แต่คำถามหนึ่งจากหมอป้อมทำให้ผมต้องสะอึก เพราะหมอป้อมถามว่าผมมั่นใจแค่ไหนที่จะใช้โปรแกรม Hosxp

กว่า 3 ปี ที่ผมรับผิดชอบดูแลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาล ใช้งบประมาณลงทุนไปล้านกว่าบาท ผลงานที่ดูจะเห็นเป็นรูปธรรมคงมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งใช้งานอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ เอาไว้จิ้มดีดเอกสารแทนเครื่องพิมพ์ดีด เล่นอินเตอร์เนต และมีระบบเครือข่ายขนาดเล็ก พร้อมด้วยซอฟท์แวร์สำหรับใช้ให้บริการผู้ป่วยที่ผมคิดว่าหาได้ดีที่สุดแล้วในขณะนั้น

การพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล สำหรับผมเป้นงานใหม่ที่ท้าทายมาก เพราะความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แค่หางอึ่งอย่างผม ทะลึ่งจะได้เป็นผู้บริหารจัดการระบบเครือข่ายที่มีมูลค่าก่วาล้านห้าแสนบาท ทำเอาเพื่อนๆที่ทำงานในโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงอิจฉา ตาร้อน

หลังจากที่พยายามเรียนรู้ลองผิดลองถูก อดทนใช้งานมานานกว่า 3 ปี ผลลัพธ์ข้อมูลสารสนเทศที่หลายคนคาดหวังว่าจะเป็นหน้าเป็นตาแทบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งผมพูดได้เต็มปากอย่างไม่อายว่ามันเป็นความ “ล้มเหลว”

ที่ผ่านมา.. มันผิดพลาดตรงไหน? เป็นคำถามที่ผมต้องย้อนกลับไปเขกกะโหลกตัวเองหลายต่อหลายครั้งเพื่อทบทวนวิธีการทำงานที่ผ่านมาว่า มีอะไรอีกบ้างที่ผมหลงๆ ลืมๆ ไป มีอะไรบ้างที่ไม่ได้ทำ  และมีอะไรอีกบ้างที่ทำแล้ว แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ..

“มันเป็นเพราะซอฟท์แวร์ไม่ดี บริการหลังขายของบริษัทแย่”  ดูจะเป็นคำที่ใช้ปลอบใจผมได้ดีที่สุดในขณะนั้น  เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการต่างๆ การติดต่อประสานงาน รวบรวมปัญหาและความต้องการของผู้ใช้ให้กับโปรแกรมเมอร์ของบริษัท มันก็ไม่มีปัญหา อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ก็เพียงพอ คนในองค์กรก็ให้ความร่วมมือใช้งานเป็นอย่างดี นี่ผมคิดแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ แต่ผลงานมันเป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงได้อย่างเด่นชัด เพราะผลลัพท์ที่ได้มันค่อนข้างต่ำ ระบบไอทีสามวันดีสี่วันไข้ จนคนที่ใช้งานบ่น

ผมกับลูกน้องที่ทำงานอีก 1 คน มีชีวิตอยู่กับการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์รายวัน

ในช่วงที่ผมรู้สึกว่ามันแย่..แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
จากการที่ร่วมกันทำงานมานาน คณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาลทุกคนเข้าใจและให้การสนับสนุน เพราะรู้ดีว่าการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องใหม่สำหรับองค์กรที่จะต้องเรียนรู้  และผมเป็นคนที่องค์กรคาดหวังว่าน่าจะมีความรู้เรื่องเหล่านี้ดีที่สุด

คณะกรรมการบริหารมีมติให้ผมลองพิจารณาหาซอฟท์แวร์ตัวใหม่ แม้จะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจและบริหารจัดการได้ง่ายในสิ่งที่เรามีองค์ความรู้ไม่มากนัก ไม่ต้องทำให้พวกเราต้องเหนื่อยกันจนเกินไป  คณะกรรมการจึงให้ผมหาข้อมูลซอฟท์แวร์จากบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีบริการหลังขายดีมานำเสนอด้วยตรรกะง่ายๆว่าราคาที่สูงขึ้นน่าจะหมายถึงคุณภาพและบริการที่ดี

หลังจากนั้นไม่นานบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์สำหรับโรงพยาบาลต่างๆ เริ่มส่งเอกสารและติดต่อนำเสนอผลงานกันเป็นระยะ ๆ สนนราคามีตั้งแต่ไม่กี่หมื่นบาท ไปจนถึงราคากว่าครึ่งล้าน.. หรือแม้กระทั่งของดีที่ฟรีแวร์อย่างโปรแกรม Hosxp

จากหนังสือที่ส่งหว่านไปทั่วประเทศ เชิญชวนให้ทดลองใช้ Hosxp ซึ่งเป็นฟรีซอฟท์แวร์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มคิดที่จะค้นหาความรู้เกี่ยวกับซอฟท์แวร์โรงพยาบาลอย่างจริงๆจังๆ ตั้งแต่การไปดูงานประชุมไอทีระดับประเทศ ดาวโหลดโปรแกรมมาทดสอบ เรียนรู้จากคู่มือเอกสาร และเวปบอร์ดของผู้พัฒนาโปรแกรม  ความรู้ที่เริ่มต้นจากศูนย์ เพิ่มพูนเป็นหนึ่ง สอง สาม.. และเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผมเสนอข้อมูลกับผู้อำนวยการถึงเรื่องโปรแกรม Hosxp ในเบื้องต้น แม้ว่าจะทักท้วงว่าของฟรีจะดีจริงหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉยผู้อำนวยการเริ่มเสาะหาแหล่งข้อมูลเพิ่มจากสถานที่ที่ใช้งานโปรแกรม Hosxp กับผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จนมีข้อมูลที่น่าสนใจว่าของฟรีและดีก็มีในโลกจริงๆ

ก่อนวันที่ผมตัดสินใจที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาล  ผมได้เชิญเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลในจังหวัดลพบุรี ซึ่งได้รับการช่วยเหลือติดต่อประสานงานจากเพื่อนของเพื่อนอีกที เพราะไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน แต่ด้วยน้ำใจของคนในชุมชน Hosxp น้องๆเหล่านั้นเดินทางไกล เพื่อมาช่วยอธิบายการทำงานของโปรแกรมให้คณะกรรมการได้รู้จัก  Hosxp กันมากขึ้น

ผมยังจำได้ในวันที่คณะกรรมการบริหารเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใช้โปรแกรม Hosxp หรือจะซื้อโปรแกรมของบริษัทจากจังหวัดเชียงใหม่ในราคาห้าแสนกว่าบาท ซึ่งตอนนั้นโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทยยินดีที่จะสนับสนุนโดยให้หยิบยืมงบประมาณก่อน เพื่อที่จะได้มีโปรแกรมไว้ใช้งานพร้อมๆกัน

เงินห้าแสนบาท สำหรับโรงพยาบาลที่เป็นหนี้สิบกว่าล้านในขณะนั้น แม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์การแพทย์บางอย่าง แต่ทำให้คณะกรรมการคงคิดหนักที่สำคัญคือซื้อมาใช้แล้วยังไม่รู้ว่ามันจะดีอย่างที่หวัง หรือจะลงเหวไปเหมือนกับโปรแกรมตัวเดิม

คงต้องขอบคุณความจนของโรงพยาบาล
ที่ทำให้พวกเราคิดและตัดสินใจทำอะไรได้ช้าลง.. มีมุมมองหลายด้านมากขึ้น

วันนั้นพวกเราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพอสมควร
ซึ่งดูเหมือนว่าทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดี

แต่คำถามจากหมอป้อมทำให้ผมต้องสะอึก
เพราะหมอป้อมถามว่าผมมั่นใจแค่ไหนที่จะใช้เอาโปรแกรม Hosxp มาใช้

ความล้มเหลวของผลงานครั้งย้อนกลับมาหลอกหลอนทำให้ผมต้องหยุดคิด
ก่อนที่จะตอบออกไปว่า

"ผมมั่นใจ 80-90 เปอร์เซนต์"

“ถ้าเดชามั่นใจ หมอก็มั่นใจ”

คำพูดประโยคสั้นๆ ที่ดูเหมือนว่าไม่มีความหมายอะไร แต่ใครจะรู้บ้างว่าัประโยคๆนั้นมันเป็นแรงบันดาลใจให้กับผมอย่างเหลือเชื่อ  หลังจากที่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะใช้โปรแกรม Hosxp ทำให้ผมเริ่มศึกษา ค้นคว้า และหาข้อมูลการใช้ Hosxp อย่างจริงๆ จังๆ วางแผน และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการทำงาน การพาทีมงานสารสนเทศไปดูงานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตรากำลังคนในบางจุดบริการ การบริหารจัดการระบบเครือข่าย ตามมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยได้รับคำแนะนำผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย   การประชุมร่วมกันบ่อยครั้งของทีมสารสนเทศ รวมถึงคำแนะนำของพี่น้องจากชุมชน hosxp และความตั้งใจที่ดีของอาจารย์ชัยพรผู้พัฒนาโปรแกรม ที่มีสัญญาใจว่าจะพัฒนา Hosxp ให้เป็นซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุด

จากปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ในระหว่างพัฒนาระบบคุณภาพและการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาล ทำให้ผมมองเห็นและเข้าใจคำว่า “ความเชื่อมโยง” มากขึ้น จนทุกวันนี้กล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาล   เป็นที่ศึกษาดูงานให้กับโรงพยาบาลอื่นๆได้อย่างไม่อายใคร

ประสบการณ์ความผิดพลาดก่อนหน้านี้ เริ่มมีคำตอบและคำอธิบายให้ผมเข้าใจ จริงๆแล้วเราไม่ได้มีปัญหาด้านซอฟท์แวร์แค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

ขณะที่เราให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตการทำงานประจำวัน
แต่ปัญหาตัวแม่ที่สำคัญที่สุด คือ..
พวกเรายังมีกรอบความคิดและวิธีทำงานกันอย่างเดิมๆ

รักของ..พวกเราไม่เคยยอมเปลี่ยนแปลง

นายสาระแน