สำหรับคนวาสนาน้อยอย่างผม  การได้มาร่วมงานที่สวนป่าในวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ภาระกิจนั้นยังมีอีกยาววว   ถือได้ว่าเป็นอีกครั้งที่สุดยอด ( หลังจากที่อกหักจากภูเก็ต ) ด้วยภาระหน้าที่ต่าง ๆ ที่ถาโถม  แต่ทำไงได้ละครับเมื่อหัวใจสั่งให้มา

ช่วงเช้ากำลังจะเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม กะว่าจะไปรับพี่หนิงและน้องเอก เพื่อที่จะเดินทาง
ไปพร้อมกัน  บังเอิญไปเจอกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือก็เลยถือโอกาสทักทายและพูดคุยกันอยู่พักใหญ่
หลังจากพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ ก็ขอตัวเดินทาง เดินหน้าต่อไป  (อิอิ ไปรับพี่หนิงกะน้องเอก)

เหมือนกลับบ้าน
พอขับรถเข้าพื้นที่สวนป่า  ความรู้สึกแรกเลยครับ "เหมือนกลับบ้าน" ผมมาที่นี่ก็หลายครั้งและในความหมายของการเดินทางมาแต่ละครั้งแม้จะแตกต่างกันแต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยต่างไปเลยครับคือ "ความอบอุ่น"
 

พอถึงสวนป่า ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้านั้นไม่ผิดหวังเลยครับ  รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความอิ่มใจล้นแก้ม
ผมว่าที่ไหน ๆ ก็ทำแบบนี้ยากครับ ที่จะมีการจัดการอบรม สัมมนาได้สุดยอดแบบนี้   แต่ด้วยความที่ตัวผมเองยังเป็นเด็ก .. อิอิ .. ก็เลยขอไปเก็บเกี่ยวความรู้จากงานนี้อย่างเดียวเลยครับ  55555555

 

ถ้าจะพูดถึงเรื่องกิจกรรมแล้ว ผมว่ามีหลายท่านที่ได้เขียนลงบันทึกไปแล้ว ผมขออนุมัติให้ตัวผมเองไม่เขียนถึงนะครับ  แต่จะนำเสนอในสิ่งที่ผม " ได้อะไรจากการมาสวนป่าในครั้งนี้ "   อิอิ

  • แบ่งปันกับการกอด  .. การกอดถือเป็นประเพณีที่ชาว G2K และเฮฮาศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อเจอหน้า พบป่ะกัน เจอกันที่ไหนเป็นกอด ๆ ๆ และกอด บอกตรงนี้เลยครับว่าผมได้กอดชดเชยครั้งที่อกหักจากภูเก็ตแล้วครับ  แต่ยังไม่ครบทุกคน ( ขาดคุณลุงอัยการชาวเกาะ พี่เปลี่ยน และอีกหลายท่านเลยครับ )
  • ได้เห็นว่า " หลายคนได้เกินคาดหมาย " ที่มาที่นี่  เป็นปลื้มกับทุก ๆ คนครับ
  • เห็นกระบวนการ วิธีการใหม่ ๆในการจัดการอบรม สัมมนาเพื่อนำไปปรับใช้กับตัวผมเอง  อิอิ ที่สำคัญผมได้เห็นมุมมองของชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหลายมุมเลยครับ
  • กับข้าวอร่อยเหมือนเดิมครับ  อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในบันทึก  มีอะไรในข้าวของมหาชีวาลัย ซึ่งผมว่าหลาย ๆ ท่านคงได้รับเหมือนผมครับ
  • ได้เรียนรู้ตัวผมเองเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมของปรมาจารย์จาก "วงน้ำชา" กราบขอบพระคุณ อ.มนตรี และ อ.ประสาท  ที่ทำให้ผมได้เข้าถึงตัวตนของผมเองอีกครั้ง ได้รู้ว่าตัวเราก็คือตัวเราเอง หน้าที่ บทบาท หัวโขนก็คือหัวโขน เท่านั้น  และที่สำคัญผมได้เห็นเป้าหมายในชีวิตของผมเด่นชัดขึ้นหลังจากที่มันเลือนลางอยู่มาพักใหญ่
  • ทำให้ผมเองเห็นภาพตัวเองในอดีต เป็นภาพที่ตอนนี้นึกแล้วขำๆ เพราะสมัยเรียนอยู่ กทม. ผมเคยไปเล่นลิเกเพื่อหาเงินอยู่พักใหญ่กับลิเกคณะ "ราชมงคลศิษย์หอมหวล"  อ๊ะ แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ ผมไม่ได้เล่นเป็นพระเอกลิเกหรอกครับ รับบทตัวตลกเป็นเพื่อนเป็นคู่หูกับพระเอกครับ (ได้ออกเกือบทุกฉาก) อิอิ แต่ความหล่อนี่สูสีกันเลยครับ  55555 ต้องขอบคุณ อ.พิสูจน์ น้องโก๊ะจิจัง  น้องโจ้  สุดยอดเพลงอีกแซวครับ

การมีดนตรีในหัวใจ ยังไง ก็ไม่ผิดหวังครับ  5555555555555  จริงป่ะครับ  เอาเป็นว่าผมขอเกริ่นแค่นี้พอแล้วครับ  ส่วนใคร ๆ อยากรู้หรืออยากสัมผัสว่า "ความรู้สึกจะเป็นแบบไหนเมื่อไปเฮฮา"  ชาวเฮฮาทุกคนยินดีต้อนรับ ใบสมัครไม่ต้องขอเพียงหัวใจสั่งให้มาก็พอครับ

ปล.อีกอย่างที่ผมคิดได้ คือ  ทำให้ผมคิดถึงดวงดาวดวงนั้น  หลังจากที่ผมลืมความงดงามของแสงนั้นมานาน ..

.........................................................................................