ขุนเขาไม่สะเทือนเพราะแรงลมฉันใด บัณฑิตก็ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาหรือสรรเสิญฉันนั้น
ณ ที่กาลเวลาใดโลกใบนี้
ไม่เคยมีผู้ได้รับแต่สรรเสริญ
คนรักเท่าผืนหนังใช่บังเอิญ
คนเกลียดเกินผืนเสื่อเหยื่อนินทา
รสคำชมเสพติดกันมากนัก
ใครขืนหักต่อต้านพาลโทสา
ด้วยหลงเพลินสรรเสริญอยู่เรื่อยมา
สรรวาจามายกยอก่อเกิดตน
ด้านสรรเสริญเพลินใจให้ซาบซ่าน
พลิกกลับด้านนินทาพาสับสน
คนอ่อนไหวร้อนเร่าในกมล
ไม่อาจทนพิษแผดเผาเข้าถึงใจ
เมื่อดอกไม้รับอรุณอุ่นแสงฉาย
จีงแย้มพรายกลีบตระการบานสดใส
อิสระจากการหุ้มห่อภายใน
ส่งกลิ่นไกลหอมหวนทวนตามลม
แสงสว่างแห่งปัญญาพาบรรเจิด
ก่อให้เกิดความคิดจิตเหมาะสม
ทั้งสรรเสริญและนินทาอย่าปรารมณ์
พ้นระทมทุกข์ท้อทรมาน
ขุนเขาไม่สั่นไหวด้วยแรงลม
อันคำชมเหล่าบัณฑิตผู้กล้าหาญ
แม้นินทาว่ากล่าวไม่เข้าการ
จึงเบิกบานเสมอเหนือคำคน.......................
ชอบคำคำกลอนของคุณมากเลย เตือนสติได้ ว่าอย่าไปหลงคำยกยอของคนอื่นให้มาก เพราะตัวเราย่อมรู้ตัวเราดี ว่าคนที่ชมเราเขาพูดจริงจากใจหรือเปล่า อยากรู้ความหมายของเก็จถะหวา ว่ามันคืออะไร อ่นประวัติของคุณไม่ไดบอกว่าคุฯเป็นคนจังหวัดไหน และเขียนนี้เขียนมาเพื่อเป็นการบันทึกประจำวัน เพื่อเตือนสติคนอื่นใช่ไหมคะ ส่วนดิฉันเป็นนักศึกษา โครงการณ์มหาวิทยาลัยชีวิต ในนามของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เรียนแบบตามอัธยาศรัยที่กำลังฮิตฮอดกันอยู่ในขณะนี้ มีแต่ผู้นำชุมชนมาเรียนเพิ่มศักยภาพ เป็นรุ่นบุกเบิก เขาล้อกันเล่นว่าเป็นรุ่นปลุกเสก เรียนรวมกันจากอำเภอต่างๆ มารวมเรียนที่ศูนญืเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น แต่ดิฉันเป็นนักศึกษาอยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น มันจะมีหลายศูนย์ เช่นศูนย์หนองเรือ ภูเวียง แวงน้อย ที่เขามานี้เพราะเป็นวิชาหนึ่งที่นักศึกษาจะต้องเข้ามาค้นคว้าแล้วมีอะไรดีๆก็เขียนลงแล้วก็ไปเยี่ยมนักศึกษาแต่ละศูนย์ เปิดไปเห็นบทกลอน เลยอ่านแล้วได้จดไว้ดีมากเลย ถ้าหากว่าว่างเข้าไปเยี่ยมด้วยและเล่าให้ฟังด้วยว่าเข้ามาบันทึกนี้เพราะอะไร อยากรู้ ถ้าอยากเข้าไปหา ก็คลิกรูปนี้เลยแล้วมันจะเข้าไปเจอบล็อคของดิฉัน เองคะ แล้วจะเข้ามาอ่านอีกนะคะ
คุณเก็จถะหวา ชอบกลอนของคุณมากเลย เตือนสติดีมาก คือเตือนไม่ให่ไปหลงไหลกับคำชมมากนัก เพราะตัวเราเองย่อมรู้ตัวเราดี คนอาจจะแกล้งชม เพื่อให้กำลังใจ หรือบางคนแกล้งชมแบบไม่มีความจริงใจ จงรับฟังไว้แต่อย่าเหลิงใช่ใหม
ขอบคุณคุณสุมาลี และคุณ คห.ที่ 2 มากค่ะที่มาแวะชมผลงาน ที่มาคือ คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง ดิฉันเอามาขยายความแต่งเป็นกลอนให้อ่านกันค่ะ ดิฉันเป็นครูสอนเด็กน้อยอยู่ที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชอบแต่งกลอนมาก เหมือนว่า บ้ากลอนเลยค่ะอิอิ ถ้าคุณอยากอ่านอีกไปตามลิงค์ที่ให้มาด้านล่างนะคะ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เยอะเลย อ้อ เก็จถะหวา ก็คือดอกพุดซ้อนค่ะ</p>
ลิงค์บ้านกลอนไทย
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/home.html
เชิญไปแวะอ่านผลงานกลอนของ เก็จถะหวา ค่ะ