เบาหวานไม่ใช่โรคที่แพทย์คนเดียวรักษา คนไข้ต้องดูแลตนเอง

วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ระหว่างเวลา ๑๐.๓๐-๑๒.๐๐ น. ดิฉันเข้าฟังเรื่อง “แชมป์เบาหวาน” ที่ห้อง Sapphre 6 ซึ่งมี พญ. อารยา ทองผิว เป็นผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญได้แก่ พ.อ.หญิง รศ.พญ.อัมพา สุทธิจำรูญ นายกสมาคมต่อมไร้ท่อ รศ.พญ.สุนิตย์ จันทรประเสริฐ นายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน พญ.ชุติมา กาญจนวงศ์ ตัวแทนทีมเบาหวาน รพ.ลำปาง ที่ได้รับรางวัล Sanofi จากสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทยและ หมอฝนของเครือข่ายเรา พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล ตัวแทนทีมเบาหวาน รพ.ครบุรี ที่ได้รับรางวัล Terumo Diabetes Patient Care Team Award จากสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน

 

ทีมวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ

หมออารยาเริ่มต้นด้วยการแนะนำตนเองว่าเป็นลูกหม้อของ สรพ.ที่ทำงานมาให้ ๑๓ ปีแล้ว พร้อมแนะนำวิทยากรทุกคน และชื่นชมว่า รพ.ลำปางทำ Tracer ได้ดีที่สุด

พญ.อัมพาเล่าเรื่องสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย ว่ามีอายุ ๒๘ ย่าง ๒๙ ปีแล้ว โรคของต่อมไร้ท่อเป็นโรคของฮอร์โมน เบาหวานเป็นอันดับ ๑ ของโรคต่อมไร้ท่อ รางวัล Sanofi แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือประเภททีม (๒๐๐,๐๐๐ บาท) สำหรับโรงพยาบาลขนาด ๑๐๐ เตียงขึ้นไป และประเภทบุคคลคือแพทย์ (๑๐๐,๐๐๐ บาท) เกณฑ์การให้รางวัลเน้นการทำงานเป็นทีมและต้องมีแพทย์เป็นหัวหน้า ดูการทำงานทั้งในโรงพยาบาลและการให้บริการแก่ส่วนอื่น ต้องมีกิจกรรมส่งเสริมเพื่อป้องกันเบาหวานและป้องกันโรคแทรกซ้อน...อยากให้มี นวัตกรรม โครงงานใหม่ๆ จะประกาศรางวัลในการประชุมวิชาการของสมาคมในเดือนพฤศจิกายน แพทย์ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ไม่จำเป็นต้องแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อ ขอให้มีความรักที่จะดูแลผู้ป่วย

พญ.สุนิตย์เล่าเรื่องสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ หลายคนอาจไม่รู้จัก บางคนคิดว่าเป็นสมาคมเดียวกับสมาคมโรคเบาหวาน บอกความเป็นมาของสมาคม จำนวนสมาชิก และเชิญชวนให้สมาชิกที่เข้าฟังสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการของสมาคม หน้าที่สำคัญของสมาคมคือสร้าง Educator เพราะเบาหวานไม่ใช่โรคที่แพทย์คนเดียวรักษา คนไข้ต้องดูแลตนเอง...มีการจัดอบรมหลักสูตรใดบ้าง ปีละกี่ครั้ง ที่มาของการให้รางวัลเริ่มมาจากการจัดอบรมที่ส่งเสริมการสร้างทีมดูแลเบาหวาน ซึ่งมี รพ.เข้าร่วมจำนวน ๑๔๙ รพ. ต่อมาในปี ๒๕๔๘ จึงมีการให้รางวัลเพื่อเป็นการให้กำลังใจทีมที่ทำงานดี ปัจจุบันแบ่งรางวัลเป็น ๓ ระดับคือระดับ รพท./รพศ. รพช. และ สอ./PCU แต่ละปีมีทีมที่ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกเยอะมาก

การค้นหาทีมที่สมควรได้รับรางวัล มีการประชาสัมพันธ์ผ่านจดหมายข่าวแสงเทียนและจดหมาย เริ่มต้นจะพิจารณาผลงานจากรายงานก่อน แล้วคัดเลือกผลงานที่เข้าข่าย ลงไปเยี่ยมชมการทำงานในพื้นที่จริงว่าทำอย่างไร การพิจารณาจะดูทั้งในเรื่องโครงสร้าง กระบวนการ และผลลัพธ์ ทีมใดเคยได้รับรางวัลแล้วให้งดเว้นการส่งผลงาน ๓ ปี หลังจากนั้นหากมีการพัฒนาดีขึ้นอีกก็ให้ส่งได้

พญ.ชุติมาเล่าต่อว่า รพ.ลำปางทำงานอย่างไรบ้างจึงสามารถพิชิตรางวัล ๒๐๐,๐๐๐ บาทจากสมาคมต่อมไร้ท่อได้ รพ.ลำปางเป็น รพศ. ขนาด ๘๐๐ เตียง มี รพช.ในเครือข่าย ๑๒ แห่ง ที่ OPD มีคนไข้ประมาณ ๒,๔๐๐ คน/วัน ที่มีจำนวนมากสุดคือคนไข้ HT, DM ประเด็นสำคัญของการทำงานคือ การค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ การดูแลตามมาตรฐานโดยสหสาขาวิชาชีพ การดูแล Acute complications, การดูแลตาม Patient care process, Empowerment ผู้ป่วยและญาติ โดยใช้กลวิธี SMILE (S=Strategy…จดรายละเอียดไม่ทันว่ามีอะไรบ้าง)

การทำงานของ รพ.ลำปาง เน้นทีมที่มาจากสหสาขาวิชาชีพ เชื่อมโยง OPD, ER, IPD, ชุมชน...มีโรงเรียนสาธิตเบาหวาน Ambulatory care pharmacy, Slim clinic…ที่ ER ดูแลเรื่อง hypoglycemia ถ้ามีคนไข้เข้า IPD จะมี Rapid response team เข้ามาช่วยประเมิน มีการทำ discharge plan ในชุมชนมีเครือข่ายเบาหวาน ชมรม มีกิจกรรมคัดกรอง HHC กิจกรรมวันเบาหวานโลก ค่ายเบาหวาน ให้ท้องถิ่นมีบทบาท

แสดง DM Care workflow… ซื้อยาตามระเบียบพัสดุ เปลี่ยนบริษัทบ่อย...เน้นให้คนไข้จัดการตนเอง มีสมุดประจำตัว...ให้ตั้งเป้า BG, BP แล้วดูว่าทำได้ตามเป้าไหม...มีโรงเรียนสาธิตเบาหวาน เริ่มเมื่อปีที่แล้ว หมอ-พยาบาลให้ความรู้เรื่องโรค โภชนากรให้ความรู้เรื่องอาหาร การภาพบำบัดให้ความรู้เรื่องออกกำลังกาย การดูแลเท้า เภสัชกรให้ความรู้เรื่องการใช้ยา พยาบาลให้ความรู้เรื่องการประเมินการควบคุมเบาหวาน การดูแลตนเอง (ทั่วไป เจ็บป่วย มีโรคแทรกซ้อน)

การรักษาเริ่มจากอาหารและการออกกำลังกาย เพราะถ้าเริ่มจากยาคนไข้จะไม่คุม...ใช้ก่องข้าวควบคุมปริมาณข้าวเหนียว บุคลากรสหสาขาวิชาชีพมีบทบาท เช่น นักกายภาพบำบัด – จัดโปรแกรมการออกกำลังกาย เภสัชกร – ดักจับ prescribing error, ป้องกัน, medication reconciliation & refilled clinic ข้อมูลที่ลด error มูลค่ายาที่ประหยัดได้ จากการที่จ่ายยาเกินสามารถประหยัดเงินของโรงพยาบาลได้นับแสน

มีจักษูแพทย์ที่ขยันตรวจตา ดูด้วยตนเอง ไม่ใช้ Fundus camera…ส่งผู้ป่วยไปพบหมอฟัน ไม่ค่อยมีคนไป

จังหวัดลำปางทำมาตรฐานการดูแลมา ๑๐ กว่าปี มีแบบฟอร์มใช้เก็บข้อมูลเป็นสีๆ มีการตามคนที่ loss follow up มีโปรแกรมเก็บข้อมูล มีระบบการส่งต่อ มีการอบรมทีม สอ...ใบส่งต่อในเครือข่ายทำเป็น check list (แพทย์ไม่ค่อยเขียนใบ refer) เวลาที่ส่งกลับต้องบอกด้วยว่าส่งมาทำอะไร มีการกำหนดตัวชี้วัดขึ้นมา จากการติดตามพบว่าตัวชี้วัดดีขึ้น…เรื่องการคัดกรองเหมือนหนามยอกอก สอ.คัดกรองได้ดี แต่ในเขตเทศบาลมีปัญหา อสม.ช่วยได้น้อย คนที่มีความรู้ไม่เชื่อถือ ทำไม่ได้ตามเป้า...ไขมันคุมได้ แต่ BP ที่คุมได้เริ่มลดลง ผู้ป่วยใช้ยาดีขึ้น

ในเรื่อง Integration & Innovation มีหลายอย่าง เช่น ก่องข้าวเหนียว ถุงเขียวใบย่อม ต้อมยามาโรงพยาบาล ฉลากยารูปภาพ (เช่น ก่อนอาหาร หลังอาหาร) สมุดประจำตัว แฟ้มพิชิตโรคเบาหวานที่ สอ. เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ มีการปรับพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง Slim Clinic ตลาดนัดสุขภาพ ฯลฯ ส่วน Public responsibility ให้ผู้ป่วยทิ้งเข็มใส่ขวดพลาสติกแล้วเอามาทิ้งที่โรงพยาบาล Learning & Development มี R2R หลายเรื่อง

Empowerment : พัฒนาศักยภาพ อสม. พระ ฯลฯ มีค่ายสำหรับคนที่คุมไม่ดี เพิ่มศักยภาพใน รพ.ชุมชน ทำให้เกิดเครือข่ายผู้ป่วยใน สอ. พญ.ชุติมาได้เล่าอีกว่าในปี ๒๕๕๓ ได้ทำอะไรบ้าง

วัลลา ตันตโยทัย