ละครมิได้ดำรงอยู่ในสถานะของสิ่งบันเทิงแต่เพียงอย่างเดียว

      นานแล้วคะ ไม่ได้เจอ ทีมงานละครเด็ก เรื่อง ศรีธนญชัย ที่นำทีมโดย อาจารย์รัศมี เผ่าเหลืองทอง

และ ละครเรื่อง ฉันจะปลูกต้นไม้    สิบปีที่แล้ว ที่เป็นการตระเวณ พาเด็กๆไปเล่นละครทั่วประเทศไทย

 

     หนึ่งในผู้ช่วย ผู้กำกับละคร เป็น น้องปุย   (  อ.พนิดา ฐปนางกูร )  จากธรรมศาสตร์  วันนี้ เป็นผู้

ดูแล สถาบันคลังสมองของชาติและศูนย์ศิลปะการละครเพื่อการพัฒนา

                     

             เสาร์ - อาทิตย์ ที่ผ่านมา เธอมาเป็นวิทยากร ที่เด็กรักป่า เรื่องการจัดอบรมกระบวนการละครสำหรับครูและแกนนำชุมชน ที่จัดโดย สมาคมป่าชุมชน จ.สุรินทร์

                      

                              ครู และแกนนำชุมชน จาก เขตอิสานใต้

                                        

                                      ละครก็ทำให้ผู้ใหญ่ หลุดโลกเหมือนกัน

                       

            กิจกรรมการอบรมครั้งนี้  จึงมุ่งหวังให้ผู้สอนและผู้ใกล้ชิดเด็กๆ ได้เรียนรู้กระบวนการละครที่ถูก

ต้องและสามารถนำไปประยุกต์หรือบูรณาการให้ เข้ากับการเรียนการสอนในโรงเรียน และการทำงาน

ชุมชนได้ เพื่อเปิดใจและมีทัศนคติที่ดีต่อละครกับเด็ก

           อ. ปุย ได้ เล่าไว้ใน จุลสาร BackStage ในหัวข้อ    " ละครเพื่ออะไร "    ว่า 

 

      ....ละครมิได้ดำรงอยู่ในสถานะของสิ่งบันเทิงแต่เพียงอย่างเดียว ละครทำหน้าที่ต่างๆมากมาย

 ตามแต่ผู้ที่สร้างสรรค์ละครจะได้วางละครไว้ในบทบาทใด .....

 

          น่าสนใจมากทีเดียว ตอนท้ายก่อนปิดการอบรม ที่มีโอกาสไปเข้าร่วมฟัง การสรุปของผู้เข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้

         ต่างก็พูด ถึง การปลดปล่อย การผ่อนคลาย เป็น อันดับหนึ่งจากการอบรม   ต่อมาก็เป็นการได้

เทคนิคการละคร ทักษะต่างๆ การตีความ การเข้าใจ ความรู้สึกของสิ่งที่จะแสดง

 

          การปลดปล่อย และการผ่อนคลาย ของการอบรม นับเป็นสิ่งที่ดี สำหรับการเริ่มต้น สิ่งต่างๆ

ของการงานสร้างสรรค์ทุกงาน  ก่อให้เกิดความสุข และ การเรียนรู้ตามมา

 

         และเมื่อปิดปกจุลสาร  BackStage จะพบ ข้อความที่ สดุดคิด จาก คุณปาริชาติ จึงวิวัฒนาภรณ์

นักวิชาการด้านศิลปะการละคร  พูดว่า 

 

            " .....สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการการทำงานเพื่อเด็กและเยาวชน

               จะสร้างปรากฏการณ์ให้เด็กและเยาวชน รู้ว่า การทำละคร

              เป็นการให้ของขวัญแก่ผู้ชม ทำเพื่อผู้ชม   ดังนั้น  ความสุข

              ที่ทำให้แก่ผู้อื่น จึงน่าจะยั่งยืนกว่า......................."