1.สอบถามจาก ประวัติการเคยมีแผล ประวัติการเคยถูกตัดขา และประวัติการสูบบุหรี
2.ตรวจเท้า ถ้าพบแผลให้วาดรูปตำแหน่งของแผลไว้ พร้อมระบุขนาด
3.คลำชีพจรที่เท้า ถ้ายังตัดสินใจได้ให้ระบุว่าไปเลยว่า คลำได้ คลำไม่ได้ (หลังจากฝึกปฏิบัติ พบว่าทีมยังไม่มั่นใจในทักษะนี้)
4.ดูเล็บ ดูตาปลา
5. ตรวจด้วย monofilament (อย่างน้อย 4 จุด)
6.สรุปความเสี่ยงที่ได้ พร้อมนัด
7.ให้ความรู้เรื่องการดูแลเท้า ด้วยบัญญัติ 10 ประการ
การดำเนินการที่กำหนดไว้ หลัง Identification Risk
1. Low risk = No sensory neuropathy กำหนดนัดตรวจทุก 1 ปี พร้อมแนะนำการดูแล เลือดรองเท้าที่เหมาะสม
2.Moderate risk = Sensory neuropathy only กำหนดนัดติดตามทุก 6 เดือน พร้อมแนะนำการดูแล เลือดรองเท้าที่เหมาะสม
3.High risk = Sensory neuropathy plus peripheral vascular disease and/or foot deformities กำหนดนัดติดตามทุก 3 เดือน โดยลงทะเบียบไว้เพื่อนัดติดตาม และส่งนักกยภาพประเมิน และจัดหารองเท้าที่เหมาะสม (ประเมินแรงกดเท้าด้วย Podoscpe)
4.Very high risk = Previous foot ulcer/ Amputation กำหนดการติดตามภายใน 1 เดือน ลงทะเบียนผู้ป่วยไว้เพื่อติดตามผล และส่งพบแพทย์เพื่อทำการรักษาแผล
ภก.เอนก ทนงหาญ ผู้เล่าเรื่อง
|
|
|
ทดลองใช้งานโดยนักกายภาพ คุณพเยาว์ ปิยะไพร |
podoscope ราคา 2,000 บาท ที่ตัดโดยร้านกระจก |
ดีใจจังค่ะที่เห็น podoscope ที่ดัดแปลงโดยฝีมือคนไทย แต่เวลาใช้อย่าลืมเรื่องน้ำหนักตัวของผู้ป่วยด้วยนะคะว่า เครื่องนี้รับน้ำหนักเต็มที่ได้กี่กิโลกรัม
ขอบคุณ คุณสองครับ ที่เสนอแนะข้อคิดเห็นดีๆเสมอ
ถามคุณหงา นักกายภาพแล้ว บอกว่าเป็นกระจก 3 หุน ร้านบอกว่ารับน้ำหนักได้ประมาณ 80 กิโลกรัม ส่วนโครงสร้างเป็นเหล็กหนา แข็งแรงดีครับ
น่ายินดีกับ podoscope เครื่องแรกในประเทศไทยที่ผลิตขึ้นโดยฝีมือคนไทยครับ น่าชื่นชมมากๆๆๆๆครับ
ลองดูนะว่าเจอเหมือนกันรึปล่าว
Flat feet มักจะมี High pressure ที่ 1 mettatarsal head ส่วน
High arch feet จะมี High pressure ที่ 5 mettatarsal ครับ
Charot foot, High pressureจะเลื่อนมาตรง mid foot
แผล และ callus มันจะเกิดแถวๆ นั้นด้วยล่ะ
ชอบการจัด risk ของคุณมาก มองภาพคนไข้และPlan การรักษาออกเลย
ขอบคุณสำหรับการแนะนำจุดที่เกิด high pressure ของเท้าแต่ละแบบค่ะ
สำหรับเครื่อง podoscope เครื่องแรกของเราต้องยอมรับว่ายังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะยังมีที่ให้แก้ไขเยอะ เป็นต้นว่า เครื่องสูงเกินไป ทำให้คนไข้กลัวตก และมุมของกระจกที่ปรับไม่ได้ทำให้ในผู้ป่วยบางรายจะไม่สามารถเกิด biofeedback เป็นเงาของเท้าได้ ต้องนั่งอธิบายกันนานว่าเท้าผิดปกติยังไงบ้าง โชคดีว่าต้นทุนไม่สูงอีกหน่อยเราคงจะทำเครื่องที่สมบูรณ์กว่านี้ออกมาได้ค่ะ
การเรียนรู้ในครั้งนี้บอกเราว่า สิ่งที่ดีกว่าการที่ต้องนั่งอธิบายด้วยคำพูด คือการให้ผู้ป่วยเห็นเงาของเท้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ป่วยจะให้ความสนใจมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เอนกได้อ่านแล้วน่าสนใจมากค่ะ ที่รพ.ธาตุพนมไม่รู้ว่าจะเจอปัญหาคล้ายที่รพ.เขมราฐหรือเปล่าค่ะ คือว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่สวมรองเท้าเตะ ทั้งที่ได้แนะนำผู้ป่วยและญาติให้เลือกรองเท้าที่เหมาะสมแล้ว อาจเป็นเพราะความเคยชินก็ได้ ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่อยากเปลี่ยน เรายังไม่มี PODOSCOPE เครื่องตรวจเท้าพี่น่าสนใจมากค่ะราคาไม่แพงด้วย
ตอบคุณทัศนีย์
เครื่อง podoscope ทำไม่ยากค่ะ สามารถสั่งให้ร้านกระจกทำให้ได้เลย ถ้าคุยกันง่ายหน่อยราคาอาจไม่ถึง 2,000 ก็ได้ค่ะ
เรื่องนี้คุณพเยาว์ เป็นผู้ดำเนินการครับ จึงรู้เรื่องที่สุด สนใจสอบถามได้ตลอดครับ
มันคืออะไร
เจ๋งมาก...นับถือจริงๆ
ขอแบบฟรอมตรวจเหน่อยคะ ขอบคุณล่วงหน้ามาก
นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง สนใจการดำเนินงานการประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานของ รพ.ร.ธาตุพนม ขอรบกวนอยากจะทราบวิธีการดำเนินการหลังจากการประเมินเท้าแล้ว จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างไร จะต้องทำอะไรก่อน-หลัง อย่างไรค่ะ
อยากสอบถามหลายๆท่านครับ พอดีผมทำโครงงานจบอยู่ เลยอยากทราบว่ามีเครื่องมือที่ใช้ประเมิน ตรวจวัด รักษา โรคเท้าแบน หรือโรคทางเท้าใดๆบ้างครับ
เช่น Orthoprint(R) ,Foot Pressure,Foot Graph งงๆเล็กน้อยครับ
ผมอยากทราบข้อมูลที่แท้จริง รวมทั้งราคาที่โดยประมาณครับผม หรือมีอ้างอิงได้ก็ดีมากเลยครับ
รบกวนขอข้อมูลด้วยนะครับ ละเอียดยิ่งดีมากเลยครับ
ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
รบกวนส่งเข้าเมลล์ [email protected]
ขอบคุณที่สร้างสรรงานมีประโยชน์.........แต่......แบบประเมินนี้มีภาษาไทยไหมคะ.....แบบว่าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง...กว่าจำทำได้แปลภาษาซะเมื่อยมือ........