะอยู่ที่ใจเราน่ะ  หรือว่าไง
        -ว่าก็ว่าเถอะ  ถ้าวงการของเรามองว่าการเอากระบวนการวิจัยมาใช้ในงานสอน แล้วจะได้สติปัญญามาใช้ในการพัฒนาการสอนให้มันดีขึ้น  งานอื่น ๆก็เหมือนกันว่าม้ายยย...งานธุรการ  งานพัสดุ  งานการเงิน  งานวางแผน  และงานบริหารอื่น ๆก็ควรต้องเอาวิจัยมาจับทั้งนั้นแหละ  แต่ไม่เห็นใครพูดถึง  ไม่เห็นมีใครทำ  หรือไม่เห็นมีใครไปบอกให้ใครทำ  ผมว่าถ้าจะสร้างวัฒนธรรมของการนำเอาการวิจัยมาใช้ในการพัฒนางานมันต้องพากันทำทุกฝ่าย  ทุกระดับ  ไม่เว้นแม้แต่เลขาธิการ สพฐ. ยังงี้แหละผมว่า  ครูจึงจะมีแรงระเบิดจากข้างใน  งานวิจัยในชั้นเรียนมันจะเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด  ไม่ต้องอบ ไม่ต้องอัดกันให้มากหรอก  เพราะถ้าใจมันเห็นเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว กะเรื่องวิจัยในชั้นเรียนขี้ประติ๋ว มันไม่เกินความพยายามของครูหร็อก  ว่าม้ายยย...
        -ชวนวิวาทะ ก็เพื่อจะให้การวิจัยในชั้นเรียนมันไม่เป็นเรื่องลวงโลกเท่านั้นเอง  หนักนิดเบาหน่อยขออภัยด้วย

                                                        ครูดี

 

 

 

 

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 203.151.232.70
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้สนใจงานฝีมือ งานศิลปะ การเรียนการสอน สถิติการศึกษา การสร้างแบบสอบ งานวิจัย การสร้างและพัฒนาเครื่องมือการประเมินผลการเรียนรู้