ข้อบกพร่อง ในงานวิจัย เกี่ยวกับ วิชชา ธรรมกาย 1 (หน้าที่ 3)
ข้อผิดพลาดประเด็นที่ 7 คือ ข้อความนี้
หยุดกลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะนั้น พอถูกส่วนเข้าก็จะเห็น “กายมนุษย์หยาบ” และเปลี่ยนเป็น “กายมนุษย์ละเอียด”
ข้อความนี้ก็เช่นเดียวกัน มั่วสุดๆ ยิ่งเป็นหลักฐานว่า คุณยงยุทธนี่แกทั้งยกเมฆและนั่งเทียน มั่วสิ้นดี
ตามหลักการมาตรฐานของวิชชาธรรมกายแล้ว การที่ทำวิชชาผ่านดวงหรือผ่านกายไป ก็ต้องนึก ซึ่งตามศัพท์เฉพาะ (Technical term) ในวิชชาธรรมกาย เอง จะเรียกว่า “สั่ง” ไม่ใช่ว่า เอาใจไปหยุดเฉยๆ แล้วจะผ่านดวงหรือผ่านกายไปได้
การทำวิชชาธรรมกายขนานแท้นั้น พอถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะแล้ว ก็ต้องส่งใจไปที่จุดเล็กใสกลางดวง แล้วนึกให้จุดเล็กใสว่างออกไป ก็เห็นกายมนุษย์ละเอียดทันที กายมนุษย์ละเอียดนี่จะเหมือนเราทุกอย่าง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เหมือนกับที่เราสวมใส่อยู่ในขณะนั้น แต่จะเป็นสีขาวใสเท่านั้นเอง
ไม่ใช่พอจุดเล็กใสว่างออกไปแล้ว ก็จะเห็นกายมนุษย์หยาบอีก แล้วกายมนุษย์หยาบถึงจะเปลี่ยนเป็นกายมนุษย์ ไม่รู้ว่า คุณยงยุทธ์แกหลับหูหลับตาเขียนไปได้อย่างไร
การฝึกวิชชาธรรมกายในขั้นตอนแรกนี่ เราไม่เห็นกายมนุษย์หยาบ ก็เมื่อหลับตาไปแล้วจะเห็นกายมนุษย์หยาบได้อย่างไร กายมนุษย์หยาบ จะเห็นก็เมื่อเราลืมตาขึ้นมา
ในวิชชาธรรมกายนี้ กายมนุษย์หยาบเราจะเห็นจากการปฏิบัติก็เมื่อเป็นกายฝึกในขั้นสูงๆ ขึ้นไป แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณยงยุทธแกมั่วมา ขาดความรับผิดชอบจริงๆ คุณยงยุทธนี่
ข้อผิดพลาดประเด็นที่ 8 คือ ข้อความนี้
ถ้าปฏิบัติต่อไปก็จะถึง “กายพระอรหันต์ละเอียด” หลุดพ้นจากกิเลสหมด”
ข้อความตรงนี้ นี่แหละที่เป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดแจ้งที่สุดว่า คุณยงยุทธนี่ ไม่ได้รู้เรื่อง หรือศึกษาวิชชาธรรมกายอย่างเป็นวิชาการ แกคงไปฟังๆ เขามา คนที่แกไปฟังมานี่ก็คงไม่เรียนวิชชาธรรมกาย ก็คงไปฟังๆ เขามาอีกที
กายละเอียดที่สุดในกายพื้นฐาน 18 กายนี้ ศัพท์วิชชาธรรมกายเขาเรียก “กายพระอรหัตเอียด” ไม่ใช่กายพระอรหันต์ แล้ววิชชา 18 กายนี่เป็นวิชชาระดับอนุบาลของวิชชาธรรมกายทั้งหมด
หนังสือที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเขียนไว้ สามารถนำมาเป็นหลักสูตรได้มี 4 เล่มคือ
1) ทางมรรคผล
2) คู่มือสมภาร
3) วิชชามรรคผลพิสดาร 1
4) วิชชามรรคผลพิสดาร 2
หนังสือทั้ง 4 เล่มดังกล่าวนั้น หนังสือทางมรรคผลเป็นหลักสูตรเบื้องต้น หนังสือคู่มือสมภารเป็นหลักสูตรระดับกลาง ส่วนหนังสือวิชชามรรคผลพิสดาร 1 และ 2 นั้นเป็นหลักสูตรชั้นสูงที่อยู่ในระดับยากและยากมากตามลำดับ
หนังสือจำนวน 4 เล่มดังกล่าว คุณลุงการุณย์ บุญมานุช ได้นำมาขยายความให้เข้าใจง่ายขึ้น เป็นหนังสือ 4 เล่ม/กลุ่ม ดังนี้
1) หนังสือทางมรรคผลได้รับการขยายความเป็นหนังสือทางรอดของมนุษย์มีทางเดียว เท่านั้น และหนังสือ ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย นอกจากนั้นแล้ว ยังได้ขยายความการสอนไปในหนังสืออื่นๆ อีก เช่น คู่มือการสอนของวิทยากรเอก วิชาธรรมกายฉบับครึ่งหลักสูตร สำหรับนักเรียนที่มีเวลาน้อย เป็นต้น
2) คู่มือสมภาร ได้รับการขยายความเป็นหนังสือ แนวเดินวิชาหลักสูตรคู่มือสมภาร ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
3) วิชชามรรคผลพิสดาร 1 ได้รับการขยายความเป็นหนังสือ แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
4) วิชชามรรคผลพิสดาร 2 ได้รับการขยายความเป็นหนังสือ แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร 2 ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
โดยสรุป หนังสือทั้ง 4 เล่มดังกล่าวของพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด) ประกอบไปด้วยหลักสูตรสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน กล่าวคือ วิธีพิจารณาขันธ์ 5 อายตนะ 12 ธาตุ 18 อินทรีย์ 22 อริยสัจ 4 และปฏิจจสมุปบาท 12 ไว้อย่างละเอียด นอกจากนั้นแล้วยังอธิบายถึงวิชชา 3 ซึ่งก็คือ วิชชาที่ทำให้พระพุทธเจ้าบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณอย่างละเอียดครบถ้วน อันประกอบด้วย วิชชาปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือ การะลึกชาติ วิชชาจุตูปปาตญาณ คือ การเห็นเกิดแก่เจ็บตายของสัตว์โลก และวิชชาอาสวักขญาณ คือ การทำกิเลสให้สิ้น
ขอกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หนังสือของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ไม่ได้มีเพียงคุณลุงการุณย์นำมาขยายความเท่านั้น ทางบุคลลากรของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จังหวัดราชบุรี เช่น หลวงป๋าก็ได้นำไปขยายความและอธิบายเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน
จากที่กล่าวไปข้างต้น คนที่ทำวิชชาจนเห็นกายธรรมพระอรหัตไม่ใช่ว่าจะ “หลุดพ้นจากกิเลสหมด” ยังเป็นเพียงวิชชาเบื้องต้นในระดับอนุบาลเท่านั้น เป็นหลักสูตรในหนังสือทางมรรคผล ซึ่งคนทั่วไปชอบเรียกว่า หนังสือทางมรรคผล18 กาย เท่านั้น
และตรงนี้ก็เป็นที่ยืนยันว่า วิชชาธรรมกายไม่ใช่มีเพียงสมถกรรมฐาน มีการสอนจนถึงวิปัสสนากรรมฐาน แต่หลวงพ่อสดท่านเข้าใจเป็นอย่างดีว่า วิปัสสนากรรมฐานก็ยังคงเป็นเพียงพื้นฐานของการบรรลุพระอรหันต์เช่นเดียวกัน ท่านจึงไม่ได้เน้นการสอน หรือโปรโมทว่า วิชชาธรรมกายเป็นวิปัสสนา ดังเช่น พระพม่า ที่เข้าใจผิดกันไป ทำให้สานุศิษย์ก็ผิดตามๆ กันไป
ผลเสียที่คาดไม่ถึงของคนไทยในยุคนี้ก็คือ พอฟังว่า สายพอง-ยุบเป็นวิปัสสนา เป็นทางเดียวที่สามารถบรรลุพระอรหันต์ได้ภายใน 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ก็คลั่งไคล้กันไป ทั้งๆ ที่ ไม่มีเอกสารอธิบายอย่างเป็นวิชาการ ที่จะพอจะฟังขึ้นได้เลยว่า ในขั้นบรรลุพระอรหันต์วิชาพอง-ยุบจะทำอย่างไร
ผลเสียที่ยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือ พอได้ไปฝึกสายพอง-ยุบ นิสัยก็เริ่มออกไปทางดูถูกสายอื่นๆ เลยว่า สายโน้นสายนี้ไม่เป็นวิปัสสนา ของฉันเป็นวิปัสสนาอย่างเดียว
เอา........โง่กันเข้าไป .........
โดยสรุป ข้อบกพร่องในส่วนที่ 1 นี้ คณะผู้วิจัยไม่ควรนำหนังสือของคุณยงยุทธ์เข้ามาอ้างอิงในงานวิจัยชิ้นนี้ เนื่องจาก
1) ไม่ใช่เป็นเอกสารชั้นต้นของวิชชาธรรมกาย
2) ไม่ใช่เอกสารที่เป็นงานวิชาการ เป็นหนังสือในท้องตลาดในตลาดล่างราคาถูกเท่านั้น
3) เนื้อหาที่นำมาอ้างอิงไม่ถูกต้องเลยแม้แต่ประการเดียว
สิ่งที่น่าผิดหวังเป็นอย่างที่สุดก็คือ นักวิจัยที่เป็นบุคลากรของวัดพระธรรมกาย คือ พระมหาสมศักดิ์ จันทสีโล ท่านไม่รู้เลยหรือว่า เนื้อหาในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้องกับวิชชาธรรมกายผิด ที่ไม่ผิดเล็กน้อยที่พออภัยกันได้ นี่มันผิดอย่างมหันต์เลยทีเดียว ซึ่งโดยปกติธรรมดาแล้ว คนที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสดน่าจะรู้ แค่นี้ก็ยังไม่รู้ แล้วจะเป็นนักวิจัยที่ดีได้อย่างไร
ข้อบกพร่องในส่วนที่ 2 ข้อบกพร่องร้ายแรงที่สุดๆ ของงานวิจัยนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิชชาธรรมกายคือ ข้อความส่วนนี้ครับ
เนื้อหาในบทที่ 6 ที่ชื่อบทว่า การตีความเรื่องสมาธิสายธรรมกาย ในหน้า 326-328 ซึ่งคณะผู้วิจัยสรุปคำสอนของพระสุธรรมยานเถระ/พระธัมชโย นำมาอ้างอิง ไว้ดังนี้
เมื่อ ใจและกายผ่อนคลายดีแล้ว ก็กำหนดนึกถึงบริกรรมนิมิตดวงแก้วที่กลม ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้ปรากฏลอยอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ขณะที่นึกภาพดวงแก้ว หากยังไม่ปรากฏ ซึ่งเป็นเพราะใจกำลังเริ่มจะสงบ ก็ให้ท่องบริกรรมภาวนาในใจว่า สัมมาอะระหัง ไปเรื่อยๆ โดยให้เสียงนี้ดังออกมาจากศูนย์กลางกายดังกล่าว จนกว่าจะปรากฏนึกภาพดวงแก้วได้ ก็ให้หยุดบริกรรมภาวนา
เมื่อ ปรากฏนิมิตเป็นดวงแก้วใสเกิดขึ้นแล้ว ให้หยุดบริกรรมภาวนาเหลือแต่การกำหนดสติเพ่งอยู่กลางดวงนิมิตอย่างเดียว ..........ทำใจให้หยุดสงบเข้าไปตรงกลางดวงนิมิตเรื่อยไป ดวงนิมิตก็จะสดใสยิ่งขึ้น จนสามารถจะนึกขยายให้ใหญ่หรือเล็กลงได้ตามปรารถนา ดวงนิมิตคือ ดวงปฐมมรรค (ดวงธรรม)
ข้อผิดพลาดประเด็นที่ 1 คือ ข้อความนี้
เมื่อใจและกายผ่อนคลายดีแล้ว ก็กำหนดนึกถึงบริกรรมนิมิตดวงแก้วที่กลม ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้ปรากฏลอยอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7
ในการเริ่มปฏิบัติธรรมตามสายวิชชาธรรมกายนั้น การนึกเอดวงนิมิตไปไว้ในฐานที่ 7 เลย เป็นการผิดวิธีเป็นอย่างยิ่ง ต้องนึกไปตามฐานตั้งแต่ฐานที่ 1 - ฐานที่ 7
หลายๆ คนเถียงว่า หลวงพ่อสดเคยสอนไว้ว่าทำได้
อันนี้จริง แต่หลวงพ่อสด หมายถึง พวกที่ปฏิบัติจนชำนาญแล้ว ไม่ใช่พวกที่เริ่มต้นนั่ง หรือนั่งมาหลายสิบปีแล้วก็ไม่เห็น ก็ทำผิดวิธีแล้วมันจะเห็นได้อย่างไร
ข้อความที่ผิดในงานวิจัยนี้อีกแห่งหนึ่งก็คือ ข้อความนี้ “นึกถึงบริกรรมนิมิตดวงแก้ว” คำว่า บริกรรมก็คือ การท่องว่า สัมมาอะระหัง ดังนั้น ในการนึกให้เห็นดวงนิมิตเป็นดวงแก้วกลมใส ไม่ใช่เป็นบริกรรมนิมิตดวงแก้ว
ถ้าคณะผู้วิจัยสรุปเนื้อหาหนังสือมาถูก คือ พระสุธรรมยานเถระ/พระธัมชโยเขียนอย่างนี้จริงๆ ก็แสดงว่า พระสุธรรมยานเถระ/พระธัมชโยก็ไม่เข้าใจวิชชาธรรมกายเหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนี้จริง ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมพระมหาสมศักดิ์ จันทสีโล จึงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวิชชาธรรมกาย ก็เจ้าอาวาสยังรู้ไปผิดๆ สำมะหาอะไรกับพระลูกวัด
ข้อผิดพลาดประเด็นที่ 2 คือ ข้อความนี้
โดยให้เสียงนี้ดังออกมาจากศูนย์กลางกายดังกล่าว จนกว่าจะปรากฏนึกภาพดวงแก้วได้ ก็ให้หยุดบริกรรมภาวนา
ใน การบริกรรมภาวนานั้น ไม่มีตำรามาตรฐานของวิชชาธรรมกายเล่มใด ให้เสียงดังออกมาจากศูนย์กลางกาย ผู้ปฏิบัติธรรมก็ต้องท่องไป นึกไป คือ แบ่งใจท่องไปด้วย นึกไปด้วย ก็จะทำให้ใจเป็นเอกัคตารมณ์เร็วขึ้น ก็จะเห็นดวงปฐมมรรคเร็วขึ้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงเสียงแต่อย่างใด
ก็ท่องในใจ มันจะมีเสียงออกมาอย่างไร
พระสุธรรมยานเถระ/พระธัมชโยท่านก็สอนมั่วไป ดูๆ แล้วจะไม่แตกต่างจากหนังสือของคุณยงยุทธ์เท่าไหร่
ข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงของพระสุธรรมยานเถระ/พระธัมชโยก็คือ ท่านไม่รู้จักวิชชาชั้นสูง เพราะ แค่วิชาพื้นฐานท่านยังสอนไม่ถูก และปฏิบัติไม่ได้ วิชชาธรรมกายไม่มีการ “หยุดคำภาวนา” มีแต่เปลี่ยน
วิชชาธรรมกายของแท้และดั้งเดิมจะต้อง “สั่ง” วิชชาตลอดเวลา ไม่งั้นวิชชาจะสดุดทำต่อไม่ได้ทันที ดังนั้น ในวิชชาธรรมกายไม่เคยมีการหยุดท่อง มีแต่เปลี่ยนคำท่องไป
ดัง นั้น พอเรานึกนิมิตเป็นดวงแก้วใสได้แล้ว ไม่ใช่ให้ผู้ปฏิบัติหยุดคำท่อง แต่ยังคงท่องต่อไปไป จนกระทั่งเกิดดวงปฐมมรรค/ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
-----------------------------------------------
เว็บแนะนำครับ
ศูนย์รวมข้อมูลการเผยแพร่ การเรียนการสอน วิชา ธรรมกาย
เว็บบอร์ดของเว็บ Wisdominside
เว็บ Wisdom Inside ภาคภาษาไทย
ตำราเกี่ยวกับวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรสำหรับให้ค้นคว้า ฟรี!!
Blog of Free Meditation Training
ประชาสัมพันธ์


เมนูของ komoltha4299





