ได้รับโทรศัพท์จากน้องยุบล พยาบาลหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 พร้อมๆกับข้อมูลการส่งต่อเยี่ยมบ้านทาง intranet เรื่องการติดตามเยี่ยม ผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ปัญหาคือ ผู้ป่วยรายนี้เข้าพักรักษาครั้งที่ 1 ด้วยปัญหาช็อกจากน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อแพทย์ให้กลับบ้านในตอนเช้า ...ตี 2 ผู้ป่วยช็อกมาER ด้วยปัญหาเดิม
นั่นคือ การ re-admit ด้วย ปัญหาเดิมภายใน 24 ชั่วโมง
|
เกิดอะไรขึ้นกับ.....ลุงอนงค์และครอบครัว ปัญหาคืออะไร...??? |
ลุงเป็นเบาหวานมา 20 กว่าปี.....ใช้ยาฉีดอินซูลินที่ปรับขนาดสูงขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ5-6 ปีที่ผ่านมา ลุงเริ่มมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ ลูกชายลุงถ่ายทอดเรื่องราว คำพูดแรกที่พูดคือ “ใครไม่เป็นไม่มีทางรู้หรอก ผมเห็นพ่อแล้วสงสาร.. ” จบคำพูด..นิ่งไปแล้วน้ำตาก็ใหล ไม่ต้องพูดต่อ เราก็พอเดาได้ ว่าอาการน้ำตาลในเลือดต่ำของลุง ทำร้ายชีวิต ความสุข ของครอบครัวนี้แค่ไหน
|
แล้วเราช่วยได้แค่ไหน... |
พี่อู๊ด (เภสัชกร) และอ้อ พูดคุยหาปัญหา จนสรุปได้ความว่า ลุงมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ ตอนประมาณ ตี 2 เกือบทุกวัน และแก้ไขโดยการทานน้ำหวาน 1 แก้ว รวมถึงเวลามาตรวจตามนัดต้องเจาะเลือด ลุงก็มีอาการตอนตี 2 และทานน้ำหวาน ผลเลือดจะสูงตลอด 200-300 กว่า (ดูจากประวัติ) ลุงไม่เคยบอกอาการที่เกิดให้ หมอหรือพยาบาลฟัง บวกกับการรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง เปลี่ยนที่รักษา เปลี่ยนหมอ บ่อย มาตรวจแต่ละครั้งก็ได้รับการปรับยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการน้ำตาลในเลือดต่ำก็เกิดมากขึ้น ลุงก็เพิ่มการทานน้ำหวาน เป็นวงจรชีวิตที่ย่ำแย่เอาการ

|
แล้วช่วยได้จริงหรือ... |
.....ได้ในระดับหนึ่ง ต้องติดตามไปอีกสักระยะ เราคงปัญหาคนเดียวไม่ได้
ลุง ครอบครัว เพือนบ้าน ต้องมาร่วมมือกัน
การเดินเข้าไปหาลุงที่บ้าน เป็น 1 ชั่วโมงที่คุ้มค่า เพราะเราสามารถประเมินครอบครัว ศักยภาพในการดูแลตัวเองของครอบครัวลุงได้ มองเห็นวิถีชีวิตในแต่ละวันเวลาของลุง ว่าขุดดินปลูกเผือก เห็นแปลงพืชผักสวนครัวของคุณลุง ที่ลุงขุดเอง เห็นกะละมังซักผ้าที่บอกได้ว่า ลุงซักเอง เห็นชนิดอาหารที่ลุงทาน การเยี่ยมบ้านทำให้เราเห็นปัญหาชัดเจนและร่วมมือกับครอบครัวลุงในการจัดการกับปัญหา
เหมือนเรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ เหมือนแก้ยาก แต่แก้ได้
.....เราให้ความรู้ลุงในการดูตัวเอง
.....ให้ลูกชายมีส่วนร่วมในการดูแล แก้ไขปัญหา ช่วยเจาะเลือด จดบันทึก เรียนรู้ระดับน้ำตาลในแต่ละวัน
.....กระตุ้นให้ชุมชนข้างบ้านมาร่วมดูแล (จิตอาสา)เพราะลุงอยู่บ้านคนเดียว
.....เราให้ลุงยืมเครื่องตรวจน้ำตาล ใช้ในการติดตามประเมินผลตรวจวัดระดับน้ำตาลที่บ้านด้วยตัวเอง เนื่องจากการนอนโรงพยาบาลในครั้งนี้แพทย์สั่งลดปริมาณยาฉีดลง
วันนี้ 8 เม.ย 51 ลุงมาตรวจตามที่เรานัดหมาย ลุงดีขึ้น หน้าตาสดใส จดระดับน้ำตาลมาให้ดู ว่าช่วงเวลา 3 วันหลังจากได้เครื่องตรวจน้ำตาล ระดับน้ำตาลเป็นอย่างไร ลุงมีอาการน้ำตาลต่ำ เวลา ก่อนอาหารเช้า 46-66 แต่หลังอาหารน้ำตาลสูง หมอวิรัช ปรับยา ให้ และยังคงเน้นการตรวจเลือดด้วยตนเอง และจดบันทึก อย่างต่อเนื่อง และให้โทรศัพท์ปรึกษาได้ถ้ามีปัญหาฉุกเฉิน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน
เดิม ๆ เมื่อหลายปีก่อนเคยคิดว่างานเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องยาก ทำวนไปวนมา ไม่ไปไหน เดิมๆ....
ตอนนี้ ความคิดนี้หายไปหมด อาจารย์นิพัธ ทำให้พวกเรารู้สึกสนุกไปกับการทำงานสุขภาพ ที่เวลา ไม่เป็นปัญหาในการดูแล การทำงานด้วยใจ ทำให้ทีมมีใจในการทำงาน ทำให้ทำงานง่าย สนุก และมีความสข
เหมือนที่ทีมลงเยี่ยมบ้าน ถามว่ามีปัญหาหรือไม่ ต้องตอบว่ามีคะ ...เรื่องเวลา การนัดหมาย เวลาไม่ลงตัว เปลี่ยนเวลาไปๆมาๆ ภาระงาน งานประจำ งานนอก และอื่นๆ เราต้องหาวิธีทำอย่างไรจะเยี่ยมให้ทันเวลา
......แต่เราก็มองผ่านไป จนปัญหาเป็นเรื่องเล็กน้อย
......เพราะจุดมุ่งหมายของทั้งอ้อและพี่อู๊ด คือ ต้องไปเยี่ยมลุงอนงค์
พอเขียนมาถึงตอนนี้ ได้ PDCA ตัวเองเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ทุกคนในกลุ่มงานเราเปลี่ยนไป .... ปัญหาที่เคยใหญ่โตมโหราฐ บั่นทอนการทำงานของเรา ค่อยๆลดลง
..... ขนาดของปัญหาอาจจะใหญ่เท่าเดิม
.....แต่การมองเปลี่ยนไป...มองว่ามันเล็กน้อย...
อะไรเกิดขึ้น...
.....มีความสุขกับการทำงาน...
.....บรรยากาศดี...
....น่าทำงาน...
....มีพลังเหลือเฟือ....
ฯลฯ อยากบอกทุกคนที่กลุ่มงานว่ารักทุกคนจริงๆ ดีใจที่ได้มาทำงานที่นี่ เวลาทำงาน 8 ชั่วโมงตั้งแต่เช้ายันเย็น มีความสุขจริงๆ
ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์
พวกเรารักกันนะอ้อ เราถึงมีความรักอย่างมากมายให้กับคนไข้ของเราทุกคน อย่างนี้แหละถึงจะบอกได้เต็มปากว่า งานได้ผลคนก็เป็นสุข ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกันนะ
พยายามต่อไปนะค่ะ
ขอให้อ้อทั้งสองอ้อ มีชีวิตที่สดใส เย็นฉ่ำสุขใจตลอดไปเลยนะ
การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย
หายขาดจริงๆครับ
โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว
พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ
ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ
ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย
ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ
อัศจรรย์จริงๆครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197