ทีมวิจัยผมมาปรึกษาเรื่องพัฒนาโครงการวิจัยผู้สูงอายุ  ผมเลยคิดถึงคุณยายวง  ผู้สูงวัยท่านหนึ่งที่ผมอยากเรียกว่าเป็นผู้ใจสว่างในโลกมืดกว่า 20 ปีในห้วงชีวิตยามชรา

เมื่อตอนวัยรุ่นกว่า 30 ปีแล้ว ผมได้เป็นเด็กวัด วัดเขาวังราชบุรี จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ญาติโยมมักกล่าวถึงว่าเป็นวัดที่เคร่ง ขณะนั้นเจ้าอาวาสคือหลวงปู่ พระครูภาวนานิเทศก์ ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันว่าเป็นพระอาจารย์ที่สอนและให้การศึกษาอบรมเก่ง อีกทั้งเน้นพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอย่างยิ่งแบบไม่มีข้อยกเว้น  จึงจัดเป็นวัดที่โดดเด่นทั้งความเป็นสำนักปฏิบัติแนววิปัสนากรรมฐาน  แหล่งการศึกษาพระปริยัติธรรม และให้การศึกษาอบรม กล่อมเกลาคนทุกกลุ่ม-ทุกระดับอย่างได้ผล

ระหว่างที่เป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดราชบุรีนั้น มีแม่ชีสูงวัยอยู่ท่านหนึ่งชื่อยายวง อายุกว่า 80 ปี ท่านเป็นคนตาบอดตาใส สูงวัยมากกระทั่งตาเสื่อมสภาพ แม้ลืมตาอยู่แต่ก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว ทว่า ยายวงกลับทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ไปไหนมาไหนบนวัดเขาวังได้ทั่ว  และมีวิถีปฏิบัติในทุกวันที่แสนงดงาม  ดำเนินชีวิตในสภาพที่มองไม่เห็นอยู่เกือบ 20 ปี  ซึ่งตรงนี้นั่นเองที่เป็นความประทับใจของทุกคนที่เห็นกิจวัตรตลอดช่วงอายุขัยตอนปลายของคุณยาย โดยเฉพาะผม

ทุกๆเช้าและยามเย็น คุณยายวงจะออกเดินหลังงุ้ม  มือขวาถือไม้กวาดทางมะพร้าว  แล้วก็จะมีแบบแผนการทำกิจกรรมและปฏิบัติ เส้นทางที่ไป และสถานที่ที่ไป อย่างแน่นอนและแม่นยำ โดยผู้คนทั่วไป หากไม่ทราบมาก่อนก็จะไม่รู้เลยว่าทั้งหมดที่คุณยายทำนั้นคุณยายวงตามองไม่เห็น

ตอนเช้า คุณยายจะเดินค่อยๆกวาดลานวัดที่เป็นแนวทางเดินของพระจากแดนพระไปยังศาลาและทางเดินรอบพระอุโบสถ ก่อนจะวนกลับ ยายวงก็จะไปยังหิ้งบูชาพระซึ่งทำขึ้นจำเพาะให้เป็นของคุณยายวง อยู่ข้างพระอุโบสถและวางอยู่บนคาคบของต้นดอกแก้ว  ยายวงจะกวาดลานวัดแถวนั้นแล้วก็นั่งลงที่เดิม หันหน้าไปยังพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีหิ้งบูชาพระบนต้นดอกแก้วอยู่เบื้องหน้าคุณยายพอดี

ผนังพระอุโบสถรอบด้านที่กางกั้นนั้น คนตาดีก็จะมองไม่เห็นเป็นอย่างอื่นไปได้นอกเสียจากผนังทึบอันว่างเปล่า ทว่า ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อคุณยายที่จะนั่งสวดภาวนาน้อมสักการะไปยังเบื้ององค์พระประธานในพระอุโบสถที่คุณยายคงเห็นอย่างแจ่มชัดอยู่เสมอ ไม่ใช่ด้วยตาซึ่งบอดไปนานแล้ว ทว่า ภาพพระประธานซึ่งคุณยายประทับฝังแน่นเป็นภาพพิมพ์ใจผ่านการเป็นผู้นั่งใกล้พระศาสนาและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกเมื่อเชื่อวันตลอดชีวิตนั่นเอง ที่ทำให้คุณยายเห็นอย่างแจ่มกระจ่างด้วยใจ

                     

                      ภาพยายวง : ที่วางแจกันและเครื่องบูชาพระของคุณยายวงวางอยู่บนต้นดอกแก้วข้างพระอุโบสถ  
                     
วาดภาพประกอบ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ 

เสร็จแล้วก็กราบ แล้วก็จะค่อยๆกวาดลานวัดต่อไป จากนั้นก็เดินไปยังด้านหน้ากุฏิหลวงพ่อ เมื่อไปถึงตรงบันไดขึ้นกุฏิก็นั่งประนมมือตรงไปยังหลวงพ่อ นั่งสวดมนต์ภาวนา หลวงพ่อก็จะหยุดและนั่งสงบนิ่งเหมือนกับภาวนาเพ่งความใส่ใจไปยังสิ่งที่คุณยายกำลังปฏิบัติไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งเป็นอาการแสดงความเคารพต่อกันที่แสนงดงาม(1) เสร็จแล้วก็กราบ แล้วจึงเดินกวาดลานวัดกลับไปยังแดนของแม่ชี ทำอย่างนี้อย่างไม่มีผิดพลาด

ตอนเย็นก็จะทำอย่างนั้นอีก ทว่า เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือ คุณยายจะเดินเก็บดอกลั่นทมบนลานวัดไปด้วย บางส่วนก็ไม่ลืมที่จะนำไปกองบนหิ้งบูชาพระ แล้วก็ทั้งหมด ก็จะเก็บรวบรวมไปตากให้แห้งขายให้คนที่รับซื้อไปทำน้ำอบแป้งร่ำเพื่อนำสตางค์มาทำบุญ

ถึงแม้ตาบอดมองไม่เห็นและสูงวัยมาก  แต่ยายวงก็ยากนักที่จะออกปากให้ใครช่วยเหลือ แล้วก็เป็นเรื่องที่แปลกที่คุณยายกลับมักทักทายคนได้ถูกต้องเสียเป็นส่วนใหญ่ เพียงได้ยินเสียงการเดินและตำแหน่งที่ได้พบปะกันเท่านั้น ท่านจดจำแบบแผนชีวิตของคนรอบข้างไว้ได้อย่างหมดจรด ยิ่งถ้ามีการพูดออกมา คุณยายเป็นจำได้อย่างแม่นยำ

ผ้าขาวที่คุณยายครองเป็นเครื่องนุ่งห่มของแม่ชีนั้น  ด้วยความที่คุณยายชราภาพมาก และช่วยเหลือตนเองทุกอย่าง แต่มองไม่เห็น คุณยายเลยไม่สามารถเห็นอย่างที่คนภายนอกเห็น ว่าผ้าห่มที่คุณยายครองนั้นมันกลายจากสีขาวเป็นสีเทาหม่นมอมแมน แต่ก็ไม่มีใครรังเกียจคุณยาย  

น้ำเสียงของคุณยายจะแจ่มใส สัมผัสได้ถึงความเบิกบานและบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ส่งออกมาจากข้างใน กระทั่งกล่าวได้ว่า ทั้งผมและคนทั่วไป มองเห็นมนุษย์ผู้ตัวใสสะอาด เบิกบานแจ่มใสซ้อนอยู่ในตัวคุณยาย คอยรักษาร่างที่ทรุดโทรมผุพังให้เขาทำหน้าที่ไปตามสภาพด้วยดี ความเป็นยายวงมีพลังบางอย่างอย่างนั้น

ยายวงเป็นคนเก่าแก่ ศรัทธาแก่กร้า และสมาทานบวชเป็นผู้นั่งใกล้พระศาสนานับแต่ในยุคหลวงพ่อองค์แรก คือหลวงปู่พระครูพรหมสมาจารย์ (สาลี ธรรมสโร)

จากที่ท่านเล่าให้ฟังย้อนหลัง รวมทั้งผู้คนที่รู้จักเล่าให้ฟัง ก็พอจะประมาณได้ว่า ยายวงเป็นโยมที่ศรัทธาในพระศาสนาและเลื่อมใสในวิถีปฏิบัติของวัดเขาวัง นับแต่ยุคหลวงปู่สาลี  ซึ่งร่วมสมัยกับยุคสงครามโลกโน๊น  คุณยายจึงมีโอกาสร่วมเป็นแรงงาน บุกเบิก และทำงานด้วยสองมือ  สร้างวัดให้เป็นหลักฐานมั่นคงร่วมกับพระสงฆ์และญาติโยม  นับตั้งแต่ยังเป็นวังร้างอยู่ในป่าเขา  คุณยายเลยรู้จักก้อนหินแทบทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น  ซึมซับอยู่ในความทรงจำ 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการหล่อเลี้ยงชีวิตโดยธรรมและนำตนเองด้วยความทรงจำที่สร้างสมให้กับตนเองแบบน้ำซึมบ่อทรายระหว่างเส้นทางแห่งชีวิตนั้น  มีพลังเพียงพอที่จะพาปัจเจกฝ่าข้ามขีดจำกัดทางกายภาพ และเป็นหนึ่งกับภาะสูงสุดของตนได้อย่างสมบูรณ์  หากสรุปบทเรียนวิถีชีวิตคุณยายวงก็คงจะได้อย่างนี้

ถึงแม้จะสามารถกินข้าวก้นบาตรและรับการดูแลจากคนอื่นได้อย่างแน่นอน แต่คุณยายวงก็หุงหาข้าวปลาอาหารกินเองด้วย ทว่า เนื่องจากคุณยายมองไม่เห็น กระบวนการต่างๆในการทำครัว หุงข้าว และทำข้าวปลาอาหาร  ก็เลยจะทำให้ข้าว กับข้าว ขี้เถ้า และก้อนถ่าน  ถูกจับมาปรุงผสมปนเปกันไปหมด  แต่คุณยายก็ทำกินได้  เพราะเอารสชาดและการกินได้เป็นตัวตั้ง  รูปลักษณ์ของอาหารจะเป็นอย่างไร ก็มองไม่เห็นให้เป็นอุปสรรค

 

             ดอกลั่นทม หรือลีลาวดี ลานวัดที่ปูลาดด้วยหินศิลาแลงและอาณาบริเวณวัดเขาวังราชบุรี บนเขาสัตนาถ จังหวัดราชบุรี 
             ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ 

ผมมีความสุข ที่จะได้ไปทำหน้าที่ทำครัว เตรียมอาหารใส่บาตร และจัดเตรียมสำรับถวายหลวงปู่ ซึ่งเป็นครัวแห่งเดียวกับที่คุณยายวงก็ต้องทำอาหาร  ผมกับคุณยายจึงเป็นคนที่มักจะตื่นเช้าและกลับออกจากครัวทีหลังใครๆ คุณยายกับผมเลยตะโกนคุยกันอยู่เสมอ และเป็นเพื่อนสนิทสนมกันที่สุด บางครั้งคุณยายจะไม่คุยทักทายใคร และหากมีความจำเป็น ก็ไม่ค่อยรับความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ ซึ่งเป็นวิถีปรกติของคนที่อบรมตนเองมาอย่างเข้มข้น ที่มักเรียนรู้การพึ่งตนเองก่อนและอยู่แบบเป็นภาระผู้อื่นให้น้อยที่สุด  แต่สำหรับผมแล้ว  คุณยายจะทั้งคุยทักทาย และยอมให้ผมดูแลสิ่งต่างๆให้อย่างไม่เกรงใจ

คุณยายชอบทำอาหารสูตรพิเศษอย่างหนึ่ง คือ แกงคั่วปลาทูใส่ยอดมะขามอ่อน ใส่น้ำกระทิซึ่งคั้นจากมือท่านเอง ซึ่งแน่นอนว่า มันจึงต้องปนเปขี้เถ้าลงไปด้วย แกงคั่วของคุณยายเลยมักจะเป็นสีมอๆ  คุณยายจะทำอาหารสูตรเดิมๆอยู่อย่างนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง  มีแปลกไปบ้างคือ อาจเติมสายบัวลงไปในบางวัน ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นสูตรพิเศษที่สุดแล้ว

หลายครั้ง  ผมเห็นว่าแกงของคุณยายมันอาจจะปนไปด้วยขี้เถ้าสักครึ่งต่อครึ่ง ผมเลยอดไม่ได้ที่จะไปขลุกช่วยคุณยาย ทำโน่นทำนี่ คุณยายเลยเอ็นดูและเมตตาผมมาก  ที่ชอบและอบอุ่นมากที่สุดเลยก็คือ พอช่วยคุณยายทำอะไรเสร็จ  ก่อนจะอำลากัน คุณยายก็จะนั่งประนมมือ แล้วก็พูดให้ศีลให้พร  ให้ความรู้สึกได้รับสิ่งอันเป็นมงคลที่สุดแก่ตนเอง

แต่วันหนึ่ง คุณยายก็เลื่อนขั้นการให้บำเหน็จรางวัลผมครับ  คือ  พอผมช่วยทำอาหาร คุณยายก็อยากเผื่อแผ่ฝีมือแกงคั่วครับ คุณยายบอกให้ผมชิมและจะทำเผื่อให้ด้วยหนึ่งมื้อ 

ท่านทำด้วยความเมตตาจริงๆ ครับ  ทว่า  ผมเห็นกะตาอยู่ตลอดเวลาว่า กับข้าวคุณยายมันมักปนเปไปด้วยขี้เถ้า อีกทั้งเล็บ และมือไม้ของคุณยายก็ด๊ำ-ดำ พูดด้วยความสัตย์ก็คือ หากให้เลือกละก็  ผมทานไม่ลงครับ  แต่ผมก็ผูกพันกับคุณยายมาก  จะถือว่าท่านมองไม่เห็น แล้วก็ทำเป็นเออออ  แต่ไม่ได้ทานจริงๆ  ก็ทำอย่างนั้นไม่เป็น อีกทั้งทำอย่างนั้นกับคุณยายไม่ได้  ผมก็เลยต้องชิมและนั่งกินแกงคั่วปลาทูยอดมะขามอ่อนของคุณยาย

คำแรกก็ขนคอลุกครับ  พูดอย่างไม่กลัวบาปกินหัวก็คือ อยากคายทิ้ง  แต่ก็ทำไม่ได้  เลยนั่งเคี้ยวและทำกรรมฐานไปในตัว  เคี้ยวจนได้รสหวานและรู้สึกว่ามันเป็นแกงคั่วไปในที่สุด  คุณยายวงดีใจมาก และมักทำแกงคั่วปลาทูยอดมะขามอ่อนเผื่อผมไปด้วยเสมอ 

ผมออกจากการเป็นเด็กวัดเขาวัง  กระทั่งมาเติบโตอยู่ในกรุงเทพ  ทำงานทำการต่อจากนั้นมาอีกนับสิบปี กระทั่งคุณยายวงอายุขัยล่วง 90 ปี  ทว่า ด้วยการปฏิบัติธรรมหรือเหตุปัจจัยหลายอย่างที่งดงามมากมายในชีวิตของคุณยายหรืออย่างไรก็สุดจะทราบ  คุณยายวงท่านมีสภาพเหมือนต้นไม้ที่ค่อยๆแห้งและยืนต้นตายไป ราวกับระวังไม่ให้ล้มทรุด กระทบแมกไม้ใบหญ้าใดๆรอบข้าง แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต คุณยายดับขันธ์ไปด้วยความสงบ

ก่อนคุณยายสิ้นไปไม่กี่ปี วันหนึ่ง อาว์ผมซึ่งบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดเขาวังราชบุรีนั้นด้วย ก็บอกกล่าวให้ผมได้ทราบถึงความเป็นไปของคุณยาย และบอกว่า คุณยายวงถามถึงผม  ซึ่งนั่นเป็นเวลาผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว ผมตระหนักรู้ถึงการให้น้ำใจและขวัญชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ผมของคุณยาย ผมรู้ 

วิถีคุณยายเป็นผู้ผ่านทาง ผ่านมาเพื่อสร้างปัจจัยการเข้าถึงธรรม แล้วก็ผ่านไป ความละวางและเปล่าว่างขนาดนั้น จะมีสิ่งใดให้สัมผัสถึงกันได้อีกนอกจากให้การรำลึกถึงด้วยดวงจิตสุดท้าย นับว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับผม

ยามใดที่ผมกราบรำลึกถึงคุณยายวง  รวมไปจนถึงวิถีแห่งศรัทธาของคุณยาย ก็มักจะได้รำลึกถึงคุณยายด้วยความทึ่งและศรัทธาต่อความเป็นผู้มีใจสว่างในโลกมืด ตลอดชีวิตในบั้นปลายของคุณยาย....ยายวงผู้น่าทึ่ง.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(1) ตามพระธรรมวินัย พระภิกษุจะไม่สามารถรับไหว้อุบาสก อุบาสิกา และฆราวาส การแสดงอาการแห่งความเคารพต่อคุณยายวงของหลวงพ่ออย่างงดงามดังกล่าวนี้ จึงเป็นทั้งการสามารถเอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย และมีความงดงามต่อคารวธรรมที่แสดงต่อองค์ธรรมในตัวผู้อยู่ในเพศฆราวาส อีกทั้งบอกถึงความแยบคายลึกซึ้งและธรรมอันสูงส่งของหลวงพ่อ ในการน้อมลงให้แก่ธรรมะและความดีงามที่สะท้อนอยู่ในตัวบุคคล