นึกถึงบรรยากาศท้องนาสมัยก่อนจะผูกพันกว่านี้เยอะ จำได้ว่าเกือบครึงค่อนปีที่พ่อแม่ทำงานในนา แทบจะทุกวันเลยทีเดียวจึงมีความรักที่ซาบซึ้งกับบรรยากาศท้องนาโดยอัตโนมัติ
ช่วงนี้ท้องนาแถวข้างบ้าน ดอกข้าวกำลังเบ่งบาน หอมกลิ่นดอกข้าว น้ำเริ่มลดชาวบ้านลงนาจับปู จับปลากัน ผักบุ้งนากำลังงาม ดอกโสนสีเหลืองบานสวย แมงมุมชักใยโยงระหว่างต้นข้าว เช้าๆมีเกร็ดน้ำค้างจับเป็นเกร็ดๆ ต้องแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าสวยงามระยิบระยับ จิ้งหรีดตัวผู้กรีดปีกเสียงดังร่ำร้องหาคู่ตอนหัวค่ำเซ็งแซ่ไปหมด
อากาศปลายฝนต้นหนาว ไม่ร้อนไม่หนาว แต่เช้าตรู่ต้องหาผ้าคลุมกายให้อบอุ่น คิดถึงตอนเรายังเด็กแม่ตื่นแต่เช้า ลุกไปทำครัว เอาผ้าห่มมาคลุมให้เราต่ออุ่นๆ นอนคลุมโปงฟังเสียงแม่กุกกักก่อไฟ หุงข้าว นึกภาพแม่ออกทุกขั้นตอน อากาศหนาวไม่อยากให้ฟ้ารุ่งสางเลย.......................
เดินเพลินชมไม้บานตระการทุ่ง
กลิ่นโชยฟุ้งหอมไกลในยามสาง
แสงแดดอ่อนไอหมอกเคล้าเจือจาง
แลเลือนลางทิวไผ่ใกล้ไพรพง
นกกระยางกางปีกเกาะพุ่มไม้
ผึ้งบินไต่กลีบบัวด้วยประสงค์
ดูดน้ำหวานบัวงามแล้วบินตรง
นำไปส่งสะสมไว้ในรวงรัง
ผีเสื้อบินว่อนไกลไปทั่วถิ่น
ร่อนโบยบินดั่งใจถวิลหวัง
ชมดอกนู้นดอกนี้เติมพลัง
ไม่หยุดยั้งเชยชมจนสมใจ
ดวงตะวันเด่นงามยามย่ำรุ่ง
ประกายรุ้งน้ำค้างพราวสดใส
ถิ่นแดนทองท้องทุ่งเขียวอำไพ
แลวิไลทิวข้าวของชาวนา
ปลาในน้ำเริงร่าท้าน้ำฝน
แหล่งอาหารคนจนได้เสาะหา
ข้าวในนาปลาในหนองของนานา
มีผักหญ้าเก็บได้ให้กินฟรี
ร่มโพธิ์ทองวางแนวทางช่วยสร้างสรรค์
ชีวิตนั้นเรียบง่ายตามวิถี
เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีวี
บ้านนานี้สุขใจหาใดปาน.....................
ลมเบาเบารวงข้าวอ่อนไหว
ลมหนาวพัดผ่านในม่านใจ
มีบางคนมีบางใครคิดคำนึง
รวงข้าวอ่อนไหวจิตใจอ่อนหวาน
หนาวนี้คงหนาวนาน
รวงข้าวบาน ณ กลางใจ
สวัสดีค่ะ คุณกันเอง
กลอนเปล่าแบบนี้ก็น่าสนใจนะคะ
อ่านง่ายเข้าใจดี และตรงประเด็น
สื่อชัดเจนดี ก็ดีนะคะ