เขียนกรณีนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงข้อเท็จจริง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของผู้ที่ศึกษาวิชาธรรมกาย เพื่อให้ถูกต้องตรงตามวิชาที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ได้ค้นคว้าไว้ เพื่อให้ถูกต้องตรงตามที่พระพุทธเจ้า แลพระจักรพรรดิ์ ทุกระดับ ผู้ทรงรักษาวิชาและปกป้องวิชาธรรมกายนี้ พวกเราเหล่าลูกศิษย์จำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อยังผู้ใฝ่ในธรรม ได้เข้าใจและวินิจฉัยตามหลักนักปราชญ์ ป้องการการถูกชักจูง หลอกรู้ลวงญาณ ทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงวิชาธรรมกายที่ถูกต้อง จะทำให้การเข้านิพพาน เนิ่นช้าไป


ในคู่มือสมภารที่วัดพระธรรมกายจัดพิมพ์ เนื่องในโอกาสพิธีจุดไฟแก้วสลายร่าง ของคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545 มีข้อผิดพลาดและยกย่อง ครูบาอาจารย์ของตนจนเกินกว่าเหตุ และไม่มีใครแก้ข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง ทำไมเงียบกันไปหมด
![]()
ข้อที่ว่า คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศึกษาวิชาธรรมกาย แล้วได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าเวร ในการทำวิชานั้น เป็นข้อความบิดเบือนข้อเท็จจริง
ข้ออธิบาย สมัยนั้นหัวหน้าเวร ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ จะเป็นผู้ตรวจสอบและแต่งตั้ง เวรมีอยู่ 6 เวร เวรละ 4 ชั่วโมง มีหัวหน้าเวรอยู่ 5 ท่าน ว่างอยู่ 1 คือคุณยายอาจารย์ แม่ชีปุก มุ้ยประเสริฐ ผู้ได้รับการชมเชยว่าเป็นรัตตัญญูแห่งวัดปากน้ำ คุณยายอาจารย์แม่ชีญาณี ศิริโวหาร คุณยายอาจารย์แม่ชีชั้น จอมทอง คุณยายอาจารย์ฉลวย สมบัติสุข คุณยายอาจารย์ตรีธา เนียมขำ อยู่วัดปากน้ำในปัจจุบัน ที่ว่าว่างอยู่ เพราะว่างอยู่นาน จนมีผู้เหมาะสมมาปฏิบัติธรรมนั่นคือคุณยายอาจารย์แม่ชีถนอม อาสไวย์

การแต่งตั้งคุณยายอาจารย์แม่ชีถนอม อาสไวย์นั้น ตั้งอย่างไร
นี่เป็นเรื่องที่ผู้ศึกษาวิชาธรรมกายในภายหลังควรทราบ มีคำอธิบายว่า
พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ได้เรียกประชุม
และให้หัวหน้าเวรเข้าที่ เข้าธรรมกายไปถามพระพุทธเจ้าในนิพพาน
เวลาถามไม่ได้ถามองค์เดียวนะครับ แล้วให้ตอบหลวงพ่อ
คุณยายแม่ชีปุกก็ตอบว่า ให้แม่ชีถนอม คุณครูฉลวยก็ให้แม่ชีถนอม
หัวหน้าเวรทุกท่านลงความเห็นให้แม่ชีถนอมทั้งนั้น เป็นเอกฉันท์
จึงตั้งคุณยายอาจารย์แม่ชีถนอม อาสไวย์ เป็นหัวหน้าเวรคนที่ 6
ตั้งแต่นั้นมา
ถามว่าคุณยายอาจารย์แม่ชีจันทร์นั้น อยู่ไหม
ตอบว่าอยู่และเป็นผู้เจริญวิชชาในโรงงานมาก่อนแม่ชีถนอมหลายปีมาก
แต่เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับบุญบารมีเดิมครับ
ส่วนเรื่องคำชมคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์นั้น เรื่อง
"เป็นหนึ่งไม่มีสอง" ท่านเข้าใจอย่างไร
ถ้าเข้าใจว่าเป็นเรื่องของวิชาธรรมกายว่าเก่งจนคนอื่นเทียบไม่ได้
ขอตอบว่าคลาดเคลื่อน "เป็นหนึ่งไม่มีสอง" นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด
ท่านชมว่าคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านตรงต่อเวลา
พอถึงเวรท่านก็จะเข้าเวรตรงเวลา ส่วนท่านอื่นๆ ตรงเวลาบ้าง ช้าบ้าง
สู้คุณยายอุบาสิกาจันทร์ไม่ได้
ข้อมูลมีอยู่อย่างนี้
โปรดใช้โยนิโสมนสิการ ตามอัธยาศัย
------------------------------------------------------------
อ้าว งั้นแม่ชีจันทร์ ก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าเวรน่ะซิครับ ถ้าอย่างนั้นแล้ว แม่ชีจันทร์ท่านมีหน้าที่ทำอะไรในโรงงานทำวิชาในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ละครับ
แม่ชีจันทร์ท่านก็ทำหน้าที่ของท่านไป ก็อยู่ในโรงงานนั่นแหละ จนเมื่อหลวงพ่อสด มรณะภาพ ก็อาศัยทุนจากที่คุณลุงการุณย์หาเงินมาให้ โดยการรับบริจาคการทำบุญปล่อยปลา รักษาชีวิต จนมีเงินเก็บ 50,000 บาท มาเป็นทุนสร้างบ้านธรรมประสิทธิ์ จนเกิดเป็นกลุ่มคน ท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายในปัจจุบัน เข้ามาศึกษา แล้วก็พัฒนามาเป็นวัดพระธรรมกายในปัจจุบัน
เหตุที่คุณยายแม่ชีทองสุก สำแดงปั้น ฝากให้คุณลุงการุณย์ช่วยอุปการะและดูแลแม่ชีจันทร์ด้วย จึงทำให้คุณลุงการุณย์ หาทางหาเงินมาเพื่อมอบให้ทางแม่ชีจันทร์ ทำโครงการบ้านธรรมประสิทธิ์นั่นเอง เพราะคุณยายแม่ชีทองสุก สำแดงปั้น ก็เป็นอาจารย์ผู้หนึ่งของคุณลงการุณย์เหมือนกัน
ซึ่งยังมีรายละเอียดน่าสนใจศึกษาต่อไป
ผมเขียนเรื่องนี้มาไม่ได้หวังโจมตีใคร เขียนมาเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ผมเชื่อว่าธรรมภาคกุศล เป็นของจริง ไม่มีใครมาบิดเบือนได้ เพราะการบิดเบือนเป็นปิฎกของอกุศล
มีผู้อ่านมาถึงวันนี้ ก็ไม่มีผู้ใดมาว่ากล่าว หรือจะมีท่านใดตักเตือนก็น้อมรับตามหลักนักปราชญ์
ขอทุกท่าน จงเจริญในธรรมแห่งกุศลธรรม ให้หยุด ให้นิ่ง ให้ใส ให้คล่อง ในธรรมทุกเมื่อ
มีคำถามครับ แล้วตอนนี้หลวงพ่อท่านไปอยู่ที่ไหนเหรอครับ ท่านจะมาเกิดอีกไหม หรือ ว่าท่านเข้านิพพานไปแล้วครับ เป้าหมายการมาเกิดของท่านคืออะไรครับ ท่านจะไปเป็นพระพุทธเจ้าไหมครับ แล้วถ้านั่งสมาธิจะไปหาท่านได้ไหมครับ ไปหาได้ที่ไหนครับ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด อยู่ที่ไหน ตอบว่าตอนนี้หลวงพ่ออยู่ระหว่างนิพพานกับภพทั้ง 3 ไม่ได้อยู่ที่ดุสิตบุรี อะไรนั่นหรอกครับ ลักษณะเป็นธรรมกายขนาดใหญ่มหึมา พอนิ่งไปกลางดวงปฐมมมรรคของธรรมกายนั้น จะเห็นจุดเล็กใสโตเท่าปลายเข็ม อธิษฐานให้เห็นหลวงพ่อก็จะเห็น หรือบางครั้ง พอนิ่งไปกลางท้องขององค์พระ ก็จะเห็นหลวงพ่อเลย ส่วนจะใสขนาดไหนขึ้นอยู่กับใจว่าจะนิ่งขนาดไหน
แต่ท่านต้องตรวจสอบด้วยว่าที่เห็นนั้น ใสทั้งหมดไหม ถ้ามีจุดเล็กใส เป็นจุดดำนิดหนึ่ง ก็ใช้ไม่ได้ ต้องตรวจสอบด้วย
เป้าหมายการมาเกิดของหลวงพ่อครั้งนี้ เป้าหมายแรก หลวงพ่อมาเกิดเพื่อดับตัวละครสำคัญ ไม่สามารถอธิบายให้ท่านทราบในตอนนี้ได้ ว่าเป็นใคร ประการที่สอง หลวงพ่อมาเกิดเพื่อทำวิชาปราบมาร ผู้ที่สั่งให้หลวงพ่อมาเกิด คือ ธาตุธรรมผู้ใหญ่ในนิพพานเก่าก่อน ที่ทำหน้าที่ปกครองธาตุ ปกครองธรรม ณ ช่วงเวลานั้น เนื่องจากผู้ปกครองธาตุธรรม ในแสนโกฎิจักรวาลธาตุ แสนโกฏิจักรวาลธรรม เป็นอนันตตจักรวาลนั้น แต่ละช่วงจะมีผู้ปกครองไม่เหมือนกัน เอาเท่านี้ก่อน
ผู้ที่สามารถค้นคว้าวิชาธรรมกายได้นั้น ต้องมีบารมีเหมือนพระพุทธเจ้า จึงจะสามารถค้นคว้าวิชาธรรมกายได้ ซึ่งหลวงพ่อสามารถค้นพบวิชาได้ จึงมีความสำคัญมาก เป็นพระมหาเถระอริยสงฆ์ ที่เกิดในประเทศไทย วิชาธรรมกายจึงเป็นวิชาของคนไทยอย่างแท้จริงที่ไม่ได้ลอกเรียนแบบใครมา เพราะวิชานี้ดับสูญไปเป็นพันปี และเป็นวิชาที่สามารถอธิบายพระไตรปิฎกอย่างแจ่มชัด อยากทราบรายละเอียด ต้องศึกษาให้มากขึ้น อย่ามานั่งเถียงแบบไม่มีข้อมูล หรือข้อมูลน้อยเกินไป
อยากไปหาหลวงพ่อนั้นสามารถนั่งสมาธิไปได้ ไม่ยาก แต่ต้องเป็นวิชาธรรมกายที่ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยน ก็สามาถเห็นได้ครับ คุยได้ ถามได้
ถ้าคิดถึงหลวงพ่อจริงๆ ก็มาฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกับเรานะครับ จะได้วิชาธรรมกายจริงๆ จังๆไป เพราะวิชาเหล่านี้ เราต้องจำ ท่อง ทำเป็นโดยตนเองให้ได้ เหมือนเรากินข้าวเป็นไม่ต้องให้ใครตักป้อนให้ อย่างนั้นเลยครับ
สงสัยอะไรก็ถามมานะครับ ผมไม่ใช่พระ ก็ตอบแบบไม่เกรงใจใครได้ครับ ไม่ต้องกลัวอาบัติครับ ไม่ได้โชว์ออฟนะครับ แต่แสดงเพื่อเป็นความรู้ ในการศึกษานะครับ
คุณทำหน้าที่อย่างนี้คุณเจษฎาไม่ทราบไปศึกษาวิชาธรรมกายมาจากใครหรือคับ พอบอกได้เปล่าแล้วที่พูดออกมาเป็นตุเป็นตะเนี่ยศึกษาถึงขึ้นไหนแล้วคับ
อยากรู้ว่าผมศึกษามามากขนาดไหน
ลองไปดู www.kayadham.org นี่เป็นแหล่งความรู้ส่วนหนึ่ง
บวกกับอีก 20+ ปีในการศึกษาปฏิบัติธรรม ในสายวิชาต่างๆ มากมาย จนกลัวตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ธาตุธรรมจะปนเป็น ถ้าท่านเรียนวิชาธรรมกายมาจะเข้าใจความหมาย
โปรดใช้โยนิโสมนสิการเอาเองนะครับ ผมรับผิดชอบสิ่งที่แสดงต่อสาธารณะอยู่แล้ว แม้ไม่มีกฎหมายบังคับ ผมยึดหลักธรรมาธิปไตย ถือธรรมะเป็นใหญ่ ยิ่งหญ่กว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้
ขอเชิญมาศึกษาวิชาธรรมกายกันให้มากๆ เรียนกันจริงๆ จังๆ อย่าตีกรอบความคิดของตัวเองมากเกินไป อย่ากลัว ต้องใส่ความกล้าที่จะเรียนรู้ และทำตัวเหมือนแผ่นดิน ในการสร้างบารมี
มาเรียนกันเถอะครับ เรากล้าเปิดเผยตนในทางแจ้ง เพราะเราต้องการความรู้ที่แจ่มแจ้งนั่นเอง
อย่าคิดว่าเราเป็นศัตรู เพราะไม่มีประโยชน์ เราไม่ต้องการชื่อเสียง ไม่ต้องการเงินใคร ไม่ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการคำยกย่อง
เราต้องการบารมีในการเผยแพร่ธรรม ซึ่งไม่มีบารมีใดยิ่งใหญ่กว่านี้แล้ว นอกจากบารมีปราบมาร ซึ่งเรายังทำไม่ได้
เรียนถามคุณเจษฎาคับ ว่า แล้วเรื่องที่บอกว่าวัดพระธรรมกายสอนไม่ถูกต้องตามคำสอนของหลวงปู่นั้นสอนไม่ถูกตรงไหนคับ ช่วย บอกหน่อยคับ (ขอความกรุณาส่งเป็น E- [email protected])
เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก เลยต้องคนช่วย ได้ ดร.มนัส มาตอบ รายละเอียดเป็นเช่นไร เชิญทัศนาครับ
http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=79.0
ช่วงนี้ขอตอบสั้นๆ ก่อน เดี๋ยวคำอธิบายแบบยาวๆ จะมาตามหลัง
คำตอบหลักๆ
วัดพระธรรมกาย (โดยการนำของพระธัมชโย) ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของหลวงพ่อสดในทุกๆ เรื่อง
หลักฐานสนับสนุน
1) หลวงพ่อสดไม่เน้นการสร้างถาวรวัตถุ เน้นการสร้างพระในใจคน แต่วัดธรรมกายเน้นการสร้างวัตถุเป็นส่วนใหญ่ เพื่อหาเงินเข้าวัด เงินส่วนหนึ่ง (มากน้อยเท่าใดไม่ทราบได้ แต่น่าจะเกินครึ่ง) ก็เข้ากระเป๋าเจ้าอาวาส
2) พระธัมชโยไม่เคยสอนใครให้ได้ดวงธรรม จึงสร้างภาพว่า การสอนคนให้เห็นดวงธรรม กายธรรม 18 กายต้องเป็นพระเท่านั้น อันนี้ไม่จริง เพราะพวกผมสอนได้รวมๆ กันเกือบ 1 ล้านคนแล้ว (การนับมีการนับซ้ำ หมายความว่า สอนครั้งหนึ่ง นับ 1 คน)
พิสูจน์ได้จากเว็บนี้ หรือตามไปดูการสอนก็ได้ หรือถ้าจะเอาให้แน่ๆ เลย หาเด็กนักเรียนมาให้เราสอนเลย เราจะไปสอนให้ดู หานอกกรุงเทพฯ ก็แล้วกัน เพราะในกรุงเทพฯ สอนมาเกือบทุกโรงเรียนแล้ว และเด็กจะเอาเป็นไทย จีน ฝรั่ง ฯลฯ ได้ทั้งสิ้น ถ้าเด็กไม่ใช้ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ หาล่ามมาแปลให้ด้วยก็แล้วกัน ขอเวลาแค่ 1 ชั่วโมงจะพิสูจน์ให้ดูอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
เมื่อตัวเองสอนไม่ได้ เลยมีการใช้เทคนิคสร้างภาพบอกว่า ชาตินี้เรี่ยไรก่อน ชาติหน้าค่อยมาทำกายธรรม การทำแบบนี้ คนเชื่อก็ไม่ค่อยฉลาดนัก ชาติหน้ามันกะเกณฑ์กันได้ง่ายๆ เมื่อไหร่ ถ้าทำได้ชาตินี้ทำไมไม่ทำเลย
และการบอกว่า การทำบุญโดยการทำทานได้บุญมาก ผิดหลักพระไตรปิฎก ธรรมทานได้มากสุด ถ้าให้ธรรมทานไม่ได้ ปฏิบัติธรรมเองก็ได้มากกว่า การเรี่ยไรบ้าเลือดแบบวัดพระธรรมกายไม่ได้บุญบารมีอะไรนัก
3) การสอนต้องให้ผู้รับการสอนเดินฐานของใจ ตั้งแต่ 1-7 ไม่ใช่ไปตั้งที่ฐานที่ 7 เลย การสอนให้ตั้งใจที่ฐานที่ 7 เลย ทำให้ผู้ปฏิบัติเห็นดวงธรรมกายธรรมด้ยาก เพราะนิวรณ์ 5 เกิดได้ง่าย ผู้ปฏิบัติจะเอาใจซัดส่ายไปเรื่อยๆ บางคนเผลอสติไปเป็นชั่วโมงก็มี
การสอนแบบวิทยากรของคุณลุง จะบอกให้ผู้ปฏิบัติทำตามตั้งแต่ฐาน 1-7 ทำให้ผู้ปฏิบัติต้องเอาใจจดจ่อตามวิทยากร นิวรณ์ 5 เลยไม่เกิด จึงเห็นดวงธรรม กายธรรมได้ง่าย
4) พระธัมชโยเอาวิชชาธรรมกายของจริง มาล่อลวงให้คนบริจาค เป็นการสร้างกรรมหนักมาก พูดอย่างเข้าข้างตัวเอง บารมีของพระธัมชโยไม่เท่าปลายเล็บบารมีของผมหรอกครับ พระธัมชโยสร้างภาพทั้งนั้น
ตรงนี้ เอาแค่นี้ก่อน แล้วรายละเอียดจะมาตามหลัง
(อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร โปรดพิจารณาเอาเองนะครับ ดุดันพอสมควร แต่ผมไม่ได้ตัดข้อความอะไร copy มาให้อ่านทั้งดุ้น)
คุณเจษฎาครับ อยากทราบว่าวิชาธรรมกายที่ถูกต้องนั้นควรไปศึกษาที่ไหน ที่วัดปากน้ำพอมีผู้ฝึกให้เราได้ไหม
เก่งไปเถอะคุณ ตายไปแล้วจะรู้เอา
1. ก้อไม่เห็นวัดพระธรรมกายไปทำความเดือดร้อนให้ใครนี้คับ
2. กลับตรงกันข้าม กับทำคนให้เป็นคนดี
3. ก้อไม่เห็นต้องกัดกันเลย
4. แล้ว อ. การุณย์ เป็นใคร
5. ไม่รู้จัก
6. แล้วคุณไปด่าพระอย่างนั้นได้อย่างไร (ไม่เข้าใจ)
7. วัยรุ่นเซง
8(สุดท้าย วิชาธรรมกาย 18 กายคืออะไร ผู้ที่เปนวิทยากร เข้าถึงกันหรือยัง(ไม่เข้าใจ)
ตอบตามภาษาวัยรุ่น
1.แสดงว่ายังไม่ค่อยมีข้อมูลเลยไม่รู้ บางบ้านลูกจบปริญญา จะได้เป็นที่พึ่ง ก็เข้าวัดเสียหมด พ่อแม่ใจสลาย แต่พูดไม่ออก น้ำตาซึม ร้องไห้ ลูกก็ไม่เห็น ทำไปทำไม วัดไม่ได้ทำร้ายใครเพราะวัดเป็นวัตถุ ถูกต้องแล้วครับ
2.ใช่ครับ ที่ไหนก็ทำให้เป็นคนดี แต่ต้องมีสัมมาทิฐิด้วย คนดีมีหลายแบบ ศาสนาไหนๆ ก็สอนเป็นคนดี
3.ไม่ได้กัดใคร เพราะเราไม่ใช่หมา เลยไม่รู้ตอบยังไง
4.อ.การุณย์ เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ สามารถขยายความวิชาธรรมกายได้ทุกเรื่อง เป็นบุคคลสำคัญมาก
5.ลองหาข้อมูลแล้วจะได้รู้จัก
6.เรื่องด่าพระ เป็นของ ดร.มนัส ผมไม่เกี่ยว แต่ส่วนใหญ่ที่เป็นพระจริง เราเคารพเหนือหัว แต่ถ้าเป็นแพะ เอาผ้าเหลืองมาหากิน เราด่าแน่นอน ดุเดือดๆๆ
7.ถ้าเซง ก็ไปนั่งสมาธิ ร้องเพลง กินข้าว จะได้หายเซง
8.ไม่รู้จักวิชา 18 กาย อย่าหมายได้มรรค ผล เข้านิพพาน ต้องอธิบายความรู้กันยาว วัยรุ่นขี้เกียจพิมพ์
หนุกหนาน ๆ ๆ ๆ
ตายไปแล้วจะรู้ ก็ช้าไป ต้องรู้ก่อนตาย ถึงจะไม่เสียชาติ ที่ลงมาเกิด
คุยด้วยเหตุผล หลักวิชา ถึงจะมีสุข เถียงด้วยอารมณ์ ด้วยหลงภาพพจน์ มีแต่ทิฐิมานะ เถียงให้ตายก็ไม่ได้ความ
ดูเหมือนจะร้อนตัวยังไงไม่รู้นะค่ะ....
เป็นผูใหญ่หรอเนี่ยอารมณ์ร้อนจังเลย
ก็เด็กมันไม่รู้ก็ตอบมันหน่อยดิ
ข้อมูลโคดมั่ว
เอามาจากนายการุณอ่ะดิ
อยากรู้ความจริงว่าเป็นงัย ไปถามคนที่อยู่ทันสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำก็รู้
จริงๆไม่อยากเอ่ยชื่อท่าน แต่เห็นว่าข้างบนเอ่ยชื่อท่านมาแล้ว ก็ขอเอ่ยชื่อท่านละกัน
ท่านคือคุณยายอาจารย์ฉลวย สมบัติสุข ตอนนี้ท่านอยู่เชียงใหม่
ท่านยืนยันว่า คุณยายจันทร์ เป็นหัวหน้าเวรจริง
ท่านยังบอกอีกว่า อย่าไปใส่ใจ คนที่เอาวิชชาของหลวงพ่อ ไปแต่งหนังสือขายเลย
คนๆนั้น อาศัยมาคุยกับคนที่ได้วิชชาธรรมกาย แล้วก็เอาไปแต่งหนังสือขาย
ไม่ต้องเชื่อที่ผมบอกนะ อยากรู้ความจริง ไปกราบท่านเพื่อสอบถามได้เลย
ทำไมไม่มีกระทู้ต่อละ
พวกเราศึกษาวิชาธรรมกาย อย่างเป็นหลักวิชาการ พร้อมผลปฏิบัติที่เห็นจริงตามภูมิธรรมของตน เราไม่ชอบศึกษาแบบปากต่อปาก เพราะสามารถผิดเพี้ยนง่าย ต่างคนต่างฟัง ผสมให้ความคิดเห็น พอนานไปก็เพี้ยนไปหมด เรื่องบางเรื่องสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ หลวงพ่อคุมวิชา อะไรๆ หลวงพ่อก็ป้องกันหมด ปัจจุบันใครจะคุมวิชาให้ เป็นเรื่องพึงสำเหนียกให้หนักแน่นในใจ
และการที่มีท่านผู้รู้พิมพ์ตำรามาให้อ่าน ก็ต้องขาย เพราะการพิม์ตำราใช้เงินทั้งนั้นเป็นทุนดำเนินการ อยู่ที่ว่าเมื่อขายไปแล้ว ผู้แต่งตำรานั้นได้เงินหรือเปล่า และมีเจตนาขายตำรากินหรือเปล่า นั่นก็ต้องสอบทานกัน
ความรู้แบบนั้น ท่านก็ต้องศึกษาแบบอย่างนักปราชญ์ จะวิจารณ์อะไร ก็อย่าเป็นแบบหลบๆ ซ่อนๆ ถือว่าให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ถือเป็นนิสัยของผู้ดีพึงกระทำ เพราะในที่สุดแล้ว ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน และตนก็เป็นผู้รับผลของการกระทำของตนเองทั้งนั้น
ส่วนสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ผู้กระทำนั้นก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับในผลของสิ่งที่เรากระทำทั้งนั้น พึงระลึกรู้ในธรรมให้เกิดขึ้นในใจเถิด จะมีสุขตลอดไป
ลองสังเกตดูนะครับ ว่าก่อนที่คุณยายแม่ชีถนอม จะมา หัวหน้าเวรว่างอยู่ แม่ชีจันทร์ ได้รับการตั้งให้เป็นรักษาการณ์หัวหน้าเวรนั้นอยู่ รักษาการณ์ กับการเป็นหัวหน้าเวนจริงนั้น คล้ายๆ แต่ไม่เหมือนกันนะครับ คุณมั่วมากสังเกตดูเอานะครับ