
-
ท่านสสอ. ให้ความสำคัญกับงานนี้ มาร่วมกิจกรรมและอยู่กับเราทั้งวัน ทำให้เรามีแรงกำลังใจในการทำงาน ขอบคุณมากๆคะ
เริ่มงานหัวหมู่เบาหวาน
-
หลังจากที่ลีลา รอรี การทำงาน (แบบเป็นทางการ)มานาน ด้วยหลายๆเหตุ แต่ขอบอกการทำงานแบบไม่เป็นทางการนั้นเริ่มไปในหลายๆแห่ง โดยพี้เลี้ยงPCU เป็นแมวมอง จีบหัวหมู่มาดำเนินการไปแล้วในหลายพื้นที่ และเพื่อให้รูปแบบที่มีความหลากหลาย มีแก่นของงาน มีเป้าหมายที่ทำ มุ่งไปสู่จุดหมายที่เหมือนๆกัน เราจึงมาพบกันเพื่อเริ่มต้นการทำงาน โดยเรานำข้อมูล อัตราป่วย ตาย การควบคุมโรคไม่ได้ และพื้นที่ที่มีความพร้อม มาพิจารณา และรับสมัครพื้นที่และคัดเลือก ได้ 8 PCU
การทำงานที่ไม่คิดและไม่ทำคนเดียว เราร่วมคิด ร่วมทำ นำสู่ความยั่งยืน หัวหมู่ของเราต้องการแค่ให้เราช่วยเหลือสนับสนุนในบางอย่าง ชี้แนะ และเป็นกำลังใจ ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับ หัวหมู่
-
คุณสมบัติของหัวหมู่เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันเรามีกระบวนการและวิธีคิด (คลิกอ่านที่นี่)
-
แล้ววันที่ 5 กุมภาพันธ์ เราก็มาพบกัน 8 PCU นำร่อง 30 หัวหมู่เบาหวาน ครอบคลุม 30 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอเมือง จากข้อมูลหัวหมู่ทุกคนจะมีข้อมูลจำนวนผู้ป่วยเบาหวานในหมู่ของตนเอง ซึ่งรวมได้ใน 30 หมู่บ้าน มีผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 848 คน แต่เราไม่โหดร้ายนะคะ จากการโหวดตกลงว่า หัวหมู่ 1 คนจะรับผิดชอบ ดูแลประมาณ 5 -10 คน แบบตัวต่อตัว และจะช่วยดูแลเป็นกลุ่ม เท่าจำนวน สมาชิกในชมรมโรคเรื้อรัง
-
นี่เป็นข้อมูลทั่วไปของหัวหมู่เราคะ เช่นเดิม ผู้หญิงมีมากกว่า ผู้ชาย
-
ระยะเวลาการเป็นโรคส่วนใหญ่ เป็นมา 5-10 ปี ร้อยละ 66
-
ส่วนใหญ่อายุ 51-60 ปี ร้อยละ 50
-
A1C น้อยกว่า 7 % ร้อยละ 80 ส่วนที่มากกว่า 8 % ก็สามารถอธิบายได้ เช่น ปวดแขน แพทย์ฉีดยาที่มีส่วนผสมของsteroidเป็นต้น
-
ระดับการศึกษาไม่เน้น เพราะเราเน้นความรู้ที่เกิดจากการดูแลตนเอง จนสามารถควบคุมโรคได้ และ อยากบอกว่า หัวหมู่ที่เอวันซี < 6.5 ทุกคนจบระดับประถม และหัวหมู่เรามี ป.ตรี 6 คน 50% มี เอวันซี ที่มากกว่า 8 ค่า
-
รูปนี้เป็น dream to see ว่าถ้าเรามีหัวหมู่ที่ผุดบังเกิด เป็นดอกเห็ด เต็มพื้นที่ ขยาย เติบโต เราจะช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันระหว่างคนในชุมชน ได้มากถึง 1227 คน เชียวนะ
-
ในวันนี้ เรามาพูดคุยกับกลุ่มหัวหมู่เบาหวาน โดยทีมเราเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดกลุ่มเครือข่ายแกนนำภาคประชาชน เราให้ข้อมูลสถานการณ์ของโรคในพื้นที่ 8 PCU และให้ทุกคนรวมกันคิดละตัดสินว่าเราควรจะทำอย่างไร กับแต่ละหมู่บ้าน ต่อด้วยการเปิด VCD DM2KM ของอาจารย์แม่ ดร.วัลลา ก็สปาร์คเชียว ไฟติดกับพรึบพรับ “ 10 ปากว่า ไม่เท่าตาเห็น 10 ตาเห็นไม่เท่า มือคลำ”
-
กระบวนการแลกเปลี่ยน “เพื่อนครบุรี ช่วยเพื่อน หัวหมู่เบาหวานพิษณุโลก” จึงเกิดขึ้นในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 53 โดยเราจะยกทีม 50 คน ไปเรียนรู้ไกลถึงครบุรี
-
และเราก็ให้ทำหัวหมู่ ทำ Before after review ว่าอยากได้อะไรจากการไปศึกษาดูงาน รพ. ครบุรีบ้าง ได้รายละเอียดดังข้างล่าง


-
และเพื่อให้กระบวนการแลกเปลี่ยนเกิดผลที่สุด เราต้องรวบรวมและ ส่งสิ่งที่หัวหมู่พิษณุโลกต้องการเรียนรู้ ให้ทีมเพื่อนครบุรีทราบ อ้อจึง mail บอกหมอฝน และรีบ(เขียนลงblog) เพื่อให้หมอฝน หมอหยาดและหมอฝอย ทราบ รายละเอียดแบบละเอียดจริงๆ เพื่อให้กระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อนของเรา ช่วยได้ตรงประเด็น ในสิ่งที่อยากรู้ ในสิ่งที่สงสัย เพราะเราไปเรียนรู้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่อยากกอบโกย มาให้ได้มากที่สุด









แบบนี้แหละนะอ้อนะ ที่เรียกว่าการทำงานที่มีการต่อยอดความคิดออกไปเรื่อยๆ เกิดวงจรแห่งการเรียนรู้ " คุย คิด คลิก คลำ " ที่ อจ.นิพัธ ได้นำมาให้เราใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน ซึ่งต้องฝึกฝนกันไปเรื่อยๆเป็นกำลังใจและชื่นชมมากขอให้สนุกกับงานที่มีคุณค่านะอ้อ......
คุย (Dialogue ) : เติมพลังใจให้กัน ฟังเชิงลึก ดูแลตนเอง
คิด (Mind map) : เชื่อมโยงความรู้ต่างๆ รอบคอบ แยกแยะ กุศล อกุศล
คลิก ( New Project ) : ออกนอกกรอบ คิดใหม่ ทำใหม่ เกิด "ปิ๊งแว๊ป" โครงการ
หัวหมู่เบาหวานน่ะหละ
คลำ ( experiment ) : ทำผิดอย่าต่อว่ากัน ปัญญาปฏิบัติ
ก้าวใหม่ของเบาหวานด้วยความร่วมมือของชุมชน แค่คิดก็มีความสุขแล้วอ้อ
อ้อ before action review ไม่ใช่ before after review นา
อ้อ ได้ยินว่าพาทีมไป ลปรร. กับชาวครบุรี อย่าลืมเล่าให้รู้ด้วยนะ อาทิตย์ก่อนไปเกาะสมุยกับหมอฝนและน้องๆ ทีมครบุรี พาชาวโคกไปเกาะ ตื่นเต้นกับทะเลกันใหญ่ คิดถึงทีมพุทธฯ จัง ถ่ายรูปมาเผื่อแต่ยังเขียนบันทึกไม่เสร็จเสียที
วัลลา