แม้วัยเด็กจะเป็นวัยที่ยังไม่มีบทบาทในฐานะผู้ผลิต แต่เด็กก็สามารถมีบทบาทในฐานะผู้บริโภคที่ไร้เดียงสา และถูกหลอก ถูกกระตุ้น ถูกครอบงำได้ง่ายที่สุด

เด็กสมัยนี้กับเด็กสมัยก่อน สมัยไหนเลี้ยงยากกว่ากัน??? ” 

ผมมักจะเจอคำถามอย่างนี้อยู่เนืองๆ บ้างก็ว่าสมัยก่อนยากลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไกลกว่าจะถึงโรงหมอ บางทีปอดบวมเด็กเล็กก็ตาย

ผมเคยไปสอนชาวกะเหรี่ยงบางบ้านมีลูกห้าคน ตายไปสามเพราะท้องร่วง เฮ้อ ท้องร่วงก็ยังตาย ไปดูอัตราการรอดชีวิตของเด็กทารกก็น้อยกว่าปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ว่าสมัยใหม่นี่เลี้ยงลูกยากกว่า เพราะพ่อแม่ต่างเอาเวลาไปทำมาหากินนอกบ้าน ปล่อยลูกไว้กับพ่อ(พิมพ์) แม่(พิมพ์) ที่โรงเรียนซึ่งไม่มีทางจะเหมือนพ่อแม่แท้ๆ บ้างก็เอาไปให้คนแก่หูตาฝ้าฟางเตรียมจะละสังขารเลี้ยง  (แต่ไม่ค่อยมีใครจะสนใจให้สวัสดิการคนแก่เพิ่มเลยนะ ทั้งๆที่ปัจจุบันนี้คนแก่ทำหน้าที่นี้เยอะขึ้น)

ที่สำคัญ การเลี้ยงเด็กสมัยนี้ต้องใช้เงินเยอะกว่าสมัยสิบยี่สิบปีก่อนหลายเท่า 

ผมพยายามคิดไปให้ไกลกว่าคำถามที่สุดขั้วไปทั้งสอง เอ้อ เฮ้อ มันก็คงมีความยากง่ายในบริบทของมัน ดังนั้น จะเปรียบเทียบของกันมันก็ยาก เพราะมันคนละบริบท แต่เอาละ ไหนๆตัวเราก็มีลูกกะเค้าแล้วนะ หนึ่งคน กำลังซนน่าฟัดอยู่อย่างนี้

ก็เลยมีอะไรๆให้เรียนรู้ร่วมทางกับการเติบโตของลูกไปอีกเป็นพะเนิน 

เช้าวันนี้ มานั่งอ่านงานวิจัยเรื่อง แต่งองค์ทรงเครื่อง : ลิเกในวัฒนธรรมประชาไทยของอาจารย์สุริยา สมุทคุปติ์ และคณะ หนาสามร้อยกว่าหน้า อ่านได้หนึ่งในสามอยู่เลยเพราะปลีกเวลาจากงานบริหารยากจริงๆ แต่ก็จำต้องหาข้อมูลไปสร้างกรอบคำถามในงานวิจัยเกี่ยวกับเด็กไร้สัญชาติและจ๊าดไต” (ลิเกไทใหญ่) ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่แม่ฮ่องสอน อ่านบททบทวนวรรณกรรมซึ่งยอมรับว่าผู้เขียนเขียนได้เข้าใจ อ่านแล้วรู้สึกทะลุไปหลายจุด และได้กรอบการคิดบางอย่างมาใช้เชื่อมกับการเลี้ยงดูลูก เห็นว่าดี ก็เลยนำมาฝากเพื่อจะมีใครสนใจนำไปใช้ 

 ในงานวิจัยเล่มนี้ มีส่วนหนึ่งที่อ้างถึงงานเขียนของ Susan Willis (1991) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเรื่องสินค้าและมายาภาพเกี่ยวกับสินค้า (Commodities and commodities fetishism)    ของ  Karl Marx ซึ่งสะท้อนอิทธิพลของสินค้าและวัฒนธรรมการบริโภคที่มีต่อการสร้างอัตลักษณ์หรือตัวตนทางเพศและชาติพันธุ์ของคนรุ่นใหม่ โดยยกตัวอย่าง การเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ในเด็กผู้หญิง และการเล่นตุ๊กตาฮีแมนในกลุ่มเด็กผู้ชาย เป็นกรณีศึกษาว่า การที่เด็กเล่นตุ๊กตาเหล่านี้ช่วยให้เด็กสร้างจินตนาการเกี่ยวกับอัตลักษณ์หรือตัวตนของตนเองจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการเตรียมเด็กเข้าสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว 

Willis ยังระบุอีกว่า แม้วัยเด็กจะเป็นวัยที่ยังไม่มีบทบาทในฐานะผู้ผลิต แต่เด็กก็สามารถมีบทบาทในฐานะผู้บริโภคที่ไร้เดียงสา และถูกหลอก ถูกกระตุ้น ถูกครอบงำได้ง่ายที่สุด  

ผมคั่นหน้ากระดาษไว้ แล้วหันไปมองและยิ้มให้กับเจ้าลูกชายวัยขวบเศษที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นต้นไม้ใบหญ้าและกองทรายข้างบ้าน ในขณะเดียวกัน ผมก็จินตนาการถึงเด็กของญาติพี่น้อง รวมทั้งคนรู้จักอีกหลายคนที่มีของเล่นราคาแพงกองเกลื่อนอยู่เต็มบ้าน 

หากการเล่น และของเล่นเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็ก  ทุกวันนี้พ่อแม่ ครู นักพัฒนาจากภาครัฐ เอ็นจีโอ มีความเข้าใจกับการเล่น และของเล่นของเด็กอย่างไรบ้าง  

 เราจะเห็นอาวุธสงครามจำลองวางขายให้พ่อแม่นักช้อปอยู่ในห้างสรรพสินค้า (และขายดีกว่าหนังสือนิทานไม่รู้กี่ร้อยเท่า) เราจะเห็นตุ๊กตาที่มีชุดให้แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างหรูหรา (ทำนองเดียวกันกับบาร์บี้)

จะมีพ่อแม่ ครู นักพัฒนาจากภาครัฐ เอ็นจีโอ สักกี่คนจะรู้กันบ้างนะ ว่าของเล่นสวยๆเหล่านี้มีนัยยะบอกกับเด็กๆว่า ความรุนแรง และความหรูหราฟุ้งเฟ้อ เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กควรต้องมีเมื่อพวกเขาโตขึ้น  

พวกเราที่อายุสามสิบกว่าปีลงมาอาจจะไม่รู้ เพราะเราเติบโตมาจากของเล่นและการเล่นแบบนี้อยู่ก่อนแล้ว เราก็คิดว่ามันดีนะ ที่จะส่งมอบ "มรดกทางความคิด"เหล่านี้ต่อให้เด็ก แต่ใครจะรู้ว่านี่จะเป็นบาปบริสุทธิ์ที่ส่งลูกหลานของเราไปสู่ปัญหาการใช้ความรุนแรง และวัตถุนิยมในอนาคตอันใกล้  กระบวนการเรียนรู้จากการเล่น และของเล่นเหล่านี้ นี่ต่างหากเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กเป็นคนเลี้ยงยาก  

ทั้งๆที่เราทุกคนสามารถสร้างของเล่นที่มีค่าจากเวลาของเรา จากความคิดสร้างสรรค์ของเรา จากการบูรณาการเอาธรรมชาติและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อเด็กมากกว่า โดยไม่จำต้องใช้เงินตราอะไรมากมายเลย......

 แม้ว่าในส่วนของการวางนโยบาย ยุทธศาสตร์ทางโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมการศึกษา เกี่ยวกับเรื่องนี้ยังเงียบอยู่ แต่เราจะปล่อยให้เงียบอย่างนี้ต่อไปอย่างนั้นก็ไม่ได้ 

ผมเองก็ไม่ใช่นักการศึกษา แต่น่าสังเกตว่าพัฒนาการศึกษาของเด็กบ้านเรา ยังขาดมิติเรื่องการเรียนรู้จากการเล่นและของเล่น

 เรื่องนี้จำต้องพูดกันอีกยาว แต่ต้องทำกันเดี๋ยวนี้ (เท่าที่จะทำได้) นะครับ