อธิการบดี มอ. รศ. ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข จัดวาระรายงานการทำการบ้านที่ได้รับจาก สภาฯ ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยทุกครั้ง ในวันที่ ๔ ต.ค. ๕๑ มีการเอาการบ้านเรื่อง มหาวิทยาลัยกับความร่มเย็นเป็นสุขของสังคม มารายงาน น่าชื่นชมอย่างยิ่ง
ที่จริง ในการประชุมของทุกสภามหาวิทยาลัย มีการให้การบ้านดีๆ มากมาย แต่อธิการบดีและผู้บริหารมักไม่เอาใจใส่ ไม่ถือเป็นการบ้าน ไม่เอาเป็นธุระ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของมหาวิทยาลัย เพราะเป้าหมายมันกว้างเกินไป และหากเข้าไปจับทำก็จะเสียคะแนนเสียง เพราะไปก่อความยุ่งยากให้แก่คณาจารย์ ไม่ทราบผมมองในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า ผมตีความจากที่เห็นพฤติกรรมมากว่า ๓๐ ปี ในหลากหลายมหาวิทยาลัย
ที่จริง มหาวิทยาลัยทำงานเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของสังคมอยู่แล้ว และสามารถทำงานเพื่อเป้าหมายนี้ให้ชัดขึ้นได้ โดยการ
- โฟกัสพื้นที่สังคมที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ เอาใจใส่เป็นพิเศษ
- โฟกัสปัญหาที่จำเพาะของพื้นที่นั้น
- โฟกัสโอกาสที่จำเพาะของพื้นที่นั้น
- ลงพื้นที่/ออกสนาม เพื่อทำงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้คนในพื้นที่ โดยทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่
- ทำงานวิชาการ/วิจัย/สร้างคน ร่วมกับ real sector ในพื้นที่
ในการทำหน้าที่แต่ละประเด็นข้างบน สามารถออกแบบให้เกิดการเรียนรู้ สั่งสมองค์ความรู้ สืบทอดภูมิปัญญา/ศิลปะและวัฒนธรรม ได้อย่างมากมาย จุดสำคัญที่สุดคือ มหาวิทยาลัยต้องกำหนดชั่วโมงทำงานของอาจารย์เสียใหม่ ให้นับการออกไปทำงานกับ real sector เป็นภาระงาน และการออกไปทำงานกับ real sector ต้องไม่ใช่อาจารย์แต่ละคนคิดเอง ตกลงกับภายนอกเองตามอำเภอใจ ต้องเป็นเรื่องที่มีการวางเป้าหมาย วางยุทธศาสตร์ และกำหนดแผนงานในระดับมหาวิทยาลัย คณะ และภาควิชา หรือหน่วยงานย่อย
เท่ากับต้องตีความการปฏิบัติภารกิจของมหาวิทยาลัยเสียใหม่ แล้วเอามาวางรูปแบบการบริหารมหาวิทยาลัยในรูปแบบใหม่ นั่นเอง
วิจารณ์ พานิช
๕ ต.ค. ๕๑
เรียนอาจารย์วิจารณ์
ขอร่วมชื่นชมผู้บริหารระดับสูงของ มอ.ที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ เข้าใจว่าอาจารย์และผู้บริหารระดับรองลงไปของ มอ.คงจะทำงานกับสังคมภายนอกได้อย่างมีความสุข จากประสบการณ์สั้นๆ ของดิฉัน พบว่ายังมีผู้บริหารระดับสูงบางส่วนสบายใจกับการที่ผู้บริหารและอาจารย์ทำงานประจำอยู่ในสำนักงานมากกว่า
วัลลา